สกาเล็ต คอนเนลลี่ไม่กล้าขยับ เนื่องจากก่อนเข้ามาค่ายกักกันห้ามพกอาวุธปืน เธอจึงนำมันฝากไว้ที่เรดซิ่งซึ่งจอดอยู่ด้านนอก แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเธอจะพัฒนาเพราะเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้าย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอาวุธร้อนก็ยากที่จะต่อต้านได้
“เธอทำร้ายเขาทำไม” ทหารคนนั้นถาม น้ำเสียงแสงความไม่เป็มิตรชัดเจน
สกาเล็ต คอนเนลลี่ฟังจีนไม่ค่อยออกแต่พอจะเข้าใจสิ่งที่เขาพูด ดังนั้นจึงอธิบายสั้นๆ “พวกเขาอยากจะข่มขืนฉัน ฉันก็แค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าแค่ปกป้องตัวเองก็ถือว่าผิด ในขณะที่ไอ้พวกเหี้ยนี่จะทำอะไรก็ได้เหรอ!”
แต่นายทหารคนนี้ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงยากที่จะสนทนากันเข้าใจ
“หันหลัง วางมือไว้บนศรีษะ ยืนอยู่นิ่งๆ ให้ฉันใส่กุญแจมือ หลังจากนั้นเธอก็ตามฉันมา”
สกาเล็ต คอนเนลลี่มองทหารเดินเข้ามาหาเธอด้วยความกังวลใจ เธอเข้าใจจุดประสงค์เขาได้ไม่ยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยากที่จะปฏิบัติตาม
ทว่าในตอนนั้นเองมู่เฉินได้ออกมาจากเต็นท์แล้ว
สกาเล็ต คอนเนลลี่ถอนหายใจโล่งอก
“เกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือเปล่าคุณทหาร” มู่เฉินยืนบังสกาเล็ตตรงหน้าทหาร
“คนจีนสินะค่อยคุยกันรู้เื่ ก็ผู้หญิงคนนี้น่ะสิเธอโจมตีพลเมืองชาวจีน กฏของค่ายกักกันมีให้เห็นชัดเจนว่าห้ามทำร้ายร่างกาย แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่ปฎิบัติตามกฎ ดังนั้นฉันก็เลยต้องจับเธอไปสอบปากคำและขังคุกเพื่อคุมความประพฤติ” ทหารหนุ่มตอบเถรตรง
“มันเป็แค่ความเข้าใจผิด ดูก็รู้ว่าชายสามคนนั้นเป็คนร้าย ในขณะที่เธอเป็เพียงผู้หญิงตัวคนเดียวก็ต้องป้องกันเป็ธรรมดา หรือว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเหรอคุณทหาร?” มู่เฉินไม่สะทกสะท้านต่อปืนที่จ่อมา ยังคงเผยรอยยิ้มสนทนาอย่างใจเย็น
ทหารไม่ยอมถอยกลับไปและในตอนนั้นเองหญิงสาวสี่คนก็ออกมาจากเต็นท์เล็กๆ
สกาเล็ต คอนเนลลี่เหลือบมองต้องเอามือปิดปากอุทานเสียงเบา
“พระเ้าผิวขาวมาก ดูไม่มีเืฝาดแต่ก็ดีกว่าก่อนหน้านี้มาก นอกจากนั้นดวงตาของพวกเธอยังเป็สีแดงกันหมด คงกลายเป็แวมไพร์เรียบร้อยแล้วสินะ!”
นอกจากผิวขาวซีดๆ แล้วขอบตายังดำคล้ายกับกรีดอายไลเนอร์สีเข้ม รวมถึงอารมณ์ที่เย็นะเื
ทหารหนุ่มตกตะลึงกับสาวๆ นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นคนสวยขนาดนี้ อารมณ์ของพวกเธอทำให้เขาถึงกับคลั่งไคล้
“ชาวต่างชาติที่เข้ามาหลบภัยในค่ายกักกัน ที่เธอทำร้ายชาวจีนสามคนคงเพราะ้าฆ่าแล้วนำเนื้อไปทำอาหารสินะ ไอ้พวกชาติชั่วสารเลว ยืนหันหลังกันให้หมด เอามือยกสูงไว้เหนือศีรษะ กางขาอย่าขยับ!” แทนที่จะคุยกันดีๆ แต่ทหารหนุ่มกลับใช้อารมณ์ส่วนตัวเป็ที่ตั้ง
“คุณทหาร...” มู่เฉินเดินเข้าไปใกล้เขาทำเอาทหารหนุ่มทนไม่ไหวต้องยกปืนเหนี่ยวไก เสียงดังปังหนึ่งนัด ในค่ายกักกันค่อนข้างเงียบสงบดังนั้นทุกคนจึงได้ยินเสียงปืนชัดเจน ทหารหลายนายเริ่มวิ่งมาที่นี่ ในขณะที่ร่างของมู่เฉินล้มลงบนพื้น
“เพน!” อายากะมองทหารที่เพิ่งเหนี่ยวไกพร้อมกับเอ่ยคำพูดหนึ่งประโยค เพียงเท่านั้นทหารถึงกับล้มลงไปบนพื้น ท่าทางทุรุนทุราย จับหน้าอกของตัวเองแน่นก่อนจะน้ำลายฟูมปากตายตาไม่หลับ
“นี่คือ...” สกาเล็ต คอนเนลลี่ตะลึง แต่สถานการณ์กลับทำให้เธอต้องรีบเคลื่อนไหวไปคว้าปืนที่ตกอยู่บนพื้น ตอนนี้ด้านหน้ามีทหารราว 10 คน ปืนกลเบาถูกเล็งเป้ามาที่คนทั้ง 5
“วางอาวุธลง ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าหากยังไม่วางผมจะเริ่มยิงทันที!” ชายที่ดูเหมือนเป็ผู้นำเริ่มเจรจา แต่ทางฝั่งของฟลอเรนซ์ ดูไม่มีใครแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
“แย่แล้วสิ ถูกล้อมด้วยทหารและอาวุธครบมือแบบนี้ ยากที่จะหลบหนีออกไปจากค่ายกักกันโดยที่ไม่ได้รับาเ็ จะทำยังไงดี!” สกาเล็ต คอนเนลลี่คร่ำครวญ
“พูดอะไรไปพวกเขาก็คงไม่ฟัง งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ ฝ่าออกไปจากค่ายกักกัน แม้ว่าต้องฆ่าพวกเขาก็ตาม” แคทริน วิสตันเป็คนแรกที่เอ่ย น้ำเสียงของเธอแตกต่างจากตอนที่อยู่ในเต็นท์ชัดเจน ราวกับว่าเปลี่ยนจากคนอ่อนแอเป็ผู้หญิงที่เ็าและเย่อหยิ่ง
บางทีอาจเป็เพราะกลายเป็เผ่าพันธุ์ใหม่ หรืออาจเพราะอารมณ์ที่สั่งสมมาถึงขีดสุด พอรับพลังใหม่จึง้าใช้เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการซึ่งแสดงถึงความอ่อนแอของตัวเองเมื่อก่อน
“งั้นก็ไปกันเถอะ ฉันเองก็เกลียดพวกนี้เต็มทนแล้ว” เฮลีย์ สไตส์เกอร์เห็นด้วย รวมถึงอีกสองคนที่พยักหน้า
ส่วนสกาเล็ต คอนเนลลี่แสดงสีหน้าหม่นๆ แล้วหันไปะโใส่มู่เฉินที่กำลังนอนอยู่ “จะแสร้งทำแบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่ เห็นไหมว่าทุกอย่างมันกำลังแย่ ถ้าหากคุณยังทำแบบนั้นอีกฉันกลัวว่า...”
คำพูดยังไม่ทันจบพวกฟลอเรนซ์สี่คนก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
ทหารเปิดฉากยิง สกาเล็ต คอนเนลลี่หาที่หลบ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับะุเหมือนกับสี่สาวเ่าั้ ทำได้เพียงหาที่กำบังแล้วแอบมองสถานการณ์ด้านหน้า
ฟลอเรนซ์เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มองเห็นเพียงร่างกายของเธอกระพริบหายไป ปรากฎตัวอีกทีก็อยู่ข้างทหารนายหนึ่ง ก่อนจะต่อยหมัดที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟเผาผลาญจนเป็เถ้าถ่าน
แคทรินวิ่งไปตรงๆ อยู่ๆ ร่างกายของเธอก็หายไปคล้ายกับเพื่อนก่อนหน้านี้ แต่นี่ไม่ใช่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแต่เป็การย่อขนาดร่างกายให้เล็กลงต่างหาก
เฮลีย์ยืนอยู่ที่เดิม รับะุตรงๆ จนร่างกายปรากฏหลุมเืหลายแห่ง ทว่าในตอนนั้นเองดวงตาของเธอคล้ายกับเต็มไปด้วยพลังแห่งแสง แสงสีแดงปะทุออกจากดวงตา กวาดล้างทหารตรงหน้าจนร่างถูกะเิแหลกเละ
อายากะไม่ได้หลบทหารที่เข้ามาประชิดตัว เพียงมองเขาครั้งหนึ่งชายคนนั้นก็ล้มลงไปบนพื้นเหมือนคนก่อนหน้า เสียชีวิตแทบจะทันที
“แข็งแกร่งมาก นี่เหรอคือพลังของแวมไพร์ ดูเหมือนว่าจะทรงพลังกว่าฉันที่กินเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้ายซะอีก!” สกาเล็ต คอนเนลลี่เต็มไปด้วยความอิจฉาเมื่อเห็นเพื่อนในวงการแสดงความสามารถกันทีละคน
ทหารสิบคนถูกจัดการในเวลาไม่นาน ถึงตอนนั้นมู่เฉินก็ลุกขึ้นยืนแล้ว
สกาเล็ต คอนเนลลี่ออกจากที่ซ่อนแล้วไปหาเขา
“คุณแกล้งหลับทำไม! รู้ไหมว่าฉันกลัวแทบตาย”
มู่เฉินหัวเราะเล็กน้อยแล้วโอบเอวเธอเข้ามา เธอ้าขัดขืนแต่สู้แรงเขาไม่ได้
“โทษที...ผมแค่้าทดสอบพลังของพวกเธอเท่านั้นเอง ดูเหมือนว่าแวมไพร์จะทรงพลังมาก และพลังวิเศษเองก็ส่งเสริมกันและกัน ถึงแม้นี่จะเป็ครั้งแรกแต่ก็ทำได้ดี”
สกาเล็ต คอนเนลลี่บุ้ยปาก หลังจากนั้นครู่เดียวที่นี่ก็ถูกปิดล้อมด้วยทหารจำนวนมาก คนธรรมดารีบหาที่ซ่อนเพราะกลัวโดนลูกหลง สถานที่ด้านหลังจึงมีเพียงกลุ่มของมู่เฉินและทหารเท่านั้น
“สวัสดี ผมเป็ร้อยโทหยางิ” ชายที่มีอายุราว 40 ปีก้าวออกมาข้างหน้า “พวกคุณฆ่าคนของเรา แถมยังอยู่ในค่ายกักกันซึ่งกองทหารติดอาวุธพร้อม นับว่าใจกล้าไม่เบา”
“สวัสดีคุณร้อยโท ความจริงเราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกแต่คนของคุณเปิดฉากยิงก่อน ก็เข้าใจนะในสถานการณ์แบบนี้ชาวต่างชาติถูกมองเป็พลเมืองชั้นสาม แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอย่างไรกับพวกเธอก็ได้” มู่เฉินแสดงรอยยิ้มขี้เล่น เผชิญหน้ากับทหารหนึ่งกองแต่ยังสงบ ทำให้หยางิต้องหรี่ตามองเขา
“ที่นี่คือจีน ทุกคนต้องเคารพกฎที่ถูกเขียน และที่นี่คือค่ายกักกันที่ผมดูแล คุณเองก็เป็คนจีนไม่ใช่เหรองั้นก็น่าจะคุยกันง่ายหน่อย ผมไม่สนว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้นรู้เพียงว่าตอนนี้ คุณต้องเข้าคุกเพื่อรับโทษ!” หยางิเป็ถึงผู้บัญชาการค่ายกักกัน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถถอยได้
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นผมคงต้องใช้กำลังสินะ บอกตามตรงว่าไม่อยากฆ่าพวกคุณเลย ยังไงซะทุกคนเองต่างก็อยากเอาตัวรอดในวันหายนะ และพวกคุณยังคอยช่วยเหลือผู้ประสบภัย นับว่าเป็สิ่งที่ดี แต่...เมื่อยกปืนมาที่ผมก็ถือว่าเป็ศัตรู หวังว่าคุณจะเข้าใจ” เมื่อมู่เฉินพูดจบร่างกายของเขาก็ส่องแสงสว่าง
หยางิเห็นท่าว่าไม่ดีจึงสั่งให้ทหารรีบยิง แต่อนุภาคแสงดูเหมือนจะกลวงปล่อยให้ะุผ่านไปโดยไม่สามารถทำลายมันได้
เมื่อแสงสว่างเข้ามาใกล้จะเห็นได้ว่าเป็ร่างของมู่เฉินแล้ว เท้าถูกยกขึ้นสูง เตะเข้าที่ศีรษะของหยางิตรงๆ แรงะเิทำให้บริเวณนั้นมีทหารเสียชีวิตหลายสิบคน ะุปืนยังยิงไปที่มู่เฉินซ้ำๆ แต่ดูเหมือนมันจะเปล่าประโยชน์
“แข็งแกร่งมาก! นี่เหรอคือผู้ชายของฉันหลังจากนี้” แคทริน วิสตันถึงแม้จะถูกเปลี่ยนเป็แวมไพร์แต่ไม่สามารถทำให้ะุผ่านร่างกายได้ เธอยอมรับะุตรงๆ แล้วขับลูกะุออกมาทางิั จากนั้นาแจะหายไปเอง ต่างจากที่เขาแสดงให้เห็นตอนนี้
“หยุดยิง หยุดยิง!”
ทหารที่ยิงไม่พักเริ่มหยุดยิงเมื่อได้รับคำสั่ง
เมื่อฝุ่นควันหายไปจึงมองเห็นร่างกายของหยางิที่ส่วนหนึ่งกลายเป็เพชร
“ว่ากันว่าเพชรคือวัตถุที่แข็งที่สุด มิน่าล่ะคุณถึงได้รอดชีวิตจากการเตะเมื่อครู่ คงได้รับพลังนี้มาจากการฆ่าซอมบี้สินะ” มู่เฉินมองร้อยโทตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม นี่คือการป้องกันสุดแกร่งก็ว่าได้ เรียกได้ว่าแม้แต่จรวดต่อต้านรถถังยังยากที่จะเจาะเข้า
“ใช่แล้วนี่คือพลังของผม ขอยอมรับว่าคุณแข็งแกร่งมาก แต่ว่าเมื่อร่างกายของผมเป็แบบนี้คุณจะทำอะไรได้” หยางิโยนเสื้อที่ขาดของตังเองทิ้งไป การแสดงความสามารถของเขาทำให้ฝั่งทหารส่งเสียงเชียร์
“ยอมรับว่าร่างกายคุณแข็งแกร่ง แต่ถ้าหากเป็จิตใจล่ะ!”