“ฉันขอไปเยี่ยมพ่อได้ไหมคะ?” วิรดา กล่าวขออนุญาต นายหัวครรชิต เมื่อนั่งรับประทานอาหารเช้ากัน วิรดา มาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์หนึ่งแล้วแต่ก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย แม้กระทั้งกลับไปเยี่ยมบิดาของตน ยกเว้นไปที่เหมือง
แต่ก็นั้นแหละถ้าวันไหนต้องไปเหมือง เขาก็จะให้เธอทำอาหารั้แ่ตอนเช้าเพื่อนำไปรับประทานในตอนเที่ยง และแถมยังพ่วงเธอไปด้วยอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าจะพาไปด้วยทำไมก็ไม่รู้ แล้วก็ยังไปนั่งๆ นอนๆ ในอาคารที่เขานั่งทำงานอยู่จนถึงตอนเย็นแล้วก็ค่อยกลับมาด้วยกัน
“ได้สิ แต่เป็พรุ่งนี้นะ เพราะวันนี้ฉันไม่ว่าง” ชายหนุ่มตอบ
“ถ้าคุณไม่ว่าง เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้ค่ะ” วิรดา กล่าวอย่างเกรงใจ
“ถ้าไม่รอไปกับฉันก็ไม่ต้องไป” ชายหนุ่มมองหน้าสวยหวานซึ้งแล้วเอ่ยตัดบทอย่างมีอารมณ์
“คุณมันบ้าอำนาจที่สุด” วิรดา หน้ามุ่ยทันทีแล้วต่อว่าชายหนุ่มออกไป
“พูดอย่างนี้ พรุ่งนี้จะไม่ไปใช่ไหม?” ชายหนุ่มสวนกลับ
“ไปสิ! ฉันคิดถึงพ่อจะแย่อยู่แล้ว” วิรดา กล่าวอย่างงอนๆ ชายหนุ่มมองดูท่าทางของหญิงสาวพลางอมยิ้ม
“แล้วสรรพนามที่เรียกตัวเองน่ะ เลิกได้แล้วคำว่าฉันอย่างนั้น ฉันอย่างนี้น่ะ ฉันไม่ชอบ!” คำสั่งนี้ทำให้ วิรดา หน้ามุ่ยมากขึ้นกว่าเดิมอีก
“ทีคุณยังพูดเลย ถ้าจะให้ฉันเปลี่ยนคุณก็ต้องเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน จะได้แฟร์ๆ กันทั้งสองฝ่าย” ชายหนุ่มหรี่ตามองเมื่อหญิงสาวเอ่ยข้อเรียกร้องออกมา
“แล้วเธออยากให้ฉันเรียกตัวเองว่าอะไรล่ะ?” ชายหนุ่มถามขึ้น วิรดา ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากบางจิ้มลิ้ม ทำท่าครุ่นคิด
“ก็เรียกพี่สิ เพราะคุณแก่กว่าฉันมาก เอ้! หรือจะเรียกว่าอาดีคะ คุณอาขา” หญิงสาวเสนอขึ้นอย่างอารมณ์ดีในทันที ที่ว่าคนตัวโตว่าแก่
“ฉันไม่ใช่น้องชายพ่อเธอ แต่เป็ผัวเธอ และไม่ได้แก่มากขนาดนั้นด้วย” ชายหนุ่มแย้งคำเรียกคำหลัง จึงถือว่าเป็อันตกไป แต่คำพูดที่ตามมาอีกคำนี้สิ ทำให้ วิรดา ได้อายจนหน้าแดงระเรื่อ และทั้งอยากจะหัวเราะออกมาเพราะขำ แต่ก็ต้องกลั้นไว้กลัวว่าชายหนุ่มจะโมโห
“งั้น!.. คุณก็แทนตัวเองว่าพี่ ดีกว่านะคะนายหัว” วิรดา บอกชายหนุ่มยิ้มๆ ซึ่งยิ้มของหญิงสาวทำให้เขาแทบจะสำรักน้ำลายตัวเอง เพราะมันช่างหวานและยังเปิดโลกให้สวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็ไหนๆ
“โอเค! แล้วเธอก็ต้องเรียกตัวเองว่าดา ด้วยนะ” ชายหนุ่มตอบรับที่หญิงสาวเสนอมา
“ก็ได้ค่ะ ดาจะแทนตัวเองว่าดา” วิรดา เอ่ยรับคำยิ้มๆ
“อุ้ย!..” ชายหนุ่มดึงให้ วิรดา ลุกจากเก้าอี้มานั่งบนตักตัวเองแทน
“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัล” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ก้มลงประกบปากหนาเข้ากับปากบางจิ้มลิ้มช่างเจรจานั้นทันที
ชายหนุ่มจูบซับวนไปรอบๆ
“อื้ออ!..” จนหญิงสาวเผลอครางเสียงกระเซ้าออกมา ชายหนุ่มจึงได้โอกาสส่งลิ้นสากอุ่นลื่น เข้าสำรวจหาน้ำหวาน ที่เขาได้ลิ้มชิมรสมาแล้วว่ามันช่างแสนหวานขนาดไหน
หญิงสาวรู้สึกตัวเบาหวิว แทบจะล่องลอย ซาบซ่านไปทั่วตัว เผลอกำเสื้อเชิ้ตตรงหน้าอกของชายหนุ่มจนมันยับหยุ่น จูบนั้นช่างเนินนานนัก และก่อนที่หญิงสาวจะขาดอากาศหายใจ นายหัวครรชิต ก็ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั้น อย่างสุดแสนจะเสียดาย
วิรดา อายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี หน้าแดงซ่านไปทั่วทั้งหน้าลามไปจนถึงใบหูเรียวเล็ก ก้มหน้าลงซบอยู่กับอกกว้างไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองหน้าชายหนุ่มเลยแม้แต่นิด
“หวานจัง” นายหัวครรชิตกล่าวขึ้น และอดเอ็นดูคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักตนไม่ได้ ที่พอทำให้อายแล้วก็ช่างน่ารักน่าใคร่ยิ่งนัก จนแทบอยากจะพาขึ้นห้องนอนไปทำอะไรต่อมิอะไรกันทั้งวัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้สายๆ เราจะไปหาพ่อดากัน” ชายหนุ่มจับคางหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้นมามองหน้ากันและกัน แล้วเอ่ยยืนยันกับหญิงสาวเพื่อให้หญิงสาวได้มั่นใจ
“แต่ตอนนี้เรากินข้าวกันก่อนดีกว่านะ เอ้! หรือจะกินดาแทนข้าวดีนะ กำลังหิวอยู่เลย” ชายหนุ่มกล่าวแกล้งหญิงสาวอย่างหยอกเย้า
“บ้า! ดาไม่ใช่อาหารนะ จะได้มากินกันได้” วิรดา กล่าวพึมพำยังอายไม่หาย
“ได้สิ ไม่เชื่อให้ลองกินดูไหมละ รับรองจะติดใจ” ชายหนุ่มว่าพลางยิ้มกรุ่มกริ่ม
“บ้า!.. ไม่เอาคะ กินข้าวดีกว่า เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด” หญิงสาวว่าพลางลุกขึ้นจากตักชายหนุ่ม แล้วกลับไปนั่งประจำที่นั่งเดิมของเธอ แล้วลงมือทานข้าวต่อไป
นายหัวครรชิต มอง วิรดา ยิ้มๆ นี้เขาเป็อะไรไปนะ ั้แ่ที่วิรดา เข้ามาในชีวิตของเขา ก็ดูเหมือนว่าชีวิตเขาจะมีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น ยิ้มง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า พูดเยอะกว่าเดิมอีกด้วย ผิดกับเมื่อก่อนที่ดูเขร่งขรึม พูดน้อยต่อยหนัก ไม่หยอกล้อเล่นหัวกับใคร
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔