ด้วยความที่ตั้งคฤหาสน์ตระกูลฟู่เป็คฤหาสน์เก่าแก่ที่อยู่มาอย่างยาวนาน ความทรงจำที่มีร่วมกัน และประวัติศาสตร์อันยาวนานต่างๆ ล้วนอยู่ในบ้านหลังนั้น……
ปัญหาคือ??? เธอจะทำยังไง ให้ป๊าและพี่หนิงเฉิงเห็นด้วยกับเธอในการจะย้ายคฤหาสน์และกำลังคนของตระกูลจากตรงที่เดิมมาที่ใหม่ที่เธอ้า
“โอ้ยยยยย อ้ายฉิงปวดหัวววววววววว คนสวยปวดหัววววว”
บอดี้การ์ดร่างั์หันมองมาที่เธอ “คุณหนูอ้าย ปวดหัวหรอครับ …. เราวนรถกลับไปโรงพยาบาลหาหมอก่อนดีไหมครับ จะได้ตรวจให้แน่ใจว่าคุณหนูไม่ได้เป็อะไร”
“ป่าวคะ ป่าวๆๆๆ อ้ายฉิงไม่ได้เป็อะไรเลย แค่บ่นไปอย่างงั้นเอง พอดีอ้ายฉิงคิดอะไรดังไปนิดหน่อยคะ แหะ แหะ”
“เราใกล้จะถึงบริเวณที่อ้ายฉิงบอกหรือยังคะพี่ๆ”
“ใกล้ถึงแล้วครับคุณหนูอ้ายฉิง บริเวณที่มีูเา มีน้ำ ไม่ห่างจากถนนใหญ่ อยู่ในเมืองเหอผิง สามารถเดินทางไปทางภาคเหนือและภาคกลางได้ง่าย”
“คุณหนูอ้ายฉิงพักซักแปปก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวถ้าถึงแล้วผมจะบอกคุณหนูอ้ายฉิงอีกที”
“ดีเลยคะ ขอบคุณนะคะพวกพี่ๆ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ขบวนใหญ่โตของรถยนต์คันหรูหลายคันที่ขับตามกันมาไม่ห่างหยุดจอดสนิทที่สถานที่แห่งหนึ่ง
“ถึงแล้วหรอคะ” เสียงงัวเงียดังขึ้นแ่เบา ร่างบางปรือเปลือกตาที่ใกล้ปิดขึ้นมา แพขนตาสวยสั่นไหว พร้อมกับหาวขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ ต่อด้วยการบิดขี้เกียดอย่างแมวตัวน้อยที่แสนเกียจคร้าน
(ทีมบอดี้การ์ดกล้ามโต : คุณหนูของเราทำไมหาวก็ยังน่ารักอย่างงงี้ๆๆๆ)
ใบหน้าเข้มของบอดี้การ์ดนิ่งสนิท พร้อมทั้งกล่าวเสียงเบาๆ กลัวคุณหนูจะใ “ถึงแล้วครับ… คุณหนูอ้ายงีบในรถซักครู่ก่อนก็ได้นะครับ พวกผมจะเฝ้าอยู่บริเวณรอบๆ ให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ อ้ายฉิงจะลงไปดูเลย”
ขาบางก้าวลงมาจากรถตามการเปิดประตูของทีมบอดี้การ์ด เพื่อพบกับวิวกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ที่ล้อมรอบไปูเาเขียวขจี ตรงบริเวณที่เธออยู่มีถนนที่เชื่อมเข้ามาจากเส้นทางสายหลักเชื่อมต่อสามภูมิภาคเข้าด้วยกัน บรรยากาศร่มรื่นทำให้เธอผ่อนคลายและสบายใจ
อ้ายฉิงและทีมบอดี้การ์ดเดินสำรวจเข้าไปในพื้นที่ แสงแดดอ่อน ๆ โปรยผ่านม่านหมอกบางเบา ทอดตัวลงแตะผิวน้ำของทะเลสาบกว้างที่นิ่งสงบดั่งกระจกเงิน เงาสะท้อนของทิวเขาและก้อนเมฆลอยละลิ่วบนผิวน้ำ สะท้อนแสงระยิบระยับราวอัญมณีที่ถูกขัดเงา ริมฝั่งทะเลสาบ เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่โน้มกิ่งลงมาเหมือนกำลังกระซิบกระซาบกับสายน้ำ สายลมอ่อนพัดพาเสียงใบไม้ไหวมาเป็จังหวะ เสมือนเสียงขับกล่อมของธรรมชาติ
จากฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ แม่น้ำสายน้อยสายหนึ่งไหลเอื่อยออกไป แทรกผ่านแนวหญ้าและก้อนหินเล็ก ๆ ริมตลิ่ง น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นฝูงปลาตัวเล็กว่ายสลับกันไปมา เสียงน้ำไหลกระทบหินเบา ๆ ดังชัดในความเงียบสงบ เป็เสียงที่ปลอบประโลมใจได้อย่างประหลาด ตลอดสองข้างทางของแม่น้ำสายนี้ มีดอกไม้ป่าและหญ้าเขียวขจีทอดตัวตามแนวสายน้ำ เส้นทางของมันคดเคี้ยวผ่านป่าและเนินเขาเล็ก ๆ ก่อนจะหายลับตาไปในไกลโพ้น
ดวงตากลมสวยเป็ประกายถูกใจ
“ที่นี่แหละ………ใช่เลย”
“ใช่อะไรนะครับ คุณหนู” ยิ่งมองอ้ายฉิงก็ยิ่งถูกใจ และชอบในบรรยากาศรอบๆ อาณาบริเวณนี้มาก ดวงตาสดใสเป็ประกายขึ้นเรื่อยๆ อย่างมาดหมาย
“อ้ายฉิงตัดสินใจแล้วค่ะ ……………. อ้ายฉิงเลือกที่นี่”
“เลือกอะไรหรอครับคุณหนู”
ดวงตากลมโตสดในยังจับจ้องบรรยายกาศที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตา พร้อมริมฝีปากบางที่เอื่อนเอ่ยคำที่จะทำให้ทั้งตระกูลฟู่ยุ่งไปในอีกหลายเดือนข้างหน้าออกมาด้วยเสียงที่ดัง สะท้อนไปในบริเวณกว้าง
“อ้ายฉิง…………. อ้ายฉิงจะย้ายบ้านคร่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”
ก่อนที่เธอจะหันหน้ากลับไป และพบกับหน้าตาประหลาดๆ ของขบวนบอดี้การ์ดเ้าเก่าเ้าเดิมของเธอ…..
(หนิงเทียน : ทำไมรู้สึกขนลุกอีกแล้ว)
(หนิงเฉิง : ทำไมรู้สึกเหมือนจะได้เดินทางไกล)
(บอดี้การ์ด : คุณหนูอ้ายเตรียมจะทำอะไรแปลกๆ อีกแล้วใช่ไหมครับเนี่ย)