“เื่นี้มันเกี่ยวกับชื่อเสียงของลูกผู้ชายยังไงต้องมีการพิสูจน์ให้รู้ชัด!”
น้ำเสียงของชายผู้ที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกเหมือนกับเสียงที่ก้องออกมาจากนรกชัดๆแต่เมื่อเทียบกับการกระทำของเขาแล้วนั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่ารักษาไข่ในหินก็ไม่ปานนิ้วโป้งขาวเรียวค่อยๆ ลูบไล้ไปที่ใบหน้าของเธอ ั้แ่คิ้วไล่ลงผ่านสันจมูกอันเล็กอย่างทะนุถนอมเลื่อนลูบผ่านอย่างอ่อนโยนจนไปหยุดที่ริมฝีปากอมชมพูอ่อนนุ่มนั้น
ผิวพรรณของจ้าวตงหานเนียนละเอียดดุจน้ำนมงดงามเสียยิ่งกว่าดารานางแบบในโฆษณาเสียอีกมู่อี้เฉินเพลินกับการััที่อยู่ตรงหน้า อดเสียดายไม่ได้ที่จะหยุดมือ
ััอ่อนโยนพาให้เธอยืดหลังขึ้นอย่างผ่อนคลาย ยิ่งพาให้รู้สึกใจเต้นระรัว
ถ้าหากว่าไม่ใช่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้วนั้นหากไม่หุนหันพลันแล่นแล้วละก็ เธอจะต้องหาขวานมาจามเขาเองกับมืออย่างแน่นอน
ที่จริงแล้วเธอไม่เคยคุ้นชินกับการอยู่ใกล้ผู้ชายขนาดนี้ที่ไหนมาก่อนยิ่งไปกว่านั้นฝั่งตรงข้ามเป็คนแปลกหน้าที่เจอกันไม่นานเสียอีกด้วย
ก็ใครใช้ให้เธอไปหาเื่เขาก่อนล่ะเขาอยากจะตบตีเธอหรือจะแก้แค้นอย่างไรก็ย่อมได้ แต่ก็ไม่ควรมาเอาเปรียบกันขนาดนี้!
เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?
“นายน้อยมู่ คุณปล่อยฉันไปได้ไหม? มีอะไรก็คุยกันดีๆก็ได้นี่”
นิ้วโป้งยังคงลูบไล้อยู่ที่เดิม ทันใดนั้นเขาก็เลื่อนมือมาบีบหมับเข้าที่คอของเธอ
และก็รู้ในทันทีว่าเขานั้น้าชีวิตเธอนั่นเอง!
“เสียใจด้วยนะ คงไม่ได้หรอก!”
น้ำเสียงปีศาจสะท้อนอยู่ข้างหูของเธอ ยิ่งทำให้เธออดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา
แต่ไหนแต่ไรมามู่อี้เฉินไม่เคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงมาก่อนแต่วันนี้เขาจะละเว้นให้เธอคนเดียวแล้วกัน
“เป็เพราะฉันเลอะเลือนเองเลยทำให้ทำเื่อะไรไม่ดีลงไปคุณเป็ ‘ผู้ใหญ่ย่อมไม่รังแกผู้น้อย’ ปล่อยฉันไปเถอะนะได้ไหม?”
หญิงฉลาดย่อมต้องรู้หลบเป็ปีก รู้หลีกเป็หาง รู้ว่าคงไม่สามารถหนีจากเขาไปได้จ้าวตงหานจึงได้แต่เพียงใช้วิธีพูดให้ดูน่าสงสารที่สุด
เื่พละพละกำลังแน่นอนว่าเธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างนั้นเธอคงต้องใช้ไม้อ่อนเข้าช่วยแล้วละ
มู่อี้เฉินยิ้มมุมปากอย่างเ็า ใช้หางตามองไปยังกล้องดิจิทัลที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกนั่นและพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“ดูท่าคุณจะชอบการถ่ายรูปมากสินะถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วเรียกผู้ชายสักคนเข้ามาถ่ายรูปกับคุณบนเตียงสักสองสามภาพดีไหมแล้วเื่วันนี้ผมจะลืมมันไปว่าไม่เคยเกิดขึ้น!”
นี่เรียกว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง”
“ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
จ้าวตงหานโต้ตอบเสียงดังโดยไม่ต้องคิดฆ่าให้ตายยังไงเธอก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ที่เขาว่าหรอก
“ถ้าอย่างนี้ก็เหลือทางเดียวให้คุณเลือกคือตาย!”
จ้าวตงหานรู้สึกถึงแรงบีบที่คอ อึดอัดและทรมานเป็อย่างมากเธอขัดขืนอย่างเอาเป็เอาตาย แต่ก็ไม่สามารถทนสู้กับมือใหญ่ประดุจคีมเหล็กที่บีบคางเธออยู่อย่างนั้นรวมถึงแววตาอาฆาตที่ไม่คิดแม้แต่จะปกปิดของเขา
หรือวันนี้เธอจะตายคามือชายคนนี้จริง ๆ?
ถ้าหากว่าหนีไม่พ้นจริงๆ คนที่เสียใจที่สุดจะต้องเป็พี่สาวของเธอแน่ๆ!
เธอเหลือกตาทั้งสองข้าง ริมฝีปากอมชมพูอ้าออกพะงาบๆ แก้มทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็สีเืฝาดเมื่อเห็นเธอสภาพเช่นนี้ มู่อี้เฉินที่ไม่อยากปล่อยมือพลันในใจมีความรู้สึกแปลกประหลาดวูบสายหนึ่งเขาทนไม่ได้
เขากัดฟันกรอดและทันใดนั้นก็ปล่อยมือออก
เมื่อได้รับอากาศบริสุทธิ์ จ้าวตงหานก็ไอออกมาอย่างทนไม่ไหว
เมื่อผ่านไปหลายปี ทุกครั้งที่มู่อี้เฉินคิดถึงตอนพวกเขาพบกันครั้งแรกก็รู้สึกสงสัยว่าแท้จริงแล้วมันเป็สิ่งที่เขาเลือกถูกต้องหรือไม่ที่ไม่ได้ลงมือกับเธอ
“จะให้คุณตายก่อนก็รู้สึกว่าจะเอาเปรียบไปหน่อย ค่อยๆ ให้คุณอยู่รับกรรมอย่างทรมานจะสนุกกว่า”
เมื่อพูดจบเขาก็รู้สึกว่ามีความรู้สึกวูบแปลกๆ ขึ้นมาในร่างกายเขา
“สมควรตาย! นี่คุณใส่ยาอะไรให้ผมกินเนี่ย?”
“ก็ยานอนหลับธรรมดาๆ อ้อ ยังมี...ใส่ยาปลุกเซ็กซ์ลงไปนิดหน่อยน่ะ”
ใส่ลงไปนิดเดียวจริงๆ นะ ก็เพื่อที่จะให้ถ่ายรูปออกมาได้สมจริงก็จำเป็ต้องทำนี่นะ
แต่ว่าเห็นเขาโมโหขนาดนี้ในใจเธอรู้สึกถึงความอภิมหึมามหาซวยเข้าแล้วละ เ้าปีศาจตนนี้ เขากำลังโกรธอยู่แน่ๆ
“คุณ...”
เมื่อฟังเธอพูดจบ ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่ายามปกติเขาเป็คนที่เ็า วันนี้อยู่ๆ อยากเข้าใกล้เธอขนาดนี้แท้จริงแล้วเป็เพราะผลของยานั่นนี่เอง
“ก็ฉันหมดหนทางแล้วนี่ ก็เลยต้องทำ! คุณอย่าโกรธเลยนะฟังฉันอธิบายก่อนได้ไหม?”
“พูด!”
เมื่อเห็นเขาหงุดหงิด เธอก็ยิ่งอารมณ์ดีก็ใครใช้ให้เมื่อกี้เขาจะจับเธอโยนไปข้างล่างกันล่ะ แล้วยังจะบีบคอให้เธอตายอีก!
จ้าวตงหานเบิกตามองพูดอย่าง “มีเหตุมีผล” ว่า
“ก็คุณลองคิดดูนะ จะให้ละครสมจริงถ้าหากใส่แค่ยานอนหลับให้คุณละก็ ถ่ายรูปออกมามันก็จะดูเฟกๆ ไหมล่ะ นอนหลับตาทุกภาพดูก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ ถ้าหากใส่ยาปลุกเซ็กซ์เข้าไปสักหน่อยก็ไม่เหมือนกันแล้ว เพราะจะทำให้คนเห็นรู้สึกว่าคุณสมยอมต่างหากล่ะ”
มู่อี้เฉินพอจะเข้าใจแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้วละ!
ดีมาก ครั้งนี้เธอทำให้เขาโกรธจนสุดตัวดูเหมือนว่าเขาคงต้องบอกเธอให้รู้แล้วละว่าอะไรที่เรียกว่า “ตัวเองทำตัวเองซวย”!
สายตาเ็ามองหน้าใบงดงามอันน่าหลงใหลของหญิงสาวดวงตาของเธอเบิกกว้าง บังคับให้เธอมองสบตากับเขา ขนตาขยับเบาๆ ไปมา สองตาเต็มไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงแววตาบ่งบอกถึงความไม่เต็มใจ
มู่อี้เฉินกำหมัดแน่นและคิดในใจว่า
ถ้าหากเขาตื่นขึ้นมาช้าอีกนิดเดียว หากถูกเธอลงมือสำเร็จจริงและไอ้เ้าหนุ่มนั่นอาจจะได้มาแตะต้องเนื้อตัวเขาละก็...
แค่คิดภาพก็สะอิดสะเอียนพออยู่แล้ว จึงจัดการกระชากมือเธอออกมาและโยนเธอลงกระแทกกับโซฟาที่เมื่อสักครู่เขาได้นอนไป
“วันนี้ผมจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองผมจะสอนให้คุณได้รู้ว่า อะไรคือกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง! จ้าวตงหานทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณทำตัวเองทั้งนั้น!”
เขาเป็คนที่มีแค้นต้องชำระแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเสียเปรียบใครขนาดนี้
จ้าวตงหานที่ถูกผลักจนล้มลง ตรงหน้ามีแต่เพียงดาวระยิบระยับมึนหัวไปหมดแม้กระทั่งทิศไหนเป็ทิศไหนจะแบ่งออกยังไม่ถูกขนาดเจ็บเจียนตายยังไม่ทันที่จะร้องออกมา สักพักก็มีร่างใหญ่โถมทับลงมา กดเธอเอาไว้ใต้ร่าง
มู่อี้เฉินซุกหน้าไปที่เธอ มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอและเลื่อนขยับไปที่ริมฝีปากของเธอ
หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อโซม ร่างกายของเขารู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวคิ้วดกดำคู่นั้นขมวดขึ้นมาน้อยๆ ลมหายใจก็พลันสะดุดอย่างไม่เป็ปกติ
เธอพยุงตัวเอง สองขาดันเขยิบเข้าไป เพื่อหวังว่าจะอยู่ห่างจากเขาให้ได้มากที่สุดแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไป ยังพยายามตามเธอเข้าไปทีละก้าวๆ จนกระทั่งเธอถอยสุดชนพนักโซฟาก็หมดทางรอดแล้ว
เขาใช้มือสองข้างจับกายเธอเข้าหา โค้งตัวลงไปมองจ้องเธอนิ่งเฉยด้านหน้าของเธอปรากฏใบหน้าอันหล่อเหลาน่าหลงใหลของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าของเธอยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องดูน่าอึดอัดและน่ากลัว
ในที่สุดจ้าวตงหานก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าเขาไม่ปกติจึงกรีดร้องออกมาว่า
“มู่อี้เฉินนี่คุณคิดจะทำอะไร?”
“คุณ!”
เขาบังคับจูบลงไปอย่างหนักแน่นและจริงจังทำให้เธอหมดสิทธิ์แม้จะกล่าวอะไรออกมา ขนาดจะด่าเขา ยังไม่ทันพูดก็ถูกปิดปากลงในทันที
จ้าวตงหานใช้มือผลักเขาออกไป สองแขนก็พลันถูกเขารวบขึ้นเหนือศีรษะริมฝีปากของทั้งคู่นัวเนียพัวพันอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มโลมเลียอย่างไม่หยุด จู่โจมเธออย่างต่อเนื่องเธอกำลังอ้าปากสูดอากาศหายใจเข้า แต่ก็กลับกลายเป็ว่าเปิดช่องทางให้เขาได้ดูดดื่มลึกซึ้งเข้าไปยิ่งขึ้น
เธอไม่ยอมที่จะถูกรังแกอยู่อย่างนี้ ยกขาถีบเขาออกไปมู่อี้เฉินจึงใช้ร่างกายกดทับร่างเธอเอาไว้ รวมถึงขาที่ถีบสะเปะสะปะไปมาของเธอ
เธอพยายามที่จะหลบจูบของเขา แต่กลับโดนเขาบีบบังคับคางเล็กให้แหงนขึ้นมาและบังคับทำในสิ่งที่เขาอยากทำต่อผ่านไปเพียงไม่นาน ลมหายใจของเธอก็สับสน แก้มสองข้างร้อนผ่าวราวกับลูกท้อสุก
ในปากของเขายังมีกลิ่นค็อกเทลอยู่ ให้ความรู้สึกทั้งหวานทั้งขมผสมไปกับกลิ่นอายของเขาอัดแน่นเข้าไปในปากและลิ้นของเธอ
เขาจูบอย่างสะเปะสะปะ จะเรียกว่าแย่มากเลยก็ได้ ทั้งป่าเถื่อนและรุนแรง
จ้าวตงหานมองปลายจมูกชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าชายหนุ่มขนตายาวมาก แววตาลุ่มลึกลงไปเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อสักครู่
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwrite ด้วยน้า