“ลุงแรนดอล์ฟคะอีกสักสองสามวันหนูจะหาเวลาว่างเพื่อศึกษางานจากลุงนะคะ หนูคิดว่าพ่อคงอยากให้หนูทําอย่างนั้น แต่ตอนนี้หนูอ่อนเพลียทั้งกายใจคิดว่าจะขอตัวกลับก่อนค่ะ”
“นั่นสิ ผมจะไปส่งคุณเอง” อเล็กซ์เอ่ยขึ้นในทันทีและประคองคู่หมั้นให้ลุกขึ้นยืน
อเล็กซ์...แรนดอล์ฟมองดูภาพตรงหน้า ทําไมลูกชายของฉันถึงไม่มีความอ่อนโยนสักครึ่งหนึ่งของเธอนะ...ถ้าเฮนรี่ทําอย่างนั้นได้ละก็โลกทั้งโลกคงจะตกเป็ของเขา
แรนดอล์ฟรีบเดินไปเปิดประตูห้องให้หลานสาว แต่แล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้งที่พบว่าข้างนอกนั้นเ้าหน้าที่จากบริติชมิวเซี่ยมมารออยู่ก่อนแล้ว มันทําให้เขารู้สึกหุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเขารู้เสียแต่แรกก็คงหาทางพาหลานสาวออกไปทางอื่นแล้ว เขาไม่เคยชอบหน้ามิสเตอร์แฮนค๊อกผู้ทําราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ลอว์เรนซ์ค้นหามาได้เป็สมบัติของทางพิพิธภัณฑ์แต่เพียงผู้เดียวเลย
“มิสสแตรทฝอร์ดครับ” แฮนค๊อกเดินเข้ามาหาจูลี่ “เวลานี้การพิสูจน์หลักฐานต่างๆ สําเร็จเรียบร้อยแล้วครับ การนำมัมมี่ออกมาตั้งแสดงให้คนชมครั้งแรกจะจัดขึ้นในบ้านของคุณตามความประสงค์ของผู้ตาย แต่แน่นอนเราต้องจัดการลงบัญชีไว้ก่อนทั้งหมดและเราจะเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ เ่าั้ไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทันทีที่คุณอนุญาต ผมคิดว่าคุณคงอยากได้รับการรับรองจากผมเป็การส่วนตัว...”
“ใช่ค่ะ” จูลี่ตอบอย่างอ่อนใจ เื่ที่เขากำลังพูดอยู่นี้ไม่ใช่เื่ที่เธอสนใจเลยแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับการประชุมที่เพิ่งผ่านมา “ต้องขอบคุณ คุณอย่างมากเลยนะคะคุณแฮนค๊อก คุณคงทราบดีว่าการค้นพบในครั้งนี้มีความหมายสําหรับคุณพ่อมากแค่ไหน” จูลี่อึ้ง มีความรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาอีก “ดิฉันเพียงแต่คิดว่าตอนที่คุณพ่อค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ดิฉันควรจะอยู่เคียงข้างคุณ”
“ที่รัก คุณพ่อของคุณเสียชีวิตในสถานที่ที่ท่านมีความสุขที่สุดนะ” อเล็กซ์ปลอบใจอยู่ข้างๆ “และสิ้นใจในท่ามกลางทุกสิ่งที่ท่านรักด้วย”
เป็คําปลอบใจที่ไพเราะเสียเหลือเกินทั้งที่ความเป็จริงแล้วลอว์เรนซ์ถูกหักหลัง เขามีโอกาสชื่นชมสิ่งที่ตัวเองค้นพบเพียงไม่กี่ชั่วโมง แม้แต่แรนดอล์ฟก็เข้าใจเื่นี้เป็อย่างดี
แฮนค๊อกเอื้อมมาแตะแขนจูลี่พาเดินออกประตูไปด้วยกัน
“สําหรับตอนนี้เราคงยังไม่มีทางพิสูจน์ซากมัมมี่ได้ จนกว่าจะทําการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ให้เป็ที่แน่ชัดเสียก่อน และยังมีพวกเหรียญกษาปณ์ มีรูปสลักครึ่งตัวและของอื่นๆ อีกมาก มันเป็การค้นพบสิ่งที่มีค่าทางประวัติศาสตร์อย่างที่สุด...
“สําหรับการแสดงนิทรรศการดิฉันจะไม่จัดเป็งานใหญ่หรอกนะคะคุณแฮนค๊อก ดิฉันเพียงแต่จะจัดเป็งานเลี้ยงรับรองสําหรับเพื่อนสนิทบางคนของพ่อเท่านั้น”
เธอยื่นมือไปให้เขาััซึ่งเท่ากับเป็การไล่ให้เขากลับไปก่อนทางอ้อม จูลี่มีวิธีการจัดการกับบุคคลที่เธอไม่อยากพบปะหรือสนทนาด้วยแบบเดียวกับบิดาของเธอ ว่าไปแล้วก็คล้ายกับวิธีของเอิร์ลรูทเธอร์ฝอร์ดไม่น้อย
“เห็นจะต้องลาก่อนนะคะลุงแรนดอล์ฟ”
เขาก้มลงจุมพิตแก้มเธอ
“ลุงรักหลานมากนะหลานรัก” แรนดอล์ฟกระซิบบอก ขณะเดียวกันให้รู้สึกแปลกใจที่ตัวเองเปล่งวาจาประโยคนั้นออกไปได้ มีรอยยิ้มที่กระจายขึ้นบนใบหน้าของหลานสาว...หรือจูลี่รู้ว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะพูดกับเธอคืออะไร...ลุงต้องขอโทษ...ลุงเสียใจเหลือเกินสําหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนะหลานรัก...เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ
ในที่สุดเธอยืนอยู่เพียงลําพังบนบันไดหินอ่อน ทุกคนลากลับกันไปหมดแล้วเหลือแต่อเล็กซ์คนเดียว ลึกลงไปในใจเธออยากให้เขากลับไปเสียทีเช่นเดียวกัน เวลานี้สิ่งที่จูลี่้ามากคือเข้าไปนั่งเงียบๆ ในรถยนต์คันงามซึ่งกระจกหน้าต่างทุกด้านถูกหมุนขึ้นมาปิดกั้นเสียงจากภายนอก
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่ผมต้องพูดเื่นี้กับคุณอีกสักครั้งนะจูลี่” อเล็กซ์เอ่ยขณะประคองเธอเดินลงบันได “มันเป็คําพูดที่ออกมาจากใจจริงของผม คือผมอยากขอร้องคุณว่าขออย่าให้ความเศร้าโศกเสียใจที่กําลังเกิดอยู่กับคุณในขณะนี้มาเลื่อนการแต่งงานของเราออกไปเลย ผมรู้ว่าตอนนี้คุณมีความรู้สึกยังไง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่านับแต่นี้เป็ต้นไปคุณจะต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นเพียงคนเดียว ผมอยากอยู่ใกล้ชิดคุณ อยากให้เราเป็สามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที”
“อเล็กซ์คะ ฉันคงโกหกคุณแน่ถ้าจะบอกกับคุณว่าตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้ว คุณคงไม่รู้หรอกว่าเมื่อเหตุการณ์เป็อย่างนี้ฉันจำเป็ต้องขอเวลาคิดให้นานขึ้นอีกสักหน่อย”
เธอไม่กล้าพอจะหันไปมองหน้าเขา ท่าทางของอเล็กซ์ยามนี้ราวกับเขากลายเป็เด็กหนุ่มไปในพริบตา แล้วเธอล่ะเคยเป็เด็กอย่างเขาบ้างหรือเปล่า? คําถามนี้ถ้าลุงแรนดอล์ฟได้ยินก็คงยิ้ม ตอนนี้เธออายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ส่วนอเล็กซ์อายุยี่สิบห้า-แต่เขายังดูเป็เด็กในสายตาของเธออยู่นั่นเอง จูลี่รู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่น้อยที่ไม่อาจรักเขาได้ทั้งที่เขาสมควรจะได้รับความรัก
แสงแดดสาดส่องเข้าตาจนพร่าเลือนเมื่อเขาเปิดประตูออกสู่ถนน จูลี่ถึงเวลล์* ลงจากปีกหมวก ขอบคุณพระเ้าที่ไม่มีพวกนักข่าวรออยู่และรถยนต์คันสีดําเปิดประตูรอท่าไว้แล้ว
“ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกนะคะอเล็กซ์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ที่บ้านมีทั้งริต้าและออสก้าร์ด้วย และตอนนี้เฮนรี่ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเดิมของเขาแล้ว ลุงแรนดอล์ฟสั่งให้เขามาอยู่เป็เพื่อน ถ้าจะว่าไปแล้วฉันมีคนอยู่ด้วยมากกว่าที่้าเสียด้วยซ้ำ”
เฮนรี่เป็บุคคลสุดท้ายในโลกนี้ที่เธออยากเห็นหน้า ออกจะเป็เื่น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่เขาเป็คนสุดท้ายที่พ่อของเธอเห็นก่อนสิ้นชีวิต
นักข่าวกรูกันเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลังเฮนรี่ สแตรทฝอร์ดเมื่อเขาปรากฏตัว ทุกคนอยากรู้ว่าเขารู้สึกใกลัวกับคําสาปแช่งของมัมมี่บ้างหรือเปล่า เขาเห็นอะไรที่เป็เื่ลึกลับเหนือธรรมชาติภายในคูหาแคบๆ ที่ร่างของลอว์เรนซ์ สแตรทฝอร์ดนอนตายอยู่บ้างหรือไม่...
เฮนรี่พยายามเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวออกมาโดยไม่สนใจกับเสียงถามที่ดังอื้ออึงอยู่รอบตัวทั้งแสงแฟลชที่สว่างวาบขึ้นจากกล้องมากมายหลายตัว เขาเหลือบตามองไปทางเ้าหน้าที่ซึ่งกําลังตรวจกระเป๋าเดินทางของเขาด้วยสายตาชาเย็น หลังจากนั้นไม่นานนักเขาเดินผ่านออกมาได้
* Veil ผ้าปิดหรือบังใบหน้า ปกติเป็ผ้าลูกไม้ใช้ติดลงมาจากใต้หมวก
ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้หัวใจของเขากําลังเต้นระทึกด้วยความหวั่นไหวรุนแรงเพียงใด สิ่งที่เขาอยากที่สุดคือดื่มอะไรแรงๆ สักแก้วและอยากไปให้ถึงบ้านในเมย์แฟร์อย่างรวดเร็วเท่าที่ทําได้ และสิ่งที่เขาไม่้าคือนั่งรถกลับไปพร้อมกับพ่อ เขาพยายามไม่สบตาแรนดอล์ฟขณะมุดเข้าในรถ
ตอนรถเคลื่อนออกจากที่เขาทันเห็นซาเมียร์ อิบราเฮมทักทายคนในชุดสีดํากลุ่มหนึ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนเ่าั้คือเ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ ออกจะโชคดีอยู่ที่ซากศพของรามเสสผู้ยิ่งใหญ่เป็ที่สนใจของผู้คนมากกว่าศพของลอว์เรนซ์ สแตรทฝอร์ดซึ่งถูกฝังไว้ในแผ่นดินอียิปต์โดยปราศจากพิธีกรรมใดๆ -เป็ไปตามความประสงค์ของลอว์เรนซ์ซึ่งเคยกล่าวถึงเื่นี้ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
คุณพระช่วย...เฮนรี่คาดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่ไม่กี่วันที่ผ่านไปจะทําให้แรนดอล์ฟ สแตรทฝอร์ดพ่อของเขาดูแก่ลงไปมากจำเกือบไม่ได้
“พ่อมีบุหรี่บ้างไหมครับ?” เฮนรี่ถาม
แรนดอล์ฟยื่นซองบุหรี่มาให้โดยไม่เหลือบมองหน้าลูกชาย
“เื่การแต่งงานยังเป็เื่สําคัญอยู่” แรนดอล์ฟเอ่ยขึ้นลอยๆ เหมือนปรารภกับตัวเอง “ตอนนี้จูลี่ยังไม่มีเวลาจัดการกับเื่ธุรกิจ และสําหรับ่เวลาอย่างนี้พ่อฉวยโอกาสจัดการให้แกไปอยู่กับเธอที่บ้านนั่นแล้ว ถึงยังไงจูลี่ก็อยู่คนเดียวไม่ได้”
“โธ่พ่อ...นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบแล้วนะครับ มันเื่อะไรเธอถึงจะอยู่คนเดียวไม่ได้?”
นี่ใจคอจะให้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นทั้งที่มีโลงใส่มัมมี่วางอยู่ในห้องสมุดงั้นหรือ? เฮนรี่นึกอย่างสยดสยองใจจนต้องหลับตา เขาอัดบุหรี่เข้าปอด ในใจหวนคิดไปถึงนางบําเรอที่กําลังรอเขาอยู่ ภาพต่างๆ ผ่านเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว
“ฉันว่าแกทําตามคําสั่งของฉันดีกว่า” พ่อของเขากล่าว แต่น้ำเสียงขาดความเชื่อมั่นไปมาก แรนดอล์ฟทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ แกไปอยู่ในบ้านหลังนั้นแหละดีแล้วจะได้คอยจับตาดูเธอด้วย ขณะเดียวกันแกจะต้องใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอคิดแต่งงานโดยเร็วที่สุด จําไว้ว่าแกจะต้องขัดขวางทุกวิถีทางอย่าให้เธอกับอเล็กซ์แยกทางกันได้เป็อันขาด พ่อคิดว่าระยะหลังๆ นี่อเล็กซ์ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
“ก็ไม่น่าแปลกอะไรหรอกครับ ถ้าเขารู้สึกอย่างนั้นจริงก็เท่ากับอเล็กซ์พอจะมีสติปัญญาอยู่บ้าง”
“การแต่งงานดีสําหรับจูลี่และดีสําหรับทุกคนด้วย”
“ก็ได้ครับ...ก็ได้...ผมว่าเราเลิกพูดเื่นี้กันดีกว่า”