ทันใดนั้นสาวบิกินี่ก็โบกธงที่อยู่ในมือ ในขณะเดียวกันเสียงเชียร์ก็ดังขึ้น รถทั้งสองคันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า
ผู้คนแห่กันไปที่จอแสดงภาพทางอากาศ เพื่อชมการแข่งของทั้งสอง
“พี่เฟิง ออกตัวไปโคตรเร็วเลย”
“เื่แค่นี้ต้องให้แกพูดเรอะ รถสองคันนั้นมันคนละระดับกันเลยนะ”
“ยังไงก็สู้ไม่ได้หรอก พี่เฟิงนั้นอยู่ในสนามแข่งมาตลอด แต่เ้านั่นไม่ได้จับรถแข่งมาตั้งห้าปีเลยนะ”
จากหน้าจอ เฟอร์รารี่ ของ หลิวเฟิง เพียงแค่ 5 วินาที ก็นำหน้าไปราวๆ 10 เมตร ระยะทางแค่ 10 เมตรในการแข่ง ที่ขึ้นนำไปก่อนนั้น มันคือความได้เปรียบ
ในโค้งครึ่งแรก เสียงดริฟท์รถของทั้งสองคันนั้นดังมาแต่ไกล ถึงแม้จะอยู่บนยอดเขาก็ยังได้ยิน
“ไม่เสียทีที่ หลิวเฟิง เป็แชมป์แข่งรถจาก L.A. ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเขา โค้งง่ายๆ แค่นี้ก็ส่งผลให้เขาได้เปรียบ”
ชายหัวล้านวัยกลางคน เป็คนพากย์ในสนามแข่ง ขณะที่เขาพากย์ไป อยู่ๆ น้ำเสียงก็เปลี่ยน
“เฮ้ย? ไม่นึกมาก่อนเลยว่าทักษะของ จางฮ่าน จะไม่ด้อยไปกว่า หลิวเฟิง ด้วยระยะห่างและแรงกดดันขนาดนี้ แต่เขากลับดูไม่สะทกสะท้านใดๆ สุดยอดเลย”
จากภาพนั้น ฟอร์ด มัสแตงสีฟ้าดริฟท์ได้เร็วและนุ่มนวลกว่าเฟอร์รารี่อยู่นิดหน่อย
ระยะห่างของรถทั้งสองคันนั้นค่อยๆ กระชั้นขึ้นมาแล้ว แต่ดูเหมือนเฟอร์รารี่นั้นคอยปาดซ้ายปาดขวา เพื่อปิดทางไม่ให้ฟอร์ด มัสแตงนั้นแซงนำขึ้นหน้าไป
เพราะเหตุนี้ทำให้ฟอร์ด มัสแตง ต้องคอยลดระดับความเร็วอยู่เนืองๆ
“อืม หลิวเฟิง ปิดไลน์ถนนไว้ได้ไม่เลว ทว่าโค้งข้างหน้าที่รออยู่ หากประมาทเพียงแค่นิดเดียว ก็อาจถูกแซงได้โดยที่ไม่รู้ตัว” ชายหัวล้านจ้องมองที่จออย่างไม่ละสายตา
รถทั้งสองคัน ดริฟท์เข้าโค้งตามกันมาติดๆ ในขณะเดียวกันนั้น หลิวเฟิง ก็ปิดทางไว้ ไม่ยอมให้ จางฮ่าน แซงขึ้นไปได้
หลังจากที่ชมการแข่งนี้ ชายหัวล้านอดชมไม่ได้ “ไม่เลวเลย มันช่างเป็ภาพที่น่าประทับใจ”
“ของมันแน่อยู่แล้ว นั่นพี่เฟิงเชียวนะ”
“แค่พวกระดับปลายแถวอย่าง จางฮ่าน จะเอาอะไรมาเทียบกับพี่เฟิง ห๊า?”
“.......”
“พอพ้นจากทางตรงตรงนี้ไป ก็จะเข้าถึง่ที่ยากที่สุดของเขาหมาป่าแล้ว 9 โค้ง 18 ทางซิกแซ็ก ทางตรงครึ่งแรกนั้น แน่นอนว่าทั้งสองคันเร่งความเร็วเต็มกำลัง แต่พอถึงแนวโค้งข้างหน้าจำเป็ต้องลดความเร็วลงกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะเป็อันตราย ทั้งคนทั้งรถ” ชายหัวล้านพูดพลางลูบปลายคาง
แต่ไม่เป็ดังคาด ทั้งสองคันไม่ได้ลดความเร็วลงกันเลย
และตอนนี้ ภายในรถมัสแตง จางฮ่าน ยังคงยิ้มออกมา
“หรือว่า ระบบเบรกขัดข้อง?”
ชาติก่อน บนที่แห่งเดียวกันนี้ เป็เพราะไม่สามารถลดความเร็วลงได้ ทำให้เขารถคว่ำาเ็สาหัส แล้วทั้งหมดนี้คือสิ่งที่รุ่นน้อง ตงหู่ วางกับดักเอาไว้
ตงหู่ ก็คือชายอ้วนสวมแว่นตา ที่คอยเชียร์เขาอยู่นอกสนาม หลายปีก่อนเขาขึ้นมาเที่ยวที่ซ่างจิง และได้พบกับ จางฮ่าน จางฮ่าน แม้จะเป็วัยรุ่นเืร้อนแต่เขาก็ดีกับ ตงหู่ ไม่น้อย ตงหู่ เปิดร้านขายรถมือสองได้ด้วยความช่วยเหลือของเขา ทำให้มีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บมากกว่าห้าล้านหยวน มีชีวิตราบรื่นทีเดียว
แต่หลังจากเื่ห้าปีก่อนที่เกิดขึ้นกับ จางฮ่าน เขาไม่เคยถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นอีกเลย จนถึงตอนนี้ก็ทำเสแสร้งระลึกถึงความหลัง เป้าหมายของเขาก็คือการแข่งในวันนี้
“จริงๆ แล้ว ฉันก็ไม่คิดจะลดความเร็วลงสักนิด”
จางฮ่าน แสยะยิ้ม
ปกติหากไม่ใช้เบรกช่วย ก็ยากที่จะดริฟท์เข้าโค้ง แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ด้วยความสามารถของ จางฮ่าน ในตอนนี้ดูเหมือนเขาจะจัดการกับข้อบกพร่องนี้ไปได้
ตอนนี้ หลิวเฟิง ยังไม่ยอมเปิดช่องว่างให้จางฮ่านมีโอกาสขึ้นแซง หลิวเฟิง ก็ชะลอรถหักเข้าด้านขวา
“แกรู้ตัวว่าเบรกไม่อยู่แล้วใช่มั้ย?”
หลิวเฟิง ยิ้มได้ใจ คอยมองดูรถที่แซงหน้าตัวเองพบกับความพินาศ
อีกด้านหนึ่ง ผู้คนจ้องดูอยู่ที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ
“เขาไม่ลดความเร็ว? หรือว่าเขาไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่แล้ว? โค้งหฤโหดนี้มีคนตายมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ถ้าไม่ระวังเป็ต้องร่วงลงไป” คนพากย์หัวล้านเสียงเครียด
“เ้าหมอนั่น จะบ้าระห่ำเกินไปแล้ว”
“ฉันว่ามันคงเบื่อชีวิตนี้เต็มทีแล้วล่ะ”
“รีบๆตายไป จะได้ไปเกิดใหม่ เ้านั่นคงคิดไว้แล้ว”
“......”
ที่ด้านหลังของ ตงหู่ สาวน้อยน่ารัก เธอมองไปเห็นแต่ขาของคน ได้ยินแต่เสียงคนเยาะเย้ย จางฮ่าน จนเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“Daddy”
“หุบปาก! เดี๋ยวตีตายเลย”
ตงหู่ ขู่ด้วยหน้าตาถมึงทึง
สาวน้อยวัยสามสี่ขวบที่ยังไม่รู้ประสาอะไร พอได้ยินเสียงขู่ของ ตงหู่ ก็ยิ่งร้องไปกันใหญ่
ด้วยความโมโห ตงหู่ เงื้อมือทำท่าจะตีเธอ แต่เหลือบไปเห็นผู้คนที่มองมาเลยวางมือลงอย่างเสียไม่ได้ ได้แต่หัวเราะแก้เขิน
“แม่สาวน้อยแสนน่ารัก”
สาววัยยี่สิบเศษๆ เห็นเด็กหญิงร้องไห้น่าสงสาร จึงอดไม่ได้ที่จะเข้ามาปลอบเธอ
“อะไรนั่น ฉันเห็นอะไร?”
เสียงของคนพากย์พูดออกมาอย่างใ กลุ่มคนรีบวิ่งมารุมกันที่จอมอนิเตอร์
แต่สิ่งที่เห็นคือเ้าฟอร์ด มัสแตง ที่พุ่งเข้าโค้งด้วยความเร็วเต็มที่ ดริฟท์ผ่านโค้งครึ่งวงกลมแรกไป และกำลังจะเข้าโค้งที่สอง
โค้งที่สองเป็โค้งหักศอก ต่อด้วยโค้งรูปกรวย สองโค้งนี้เป็โค้งต่อเนื่อง ถึงเขาจะหลุดจากโค้งหักศอกมาได้ แต่หากไม่ลดความเร็วลง ยังไงต้องพลาดตกหน้าผาไป
จากที่ดู เ้าฟอร์ด มัสแตงคันนั้นยังคงความเร็วไว้ ไม่ยอมผ่อนลงเลย ดูเหมือนรถผีสิง เห็นเขาออกมาจากโค้งที่สอง กำลังจะเข้าโค้งที่สามแล้ว
“มันจบแล้ว ความเร็วขนาดนี้ยังไงก็หยุดไม่อยู่แน่ๆ ” คนพากย์ถอนหายใจ สายตาบ่งบอกถึงความหดหู่
แต่ภาพที่เขาเห็นนั้น ทำให้เขาถึงกับตะลึง
สิ่งที่เขาเห็นนั้น คือเ้าฟอร์ด มัสแตง ดริฟท์360องศา เข้าโค้งได้อย่างปาฏิหาริย์
ผ่านโค้งแรก โค้งสอง โค้งสาม พุ่งเข้าโค้งที่สี่
" โอ้ แม่เ้า”
“นี่มันทักษะอะไรกัน? สามโค้ง 360องศา นั่นเขาทำมันได้ยังไงกัน”
“เขาเป็คนแรก ที่เข้าโค้งบนเขานี้โดยไม่ลดความเร็ว”
“จางฮ่าน! หรือว่าเขา้าเขียนตำนานบทใหม่บนเขาหมาป่าแห่งนี้?”
ทุกคนพากันตะลึงอ้าปากค้าง มองดูเขาผ่านโค้งหฤโหดทั้ง18ด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง
ฟอร์ด มัสแตง พุ่งเข้าโค้ง เหมือนกับสัตว์ร้าย
ขณะเดียวกัน เฟอร์รารี่ของ หลิวเฟิง ค่อยๆ คืบคลานเข้าโค้งที่ 4 ดูเหมือนหอยทากยังไงยังงั้น
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงคำรามของ ฟอร์ด มัสแตง ก็พุ่งมาที่จุดออกตัว ด้วยความเร็วสูงสุด เขาหยุดรถด้วยการดริฟท์ 360 องศาถึงสิบรอบ หัวรถหยุดอยู่ที่หน้าผาอย่างพอดิบพอดี
“เฮ้อ!”
จางฮ่าน ออกมายืนพิงที่ประตูรถ สภาพท่าทางของเขานั้นไม่ต่างไปจากตอนแรกที่ทุกคนเห็น แต่ที่เปลี่ยนไปคือสายตาที่ทุกคนมองดูเขา
“เขาจบการแข่งนี้ด้วยเวลาเพียง 7นาที30วินาที เป็การทุบสถิติที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน” คนพากย์ประกาศเวลา “และเช่นกัน ถ้าหากรถที่เขาขับเป็เฟอร์รารี่ เวลาที่ทำออกมาคงจะเร็วกว่านี้เป็แน่”
“สถิติที่ดีที่สุดที่เคยมีมาคือ 10 นาที 20 วินาที ใช่มั้ย? พระเ้าช่วยกล้วยทอด จางฮ่าน สุดยอดเกินไปแล้ว!”
“ถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองฉันก็ไม่มีทางเชื่อหรอก พี่เฟิง แพ้ให้กับเ้านั่นซะแล้ว!”
“......”
ทุกคนพากันส่ายหน้าทอดถอนใจ มีแต่ ตงหู่ ที่เปลี่ยนสีหน้าทันควัน พร้อมกับอุ้มสาวน้อยเดินพุ่งตรงไปทาง จางฮ่าน
“สมแล้วที่เป็ พี่ฮ่าน พี่เจ๋งว่ะ”
ตงหู่ เข้าไปประจบสอพลอ
“เพราะรถของนายเจ๋งต่างหากล่ะ ไม่งั้นฉันคงแพ้ไปแล้ว” จางฮ่านยิ้มเจื่อน
“Daddy”
สาวน้อยดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของ ตงหู่ ทำน้ำเสียงออดอ้อนซุกซนยื่นแขนออกไป บ่งบอกว่าเธอ้าให้อุ้ม
จางฮ่านอุ้มเธอขึ้นมากอดโดยไม่รู้ตัว ถามเธอว่า
“แม่หนูน้อย ทำไมถึงได้เรียกฉันว่าพ่อล่ะ?”
แต่ด้วยความเหนื่อย สาวน้อยยังไม่ทันได้ตอบก็ผล็อยหลับไปคาอ้อมอกของ จางฮ่าน
“นี่ลูกสาวนาย?” จางฮ่าน เอ่ยถาม
“ฉันจะไปมีลูกน่ารักอย่างนี้ได้ยังไง เหอะๆ พี่ฮ่าน นี่ไม่ใช่ลูกสาวของพี่หรอกเรอะ?” ตงหู่พูดไปหัวเราะไป
“ฉันมีลูกที่ไหนกัน?”
“งั้นฉันก็ไม่รู้ด้วยแล้วแหละ สรุปพี่เป็คนพามา แล้วเธอก็เรียกพี่ว่าพ่อมาตลอด เมื่อกี้ก็ไม่ใช่พี่บอกว่าฝากให้ฉันดูแลเธอไม่ใช่หรอกเรอะ ลืมแล้วหรือไง?” ตงหู่ พูดด้วยท่าทางประหลาดใจ
ลูกสาวฉัน?
อยู่ๆ ฉันก็มีลูกสาว นี่เื่มันเป็ยังไงกัน?
ยังไม่ทันที่จะได้คิด หลิวเฟิง ก็โผล่มาพร้อมกับ เฟอร์รารี่
รถจอดได้สักพักหนึ่ง หลิวเฟิง ก็ลงมาพร้อมหน้าตาซีดเซียว
เขาเดินย่างสามขุมตรงมา มองจางฮ่าน ด้วยสายตาใระคนแค้น
ทั้งสนามเงียบลง ทุกสายตาจ้องมองมาที่จุดเดียวกัน
“แกกล้าแข่งกับฉันอีกสักรอบมั้ย” หลิวเฟิง กัดฟันพูด
“เหอะๆ ฉันไม่มีอารมณ์มาเสียเวลากับพวกขี้แพ้อย่างแกหรอก” จางฮ่าน ยิ้มอย่างสมเพช “ส่งกุญแจรถมาซะ”
พอหลิวเฟิงได้ยิน ก็ออกอาการโมโหจนหน้าแดง มือขวายื่นกุญแจให้ พูดอย่างคับแค้นใจ
“อีก1เดือนข้างหน้า ไว้มาแข่งกันใหม่”
ท่าทางที่ว่า หาก จางฮ่าน ไม่ยอมรับปากคงไม่ยอมเลิกรา
“ก็ได้ๆ ๆ ส่งกุญแจรถมาสักที” จางฮ่านยื่นแขนออกมา
หลิวเฟิง ยื่นกุญแจรถให้อย่างไม่เสียดาย นี่เป็รถที่เพิ่งซื้อมาและนำออกมาแข่งครั้งแรก ทว่ากลับแพ้เดิมพัน
จางฮ่าน รับเอากุญแจรถ แล้วอุ้มเอาเด็กสาวไปนั่งข้างคนขับ พอออกรถไปได้ไม่ไกล จางฮ่าน ก็จอดรถข้างทางมองผ่านกระจกหลัง
บัดนี้ การแข่งจบลงแล้ว ผู้คนต่างก็พากันแยกย้าย
จบตอน