ครืน ครืน...
ผืนแผ่นดินยังคงสั่นะเืไร้ท่าทีว่าจะหยุดชายชราในชุดขาวที่นั่งขัดสมาธิบนหินขนาดมหึมากำลังปล่อยจิตทั้งหมดวางไว้ในกระดานหมากรุกครั้นเห็นเขาโบกมือ ทันใดนั้นหินมหึมาพลันเคลื่อนที่ไปในแนวราบ
ตึง ตึง...
ครั้นเสียงกลองรบตีระรัว จิติญญาแห่งการรบพลันปรากฏออกมา
หินมหึมาแปรสภาพกลายเป็กองทัพทหารและม้าจำนวนมากที่แผ่กลิ่นอายจิตสังหารเข้มข้นออกมาการเคลื่อนไหวของหินมหึมาทุกก้อนมักจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปทั้งกระดานหมาก
ชายชราในชุดขาวสีหน้าราบเรียบแววตาแข็งกร้าวจดจ้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่างๆในกระดานหมากรุกอย่างไม่ละสายตาแม้กระดานหมากรุกจะถูกควบคุมโดยเขา ทว่านี่คือการใช้ลายเวทย์แปรหมากรุกแล้วเล่นเกมหมากรุกกับ์ดังนั้นเนิ่นนานชายชราถึงจะโบกมือขึ้นคราหนึ่ง
หลินโม่ที่ยืนอยู่ใจกลางกระดานหมากรุกเหม่อมองกระดานหมากรุกโดยไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าเพราะอะไร ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ยิ่งนานเข้าก็ยิ่งรุนแรง
ทันใดนั้น หินขนาดมหึมาก้อนหนึ่งเคลื่อนที่ขึ้นมา
กระทั่งหินมหึมาขยับเข้ามาใกล้ หลินโม่ถึงได้ไหวตัวขึ้นเมื่อััได้ถึงแรงอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกจากหินมหึมานี้ หากถูกชนเข้าล่ะก็กระดูกคงแหลกไปทั้งร่างเป็แน่ยามนั้นก็ไม่มีเวลาสนใจเื่อื่นแล้วจึงเร่งฝีเท้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วชั่วพริบตาที่หินมหึมากำลังจะชนเข้า หลินโม่ก็เคลื่อนหลบได้อย่างหวุดหวิด
หลินโม่ที่เพิ่งตั้งหลักยืนพลันชะงักลงพลังไร้รูปร่างบางอย่างตรึงเขาเอาไว้ พลางพาเขาเคลื่อนไปยังบางตำแหน่งบนกระดานในชั่วขณะนั้น กลิ่นอายจิตสังหารในกระดานหมากรุกพลันเปลี่ยนไปพุ่งกดทับร่างของหลินโม่ในทันที
ชายชราชุดขาวที่กำลังจดจ่อกับการควบคุมกระดานพลันตระหนักได้ถึงหลินโม่ที่พลัดหลงเข้าไปในกระดานนี้สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนไปอย่างคุมไม่อยู่
ตัวหมากบนกระดานที่เดิมทียังคงที่ ขณะนี้ได้มีหลินโม่พลัดเข้ามา ไม่เพียงทำลายตำแหน่งการจัดวางตัวหมากเดิมให้วุ่นขึ้นแต่ยังเพิ่มตัวแปรที่ไม่รู้จักขึ้นอีกด้วย หากเป็หมากรุกธรรมดาก็แล้วกันไปทว่านี่คือลายเวทย์กระดานหมากรุกที่แฝงด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ไม่ต้องพูดถึงหลินโม่ต่อให้เป็ชายชราชุดขาวที่หลงเข้าไปในกระดานหมากที่จัดไว้นั้นต่างก็ตกอยู่ในอันตรายได้หากไม่ระวังตัว
“ศิษย์สาขาเทียนซิง...” ชายชราชุดขาวสังเกตเห็นชุดบนร่างของหลินโม่พริบตาจึงตระหนักได้ว่าตนประมาทไปพลันรีบะโบอก “เ้าห้ามบุ่มบ่ามเด็ดขาดยืนอยู่กับที่ซะ”
พลังอำนาจของลายเวทย์กระดานหมากรุกนั้นน่าสะพรึงกลัวอยู่แล้วและเป็เพราะกังวลที่มีคนพลัดเข้ามาเฟิงเทียนสิงจึงรีบวิ่งไปยังพื้นที่ที่พอเข้าถึงตัวเ้าหนุ่มนี่ได้เพื่อจัดลายเวทย์กระดานหมากรุกการเล่นเกมกับ์จึงเสมือนศึกษาการเปลี่ยนแปลงของลายเวทย์
เดิมคิดว่าคงไม่มีผู้ใดมาที่นี่ ทว่าสุดท้ายเพราะความสะเพร่าจึงทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งต้องติดอยู่ในกระดานหมากรุก
ครั้นได้ยินเสียงะโดังขึ้น หลินโม่ที่กำลังจะก้าวไปพลันหยุดชะงัก
“อย่าขยับ! อย่าขยับเด็ดขาด!”
เฟิงเทียนสิงท่าทางเคร่งขรึม จดจ้องลายเวทย์กระดานหมากรุกอย่างไม่ละสายตาเพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง
การพลัดเข้ามาของหลินโม่ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงลึกลับที่มิอาจคาดเดาได้ แม้ว่าจะเป็ลายเวทย์กระดานหมากที่เฟิงเทียนสิงศึกษามานานหลายปีครานี้กลับััได้ถึงความกดดันที่ไม่เคยมีมาก่อน การเปลี่ยนแปลงของกระดานหมากนี้เกินขอบเขตที่เขาควบคุมไว้ได้ไปแล้ว
ครั้นเฝ้าดูเนิ่นนาน เฟิงเทียงสิงจึงปริปากเอ่ยขึ้น “ไปข้างหน้าหนึ่งก้าว อย่าเดินไปมากกว่านี้”
เมื่อได้ยิน หลินโม่จึงก้าวขึ้นไปหนึ่งก้าว
ในชั่วขณะนั้น หินขนาดมหึมารอบกายก็เริ่มเคลื่อนที่ขึ้นความเร็วเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เสียงกระแสอากาศที่ถูกแหวกฉีกจากกันดังขึ้นไม่ขาดสายการเปลี่ยนแปลงของลายเวทย์กระดานหมากวุ่นวายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“อย่าเพิ่งขยับ ยืนไปก่อน” เฟิงเทียนสิงเอ่ยจบจึงเฝ้าสังเกตกระดานหมากรุกต่อไป
ผ่านไปเนิ่นนานเฟิงเทียนสิงจึงให้หลินโม่เคลื่อนไปฝั่งซ้ายหนึ่งก้าวหินมหึมาพลันเคลื่อนตัวอีกครั้ง กระแสอากาศโดยรอบเริ่มส่งเสียงหวีดแหลมขึ้นอีกคราราวกับกลายเป็อาวุธมากมายนับไม่ถ้วนอย่างไรอย่างนั้น
ก้าวต่อก้าว การเปลี่ยนแปลงบนกระดานหมากยิ่งมากขึ้นสีหน้าของเฟิงเทียนสิงค่อยๆ ซีดเผือด เม็ดเหงื่อไหลออกจากขมับ ครั้นถึงก้าวที่แปดใบหน้าของเขาพลันแดงก่ำ ลมหายใจก็เริ่มถี่ขึ้นด้วยความกังวล
ลายเวทย์กระดานหมากรุกดูคล้ายสงบนิ่ง ทว่ากลับแฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิตหากก้าวผิดเพียงครั้ง จะไม่มีทางฟื้นคืนได้ตลอดกาล
เวลาทุกวิทุกนาทีผ่านไป เฟิงเทียนสิงยังไม่ปริปากแม้แต่น้อยอีกทั้งตัวเขาในยามนี้เหงื่อท่วมไปทั้งกายแล้วครั้นกลับมามองหลินโม่ที่อยู่กลางสนาม สีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิมแท้จริงแล้วเขาเป็เพียงตัวหมากมิใช่ผู้เล่น ไม่เหมือนเฟิงเทียนสิงที่ต้องแบกรับความกดดันอันน่าหวาดกลัวของลายเวทย์กระดานหมากรุกเอาไว้
เมื่อจ้องลายเวทย์กระดานหมากสีหน้าของเฟิงเทียนสิงแปรเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาไม่ได้ การก้าวเมื่อครู่ได้ทำให้ตัวหมากตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตายไปแล้วเหมือนกับยืนอยู่ปากหน้าผา ด้านหลังตามติดมาด้วยกองทัพทหารมหาศาลไม่ว่าหน้าหรือหลังต่างไร้หนทางไปต่อ
สถานการณ์เช่นนี้มีเพียงทางเดียวคือต้องทิ้งตัวหมากเท่านั้นจึงจะไปต่อได้
หากทิ้งหมากไป เด็กหนุ่มในลายเวทย์กระดานหมากจะต้องตายอย่างแน่นอนหน้าของเฟิงเทียนสิงตึงแน่นเสียแทบเป็ก้อน ในใจพลางคิดหาวิธีต่างๆในการเดินหมากที่จะสามารถช่วยชีวิตเด็กหนุ่ม ทว่าแม้จะคิดจนสุดทุกวิธีแล้วแต่ก็ไร้ซึ่งหนทางช่วยไว้ได้
หรือว่านี่จะเป็ชะตาของเด็กหนุ่มนั่น...
เฟิงเทียนสิงถอนหายใจอย่างหมดปัญญา
“ตาแก่ท่านยังไหวอยู่หรือเปล่า?”
หลินโม่ะโเสียงดัง การพูดแสดงถึงความโมโหขึ้นมาบ้างแล้วนี่ก็น่าแปลกเช่นกัน เดิมทีเขาเฝ้าสังเกตกระดานหมากอยู่ด้านนอก จู่ๆกลับถูกชายชราชุดขาวลากเข้าสู่กระดานหมากรุกเสียได้ไม่ต้องพูดว่ากลายเป็เพียงตัวหมากหากแต่ชายชราชุดขาวนี่ยังเดินหมากมั่วซั่วไปทั่ว ยามนี้ดีขึ้นแล้วเพราะเขาได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางฟื้นคืนได้เรียบร้อยแล้ว!
“เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ? ตาแก่?” เฟิงเทียนสิงตกตะลึงเดิมที่ใจร้อนอยู่แล้วนั้น ชั่วพริบตาที่ถูกหลินโม่พูดคำนี้ใส่ก็พลันยั่วโทสะของเขาขึ้น“เ้าเด็กนี่ วาจาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหากข้าไม่ไหวเ้าคงตายไปนานแล้ว”
ฝีมือในด้านอื่นของเฟิงเทียนสิงยอมรับว่าธรรมดาทว่าฝีมือในศาสตร์วิชาเวทย์โบราณนั้น เมื่ออยู่ในดินแดนใต้อันกว้างใหญ่แล้ว มีเพียงน้อยคนนักที่สามารถเทียบเทียมกับเขาได้
“หากท่านไหวจริงๆ แล้วสถานการณ์จะย่ำแย่ลงถึงเพียงนี้หรือ?” หลินโม่ก็ถูกยั่วโทสะขึ้นเช่นกันจึงพูดย้อนเสียดสีกลับอย่างอดไม่ได้
“เ้า...”
เฟิงเทียนสิงพลันหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งหลินโม่ได้เพราะนี่คือความจริง เพียงแต่เขาเป็ถึงผู้าุโคนหนึ่งกลับถูกเ้าเด็กรุ่นหลังมาบอกสอนจึงเก็บสีหน้าไว้ไม่ได้จริงๆ
“หึ! เ้าหลงเข้ามาในลายเวทย์กระดานหมากเดิมก็คงตายไปอย่างไม่ต้องสงสัย ข้าเห็นใจช่วยเ้าแต่เ้ากลับไม่รู้จักความหวังดีในเมื่อคิดว่าข้าไม่ไหว เช่นนั้นหากเ้าไหวก็ฟื้นฟูพลิกสถานการณ์ขึ้นมาสิ” เฟิงเทียนสิงหน้าตาถมึงทึงเอ่ยขึ้น
หลินโม่ไม่ต่อเถียงกับเฟิงเทียนสิงอีกต่อไป กลับเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงก้าวเท้าไปทางซ้าย
ครั้นสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของหลินโม่ สีหน้าของเฟิงเทียนสิงจึงค่อยๆเปลี่ยนไป รู้สึกเสียใจภายหลังอยู่ลึกๆ ที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบก็เท่านั้นหากหลินโม่ยอมให้เขาสักน้อยเขาก็คงหาที่ลงได้เมื่อถึงเวลาก็ค่อยคิดหาวิธีอื่นมาช่วยหลินโม่ให้ออกจากลายเวทย์กระดานหมากนี้ได้จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเ้าหนุ่มคนนี้จะนิสัยดื้อรั้นถึงเพียงนี้
“เ้าเด็กหยุดก่อน!” เฟิงเทียนสิงขบฟันตัดสินใจะโขึ้นก้าวนี้ของหลินโม่คือก้าวที่อันตรายที่สุดของทั้งลายเวทย์กระดานหมากนี้หากก้าวเข้าไป แม้แต่เทพชุบชีวิตโบราณก็ไร้ซึ่งทางช่วยหลินโม่ได้
ปัง...
เท้าขวาของหลินโม่เหยียบลงอย่างมั่นคง
โครม!
ลายเวทย์กระดานหมากรุกพลันพรั่งพรูพลังขึ้นอย่างบ้าคลั่งเสียงพายุสายฟ้าคะนองดังอึกทึกไปทั่วอย่างไม่มีที่สิ้นสุดพลังที่แฝงอยู่ในกระดานหมากรุกพวยพุ่งปลดปล่อยออกมาจนสิ้นภายใต้แรงกดดันของจิตสังหารอันแรงกล้าที่ไร้ขอบเขตพลังพลันม้วนเกลียวเป็คลื่นพุ่งมายังหลินโม่
สิ้นแล้ว...
จิตใจของเฟิงเทียนสิงเต็มไปด้วยความเ็ปและจนปัญญาเ้าหนุ่มนี้บุ่มบ่ามเกินไปแล้ว ยามนี้นึกอยากแลกชีวิตก็ไม่ทันเสียแล้วต่อให้เฟิงเทียนสิงจะอยู่ในลายเวทย์กระดานหมากรุกและมีฝีมือระดับสูงก็ตามแต่การเดินเกมก้าวนี้จนถึงตอนนี้ได้เกินขอบเขตในการควบคุมของเขาไปหมดสิ้นแล้ว
ครั้นเห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของลายเวทย์กระดานหมากรุกสลายลงเฟิงเทียนสิงถอนหายใจด้วยความอึดอัดต่อกันอยู่เช่นนั้นเวลานี้ไร้ซึ่งแรงในการพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้แล้ว แววตาไร้ความรู้สึกปราดมองไปพริบตาดวงตาของเฟิงเทียนสิงพลันเบิกโตขึ้น อ้าปากกว้างค้างไว้อย่างลืมตัวร่างกายพลันสั่นเทาขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้...