บทที่ 18 ัทมิฬ
ยามอาทิตย์มอบแสงแรกเข้าต้อนรับสู่วันใหม่
เวลานี้เอง ณ ชายป่าโบราณไม่ไกลจากเมืองเมฆาครามมากนัก หลินตง หม่าฉือ เจียงเป่า ทั้งสามคนได้มาอยู่พร้อมกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“เอาล่ะในเมื่อพวกเรามากันครบแล้ว ต่อจากนี้อีก7วันให้หลังพวกเราค่อยมาประลองฝีมือกัน ณ ที่แห่งนี้เถิด”
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปคนละทางด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันไป
หม่าฉือและเจียงเป่านั้นไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกส่วนชายหนุ่มนั้นมุ่งหน้าไปยังทิศใต้ของป่าโบราณ
หลังจากแยกกันได้ไม่นานนัก ชายหนุ่มที่ััได้ว่าตนนั้นมาถึงใจกลางป่าโบราณแห่งนี้แล้วจึงหาสถานที่สำหรับ ฝึกปราณทำสมาธิเป็ลำดับแรก
ไม่นานหลังจากมองหาสถานที่ฝึกปราณ ชายหนุ่มได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่ รอบข้างถ้ำนั้นถูกปกคลุมไปด้วยพฤกษาน้อยใหญ่
หากไม่ใช่เพราะกลิ่นอายพลังปราณอันเข้มข้น ที่ปล่อยออกมาจากทางเข้าถ้ำนั้น ตัวชายหนุ่มก็คงจะไม่สังเกตเห็นถ้ำนี้เช่นกัน
สิ้นสุดความคิดชายหนุ่มได้พุ่งตัวลงไปด้านในของถ้ำแห่งนี้โดยไม่ลังเล
ในด้านของหม่าฉือและเจียงเป่าทั้งสองนั้นก็ได้พบกับสถานที่สำหรับฝึกยุทธ์แล้วเช่นกัน
หม่าฉือนั้นได้ค้นพบกับแหล่งแร่ลมปราณธรรมชาติมากมายสิ่งนี้นั้นเปรียบเสมือนกับห้องฝึกยุทธ์ชั้นเลิศสำหรับวิชามรรคของตัวเขาเลยทีเดียว
ในด้านของเจียงเป่าก็พบเจอสถานที่ ที่ดีไม่แพ้หม่าฉือแม้แต่น้อย ใต้เท้าของเจียงเป่าปรากฏศิลาขนาดใหญ่ ที่ปรากฏร่องรอยของทัณฑ์์ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้ปรากฏขึ้นได้อย่างไร
แต่การที่เจียงเป่าฝึกฝนเกี่ยวกับโชคชะตาย่อมต้องรู้จักทัณฑ์์ผ่านการอ่านตำรามาบ้างไม่มากก็น้อย สิ่งนี้จึงทำให้เจียงเป่ามั่นใจอย่างยิ่งว่าร่องรอยเบื้องล่างตนนี้ต้องเป็ทัณฑ์์อย่างแน่นอน
เนื่องด้วยวิชามรรคของเจียงเป่านั้นมุ่งเน้นเกี่ยวกับโชคชะตา การที่มีกลิ่นอายของทัณฑ์์แม้มันจะเบาบางแต่นี่ก็ถือเป็ วาสนาเกินคาดกว่าที่ตัวของเขาหวังไว้แล้ว
ณ ด้านในถ้ำที่หลินตงได้เข้ามา ยิ่งชายหนุ่มเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำมากเท่าไหร่พลังปราณที่ชายหนุ่มััได้นั้นกลับเริ่มเข้มข้นขึ้นทีละนิด
เมื่อเป็เช่นนี้ชายหนุ่มได้ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำต่อไป ตัวเขานั้นสงสัยยิ่งนักว่าสิ่งที่ปล่อยพลังปราณออกมานั้นมันคืออันใดกันแน่
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามชายหนุ่มจึงพบกับต้นตอของพลังปราณอันเข้มข้นที่ถูกปล่อยออกมา เมื่อมาอยู่ในระยะนี้พลังปราณที่ปลดปล่อยออกมานั้นเข้มข้นเสียมาก กว่าพลังปราณของชายหนุ่มเสียอีก
เบื้องหน้าของชายหนุ่มปรากฏร่างอันเลือนลางขนาดใหญ่มหึมาที่กำลังนอนขดตัวอยู่
เมื่อมองดูให้ชัดชายหนุ่มถึงกับต้องชะงักฝีเท้าของตนทันที “นะ..นี่มันัตัวเป็ๆงั้นรึ”
ในสายตาของชายหนุ่มปรากฏัสีดำทมิฬที่ลำตัวเต็มไปด้วยาแนอนขดตัวจำศีลอยู่
ชายหนุ่มที่เห็นว่าตนมิได้ไปปลุกสัตว์ร้ายตนนี้จนตื่น ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ชายหนุ่มที่รู้ว่าตนรอดจากวิกฤตแล้วจึงหันตัวกลับเตรียมตัวที่จะจากไป ก่อนที่ัทมิฬเบื้องหน้าเขานี้จะตื่นขึ้นมาเสียก่อน
ทว่า ไม่ทันให้ชายหนุ่มได้ก้าวเท้าแม้แต่ก้าวเดียว แรงกดดันอันทรงพลังได้ถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่ม
ตัวของชายหนุ่มเคยได้รับแรงกดดันเช่นนี้จากคนผู้เดียวเท่านั้น
นั่นก็คือซินแสเฒ่าแต่ดูเหมือนแรงกดดันของัทมิฬเบื้องหน้าจะมากกว่าซินแสเฒ่าอยู่หลายส่วน
ตามมาด้วยเสียงที่เหมือนจะดูแคลนทุกสิ่งในใต้หล้า “นานเท่าใดกัน ที่ตัวข้าต้องมาจำศีลรักษาอาการาเ็อยู่ในดินแดนแห่งนี้ พันปี หมื่นปี แสนปี หรือล้านปีกันนะ”
“หลังจากสิ้นสุดาในยุคบรรพการ ตัวข้าที่เป็ถึงจ้าวดินแดนกลับต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ช่างน่าขันเสียจริง”
สิ้นเสียง ดวงตาสีทองทั้งสองดวงได้จับจ้องมาที่ชายหนุ่ม
เวลานี้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนูเานับล้านลูกทับใส่อย่างไรอย่างนั้น
ในเวลานี้เสียงของัทมิฬก็ดังขึ้นอีกครา “คาดไม่ถึงจริงๆทั้งๆที่ดินแดนแห่งนี้ถูกข้าดูดซับพลังปราณมานานนับล้านปี แต่กลับยังมีคนสามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชันย์ยุทธ์ภายใน500ปีได้อีก”
“หากเ้าหนูอย่างเ้าไม่ได้มาเกิดในดินแดนต้องสาปแห่งนี้แต่เป็ดินแดนใหญ่อื่นๆละก็ ด้วยพร์ของเ้าเกรงว่าเวลานี้เ้าคงกลายเป็10อัจฉริยะของมหาทวีปฟ้านิรันดร์เป็แน่แท้”
เอ่ยถึงตรงนี้ ัทมิฬได้ถอนหายใจออกมา “แต่ช่างน่าเสียดายนัก หากตัวข้าไม่าเ็สาหัสและสามารถออกจากที่แห่งนี้ได้ ข้าคงจะไม่ต้องมาค่อยดูดซับพลังปราณของดินแดนแห่งนี้อย่างแน่นอน”
“แต่ในเมื่อเ้ามาเจอข้าพลังปราณและชีวิตของเ้าคงต้องมาจบลงที่นี่แล้วล่ะนะเ้าหนู”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมือเท้าของชายหนุ่มพลันเย็นเยียบ ในเวลานั้นเองกงเล็บขนาดใหญ่ของัทมิฬก็พุ่งลงมาที่ตัวชายหนุ่ม
ลมหายใจต่อมาพลังปราณและพลังชีวิตของชายหนุ่มก็ค่อยๆลดลงไปอย่างต่อเนื่อง “นะ..นี่มันพลังอันใดกัน”
ทว่าใน่เวลาความเป็ความตายนี้ ก่อนที่พลังปราณและพลังชีวิตทั้งหมดของชายหนุ่มจะหายไป
ในตอนนั้นเองชายหนุ่มได้ฝืนหันศีรษะตนเองกลับไปจ้องมองใบหน้าของัทมิฬตนนั้นด้วยดวงตาที่เดือดดาล พร้อมเอ่ยด้วยโทสะ
“ไอเ้าับัดซบ ปากเ้าก็เอ่ยว่าอยู่มานับแสนนับล้านปีแต่กลับไร้เหตุผลสิ้นดี อยู่ๆก็พูดอยู่ฝ่ายเดียวแล้วจะมาชี้เป็ชี้ตายข้ารึ ไอจิ้งเหลนไร้ขาเอ้ย”
เอ่ยจบชายหนุ่มก็ได้ทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดสำหรับจอมยุทธ์ทุกคน เวลานี้ชายหนุ่มได้เผาพลังชีวิตของตนเองพร้อมกระตุ้นพลังสายเืจนถึงขีดสุด
ในเวลานี้ร่างกายของชายหนุ่มปรากฏรอยปริแตกออก เสมือนผืนดินที่แตกระแหงโลหิตหลายสายได้พวยพุ่งออกมาจากรอยปริแตกเ่าั้
“ไอเ้ามนุษย์ ต่อให้เ้าเผ่าผลาญพลังชีวิตจนหมดสิ้นเ้าก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี เหตุใดเ้าไม่ยอมตายแต่โดยดีเสีย”
ทว่า หลังจากเอ่ยจบภาพที่ัทมิฬได้เห็นนั้นกลับทำให้ร่างอันใหญ่มหึมาของมันถึงกับชะงักค้าง
“นะ..นี่พลังนี่มัน” ไม่รอให้ัทมิฬได้เอ่ยสิ่งใดอีก
หลินตงที่บัดนี้ได้เผาผลาญพลังชีวิตและกระตุ้นพลังของสายเืจนถึงขีดสุดเท่าที่ตนจะทำได้ในตอนนี้แล้ว ลมหายใจต่อมาชายหนุ่มจึงได้สำแดงวิชามรรค ห้าจักรพรรดิสี่ทิศออกมา
แต่เมื่อใช้พลังสายเืจนถึงขีดสุด ร่างจำแลงของเหล่าสัตว์เทพทั้งห้าที่ปรากฏในครานี้ กลับเด่นชัดกว่าครั้งที่ปะทะกับพวกหม่าฉือเป็อย่างมาก
เมื่อร่างจำแลงสัตว์เทพทั้งห้าปรากฏ แม้จะอยู่ภายใต้ถ้ำแต่ัทมิฬกลับรับรู้ถึงพลังที่อยู่เบื้องบนเป็อย่างดี “นะ…นี่มันวิชาห้าจักรพรรดิสี่ทิศ ของตระกูลหลิน เหตุใดวิชานี้จึงมาปรากฏในดินแดนห่างไกลเช่นนี้ได้”
“ไม่ดีแล้วเ้าเด็กนี่เป็คนของตระกูลหลิน ขืนปล่อยให้เ้านี่รอดไปได้หากตระกูลหลินรู้เื่นี้เข้า ต่อให้ตัวข้าจะสมบูรณ์เต็มที่ก็มิอาจไปต่อกรกับตระกูลนี้ได้”
เวลานี้ัทมิฬที่จำศีลอยู่ในดินแดนถงเทียนนับล้านปีและกำลังว้าวุ่นใจกับตระกูลหลินอยู่นั้น หารู้ไม่ว่าตระกูลหลินที่ตัวมันหวาดกลัวนั้นถูกลบหายไปจาก มหาทวีปฟ้านิรันดร์ไปแล้ว
และคนเบื้องหน้ามันนั้นคือผู้สืบทอดตระกูลหลินเพียงผู้เดียวในปัจจุบัน
แต่ด้วยเหตุผลข้างต้นที่ตัวมันไม่รู้นี่เอง ในความคิดของมันนั้นจึงไม่อาจปล่อยให้ตระกูลหลินรับรู้เื่ที่เกิดขึ้นได้ และมนุษย์เบื้องหน้ามันนั้นจะต้องจบชีวิตลงที่นี่
สิ้นความคิดของัทมิฬ ร่างจำแลงของสัตว์เทพ้าได้มาปรากฏรอบๆตัวของชายหนุ่มล้อมรอบเป็สี่ทิศ พร้อมร่างจำแลงัทองบินวนอยู่เหนือศีรษะชายหนุ่ม
ไม่รอช้าร่างจำแลงทั้งหมดได้พุ่งเข้าใส่ัทมิฬ ยกเว้นเพียงร่างจำแลงัทองที่คอยปกป้องชายหนุ่มอยู่ด้านหลังการต่อสู้
ร่างจำแลงสัตว์เทพทั้งสี่ได้ปลดปล่อยพลังทำลาย ของแต่ละตนออกมา การโจมตีจากสี่ทิศทางนี้ทำให้ัทมิฬผู้าเ็สาหัสเป็ทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับกัดฟันกรอด
“หากพลังของข้าในตอนนี้อยู่ในจุดสูงสุดล่ะก็กับแค่การโจมตีเพียงเท่านี้เหตุใดข้าต้องมาคิดอันใดด้วยเล่า”
ใช่แล้วถึงแม้แรงกดดันของัทมิฬผู้นี้จะมากมายเหลือล้น แต่พลังยุทธ์ปัจจุบันของตัวมันกลับอยู่แค่เพียงระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงเพียงเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ตัวมันจึงได้แต่ใช้ลมปราณและร่างกายของมันรับการโจมตีนี้เอาไว้เท่านั้น
ณ ปากทางเข้าถ้ำ ต้องอยู่ในนี้เป็แน่แท้
“บัดนี้วิชามรรคห้าจักพรรดิสี่ทิศยังสำแดงอยู่ด้วย ไม่ผิดแน่ โฮ่ง”
“นายท่านสุนัขมาแล้วเ้าคนเลี้ยง หาของอร่อยๆมาให้ข้าด้วยล่ะ”
ในตอนนี้สุนัขสีดำทมิฬที่กำลังมีความสุขอยู่ภายในใจได้วิ่งลิ้นห้อยน้ำลายย้อยไปในถ้ำด้วยท่าทีตื่นเต้น
จากผู้เขียน: ตอนนี้เป็ยังไงกั
นบ้างขอรับ มาแชร์ความรู้สึกกันหน่อยนะขอรับ ขอบคุณที่ตามอ่านกันนะขอรับ
ติดตามนิยายเสียงได้ที่ novel time studio