บทที่ 9
ตอน เมืองแตก
เสียงข้างนอกดังโหวกเหวกโวยวาย จนน่าขนลุกซื่อฝานรีบคว้าถุงเงินยัดใส่มือหลิวเหว่ย “เก็บไว้ดีๆอย่าให้หายไม่งั้นข้าฆ่าเ้าแน่”
“ขอรับ!” ชายหนุ่มเก็บถุงเงินไว้กับตัวเป็อย่างดี
“เ้าเก็บของจำเป็หมดแล้วใช่หรือไม่”สีหน้าจริงจังของหญิงชราดูแน่วแน่ขึ้นทุกครั้งที่มีเสียงร้องวิ่งผ่านหน้าจวน
แววตาตื่นตัวของซื่อฝานทำให้หลิวเหว่ยตอบทันควัน “หมดแล้วขอรับ”
ยายแก่เอื้อมตบบ่าแกร่งพร้อมเดินกำลังจะออกประตูทว่านางกลับหยุดชะงักทำเอาหลิวเหว่ยเกือบชนร่างเหี่ยวตรงหน้า
“ท่านลืมอะไรรึ?”
“ใช่ข้าว่าข้าลืม”ว่าแล้วร่างชราพลันหันหลังกลับเข้าห้องหลิวเหว่ยยืนมองนางอยู่ที่ปากประตูอย่างฉงน
คนแก่ลืมประเมินสังขารถึงดวงิญญาจะสาวสะพรั่งแต่กระดูกในร่างกายแทบจะหักเป็สองสามท่อนได้ดันหมอบคานไปใต้เตียงทำเอาหลิวเหว่ยหัวใจจะวายเพราะร่างกายของนางแค่เอานิ้วไปแตะกระดูกก็เหมือนจะร้าวแล้วยิ่งมาคานมุดใต้เตียงให้เห็นอีก
ชายหนุ่มจึงรีบไปยกเตียงขึ้นด้วยมือเดียวทันที
ซื่อฝานมองไปอ้าปากค้างไป “ทำไมไม่บอกข้าั้แ่แรกว่าเ้ายกได้”
หลิวเหว่ยรอให้หญิงชราออกมาก่อนจะวางเตียงลงเช่นเดิมพร้อมเอ่ยต่อปากต่อคำ “แล้วทำไมท่านไม่บอกข้าเล่าว่าจะไปเอาของใต้เตียงแล้วท่านก้มไปเอาอะไร”
หญิงชรากระชับของในมือพลางมองดูของที่ถูกห่อด้วยผ้าหลายชั้นเป็แท่งยาวๆประหนึ่งกระบองอ้วนๆซื่อฝานมองไปก็ขมวดคิ้วไป “ไม่รู้สิ ตามสัญชาตญาณข้ามันบอกว่าให้นำมันมาไว้กับตัวให้เร็วที่สุด
“…”
หลิวเหว่ยมองของในมือหญิงชราก็พอจะคาดเดาได้อยู่ว่าของสิ่งนั้นคือดาบ
“เอาเป็ว่าท่านเก็บมันไว้กับตัวเถิด”
ดาบพวกนี้สังหารกลืนกินิญญามามาก แต่ถึงอย่างไรดาบในมือของยายแก่หรือผู้ที่น่าจะเป็แม่ทัพฝูนั้นก็ไม่น่าจะมีพลังิญญามากถึงขั้นเรียกตามเ้าของได้ทว่าดาบเล่มนี้กลับเรียกได้ก็ต้องเป็ดาบที่สังหารมามากกว่าหมื่นๆปีแล้ว
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองหญิงชราพลันเอ่ยแนะการพกดาบให้นางโดยเฉพาะในสภาพร่างชรานี้ “ข้าว่าท่านนำมันสะพายไว้ที่หลังเถิดอย่าอุ้มกอดมันไว้เช่นนี้เลย”
ว่าแล้วซื่อฝานก็ทำตามคำแนะนำทันใดก่อนเอ่ยบอกชายหนุ่ม
“เราไปกันเถิด”
หลิวเหว่ยพยายามคิดหนักว่าดาบเล่มนั้นที่ถูกห่ออยู่เป็ดาบอะไรกันแน่และไยถึงเรียกหานางได้
เพียงก้าวเท้าออกมานอกประตูความวุ่นวายของผู้คนในเมืองที่กำลังแตกตื่นบ้างก็วิ่งพล่านบ้างก็ใช้เวทเคลื่อนที่หายตัวไปทางประตูทางทิศเหนือกันหมดซื่อฝานพลันเหม่อมองไปทางบ้านข้างๆก่อนเหลือบมองบนต้นไม้ที่ชายชราอย่างเจียงเหอชอบขึ้นไปนั่งทว่าบ้านของเขากลับไร้คนอยู่ ต้นไม้ก็ไม่มีใครมานั่ง
“แสดงว่าเจียงเหอคงหนีไปก่อนแล้วแน่ๆ”หญิงชราถอนหายใจโล่งอกที่คนแก่เช่นเขาหนีเอาตัวรอดได้แล้วแต่อีกใจหนึ่งนางกลับรู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก
หลิวเหว่ยยืนมือจับมือหญิงชราไว้ “เรารีบไปกันเถิดขอรับ”
“อ้อๆ” ซื่อฝานจับมือของอีกฝ่ายไว้แน่นให้ชายหนุ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้าก่อนที่ซื่อฝานจะกระตุกมือหลิวเหว่ยเอ่ยทักขึ้นว่า “ข้าว่าเราไปทางประตูทิศตะวันออกของเมืองจะดีกว่าประตูทิศเหนือเกรงว่าจะไปไม่รอด พวกฏที่ยกทัพมาต้องคาดการณ์ไว้อยู่แล้วแน่ว่าชาวเมืองจะหนีไปทางเหนือเพื่อไปเมืองหลวงแน่”
หลิวเหว่ยพยักหน้าพร้อมพาหญิงชราไปทางประตูทิศตะวันออกผู้คนเริ่มวิ่งหนีตายกันจนทิ้งข้าวทิ้งของพร้อมมีเสียงะโขึ้นมาทันใด
“เมืองแตกแล้ว!!!พวกฏเข้ามาได้แล้ว!!!”
หลิวเหว่ยและซื่อฝานหันไปมองพวกฏควบอาชาง้างดาบใช้พลังปราณฆ่าฟันผู้คนเป็ว่าเล่นหลิวเหว่ยกำชับมือเหี่ยวๆพร้อมเอ่ยเพียงว่า
“ข้าคงต้องล่วงเกินท่านแล้ว”
“หา! ได้เอาเลยจะจับอะไรก็จับ”
ชายหนุ่มใช้มือเดียวที่มีกอดเอวบางร่างแก่ของซื่อฝานก่อนจะหายตัวไปจากทางถนน
เพียงชั่วครู่สั้นๆหลิวเหว่ยได้พายายแก่มาที่หน้าประตูตะวันออกของเมืองได้แล้วมีคนออกทางประตูตะวันออกไม่กี่ครอบครัว "จากนี้เราต้องเดินออกประตูไปข้ามไปก็สามารถพาท่านหายตัวออกไปได้แล้วเพราะประตูพวกนี้มีปราณมารคุ้มกันอยู่ถือว่าเป็ด่านตรวจคนเข้าเมืองออกเมืองไปในตัว"
ซื่อฝานพยักหน้าเข้าใจไม่ได้ถามอะไรให้มากความทำแค่คุยกับตนเองเท่านั้น
"แล้วข้าคาดการณ์ได้ไงกันนะว่ามีประตูด้านนี้ของเมืองด้วย"หญิงชราเกาศีรษะพลางเดินไปพร้อมหลิวเหว่ยเพื่อจะออกจากเมือง
ฟิ้ว!
ลูกธนูพุ่งเฉียดร่างชราไปอย่างไม่ใยดีหลิวเหว่ยรีบดึงร่างชราเข้าหาตัว ศีรษะของซื่อฝานถูกโอบให้แนบอกแกร่งทำเอายายแก่ๆอย่างนางเขินไม่เป็ท่า
คนร่างเล็กถูกบังมิดธนูลูกต่อไปถูกยิงหมายเอาชีวิตคนทั้งสองทว่าดาบไม้พุ่งมาฟันลูกธนูหักเป็สองท่อนทันใด
"เ้าคิดว่ากอดนางแล้วธนูที่มีปราณมารจะยิงทะลุสองคนไม่ได้รึ!?"เจียงเหอพูดไปเหนื่อยไป "อยากตายคู่หรืออย่างไร"
"ไม่ๆข้ายังไม่อยากตายยังไม่ได้ใช้เงินที่หามาเลย" ซื่อฝานชิงตอบทันควันหลิวเหว่ยเลิกคิ้วมองยายแก่พลางยิ้มมุมปาก
ชายชรายิ้มเยาะ "เ้าต้องพูดว่าข้ายังไม่อยากตายเพราะยังไม่ได้ใช้หนี้ให้เจียงเหอ น่าจะถูกว่านะ" เจียงเหอใช้ดาบไม้ในมือปัดลูกธนูที่ยิงมาอีกครั้งก่อนจะหยิบมีดสั้นในแขนเสื้อยื่นให้หลิวเหว่ย "ปามีดสังหารพลธนูให้ข้าที"
หลิวเหว่ยมองซื่อฝานเป็เชิงขออนุญาตซื่อฝานพยักหน้าทันที ก่อนเขาจะปามีดถูกศีรษะพลธนูนายนั้นตายคาที่
"ฝีมือดีนิ"
เจียงเหอเอ่ยชม
ซื่อฝานทำเป็ยืดอกภูมิใจ "ก็ข้าเป็คนฝึกกับมือ"ถึงคำพูดนั้นจะเบาเพียงใด เจียงเหอกลับตอบสนองนางพูดมีนัยยะทันที
"ปรับตัวกับร่างเดิมได้แล้วสินะ"
"ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่า…."ซื่อฝานขมวดคิ้วยื่นหน้าเข้าใกล้ชายชราอย่างไม่ถือตัวทำเอาเจียงเหอรีบหันหนี ทว่าซื่อฝานกลับจับหน้าเขาให้หันมาหาตนเหมือนเดิม
“ระวังตัวไว้ให้ดี…”
เจียงเหอพูดเตือนยังไม่ทันขาดคำชายแก่รีบจับร่างบางหลบคมดาบที่มาโจมตียังไม่ทันตั้งตัวดาบไม้ในมือฟาดข้อมือศัตรูจนดาบเหล็กล่วงลงกับพื้นเจียงเหอพลิกดาบไม้ฟาดไปที่ต้นคอซ้ำอย่างว่องไว
หลิวเหว่ยที่เห็นการต่อสู้เมื่อครู่แทบจะก้าวเท้าไม่ออกชายชราที่ถือดาบไม้สยบทหารฏได้ว่องไวเช่นนั้นแทบไม่มีคนแก่ที่ไหนทำได้ซื่อฝานเองก็มองเจียงเหอตาไม่กระพริบเช่นกัน
พวกฏพร้อมอาวุธตรงมาทางนี้เจียงเหอผ่อนลมหายใจก่อนจะตั้งท่าถือดาบไม้ด้วยสองมือพลางเอ่ยเสียงนิ่งสงบว่า
“พานางหนีไปหลิวเหว่ย”
“ขะ…ขอรับ” ชายหนุ่มรับปากพลางหายใจไม่ทั่วท้องก่อนจะคว้าแขนยายแก่รีบเดินไปทางประตูทิศตะวันออกที่ห่างออกไปไม่ก้าว
ซื่อฝานหันไปมองเ้าหนี้ของตนที่ยามนี้ได้ยืนนิ่งหลับตาในท่าถือดาบไม้ พวกฏวิ่งมาหมายจะสังหารชาวเมืองที่เห็นเหตุการณ์และผู้คนที่กำลังจะออกนอกเมือง
แต่แล้วจู่ๆชายชราที่นิ่งสงบเมื่อครู่กลับฟาดดาบไม้สกัดศัตรูในไม่กี่กระบวนท่าทุกครั้งที่ฟาดดาบไม้เจียงเหอมักจะเล็งไปที่ศีรษะเสมอเพื่อที่จะตีสลบไปในคราวเดียวทุกฝีก้าวของเขาที่ซื่อฝานจับตามองทำให้รู้ว่าชายแก่ผู้นี้หาใช่คนในเผ่ามารทั่วไปด้วยท่าทางการขยับฝีเท้าที่สมดุลกับลำตัวและท่าทางในการฟันดาบอย่างว่องไวนั้นถ้าตนมองไม่ผิดเขาคงเป็มือสังหารเก่าทุกท่วงท่าต้องสยบศัตรูให้ไวที่สุดไม่เช่นนั้นถ้าพวกมันเริ่มใช้ปราณมารคงหมดสิทธิ์
สายตาที่มองเจียงเหอไปวิ่งตามหลิวเหว่ยไปทำให้ซื่อฝานจับจุดของชายชราได้อย่างหนึ่งว่าเขาไร้พลังปราณ
พวกฏกำลังโอบล้อมรุมเจียงเหอซื่อฝานที่เห็นท่าไม่ดีนางกลับสลัดแขนหลุดจากมือหลิวเหว่ยก่อนจะกระชากผ้าที่ห่อดาบที่หลังตนนางจับดาบออกจากฝักท่าทางและกำลังกายเหมือนคนหนุ่มสาวไม่มีผิด
ตัวดาบนั้นงามโค้งเล็กน้อย คมดาบด้านเดียวถูกฟันลงแผ่นหลังของฏผู้หนึ่งอย่างไม่ปรานีทุกการกระทำของตัวเองใช่ว่าซื่อฝานจะไม่รู้สึกตัว ทุกท่วงท่าการฟันดาบรวดเร็วไม่แพ้เจียงเหอเช่นกันไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบอาวุธของศัตรูนางก็ทำได้ว่องไวก่อนจะง้างคมฟันจนอาวุธของศัตรูหักครึ่งพร้อมฟันร่างตรงหน้าตายคาที่เืพุ่งเปรอะเปื้อนร่างชราจนน่ากลัวนางรู้ตัวดีรู้ดีทุกอย่าง…รู้ดีว่าตนต้องปกป้องเขา…ทว่าภายในจิตใจนั้นกลับร้อนรุ่มเพราะโทสะ…โทสะที่พวกมันรุมชายแก่ผู้นั้น
เจียงเหอเห็นที่ซื่อฝานลงมือทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก “ซื่อฝาน” เขาเรียกนางด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยหญิงชราหันไปหาเขาทันที “ซื่อฝาน…เ้าต้องไป…เชื่อข้านะ”ว่าแล้วก็เอื้อมฝ่ามือลูบใบหน้านั้นอย่างอ่อนโยน “ข้าจะไม่เป็ไร…แต่เ้าต้องไป ถ้าเป็ไปได้อย่าใช้ดาบนั้นอีกทางที่ดีเ้าใช้ดาบไม้สิ…เพราะทุกคนทั่วพิภพจะได้ไม่รู้ว่าเ้ายังไม่ตาย…ซ่อนตัวไว้ดีที่สุด”
“ทำไมกัน” นางเอ่ยอย่างอ่อนล้า น้ำตาเอ่อคลอเหมือนเสียใจที่ไม่อาจทำหน้าที่ของตน
“ไม่ทำไมหรอก” เจียงเหอรีบบอกปัดพร้อมหลบสายตาเศร้าของนางทันทีก่อนจะหันไปหาหลิวเหว่ย “พานางไปเดี๋ยวนี้!ถ้านางเป็อะไรขึ้นมาข้าจะฆ่าเ้า! ไป!”
วาจาดุดันทำให้หลิวเหว่ยรับปากทันทีพร้อมพายายแก่วิ่งไปพร้อมกัน
ซื่อฝานหันไปมองเจียงเหออีกครั้งเขาพูดออกปากโดยไร้เสียงว่า “ข้าจะตามหาเ้าเอง”
สิ้นสุดคำพูดชายชราก็หันหลังฟาดดาบไม้สกัดทหารฏอย่างว่องไว ทุกท่วงท่าเหมือนไม่เหน็ดเหนื่อยถึงแม้จะถูกฟันบางส่วนบนร่างกายก็ตาม
หลังจากลงมาจาก์ก็ยากเย็นพอตัวหนำซ้ำยังต้องเดินเท้าถามผู้คนในเผ่ามารว่าเ้าของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่ใด
เจินิ่ถามเช่นนั้นไปเจ็ดแปดวันได้จนพบกับประตูทิศเหนือของเมืองเจินชิวแค่ยืนอยู่หน้าประตูเมืองก็สร้างความหวั่นวิตกให้เทพชะตาแล้วศพชาวเมืองนอนตายเกลื่อนอาบไปด้วยเื บางศพก็เกิดกลิ่นเน่ามีหนอนมาชอนไชทำเอาเทพชะตาเจินิ่ต้องเดินเขย่งเท้าเข้าเมือง
เมื่อมาเยือนถึงภายในเมืองเจินิ่แทบก้าวเท้าไม่ออก เพราะไม่ได้มีเพียงแค่ศพชาวเมือง แต่มีศพของพวกฏด้วยทุกศพส่วนใหญ่ล้วนช้ำในตายทั้งสิ้น
ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดฝีเท้ากระทันหันพร้อมมองไปยังชายแก่ผู้หนึ่งที่นั่งเฝ้าศพคนสุดท้ายที่ตนลงมือทีแรกเจียงเหอตั้งใจจะทำให้สลบแต่ลงมือหนักไป
เจินิ่ขยี้ตามองตรงไปอีกครั้งสองสายตาสบผสานขนหลังคอลุกชันแทบอ้าปากไม่ออก ลมหายใจของเจินิ่ปั่นป่วนยิ่ง
“อะไรที่ทำให้ชายแก่อย่างท่านเดือดดาลได้ถึงขนาดนี้”
เจินิ่พยายามรวบรวมความกล้าถามเสียงสั่น
ชายชราเลิกคิ้วยิ้มมุมปากพร้อมสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนจะเอ่ยเสียงนิ่งสงบแต่แฝงเป็ด้วยความกวนประสาท
“ไม่ใช่อะไรแต่เป็ใครต่างหาก”
“…”
“ไม่มีใครทำให้ข้าเดือดดาลสู้ตายได้นอกจากคนของข้าอีกแล้วเจินิ่”
เจินิ่เบิกตากว้างเข่าทรุดลงทันที "ท่านยังอยู่…งั้นนาง..."
"ข้าอยู่ตลอดนั้นแหละส่วนนางก็ยังอยู่..."
ชายแก่ตอบอย่างเฉยชาพลางสังเกตคนตรงหน้าที่ห่างไปไม่ไกลสีหน้าเจินิ่หลังจากตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนมีลับลมคมในเจียงเหอวางดาบไม้บนหน้าขาก่อนจะเอามือเท้าคางจ้องเจินิ่ตรงๆ
"เ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือไม่"
เทพชะตาหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อครู่มาถึงประตูเมืองก็รู้สึกเสี่ยวหลังคอเป็พักๆหนำซ้ำยังได้ยินเสียงดาบแหวกอากาศเสียงพวกนั้นทำให้ผู้คนมากมายต่างเผ่าได้รับรู้แล้วว่าแม่ทัพคนสำคัญของเผ่า์ยังอยู่โดยเฉพาะเผ่า์ที่ยามนี้ต่อให้ต้องนั่งฟังธรรมกลับต้องหยุดชะงักฟังเสียงดาบที่มาตามสายลมแทน
"ไม่ ไม่มีขอรับ"เจินิ่ตอบเหมือนคนที่จิติญญาหลุดลอยก็ไม่ปาน "แล้ว….นาง...อยู่ไหนหรือขอรับ"
"ข้าไม่รู้"เจียงเหอทำหน้ามุ่ยตอบตามจริงก่อนจะทำหน้าจริงจังจ้องเจินิ่ไม่วางตา "และยังมีอีกอย่างที่ข้าไม่รู้คือ...ดวงจิติญญาของนางกลับอยู่ในภพนี้ได้อย่างไร"
เจินิ่หลบสายตาพิฆาตนั้นอย่างลืมตัว
"เ้าหลบตาข้า"
เจียงเหอทักสร้างแรงกดดันให้เจินิ่ไม่น้อย "..."
"ช่างเถิด"เจียงเหอตัดบทปล่อยเทพตรงหน้าอย่างหมดอารมณ์ "สักวันข้าจะงัดปากเ้าให้คลายความลับในหัวเ้าเองไปเถิด...พวกทหารทัพมารกำลังมาแล้ว"
"ขอรับ"
ชายชราและเจินิ่ต่างแยกย้ายไปคนละทิศคนละทางเหลือไว้เพียงศพพวกฏและศพชาวเมือง
สี่เท้าอาชาศึกหยุดนิ่งหน้าประตูบ้านเก่าหลังหนึ่ง
“ท่านแม่ทัพหานขอรับ”นายทหารรีบวิ่งมารายงาน “ไม่พบเจอศพหญิงชราที่ท่านว่ามาเลยขอรับ”
“ท่านแม่ทัพ! ทางนี้ก็ไม่เจอชายแขนเดียวขอรับ”
หานอิงหลิวพยักหน้ารับรู้พร้อมลงจากหลังม้าก่อนจะเอื้อมมือดันประตูเข้าไปข้างในเขาจากไปได้ไม่กี่วันกลับมาตอนนี้ก็เหลือบ้านไม้เก่าๆผุพัง ไร้คนคอยสอนเสียแล้ว
นายทหารยืนนิ่งมองคนที่เข้าไปข้างในก่อนพูดกระซิบกันว่า “เมื่อครู่ระหว่างทางมาเ้ารู้สึกขนลุกหลังคอหรือไม่”นายทหารอีกคนพยักหน้าเห็นด้วยทันทีพร้อมพูดเสริมอีกว่า
“อย่าว่าแต่ขนลุกเลยข้ายังได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ที่ดังมาตามลม”
“เสียงเพลงดาบพิฆาต”
หานอิงหลิวตอบ
“เพลงดาบพิฆาต…มีเพียงคนเดียวที่ใช่กระบวนท่านี้…แม่ทัพฝู…”ทหารอีกนายแทบอยากจะเย็บปิดปากสหายข้างๆให้รู้แล้วรู้รอด
หานอิงหลิวยืนนิ่งก่อนเอ่ยปากสั่งการทันที “พวกเ้าแบ่งกองกำลังไปตามหาตัวแม่ทัพฝูจำไว้ว่าต้องจับเป็เท่านั้น”
ในเมื่อฏบุกมาตีเมืองถึงที่แล้วผู้อื่นนอกเมืองจะได้ยินเสียงเพลงดาบพิฆาตหรือไม่ก็ไม่แปลกไม่แน่นางอาจจะเป็คนนำทัพและอาจจะถูกคนปริศนาตีทัพแตกท่านแม่ทัพหนุ่มเดินออกมาข้างนอกพร้อมศพไร้เืบางศพเพื่อตรวจดู
…ดูเหมือนจะเป็คนปริศนาไร้ปราณมารหรือปราณเซียนเสียด้วยรอยช้ำของแต่ละศพก็มาจากคนคนเดียวกันชัดๆ ทั้งน้ำหนักการลงอาวุธและ…ตำแหน่งของร่างกายที่ถูกตี…ฟาดฟันคนทำเป็ใครกันแน่นะ…
“ท่านแม่ทัพท่านจะกลับเมืองหลวงหรือไม่ขอรับ”
หานอิงหลิวเงยหน้าขึ้นจากศพพลางตอบตามจริงที่ใจคิด
“ไม่…ข้าจะไปตามหาคนแก่”