บทที่24
ข่าวโรคระบาด
ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาดถูกแพร่กระจายออกไปโดยคุณชายตระกูลเว่ยเป็คนที่ส่งข่าวเกี่ยวกับเื่นี้เว่ยเจ๋อจงผู้ที่ดูแลเกี่ยวกับตระกูลและการค้าขายของตระกูลทั้งหมดบิดาของเขาจากไปเมื่อประมาณห้าปีก่อนหลังจากนั้นเขาก็สืบทอดทุกอย่างแทนผู้เป็บิดา
คุณชายเว่ยเป็คนที่มีชื่อเสียงเป็อย่างมากบริเวณทางแถบฝั่งทิศบูรพาของดินแดนแห่งนี้
เขาเป็พ่อค้าที่ซื่อตรงแถมยังมีความสามารถเทียบกันแล้วถ้าลองเทียบกับตระกูลโจวตระกูลโจวก็คงไปเหมือนกับผู้ที่ทำการค้าขายด้วยเล่ห์กลอุบายมากมายส่วนตระกูลเว่ยเป็ผู้ที่ทำการค้าขายอย่างซื่อตรงและเป็ที่เคารพแก่ผู้คน
เพราะแบบนั้นในครั้งนี้หลังจากที่ปล่อยข่าวเกี่ยวกับเื่นี้ออกมาทำให้ผู้คนเป็จำนวนมากต่างพากันตื่นตระหนกใ
แน่นอนว่ามีบางคนถึงกับยอมอพยพหนีไปอยู่ที่เมืองอื่นเลยทีเดียวกระนั้นสถานการณ์ที่วุ่นวายมันก็เป็สิ่งที่มีผลกระทบไปถึงการค้าขายด้วยเช่นเดียวกัน
การค้าขายภายในเมืองแห่งนี้ดูเหมือนว่าจะมีอัตราพวกที่เดินทางเข้ามาภายในเมืองน้อยมากขึ้นประมาณสามส่วน
โดยปรกติทั่วไปภายในเมืองแห่งนี้มีผู้คนเดินทางเข้ามามากกว่าพันคนในทุกๆวันโดยผู้คนจำนวนมากมายเช่นนั้นที่เดินทางเข้าออกล้วนแล้วแต่เป็พ่อค้าที่เดินทางมาซื้อขาย
นับจากที่ตระกูลเว่ยไข่ขาวออกมามันทำให้ผู้คนที่เดินทางเข้าออกเมืองแห่งนี้น้อยมากขึ้นคนที่มีเงินอยู่ภายในมือจำนวนนึงก็ได้หอบเงินนั้นอพยพหนีไปอยู่ที่เมืองหลวงเป็การชั่วคราวด้วยเช่นเดียวกัน
พวกนั้นย่อมอยากจะรักษาชีวิตของตนเองเมื่อได้ยินว่าจะมีโรคระบาดเมื่อตนเองมีเงินอยู่ภายในมือจำนวนหนึ่งนี่หรือว่าจะไม่ไปพวกมันก็เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นเพื่อที่จะอพยพหนีภัยไปอยู่ชั่วคราวรอให้ข่าวโรคระบาดสงบลงก็จะเดินทางกลับมา
เพราะเช่นนี้เกี่ยวกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมามันก็เป็สิ่งที่ทำให้ภายในเมืองนี้ได้ผลกระทบเกี่ยวกับการค้าขายด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ว่าจะเป็ส่วนเล็กๆก็ตามแต่สำหรับพวกที่ได้เงินกับการค้าขายเป็จำนวนมากในแต่ละวันตัวเล็กๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็กำไรก้อนโตของพวกมัน
อย่างเช่นตระกูลโจว
..
ยามแสงแดดส่องผ่าน้าลงมาด้านล่างอากาศใน่เกือบจะยามกลางปีถือว่ามีโอกาสดีเป็อย่างมากด้วยอากาศเช่นนี้มันไม่สามารถดับเพลิงแห่งโทสะภายในจิตใจที่กำลังลุกไหม้ได้
ณ จวนตระกูลโจว
พื้นที่กว้างใหญ่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็ที่ดินบริเวณใจกลางเมืองมีพื้นที่อยู่ในที่ดินหลายหมู่ก่อสร้างกายเป็จวนขนาดใหญ่ขึ้นมาสถานที่แห่งนี้มันเป็จวนที่ดินของตระกูลพ่อค้าที่ทรงอำนาจหนึ่งในสองตระกูลของเมือง
ห้องโถงที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาร่างของคนผู้หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่กำลังเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ผู้ที่กำลังนั่งอยู่เป็ชายวัยกลางคน่วัยจะอยู่สักเราราวๆประมาณเลขห้าร่างกายอ้วนท้วนแต่งกายด้วยชุดสีน้ำตาลอ่อนบริเวณผม้าศีรษะของมันเป็สีดำสลับขาวกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะตำแหน่งประธานภายในห้องโถงแห่งนี้ที่ยกมือทั้งสองข้างมาจับกุมบริเวณใบหน้าของตนเองด้วยความหนักใจ
คนผู้นี้คือโจวฉีิ ผู้นำของตระกูลโจวคนปัจจุบัน
กำลังนั่งอยู่ภายในห้องด้วยท่าทางเคร่งเครียดมือทั้งสองข้างที่จะโปรงบริเวณใบหน้าของตนเองค่อยๆคลายออกอย่างช้าๆเมื่อมันลดมือของตนเองลงเผยเห็นใบหน้าที่อ้วนท้วนอวบอิ่มเต็มไปด้วยเนื้อ
บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดมันกำลังเต็มไปด้วยความโกรธฟันภายในปากของมันกัดแน่นทำท่าทางฉุนเฉียวไปมาก่อนที่จะยกฝ่ามือของตนเองแล้วก็ทุบลงไปที่โต๊ะข้างกายที่มีกาน้ำชาและชุดขนมวางไว้
ปั้ง!!!มันใช้มือของตนเองทุบลงไปด้วยความโกรธชุดน้ำชาและขนมกระเด็นไปคนละทิศคนละทางเพล้ง!!!
มันกำลังพยายามหาบางอย่างที่เข้ามาช่วยระบายโทสะภายในจิตใจของมันอยู่อะไรก็ได้อย่างเช่นการทำลายข้าวของถือว่าเป็ทางเลือกที่ดี
มันรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำการหยิบไม้ข้างกายฟาดลงไปที่โต๊ะอย่างรุนแรง ปั้ง!!!
เพียงครั้งเดียวไม่พอมันทำการฟาดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบังเกิดเสียงดังโครมครามทำให้ผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องโถง
การกระทำของมันเริ่มประเจิดประเจ้อมากขึ้นเฝ้าไข้ภายในจวนเริ่มสนใจเกี่ยวกับเสียงที่ดังขึ้นมา
ภายในห้องแห่งนี้หาได้มีเพียงแค่มันคนเดียวไม่แต่ว่ามีคนผู้นึงที่ยืนอยู่ข้างๆคอยให้คำปรึกษานั่นก็คือพ่อบ้านโจว
คนผู้นั้นเป็ชายวัยกลางคนเช่นเดียวกันมีอายุไล่เลี่ยกับโจวฉีิมีรูปร่างผอมสูงแต่งกายดูดีใบหน้ายังคงไม่ปรากฏรอยเหี่ยวย่นมากนักแต่ว่าบนศีรษะของมันเรือนผมกับขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้วชายผู้นี้มองดวงตาที่เล็กเรียวของมันบ่งบอกถึงเล่ห์กลอุบายที่มีอยู่มากมาย
พ่อบ้านโจวที่อยู่ข้างกายเป็ทางที่ปรึกษาแล้วก็เป็ทั้งเพื่อนที่สนิทั้แ่ในวัยเด็กกล่าวขึ้นมา“ นายท่านโปรดใจเย็นก่อน!!! ”
มันทำการส่งเสียงเตือนออกมาคนผู้นั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้ถ้ามีผู้ใดมามองเห็นพูดเป็นายของมันแสดงท่าทางกิริยาที่เกี่ยวกาดคงจะดูไม่ดีนักถ้ามองเห็นภาพลักษณ์นี้ออกไป
โจวฉีิหยุดมือของตนเองมันสูดหายใจเข้าลึกๆดวงตาที่รามกับสัตว์ร้ายที่เที่ยวกาดมองไปยังพ่อบ้านโจว “เขาบอกว่าให้ข้าใจเย็นเ้ารู้สถานการณ์เช่นนี้สิหายคาใจเย็นได้อย่างนั้นรึ ”
“ เ้าเด็กเว่ยผู้นั้นเพียงแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมทำการปล่อยขาวเลอะเลือนออกมามากมายจนตอนนี้เกิดเื่ราวใหญ่โตมากขึ้น ”
ตระกูลของมันเองก็เป็ตระกูลที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าเป็พ่อค้ารายเล็กๆผลกระทบที่ได้รับย่อมไม่ใหญ่โตอันใดมากนะแต่ว่าถ้าเป็พ่อค้ารายใหญ่ๆอย่างมันเล่า
ในวันนึงมันมีการค้าขายเป็จำนวนมากเรียกได้ว่าต่อวันมันมีจำนวนค้าขายและรายได้ที่หมุนเวียนเข้าสู่ตระกูลของมันมากมายหลายพันตำลึง
แล้วถ้าคนเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้น้อยลงสามส่วนรายได้ของมันเองก็จะน้อยลงสามส่วนด้วยเช่นเดียวกันเพราะแบบนั้นจะไม่ให้มันโกรธได้อย่างไร
เงินสามส่วนจากเงินทั้งหมดที่มันได้รับแต่ละวันไม่ใช่เงินในน้อยเพราะแบบนั้นในตอนนี้มันถึงโกรธหรือคุณนาเกี่ยวกับข่าวลือที่ตระกูลเว่ยถอยออกมามันจะกลายเป็ผลเสียกับพวกมัน
ตอนนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่วันพวกมันสูญเสียรายได้ไปเป็จำนวนมากหลังจากที่ข่าวนั้นถูกปล่อยออกมา แค่วันเดียวยอดการค้าขายของพวกมันก็ตกฮวบ
แม้ว่าจะมีเงินเก็บอยู่เป็จำนวนมากแต่ว่าคนผู้นี้เป็คนละโมบโลภมากมันเลยทุ่มเทความโกรธของมันในตอนนี้มุ่งตรงไปยังตระกูลเว่ย
เพราะว่าตัวของมันเห็นว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็เป็เพราะว่าตระกูลเว่ย
สองตระกูลสู้รบมาเป็เวลานานแน่นอนว่าความมั่งคั่งของทั้งสองตระกูลอยู่ในระดับเดียวกัน
แต่ว่าตัวของพวกเขากลับมีมุมมองของเหล่าผู้คนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างเช่นตระกูลโจวพวกมันทำการค้าขายอย่างหน้าเืบางครั้งก็เบียดเบียนผู้อื่นทำให้ผู้คนไม่ค่อยชอบมันนักแต่ตะกูลเว่ยภาพค้าขายอย่างใสสะอาดและก็ช่วยเหลือผู้คนเป็จำนวนมากเลยมีแต่ผู้คนชื่นชอบ
ในส่วนนี้ตระกูลโจวเลยมองว่าพวกมันเป็ฝ่ายที่พ่ายแพ้แต่คนพาลอย่างพวกมันหรือว่าจะยอมตอนนี้ก็ทุ่มเทความโกรธไปที่ผู้นั้น
ในตอนนี้เมื่อพวกมันสามารถได้รับผลกระทบจากการค้าขายด้วยข่าวที่ถูกปล่อยออกมาจากตระกูลเว่ยมันก็ยิ่งทำให้พวกมันรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก
พ่อบ้านโจวเข้าประชิดมาอย่างรวดเร็วมันจับมือของผู้เป็นายของตนยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วก็กระซิบบางอย่าง
โจวฉีิอยู่ๆใบหน้าแห่งความโกรธของมันก็ได้แปรเปลี่ยนไปใบหน้าแห่งความโกรธค่อยๆสงบลงค่อยๆปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้าง
อันใดกันที่ทำให้มันแสดงใบหน้าเช่นนี้ออกมาได้พ่อบ้านโจวกล่าวอันใดข้างหูของมันสักอย่างนึง
เมื่อยิ่งฟังมุมปากของมันยิ่งปรากฏรอยยิ้มโจวฉีิเมื่อwfhฟังจนจบมันเองก็แสดงท่าทางเบิกบานใจหลังจากนั้นก็พยักหน้าขึ้นลงหันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงปนหัวร่อ “ดีจริงๆเป็ความคิดที่ดีถ้าเช่นนั้นแต่ก็ไม่ควรจะโกรธมันควรจะขอบคุณมันเสียด้วยซ้ำที่ครั้งนี้นำพาลาภก้อนโตมาให้กับข้าสินะ”
พ่อบ้านโจวผู้ที่มีไว้ไล่เลี่ยกับเถัาแก่โจวแสดงรอยยิ้มแล้วพยักหน้าขึ้นลงอย่างเ้าเล่ห์แล้วก็กล่าว“ เื่นี้ตระกูลเว่ยเป็ฝ่ายที่เปิดทางให้กับพวกเราพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยถือว่าเป็โชคของพวกเราที่จะได้ผลประโยชน์ก้อนโตแล้วก็ไม่มีผู้ใดเอาผิดพวกเราได้ด้วย”
โจวฉีิพยักหน้าขึ้นลงตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเบิกบานใจไม่เหมือนกับตอนแรกเลยสักนิดจะเรียกว่าอย่างไรดีสถานการณ์ในตอนนี้ของพวกมันเหมือนกับโชคที่มีฟ้าประทานมาให้โดยแท้จริง
โจวฉีิหันไปกล่าวกับผู้ที่อยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว“ ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มลงมือเลย ไปบอกกับเ้านั้นซะ แล้ว-hาให้เวลาเตรียมการอีกประมาณหนึ่งเดือนแล้วพวกเราจะเริ่มลงมือกระทำตามแผน ”
พ่อบ้านโจวยิ้มอย่างเ้าเล่ห์มันย่อกายต่ำลงและก็รับคำสั่งอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นวิ่งออกไปจากห้องแห่งนี้ไปส่งรายงานให้กับคนที่อยู่ด้านนอก
ทุกอย่างถูกจัดการอย่างรวดเร็วเพียงแค่พริบตาเดียวจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยลายมือของพ่อบ้านโจวถูกส่งออกไปมุ่งตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งภายในเมือง
ตอนแรกภายในจิตใจยังร้อนรุ่มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะตอนนี้เถ้าแก่โจวผู้นี้สามารถนั่งดื่มน้ำชาอย่างใจเย็นได้แล้วด้วยแผนการที่พวกมันคิดค้นขึ้นมา
จบบท