ในขณะที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังช่วยกันเปลี่ยนที่รกร้างด้านหลังบ้านให้กลายมาเป็แปลงผักผสมผสานกันอย่างแข็งขัน ก็มีเสียงคนเรียกโจวซิ่วหลันดังขึ้นที่หน้าบ้าน นั่นทำให้ทุกคนหยุดมือที่กำลังทำงาน พร้อมกับชะโงกหน้ามองออกไปทางหน้าบ้าน สงสัยว่าเป็ใครกันที่มาเยือนั้แ่เช้า ก่อนที่โจวซิ่วหลันจะขานรับเสียงดัง เมื่อจำได้ว่าเป็เสียงของใคร
"อยู่ค่ะ รอสักครู่นะคะ"
"พวกเธอสองคนล้างไม้ล้างมือแล้วพักดื่มน้ำกันก่อนเถอะ พี่จะไปเปิดประตูให้คุณหมอ สงสัยคุณหมอลู่จะมาดูอาการของคุณแม่"
โจวซิ่วหลันหันมาเอ่ยบอกเด็กทั้งสอง ในขณะที่เธอเดินมาล้างคราบสกปรกออกจากมือขาวของตัวเอง
หลังจากที่ได้พูดคุยกันมากขึ้น หญิงสาวก็คิดว่าควรที่จะแทนตัวเองว่าพี่กับเด็กทั้งสองมากกว่า เพราะมันฟังดูแล้วทำให้สนิทสนมกันมากขึ้น ส่วนสองพี่น้องก็ดูเหมือนจะยินดีที่เป็เช่นนั้น
เฉินสือฮันกับเฉินซินยี่หยุดมืออย่างเชื่อฟัง นำอุปกรณ์ในมือมาวางเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะพากันมาล้างมือที่เต็มไปด้วยคราบดินโคลนจนสะอาด แล้วจึงได้เดินเข้าไปในบ้าน
พวกเขาเองก็อยากจะรู้ว่าผู้เป็แม่มีอาการเป็อย่างไรบ้างแล้ว
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหมอลู่"
โจวซิ่วหลันเดินแกมวิ่งออกมาเปิดประตูรั้วบ้านให้กับหมอลู่เฉิง พร้อมกับเอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง แม้จะสงสัยว่าเขามาตรวจคนไข้ั้แ่เช้าแบบนี้เป็ประจำเลยหรือ เห็นเขาใส่ใจชาวบ้านเช่นนี้ เธอรู้สึกชื่นชมจริงๆ
"เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณโจว"
ลู่เฉิงตอบกลับอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ แต่ใบหน้าและใบหูของชายหนุ่มนั้นกลับแดงก่ำเพียงแค่ได้เห็นเธอ เมื่อเช้านี้เขาลังเลอยู่นานว่าจะมาตามนัดหมายที่ได้แจ้งอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อวานดีหรือไม่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อวานนี้ทำให้หมอหนุ่มคิดไม่ตก
เขาพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้มีความคิดที่ไม่สมควรกับหญิงสาว แต่ในขณะเดียวกันนั้น เขากลับตั้งตารอที่จะให้ถึงวันนี้เร็วๆ เพื่อที่จะได้มาเจอกับเธอ มันช่างดูย้อนแย้งจนเขาก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็อะไรไป
"เข้ามาก่อนเถอะค่ะ"
หญิงสาวเปิดประตูรั้วออกกว้าง หลีกทางให้ชายหนุ่มพร้อมทั้งเอ่ยเชื้อเชิญเขา
"คุณหมอลู่มาแต่เช้าเลยนะคะ ไม่รู้ว่าเป็การรบกวนคุณหมอหรือเปล่า"
"ไม่เลยครับคุณโจว ผมยินดีและเต็มใจเป็อย่างมากที่จะมาที่นี่"
ลู่เฉิงรีบเอ่ยกับหญิงสาวในทันที เมื่อหญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไป ก็ตอนที่หญิงสาวหันกลับมามองเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจ เขาจึงรีบกล่าวว่า
"คือผมต้องออกตรวจคนไข้อยู่แล้วน่ะครับ ระหว่างมาที่นี่ก็แวะตรวจคนไข้คนอื่นมาหลายคนแล้ว"
"อ๋อ ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณหมอไปดูอาการของคุณแม่เลยดีกว่านะคะจะได้ไม่เสียเวลา คุณแม่น่าจะตื่นแล้ว คุณหมอจะได้ไปดูคนไข้คนอื่นต่อ เชิญค่ะ"
"เอ่อ ครับ"
ไม่ใช่เลย มันไม่ได้เป็อย่างที่เขาพูดแม้แต่น้อย ตลอดทางที่มาที่นี่เขายังไม่ได้แวะที่ไหนเลยด้วยซ้ำ ออกจากสถานพยาบาลมาเขาก็มุ่งตรงมาที่นี่ในทันทีเลยต่างหาก และวันนี้ก็ไม่มีการตรวจคนไข้นอกสถานที่อีกด้วย
ความจริงเมื่อคืนนี้เขานอนไม่ค่อยจะหลับเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่หลับตาลงรอยยิ้มของหญิงสาวก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ยามเมื่อรุ่งอรุณมาเยือนเขาก็เตรียมตัวเพื่อจะมาที่นี่ แต่ก็ต้องยั้งตัวเองเอาไว้ ลังเลอยู่นานว่ามันจะเช้าเกินไปหรือเปล่า เมื่อถึงเวลาที่คิดว่าเหมาะสมก็ออกมาในทันที แต่มันก็ยังเช้าเกินไปอยู่ดี
ลู่เฉิงมองแผ่นหลังบอบบางที่เดินนำเขาเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เมื่อได้มาเห็นหน้าหญิงสาวอีกครั้งเขาก็มั่นใจแล้วว่า เขารู้สึกชอบเธอจริงๆ มันเรียกว่ารักแรกพบได้เลยด้วยซ้ำ แต่ความเป็จริงที่ว่าเธอแต่งงานมีสามีอยู่แล้วทำให้เขารู้สึกเ็ปใจ แต่หากจะขอแค่ได้มองเธออยู่ห่างๆ จะได้หรือเปล่านะ
หมอหนุ่มมีความคิดที่ไม่เหมาะไม่ควรเข้าเสียแล้ว
หมอลู่เฉิงได้แต่ระบายลมหายใจออกมากับปัญหาหนักอกของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าความรู้สึกที่เผลอแสดงออกมาได้ตกอยู่ในสายตาอันเฉียบคมของใครบางคนเข้าเสียแล้ว
เฉินสือฮันหรี่ตามองคนทั้งสองที่เดินตามกันเข้ามาภายในบ้าน สายตาของคุณหมอหนุ่มที่มักจะเผลอไผลยามมองพี่สะใภ้ของเขานั้นมีความไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย
เขาเป็คนที่มองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งมาั้แ่ไหนแต่ไร และสายตาของเขาก็ไม่เคยมองอะไรพลาดเสียด้วยสิ
หลังจากที่เข้ามาภายในบ้าน โจวซิ่วหลันก็แนะนำคุณหมอลู่เฉิงให้รู้จักกับน้องๆ ของสามีทั้งสองคน ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเข้าไปในห้องนอนของแม่เฉิน
ตลอดเวลาที่หมอลู่ตรวจร่างกายของแม่เฉินนั้น โจวซิ่วหลันก็ตั้งใจฟังที่อีกฝ่ายบอกทุกอย่าง โดยมีสายตาคู่หนึ่งคอยจับตามองโดยไม่คลาดสายตา จนกระทั่งการตรวจผ่านพ้นไป พวกเขาก็พากันออกมาจากห้องเพื่อให้คนป่วยได้พักผ่อน
"ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้วนะครับ รอเพียงให้กระดูกเข่าเข้าที่ และอาการเจ็บหายสนิท ทำกายภาพบำบัดอีกเล็กน้อย ไม่นานคุณป้าก็สามารถกลับมาเดินได้ปกติ แล้วผมจะหมั่นมาดูอาการให้คุณป้าบ่อยๆ นะครับ"
ลู่เฉิงเอ่ยบอกหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่เดินออกมาด้วยกัน
"ขอบคุณมากนะคะคุณหมอลู่ แล้วมันจะไม่เป็การรบกวนคุณหมอเกินไปหรือคะ"
"ไม่เลยครับ บอกแล้วอย่างไรว่ามันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้ว"
"คุณหมอลู่นี่ดีจริงๆ เลยนะครับ ทุ่มเทเพื่อคนไข้ถึงขนาดนี้ ผมเองก็อยากจะเป็หมอเหมือนกัน คงต้องดูคุณหมอลู่เอาไว้เป็แบบอย่างเสียแล้ว"
คำพูดที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งสองหันกลับไปมอง ก็เห็นเป็เฉินสือฮันที่เดินตามออกมา
เมื่อเห็นทั้งสองมองมาด้วยความสงสัย เหมือนจะถามว่าเขามีเื่อะไรหรือเปล่า เด็กชายจึงได้เอ่ยขึ้น
"ผมแค่อยากจะเดินมาส่งคุณหมอด้วยคนน่ะครับ"
โจวซิ่วหลันแม้จะรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมของเฉฺินสือฮัน แต่ก็เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ก่อนจะเดินออกไปส่งคุณหมอที่หน้าบ้าน
สายตาที่มองมาราวกับรู้ว่าเขานั้นกำลังคิดสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรกับภรรยาผู้อื่นอยู่ของเด็กชาย ทำให้ลู่เฉิงรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เมื่อเดินมาถึงรถจักรยานที่จอดทิ้งเอาไว้จึงได้ขอตัวกลับในทันที
และทันทีที่หมอหนุ่มถีบจักรยานออกไป เฉินสือฮันก็หันมามองพิจารณาพี่สะใภ้ของตัวเองในทันที สายตาของเขานั้นมองจับผิดอย่างเปิดเผย จนคนถูกมองขมวดคิ้วมุ่น และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความสงสัยค้างคาใจอยู่นาน จึงถลึงตาใส่เด็กชาย เอ่ยถามเสียงเขียว
"นี่อาฮัน นายมองพี่แบบนี้ หมายความว่ายังไงไม่ทราบ"
และให้ตายเถอะ เด็กคนนี้ก็ไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวังเลยจริงๆ
"พี่สะใภ้ พี่คงไม่ได้กำลังคิดจะสวมหมวกเขียวให้พี่ใหญ่อยู่ใช่ไหม"
แม้จะดูออกว่าพี่สะใภ้ไม่ได้มีความคิดที่ไม่ดีกับคุณหมอคนนั้น แต่ถามออกไปตรงๆ เลยจะดีกว่า
สิ่งที่ได้ยินทำให้โจวซิ่วหลันอ้าปากค้าง ทั้งยังก่นด่าอีกฝ่ายในใจ
เ้าเด็กแก่แดด
เธอไม่คิดว่าเฉินสือฮันจะถามออกมาแบบนั้น สายตาของหมอลู่ที่มองมาใช่ว่าเธอจะดูไม่ออก แต่หากเธอไม่สนใจเสียอย่าง เขาจะคิดอย่างไรก็เื่ของเขา แต่เ้าเด็กนี่กลับดูออกเช่นกันและยังถามคำถามเช่นนั้นออกมา หญิงสาวถลึงตามองน้องชายของสามีตาเขียว ไอ้เด็กตัวเหม็นนี่
ทำตัวดีๆ ให้นานสักหน่อยไม่ได้หรือยังไง
"ฉันไม่ได้คิดอะไรกับหมอลู่ นายอย่าได้สร้างเื่ให้ฉันเชียว"
"ผมก็แค่ถามดูเท่านั้น เพราะพี่ใหญ่สั่งเอาไว้ ว่าให้จับตาดูพี่"
"ห๊ะ อะไรนะ พี่ชายของนายสั่งให้จับตาดูฉันอย่างนั้นเหรอ"
แทนคำตอบนั้น อีกฝ่ายกลับใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางชี้ที่ตาของตัวเองก่อนที่จะหันมันมาทางเธอด้วยท่าทางยียวน
หน็อย ร้ายกาจกันทั้งพี่ทั้งน้อง
โจวซิ่วหลันที่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ดีไปกว่าการค้อนอีกฝ่ายปะหลับปะเหลือกจึงได้แต่ระบายลมหายใจออกมาอย่างคับแค้นใจ แต่เมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถามขึ้น
"ว่าแต่ที่นายบอกว่าอยากเป็หมอนั้นจริงหรือเปล่า"
อยู่ๆ พี่สะใภ้ที่มองเขาตาเขียวก็เปลี่ยนเื่เสียอย่างนั้น
แต่คำถามที่ได้ยินทำให้เฉินสือฮันแทบจะแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย เขาไม่ตอบคำถามไม่พอ ทั้งยังสะบัดหน้าใส่พี่สะใภ้อย่างขุ่นเคือง
เื่ที่เขาอยากเป็หมอนั้นคือเื่จริง แต่ตอนนี้ความฝันนั้นของเขาคงไม่มีทางเป็ไปได้อีกแล้ว