Back to 1986
ประตูเหล็กเลื่อนเปิดออกและเกิดเสียงดังน่ารำคาญพอๆกับการส่งเสียงโวยวายด้านนอก ภาพแรกที่ม่านอวิ้อันเห็นคือ สตรีวัยกลางคน อายุคงราวๆห้าสิบกว่าปี
ยามนั้น เยว่จือเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก และเธอพยายามออกมายืนอยู่ข้างหน้าม่านอวี้อันแต่มีอาการกล้าๆ กลัวๆ จนน่าสงสาร
“ป้าลี่ มีเื่อะไรหรือจ๊ะ”เมื่อเยว่จือคลำหาเสียงตัวเองพบก็ถามไถ่อีกฝ่าย
“หน็อย นังเด็กเหลือขอยังกล้าเรียกฉันว่าป้าอีกเหรอ แล้วคุณนายอันของแกก็เหมือนกัน หมุดหัวอยู่ในบ้านสี่ห้าวันแหม แกล้งทำเป็สำออย อยากให้ลูกชายฉันวิ่งเต้นตามหมอให้สินะมารยาชั้นต่ำอย่างกับละครรักดอกไม้โรยที่ฉาย่กลางวัน พวกเธอทั้งนายทั้งบ่าวมีดีตรงไหนหา ถึงกล้าคิดอยากให้คนอื่นเขาดูแล”
ลี่ฮุ่ยสาดคำพูดร้ายกาจราวกับปากของเธอมีของเน่าและหนอนตัวเป้งๆอยู่ในนั้น และม่านอวี้อันเกือบเหลืออด เธอกำหมัดแน่น ใจที่เดือดพยายามข่มเอาไว้อย่างไรเธอต้องฉลาดให้มาก ด้วยจำเป็ต้องรู้ว่าที่ผ่านมาเยว่จือกับนายของเธอรับมือกับคนมาหาเื่อย่างไร
“พูดอะไร เกรงใจกันบ้างนะป้าลี่อีกอย่างเป็เพราะเฮียข่าย เขามีจิตใจดี ชอบแบ่งปันหนูกับคุณผู้หญิง เอ่อมาดามอันต่างหาก”
เป็ตอนนั้นที่ลี่ฮุ่ย นึกว่าตนเองหูฝาดนอกจากเยว่จือจะกล้าต่อปากต่อคำกับตนราวกับมีใครหนุนหลังเด็กสาวยังเรียกม่านอวี้อันว่า ‘มาดาม’ ผับผ่า มันเกิดเื่อะไรขึ้น
“นี่คงป่วยหนักทั้งนายและขี้ข้าสินะถึงพูดจาพิลึกหูอย่างนี้”
ลี่ฮุ่ยยังไม่หยุดล้งเล้งเสียงดังก่อนกวาดตามองหน้าของเยว่จือ
“แล้วนั่น หน้าแกไปโดนอะไรมาฮึ”ลี่ฮุ่ยจ้องใบหน้าแดงช้ำที่ตอนนี้เริ่มเขียวขึ้นของเยว่จือ ซึ่งอันที่จริง ่ที่ทำงานในครัวม่านอวี้อันให้เด็กสาวประคบไข่ต้มแล้ว
“หูหนวกรึ ป้าถามว่าหน้าแกไปโดนใครตบมา!”
ม่านอวี้อันทนฟังคนพูดจาไม่เข้าหูนานเกินไปแล้ว เธอจึงเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ ว่า
“เอ่อ...ป้าลี่ ฉันไม่ค่อยสบายตอนนี้ลูกรอกินข้าวอยู่ หากไม่มีธุระอะไร ฉันขอตัวก่อน”
“ต๊าย คุณนายอัน เปิดปากพูดเป็แล้วรึป้านึกว่าที่ผ่านมา เธอกลัวทองจะล่วงจากปากเสียอีก เห็นกันมาสามสี่ปีนี่คงเป็ครั้งแรกกระมังที่ส่งเสียงตอบโต้ป้าเกินห้าคำ!”
ลี่ฮุ่ยเล่นใหญ่เล่นโตเธอคงไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือผู้หญิงเืร้อน และพร้อมบวกแบบจัดหนัก
“แล้วป้าลี่ล่ะ ยืนะโป่าวๆ อย่างนี้ทำเหมือนฉันกับเสี่ยวจือ ไปสร้างความเดือดร้อนให้”
“โอ๊ย เดือดร้อนสิ นี่ถ้าลูกชายป้าอยู่บ้านคงวิ่งเต้นหาหมอมารักษาเธอแล้ว และไหนจะของกิน ของใช้อีก คอยแอบเอามาให้กันยาม
กลางค่ำกลางคืนเธอน่ะหัดเจียมตัวเสียบ้าง ลูกก็มีแล้ว หากไม่อายคนอื่น ก็เห็นแก่ผมหงอกบนหัวฉันสักหน่อยเถอะวันๆ คิดแต่จะให้ท่าทอดสะพานให้ลูกชายฉันอยู่ตลอด เห็นแล้วขัดหู ขัดตาจริงๆ”
ในที่สุดม่านอวี้อันก็รับรู้ความในใจของลี่ฮุ่ยอีกฝ่ายคงเป็นางสิงห์หวงลูกชาย และ ‘อาข่าย’ หรือเจิ้งข่ายคงมีใจให้เ้าของร่างนี้ไม่น้อย
“เื่หัวใจห้ามกันไม่ได้นะป้าลี่ใครจะรักชอบกัน หรือแม้แต่เกลียดชัง คงต้องปล่อยกันไปแล้วถ้ามีเื่อยากระบายแค่นี้ ฉันไม่ว่างรับฟัง!” ม่านอวี้อันเอ่ยจบ ก็ดึงแขนเยว่จือที่ยังยืนเซ่ออยู่ตรงนั้นให้เข้าบ้านแต่เป็ลี่ฮุ่ยที่เอ่ยขัดเสียก่อน
“ฮึ ป้าจะบอกอะไรให้ ตอนนี้อาข่ายเขาไม่อยู่ร้านหรอก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็กลัวผิงเกอกับเจียวเกอจะถูกเธอตบตีหรือไม่คงเอาไปขายให้แก๊งัซิ่ง จึงขอร้องให้ฉันมาสอดส่องอยู่บ่อยๆ”