อู๊ดๆ อู๊ดๆ อู๊ดๆ!!
แม้ดวงิญญาของชายผู้เป็เ้าของโรงฆ่าสัตว์จะถูกงูยมทูตพันธนาการไว้อย่างแ่าทว่าิญญาหมูทั้งหลายก็ยังไม่เลิกรุมทึ้งและส่งเสียงอาฆาตไปถึงนายแสงจนไมเคิลต้องจัดการขั้นเด็ดขาด
"ถ้าพวกเ้าไม่ไปข้าจะจับส่งลงนรกให้หมด จะเอาแบบนั้นใช่ไหม!?"
รังสีอำมหิตของรองหัวหน้ายมทูตแผ่ซ่านจนแม้แต่ยมทูตฝึกหัดอย่างดาวเหนือยังขนลุกเกรียวเขาอยากจะถอนตัวจากการฝึกงานซะเดี๋ยวนี้ ทว่ามีหรือที่หนุ่มน้อยจะกล้าเอ่ยปากเพราะขนาดิญญาเ้าหมูขี้ดื้อนับร้อย ยังหายจ้อยในพริบตาเดียว
"ต้องให้ดุให้ขู่เ้าหมูพวกนี้" ไมเคิลพึมพำกับตัวเอง โดยไม่มีทีท่าจะแสดงปฏิกิริยาใดๆกับคำขอโทษของดาวเหนือ
หรือเขา... จะไม่ได้ยินมันเพราะเสียงหมูพวกนั้นดังกลบ ดาวเหนือได้แต่ครุ่นคิดหนุ่มน้อยไม่กล้าเอ่ยปากถามหรือแม้แต่จะขยับปากพูดอะไรออกมาเวลานี้เขาทำได้แค่ชำเลืองมองท่าทีของไมเคิลเป็ระยะๆ 3 วิครั้งบ้าง 5 วิครั้งบ้าง และในที่สุด...
"เป็อะไรเด็กใหม่ทำตาลอกแลกทำไม?" ไมเคิลถามขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่วาร์ปพาดวงิญญาลงมาส่งให้กับผู้คุมตรงหน้าประตูนรก
"ผมนึกว่ารุ่นพี่โกรธผมเื่มูนวอล์กน่ะครับ"ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ และแม้จะอยากตอบว่า 'เปล่าครับไม่มีอะไร' แต่คิดๆ ไป นั่นน่าจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี
"ก็ไม่นี่ ตอนผมเจอหัวหน้าก็แบบนี้ถามว่ามีซัมติงอะไรกับแม่น้ำมูล" ไมเคิลตอบด้วยสีหน้าเซ็งสุดขีดเหมือนชีวิตนี้ขาดคนเข้าใจ
"งั้นหรือครับ"ดาวเหนือหัวเราะฝืดๆ แล้วเงียบไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อไมเคิลเองก็เงียบไปไม่ต่างกัน ความเงียบเข้าครอบคลุมและสร้างช่องว่างระหว่างทั้งคู่จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังทำลายความเงียบขึ้น
"ติ๊ด... ติ๊ด...แจ้งเคสเพิ่มเติม"
เครื่องมือสื่อสารสีดำรูปร่างหน้าตาคล้ายกระดุมตรงปกเสื้อของไมเคิลร้องแจ้งเตือนการติดต่อจากหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำยมโลกมันใช้พลังิญญาในการทำงานแทนแบตเตอรี่ และเชื่อมต่อถึงกันผ่านเครือข่ายยมทูตเท่านั้น
"เคสของหัวหน้านับเงินใช่ไหม?"ไมเคิลวาร์ปมาหยุดยืนพิงเสาไฟถนนหลอดขาด ภายในซอยชื่อดังย่านชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯถัดไปยังมีเสาไฟไร้แสงอีกหลายต้น มิหนำซ้ำบางจุดยังมีสายไฟห้อยระโยงระยางลงมาราวกับจะให้ใช้งานแทนเถาวัลย์ด้วย
"ใช่...แจ้งล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อม..." อีกฝ่ายตอบรับก่อนจะแจ้งรายชื่อเหยื่อที่ไมเคิลต้องทำหน้าที่นำส่งดวงิญญาลงนรกแทนนับเงินพร้อม่เวลาในการตาย
"รับทราบ"ไมเคิลนิ่งฟังจนจบแล้วตอบรับขรึมๆพลางคิดคำนวณในใจถึงจำนวนดวงิญญาทั้งหมดที่จะกลายมาเป็เหยื่อของเขาในวันนี้รวมไปถึงระยะเวลาที่เขาจะต้องใช้ในการนำส่งิญญาแต่ละดวง แต่แล้วตอนนั้นเอง...
"แจ้งล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเคสวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้..."
การแจ้งเตือนถัดมาของหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำยมโลกทำเอาไมเคิลชะงักความคิดทั้งหมด เพราะหากมีการแจ้งล่วงหน้าข้ามวันข้ามคืนเช่นนี้นั่นหมายความว่า เคสที่เขาต้องรับผิดชอบมีโอกาสที่พวกมารสูทขาวจะเข้ามามีเอี่ยวสูงมาก
"นายอ้วนส้มอมนากา คอนเฟิร์มเคสคืนวันพรุ่งนี้ 22 นาฬิกา นายประวิงสุขชูรส คอนเฟิร์มเคสคืนวันมะรืน 23 นาฬิกา"
คำพูดถัดไปที่ได้ยินทำเอาดาวเหนือผู้ยังไม่เคยล่วงรู้กฎข้อนั้นของเหล่ายมทูต ถึงกับชะงัก
"รับทราบ"ไมเคิลตอบรับสั้นๆ รอยยิ้มเหี้ยมของยมทูตนักฆ่าปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดแม้ในยามที่อีกฝ่ายตัดสัญญาณการสื่อสารไปแล้ว
"เคสของหัวหน้านับเงินที่โอนมาให้รุ่นพี่นี่มีแต่คนดังๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ"
เป็ครั้งแรกที่ดาวเหนือกล้าเป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนทว่านั่นก็เป็เพราะเขาไม่สามารถหนีเ้าของรังสีอำมหิตที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ข้างตัวได้ต่างหาก
"พวกมันจะมาแน่ยังไงล่ะแล้วก็มีแต่ผมที่รับมือได้ แทบจะทนรอไม่ไหวเลยล่ะ"
น้ำเสียงแหบพร่าอันเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดีของไมเคิลทำเอาดาวเหนือขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่าเดิมมันฟังดูราวกับเสียงของฆาตกรโรคจิตที่พึ่งค้นพบตัวเหยื่อที่เขาเฝ้าตามหา
"พวกมัน...เอ่อ... หมายถึงพวกมารสินะครับ" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดซักถามเพื่อความมั่นใจว่าเขาไม่ได้เข้าใจอะไรผิดพลาด ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าดวงิญญาของเหล่าคนดังผู้ไม่เป็ที่้าในไทยแลนด์แดนสนธยาแห่งนี้จะกลับกลายเป็บุคคลที่เหล่ามาร้าตัว
"ช่ายยยยย...เอาล่ะ ทำงานกันได้แล้ว จะได้ถึงพรุ่งนี้... ไวๆ" ไมเคิลไม่พูดเปล่าแต่พาดาวเหนือวาร์ปสุดแรงไปตามสถานที่ที่เหยื่อประจำวันของเขาเสียชีวิต
"มูน!สำแดงแสนยานุภาพให้พวกมันเห็นสิ ว่าที่พวกมันคิดเหิมเกริมกับเ้ายังเร็วไปร้อยปี"
และไม่ใช่แค่ไมเคิลเท่านั้นแต่ดูเหมือนเ้างูคู่หูของเขาก็จะฮึกเหิมเป็พิเศษเช่นกัน
ฟ่ออออออออ!!
มูนวอล์กขยายร่างสีดำเมื่อมของมันทันทีที่ได้รับอนุญาตจากไมเคิล จากเดิมที่ขนาดตัวเท่างูจงอางธรรมดาๆเวลานี้ตัวของมันเทียบเท่าอนาคอนดาโตเต็มวัย!!
"นี่มันาสัตว์ป่าหรือไงเนี่ย"ดาวเหนือถอยออกมายืนหลบอยู่ด้านนอกลูกกรงตาชำเลืองมองไมเคิลสลับกับิญญาสัตว์ป่านานาชนิดตรงหน้าพลางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา
...เหยื่อของไมเคิลส่วนใหญ่มักเป็มนุษย์ชะตาขาดที่มีดวงิญญาเ้ากรรมนายเวรมารอคอยชำระแค้นเป็จำนวนมากอย่างรายล่าสุดที่มีิญญาสัตว์ป่ามาแสดงพลังอาฆาตกันเต็มคุก ซ้ำยังไล่ไม่ไปจนไมเคิลต้องสั่งการให้คู่หูออกโรงแทนเขาที่กำลังลากดวงิญญาเหยื่อออกมาจากห้องขังเพราะปวดหูกับเสียงคำรามเกินระดับเดซิเบลมาตรฐานเ่าั้
"เรียบร้อยไปกันได้แล้ว"
หลังาสัตว์ป่าสิ้นสุดลงไมเคิลก็เดินหน้าชื่นตาบานเข้ามาหายมทูตหนุ่มน้อย โดยมีมูนวอล์กเลื้อยตามมาติดๆบนบ่าของเขาสะพายอุปกรณ์สีดำบางอย่าง หน้าตาคล้ายปืนบาซูก้าขนาดั์ ทว่าไม่ใช่
"อันนั้นคืออะไรครับรุ่นพี่?"ดาวเหนืออดสงสัยไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นนับเงินหรือยมทูตตนไหนใช้มาก่อนแม้จะคับคล้ายคับคลาว่าเคยได้ยินผู้คุมฝึกอธิบายถึงมันแต่การจะให้เขาจดจำเครื่องไม้เครื่องมือทั้งล้านแปดของยมทูตนั้นย่อมเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว
"นี่เหรอ...เครื่องเก็บิญญาไง 1 เครื่อง เก็บิญญาในรูปแบบแคปซูลได้ 500 ดวง ไว้ใช้เวลาไปเก็บิญญาที่ตายจากอุบัติเหตุใหญ่ า หรือไม่ก็...ใช้เก็บิญญาพวกเ้ากรรมนายเวรขี้ดื้ออย่างที่เห็น" ไมเคิลอธิบายละเอียดยิบท่าทางอารมณ์ดีเป็พิเศษ ก่อนที่ทั้งหมดจะวาร์ปพาิญญากว่าร้อยดวงลงสู่ขุมนรก
"ทำไมมันเยอะขนาดนี้ล่ะ?"ผู้คุมสูทแดงชะงักไปเมื่อไมเคิลส่งกระบอกเก็บิญญาขนาดเท่าปล่องไฟโรงงานให้"ตามรายงานบอกว่าเหยื่อเคสนี้มีคนเดียวนี่?"
"ผมเหมาเ้ากรรมนายเวรหมอนั่นมาด้วยไล่ก็ไม่ไป เสียเวล่ำเวลา" ไมเคิลตอบเป็เชิงบ่นแม้สีหน้าท่าทางจะไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็ตาม
"สรุปว่าในนี้มีิญญาเท่าไหร่ครับ?"ท่าทางของผู้คุมสูทแดง ดูราวกับกำลังพยายามระงับอาการหัวเสียเต็มที่
"สักประมาณ 200 เห็นจะได้" ไมเคิลตอบหน้าตาเฉยแต่นั่นเองที่ทำให้คนฟังถึงกับควันออกหู
"นายบ้าไปแล้วเหรอได้เช็คดีหรือยังว่าแต่ละตนต้องไปชดใช้กรรมที่ไหนอีกรึเปล่ามันเป็ไปไม่ได้ที่ทุกตนจะลัดคิวลงนรกได้เลย อย่าทำให้ระบบมันเสียได้ไหม!"ผู้คุมสูทแดงโวยวายให้กับความเอาแต่ใจของไมเคิล
"นายก็แทงบัญชีว่าพวกนี้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของยมทูตไปสิผมมีงานต้องทำต่อ ขอตัวก่อนแล้วกัน"
ว่าแล้วไมเคิลก็วางเครื่องเก็บิญญาลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแล้วพาดาวเหนือวาร์ปกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์ทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าเ้าเครื่องนั่นมันจะล้มใส่ผู้คุมหรือเปล่า
"เอ่อ...ทำแบบนั้นจะดีเหรอครับรุ่นพี่?" ดาวเหนือยิ้มฝืดๆ ให้กับเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ขนาดไมเคิลอารมณ์ดียังก่อเื่ชวนปวดหัว แล้วถ้าอารมณ์ไม่ดีล่ะดาวเหนือไม่กล้าคิดเลยจริงๆ ว่าจะมีคมเคียวตกใส่หัวใครบ้างหรือเปล่า
"ดี!"ไมเคิลตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ ทำเอายมทูตหนุ่มน้อยถึงกับพูดอะไรไม่ออกรวมทั้งเลือกที่จะไม่พูดอะไรเลยระหว่างการติดตามรองหัวหน้ายมทูตไปเก็บกวาดดวงิญญาตลอดระยะเวลา12 ชั่วโมง
...จริงๆแล้วดาวเหนือตั้งใจจะนิ่งเงียบต่อไปเท่าที่โอกาสจะอำนวยแต่ก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะลิขิตมาให้น้ำลายของเขาบูดได้เพียงเท่านี้
"ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย!!"
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นกลางซอยที่ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนักด้วยเป็่เวลาทำงานหลังการพักเที่ยงซึ่งหนังท้องกำลังตึงและหนังตาก็กำลังหย่อนได้ที่ มีรถราแล่นผ่านไปมาเป็ระยะๆมิหนำซ้ำคนขับรถส่วนหนึ่งก็เป็ผู้เห็นเหตุการณ์หากแต่ไม่มีใครสนใจที่จะให้ความช่วยเหลือหญิงวัยกลางคนร่างเล็กๆ บางๆในชุดพนักงานห้างที่กำลังพยายามวิ่งตามคนร้ายกระชากสร้อยอยู่ในขณะนี้
"ชะ... ชะ...ช่วยด้วยค่ะ"
เสียงร้องนั้นเริ่มเบาลงและขาดห้วงมากขึ้น จากอาการเหนื่อยหอบถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพยายามวิ่งไล่ตามเพื่อทวงของของเธอคืนแม้ตลอดระยะทางบนฟุตบาทอันลาดเอียงและหลุมบ่อจะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือเลยก็ตาม
"ใครคือเหยื่อของเคสนี้หรือครับรุ่นพี่?"
ในที่สุดดาวเหนือก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้เขาถึงกับยอมล้มเลิกความตั้งใจ เพื่อให้ได้รู้คำเฉลยล่วงหน้า
"เดี๋ยวก็รู้เอง"ไมเคิลยังคงตอบสั้นๆ แบบไม่ได้ใจความของคำตอบเหมือนเดิมและเพราะนี่ไม่ใช่คำตอบที่ดาวเหนือ้ายมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยจึงจำต้องรีบวาร์ปตามโจรวิ่งราวไปติดๆนั่นเองที่ทำให้เขาได้พบกับ...
"เฮ้ย!ขวางทางโว้ย" ชายหนุ่มอ้วนเตี้ยวัย 20 เศษในชุดเสื้อยืดกระดำกระด่างกับกางเกงยีนส์ขาดๆ เหมือนหมึกบั้ง ผู้รับบทโจรวิ่งราวผลักใครคนหนึ่งที่กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทางแบบมีล้ออยู่ข้างหน้าให้ออกไปพ้นทางวิ่งของตน ทั้งที่บิดามารดาของเขาไม่เคยมีเอี่ยวใดๆกับฟุตบาทและถนนเส้นนี้เลย
โครมมมม!!
ร่างสูงของคนถูกผลักล้มโครมใส่กระเป๋าเดินทางที่เขากำลังลากอยู่จนล้อของมันหักกระเด็นตกลงไปในท่อระบายน้ำ และไม่ใช่แค่นั้นเพราะทันทีที่เขาลุกขึ้นมาปัดเนื้อปัดตัวปัดเสื้อผ้าสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอึหมาใต้พื้นรองเท้าหนังที่ตนสวมอยู่นั่นเองที่ทำให้ความอดทนของเขาขาดสะบั้น
"หยุดเดี๋ยวนี้นะเฟ้ยยยยย!!"ชายผู้เหยียบอึหมาทิ้งกระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้ววิ่งสี่คูณร้อยไปกระชากคอเสื้อโจรวิ่งราวหากแต่มันใช้แรงไขมันสะบัดออกได้แบบหวุดหวิด ทว่า...
พลั่กกกกก!!
รองเท้าคัทชูเปื้อนฝุ่นและอึหมาตะบันเข้าหน้าโจรเคราะห์ร้ายอย่างจังในท่าะโเตะจนมันหงายหลัง ถึงอย่างนั้นนั่นก็ยังไม่สาแก่ใจชายผู้ต้องสูญเสียรองเท้า
พลั่กกกกก!!
กำปั้นหนักๆตะบันเข้าข้างแก้มตุ้ยนุ้ยของโจรเคราะห์ร้าย และอัดหน้ามันเข้ากับเสาไฟฟ้าเอียงๆตรงนั้นอย่างแรง มืออูมๆ ที่เคยกำของมีค่าไว้มั่นบัดนี้คลายออกจนสร้อยทองหนึ่งสลึงเส้นนั้นร่วงลงพื้นและคืนสู่ลำคอระหงของเ้าของเดิมในที่สุด
"ขอบคุณมากๆ นะคะที่ช่วยจับโจร"
แม้ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยจับโจรและนั่นเป็เพียงผลของการสำเร็จโทษมันผู้ทำให้รองเท้าของเขาต้องแปดเปื้อนหากแต่ชายเ้าของรองเท้าก็ยิ้มรับคำขอบคุณนั้นด้วยความเต็มใจซ้ำยังช่วยเก็บสร้อยส่งคืนให้ และยืนมองจนเ้าของสร้อยเดินลับสายตาไปอีกด้วย
"ไอ้นักต้มตุ๋น!ไอ้เซลล์ลวงโลก!"
เสียงที่ฟังดูเหมือนจะคุ้นหูแต่ก็ไม่คุ้นทำให้ชายผู้เหยียบอึหมาและกำลังถูกเรียกหันขวับไปเผชิญหน้าเ้าของเสียงอย่างดาวเหนือ เมื่อตาประสานตาความทรงจำเมื่อครั้งวันวานก็หวนคืนมาอีกครั้ง
"ไอ้ตัวซวยจอมจุ้น!!"
สองหนุ่มต่างชี้หน้าเรียกหาอีกฝ่ายด้วยฉายาที่เก็บเกี่ยวได้จากความประทับใจเมื่อครั้งแรกพบ ทว่าตอนนั้นเอง...
ปังงงงง!!
เสียงปืนดังขึ้น 1 นัดเรียกให้ทั้งคู่หันขวับไปมองทางต้นเสียงแน่นอนว่าดาวเหนือรีบวาร์ปไปยังจุดที่คาดว่าน่าจะเป็สถานที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้สนใจว่าการกระทำของเขาจะทำให้เซลล์นักต้มตุ๋นจอมลวงโลกผู้มีนามว่า'ก้อนดิน' ถึงกับยืนอึ้ง ทึ่งเสียวขนาดไหน
"ผู้หญิงคนนั้น!!"
ร่างเล็กๆ บางๆในชุดพนักงานห้างนอนคว่ำหน้านิ่งจมกองเื ในตอนที่ดาวเหนือไปถึง บนพื้นใกล้ๆกันมีสร้อยทองของเธอตกอยู่ ใครกันที่ทำแบบนี้!? และถ้าไม่ใช่การปล้นทรัพย์คนคนนั้นทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน!?
"เกิดอะไรขึ้นครับรุ่นพี่ผม... มาไม่ทัน" ดาวเหนือวาร์ปเข้าไปถามไมเคิลความอยากรู้มันเรียกร้องให้เขาต้องตั้งคำถาม โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตอบแบบสั้นกระชับ และไม่ได้ใจความเหมือนเดิมอีกหรือไม่
"กระชากไปแล้วถึงรู้ว่าเป็สร้อยปลอมขัดใจเลยยิงทิ้ง" ไมเคิลเรียบเรียงเื่ราวให้จบในสองวรรคระหว่างที่ยืนมองเ้ามูนพันธนาการดวงิญญาของเหยื่อที่ยังคงร้องไห้คร่ำครวญและพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสนไปเก็บสร้อย เธอเสียดายแม้ว่ามันจะเป็แค่ของปลอมที่สั่งซื้อผ่านแคตตาล็อกออนไลน์
"คนที่ทำเป็พวกเดียวกับโจรวิ่งราวคนนั้นเหรอครับหรือว่าเป็คนละพวก ถ้าเป็คนละพวก แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ซวยซ้ำซวยซ้อนมากเลยนะครับท่าทางเธอคงจะรักสร้อยเส้นนี้มาก อาจจะเป็สร้อยที่คนที่เธอรักซื้อให้รุ่นพี่คิดว่าไงครับ"
ว่ากันว่าความสงสัยนั้นไม่มีที่สิ้นสุดวันนี้ไมเคิลได้พิสูจน์แล้วว่า คำกล่าวนี้เป็ความจริง
"นายรอถามตำรวจก็ได้เย็นๆ ผมจะกลับมารับ"
รอยยิ้มของไมเคิลดูเยือกเย็นพิกลส่วนคำพูดของเขาก็เดาไม่ออกจริงๆ ว่า กำลังพูดประชดหรือพูดประชด
"ไม่เป็ไรครับผมไม่สงสัยอะไรแล้ว" ดาวเหนือตัดบทอันยืดยาวของตัวเองทิ้งแล้วเลือกที่จะนิ่งเงียบไปอีกครั้ง หนุ่มน้อยลืมไปเสียสนิทว่าตนได้ทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ให้ใครคนหนึ่งก่อนหน้านี้
"อย่าบอกนะว่าหมอนั่น...เป็ผี" ก้อนดินในสภาพเฝือกแขนซ้ายกับเฝือกขาขวานอนพึมพำกับตัวเองอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ด้วยความข้องใจ แต่สักพักก็เปลี่ยนมาถอนหายใจให้กับสภาพอันน่าอนาถของตัวเอง
"เดือนนี้ยังขายเครื่องกรองน้ำไม่ได้สักเครื่องแถมยังต้องมานอนโรงพยาบาลอีก เด็กผีนั่นมันต้องเป็ตัวซวยแน่ๆ"เขาพาลไปถึงดาวเหนือ ซึ่งเวลานี้กำลัง...
"ฮัดเช้ยยยย!!"หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดจามใส่หน้าไมเคิลที่กำลังสอนเขาใช้เคียวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือพวกมารที่มีเค้าว่าจะมาแย่งชิงดวงิญญาอีกเร็วๆ นี้
"ขะ... ขะ...ขอโทษครับรุ่นพี่ ผมคงเป็หวัดแน่ๆ!!"ดาวเหนือรีบยกมือไหว้ท่วมหัวพร้อมคำพูดแก้ตัวด้วยรู้ว่าชะตาชีวิตกำลังจะถึงฆาตอีกรอบในไม่ช้า
"ถ้ายมทูตจามแสดงว่ามีคนกำลังพูดถึง" ไมเคิลตอบขรึมๆระหว่างที่ล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดร่องรอยที่ยมทูตรุ่นน้องได้ฝากไว้
"คงจะเป็หัวหน้านั่นแหละครับถ้าอย่างงั้นผมขอตัวไปหาหัวหน้าก่อนนะครับ" ดาวเหนือได้โอกาสชิ่งหนีเอาตัวรอดโดยยกนับเงินขึ้นมาเป็ข้ออ้าง แม้เขาจะคิดว่าคนที่บ่นถึงเป็เธอจริงๆ ก็ตามที
"ท่านยมมีคำสั่งห้ามเยี่ยมถ้าหัวหน้าหายดีเมื่อไหร่ เ้าก็เห็นเองนั่นแหละ"
และเพราะไม่สามารถเข้าเยี่ยมนับเงินได้ดาวเหนือจึงยังไม่รู้ว่า คนที่บ่นถึงเขาไม่ใช่หัวหน้ายมทูตสาวหากแต่เป็ชายหนุ่มผู้ที่กำลังจะกลายเป็เหยื่อของเขาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า...นับจากนี้