ตอน ตำแหน่งเลขาฝึกหัด
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องกระทบคอนโดมิเนียมย่านชานเมือง แหม่มหญิงสาววัย 26 ปี ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่พลางจัดระเบียบชุดทำงานใหม่ที่เธอเพิ่งถอยมาเพื่อการเริ่มต้นครั้งสำคัญในวันนี้
แหม่มเป็เ้าของรูปร่างที่พระเ้าช่างลำเอียงประทานมาให้ ส่วนสูง 165 เิเที่ดูโปร่งระหง มีเรียวขาขาวเนียนและยาวสวย ผิวพรรณของเธอขาวจัดจนเห็นเส้นเืฝาดสีชมพูจางๆ ยามต้องแสงแดด
ชุดที่เธอเลือกใส่ในวันแรกของการเป็เลขานุการฝึกหัด คือชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาเข้ม ตัวเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในเป็ผ้าไหมเนื้อบางที่ขับเน้นหน้าอกอวบอัดขนาดคัพ D ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทให้ดูเด่นชัดขึ้นทุกครั้งที่เธอหายใจเข้าออก สะโพกที่ผายกว้างตามธรรมชาติถูกโอบรัดด้วยกระโปรงทรงสอบสั้นเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย ทำให้ทุกย่างก้าวของเธอดูเย้ายวนใจโดยไม่ได้ตั้งใจ
"วันนี้สวยจังเลยนะแหม่ม" เจมส์ ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง เขาคือแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึง 5 ปี ทั้งคู่รักกันมากและวางแผนจะแต่งงานกันในปีหน้า
เช่นนั้นแแหม่มจึงดิ้นรนหารายได้เพิ่ม เงินเดือนเก่าของเธอในฐานะพนักงานขายอยู่ที่ 22,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างครอบครัวในฝัน แต่ที่ทำงานใหม่แห่งนี้เสนอให้เธอถึง 40,000 บาท หากผ่าน่ทดลองงาน
"ขอบคุณค่ะเจมส์ แหม่มตื่นเต้นจัง ไม่รู้ว่าตำแหน่งเลขานุการท่านประธานจะยากแค่ไหน"
แหม่มหันมาหอมแก้มแฟนหนุ่มเบาๆ
"แหม่มเก่งอยู่แล้วครับ สู้ๆ เพื่ออนาคตของเรานะ" เจมส์ยิ้มอย่างอบอุ่น เขาไม่ได้เฉลียวใจเลยว่ากรงทองที่แฟนสาวกำลังจะก้าวเข้าไปนั้น เต็มไปด้วยเสือสิงห์ที่จ้องจะขย้ำเหยื่ออันโอชะอย่างเธอ
ณ. บริษัท ชัยบัญชา คอร์ปอเรชัน
ตึกสูงระฟ้าใจกลางสุขุมวิทคือที่ตั้งของอาณาจักรของท่านประธานชัยบัญชา ชายวัย 50 ปีที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แหม่มก้าวเข้าไปในออฟฟิศที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อนและกระจกเงา พนักงานสาวๆ หลายคนลอบมองเธอด้วยสายตาที่ปนไปด้วยความริษยา เพราะความสวยที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตาใคร
เธอถูกพามายังห้องทำงานชั้นบนสุด ซึ่งเป็เขตหวงห้ามสำหรับพนักงานทั่วไป เมื่อบานประตูไม้สักแกะสลักเปิดออก เธอพบกับชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ผมสีดอกเลาที่จัดทรงอย่างเนี้ยบ และดวงตาที่คมกริบดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเธออย่างไม่วางตา
"สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉันชื่อ อลิสา หรือชื่อเล่นแหม่มค่ะ วันนี้เลขานุการฝึกหัดคนใหม่ของท่านค่ะ" แหม่มพยายามข่มเสียงที่สั่นพร่าพลางยกมือไหว้
คุณชัยบัญชาไม่ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอ แต่กลับกวาดมองลงมาที่หน้าอกอวบอัดที่กระเพื่อมไหวเบาๆ และสะโพกผายที่รัดแน่นอยู่ในกระโปรงทรงสอบ เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากอย่างลืมตัว
"เชิญนั่งสิคุณแหม่ม มาเริ่มงานวันแรก แต่ผมก็ดันมีงานด่วนให้ทำเลยนะเนี่ย"
เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย
"่บ่ายนี้ผมมีนัดคุยกับลูกค้าที่ร้านอาหารกึ่งคลับส่วนตัว คุณต้องไปกับผมด้วย เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ"
"ค่ะท่านประธาน"
แหม่มรับคำอย่างแข็งขัน เธอตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเองให้ผ่านทดลองงานโดยเร็วที่สุด โดยหารู้ไม่ว่างานที่ท่านประธานเตรียมไว้ให้นั้น อาจจะไม่ใช่แค่การจดบันทึกการประชุมหรือการนัดพบปะลูกค้าธรรมดา
ใน่พักเที่ยง
แหม่มกำลังศึกษารายละเอียดของบริษัทและหน้าที่งานเลขาที่คนเก่าทิ้งไว้ให้อยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าห้องท่านประธาน จู่ๆชายหนุ่มรูปงามในชุดสูททันสมัยก็เดินเข้ามาหาเขาคือ ชิน ลูกชายคนเดียวของท่านประธานที่เพิ่งจบจากต่างประเทศและรั้งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด
"สวัสดีครับ เลขาคนใหม่เหรอครับเนี่ย สวยกว่าที่คุณพ่อบอกไว้เยอะเลย"
ชินวางแก้วกาแฟแบรนด์หรูลงบนโต๊ะของเธอพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"เอ่อ! ขอบคุณค่ะ คุณชินใช่ไหมคะ" แหม่มรีบลุกขึ้นทักทาย
"เรียกชินเฉยๆ ก็ได้ครับพี่แหม่ม กาแฟนี่ผมซื้อมาฝาก เห็นว่าทำงานหนักั้แ่วันแรก"
"อ้อ! เย็นนี้ถ้าคุณพ่อปล่อยตัวเร็ว ผมอยากชวนไปทานข้าวข้างนอกจัง"
"คงไม่ได้หรอกค่ะคุณชิน พอดีแหม่มมีแฟนแล้วค่ะ และต้องรีบกลับไปหาเขา"
แหม่มตอบอย่างสุภาพแต่ชัดเจน
ชินไม่สะทกสะท้าน เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าแทบจะชนกับหน้าผากขาวเหม่งของเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกแหม่มจนเธอจะดุ้ง
"มีแฟนแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะทานข้าวกับคนอื่นไม่ได้นี่ครับ ผมแค่ไม่อยากให้คนสวยๆอย่างพี่ต้องเหนื่อยเกินไปกับคุณพ่อ"
เขาจ้องมองลงไปที่ร่องอกขาวนวลของแหม่มที่เปิดกว้างเล็กน้อยยามที่เธอโน้มตัวลงจัดเอกสาร ก่อนจะยักคิ้วให้แล้วเดินจากไป ทิ้งให้แหม่มยืนประหม่ากับท่าทีคุกคามที่ดูขี้เล่นและเ้าชู้
ก่อนที่พายุจะเริ่มก่อตัวในตอนบ่าย ประตูลิฟต์ผู้บริหารก็เปิดออกอีกครั้ง ปรากฏร่างของสตรีวัย 40 ปีต้นๆ ที่ดูสง่างามแต่แฝงไปด้วยความบ้าอำนาจ
หล่อนคือคุณเสาวณี ภรรยาของท่านประธานนั่นเอง หล่อนก้าวเข้ามาในสำนักงานด้วยรองเท้าส้นสูงราคาแพงที่ส่งเสียงดังกระทบพื้นหินอ่อนจนพนักงานทุกคนต้องก้มหน้า
เสาวณีหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของแหม่ม หล่อนกวาดสายตามองแหม่มั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เ็าและรังเกียจ
"นี่น่ะเหรอ เลขาคนใหม่ที่คุณบัญชาเลือกมาเอง" เสาวณีเค้นเสียง
"สวยดีนี่ แต่อย่าลืมล่ะว่ามาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่มาอ่อยผัวหรือลูกชายคนอื่น ถ้าฉันเห็นอะไรไม่เข้าท่าเพียงแค่นิดเดียว เธอจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้แน่!"
แหม่มหน้าซีดเผือด เธอรู้สึกได้ทันทีว่าชีวิตเลขานุการที่นี่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไหนจะความกดดันจากงาน ไหนจะความกดดันจากภรรยาท่านประธาน และความเ้าเล่ห์ของลูกชาย ที่น่ากลัวที่สุดก็คือแววตาหื่นกระหายของตัวท่านประธานเอง