ตอนที่ 3
คุณชายอาภัพ
จางมู่หลินโคจรพลังและขับพิษในร่างอยู่นาน ตอนนี้พิษถูกขับออกมาบางส่วน ร่างกายจึงเหนียวเหนอะหนะไปด้วยเหงื่อไคลและสิ่งปนเปื้อนสีดำที่ถูกขับออกมา เขาคิดจะเรียกให้แม่นมหวังกับบุตรชายเตรียมน้ำร้อนให้อาบ แต่กลับได้ยินทั้งสองคนที่อยู่ข้างนอกคุยกันเข้าเสียก่อน
“ไปต้มโจ๊กแล้วยกเข้าไปให้คุณชายหน่อย เดี๋ยวข้าจะไปต้มยา” แม่นมหวังที่หายโศกเศร้าแล้วเอ่ยกับบุตรชาย
“ท่านแม่ ตอนนี้เราเหลือข้าวสารแค่พอต้มโจ๊กถ้วยเดียว…” เสี่ยวเฉินที่เป็บุตรชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ไม่เป็ไร ต้มไปเถอะ คุณชายต้องฟื้นฟูร่างกาย ใส่น้ำเข้าไปมากหน่อย ตักโจ๊กเข้าไปให้คุณชาย ส่วนพวกเรากินน้ำข้าวที่เหลือเอาก็ได้แล้ว…” แม่นมหวังพูดพลางแกะห่อยาที่เหลือห่อสุดท้ายออกมาต้ม พอหันไปเห็นสีหน้าของบุตรชายก็เอ่ยปากอีกครั้ง
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้ากับถิงเอ๋อร์จะเข้าไปส่งผ้าปักในเมือง จะได้ซื้อข้าวสารกับยาของคุณชายกลับมา”
ั้แ่คุณชายถูกส่งตัวมาอยู่ชนบท เงินทองที่ติดตัวมาก็หมดไปกับการซื้อยารักษาตัว นางเคยให้คนส่งจดหมายกลับไปที่เมืองหลวง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ และไม่เคยมีเงินทองหรือสิ่งของส่งมาเลยสักครั้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจจะปล่อยให้คุณชายตายอยู่ที่นี่!
จางหยวนผิงคนชั่วช้าสารเลว!
แม่นมหวังก่นด่าใต้เท้าจางลามไปจนถึงฮูหยินรองที่เลื่อนขึ้นมาเป็ภรรยาเอกคนใหม่ และเป็คนยุยงให้ส่งคุณชายมาอยู่ที่ชนบท โดยอ้างว่าจะได้พักรักษาตัวอย่างสงบ แถมทรัพย์สินที่ให้นำติดตัวมายังมีไม่มาก ส่วนใหญ่ล้วนใช้ไปกับการซื้อยาให้คุณชาย
จางหยวนผิงคือบิดาของจางมู่หลิน มีตำแหน่งใหญ่โตเป็ถึงเสนาบดี และเป็ที่นับหน้าถือตาในเมืองหลวง แต่กลับปล่อยปละละเลยบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกคนเก่าให้ตกระกำลำบากอยู่ที่ชนบท แม้แต่เงินซื้อยาหรือข้าวสารก็แทบไม่มี โชคดีได้แม่นมหวังปักผ้าไปขายในเมืองเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย
เสี่ยวเฉินที่เป็บุตรชาย ถึงจะอายุสิบสามปีเท่ากับจางมู่หลินที่เป็คุณชาย แต่เพราะอด ๆ อยาก ๆ มาหลายปี ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ดูไม่ต่างไปจากเด็กสิบเอ็ดสิบสองขวบคนหนึ่ง อีกทั้งยังต้องคอยดูแลคุณชายที่ร่างกายอ่อนแอ จึงไม่สามารถไปทำงานอย่างอื่นได้
จางมู่หลินคาดเดาเอาไว้แล้วว่าชีวิตในร่างใหม่นี้ต้องลำบาก แต่ไม่คิดว่าจะลำบากถึงขั้นไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน!
“คุณชาย! ทำไมถึงลุกมาเดินแบบนี้ล่ะเ้าคะ อยากได้อะไรเรียกบ่าวเอาก็ได้” แม่นมหวังที่กำลังจะไปต้มยาเห็นคุณชายลุกออกมาจากห้อง ก็ปรี่เข้ามาด้วยความใและเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็ไร แค่อยากอาบน้ำ…” จางมู่หลินรู้สึกดีขึ้นมาก เพราะพิษส่วนใหญ่ในร่างกายถูกขับออกไปแล้ว เหลือแค่บางส่วนที่ต้องค่อย ๆ ขับออก คิดว่าอีกไม่นานร่างกายนี้คงจะกลับมาแข็งแรง
แม่นมหวังได้ยินแบบนั้นก็เรียกให้บุตรชายเตรียมน้ำร้อน ส่วนตนเองคอยดูจนแน่ใจแล้วว่าคุณชายไม่เป็อะไรจริง ๆ จึงได้วางใจไปต้มโจ๊กแทน
รอไม่นานเสี่ยวเฉินก็เตรียมน้ำร้อนเสร็จเรียบร้อย จางมู่หลินจึงได้อาบน้ำชำระพิษกับสิ่งตกค้างที่ขับออกมากับเหงื่อไคล ทำให้รู้สึกดีและผ่อนคลายขึ้น เหมือนได้เกิดใหม่จริง ๆ
ระหว่างที่อาบน้ำ เขาก็หลอกถามข้อมูลไปด้วย ทำให้รู้ว่านอกจากแม่นมหวังกับเสี่ยวเฉินบุตรชาย ยังมีสาวใช้ชื่อถิงเอ๋อร์อีกคน แต่ตอนนี้ปักผ้าอยู่ที่เรือนปีก
จางมู่หลินพอจะดูออกว่าแม่นมหวังกับเสี่ยวเฉินเป็ห่วงและจงรักภักดีอย่างแท้จริง ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ แต่กับสาวใช้ถิงเอ๋อร์ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เจอหน้า
พิษที่อยู่ในร่างนี้มีทั้งที่สะสมมานานหลายปี และที่เพิ่งได้รับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ คนที่จะสามารถวางยาได้ก็มีแค่สามคนที่ใกล้ชิด ถ้าตัดแม่นมหวังกับเสี่ยวเฉินออกไป ก็จะเหลือแค่ถิงเอ๋อร์ที่เป็ผู้ต้องสงสัย
เสี่ยวเฉินไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกหลอกถามเื่ราว คุณชายถามอะไรเขาก็ตอบทุกอย่าง แม้แต่วันตกฟากของคุณชายเขาก็บอกโดยไม่ได้นึกสงสัย
พอได้วันตกฟากของเ้าของร่างเดิมที่ชื่อเหมือนตัวเองมา จางมู่หลินก็เพ่งกระแจจิตนับนิ้วคำนวณดวงชะตาอยู่พักใหญ่ จนเกิดเป็ภาพนิมิตขึ้น…
ถึงจางมู่หลินคนเดิมจะไม่ได้ตายเพราะพิษในครั้งนี้ แต่ดวงชะตาก็บ่งบอกว่าเป็คนอาภัพแถมยังอายุสั้น ในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า มีวาสนาได้แต่งกับคนมีอำนาจที่มีชะตาั แต่กลับถูกวางยาพิษจนตายอยู่ในเรือนหลัง
พอเห็นภาพนิมิตที่เกิดขึ้น จางมู่หลินก็ถอนหายใจ ตอนนี้ิญญาเขามาอยู่ในร่างนี้แล้ว แน่นอนว่าดวงชะตาย่อมต้องเปลี่ยนไป และเขาจะไม่ยอมมีจุดจบแบบนั้นเด็ดขาด
อันที่จริงเขาจะจากไปทั้งแบบนี้ก็ได้ เพราะเื่ทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่เพราะความรู้สึกโกรธแค้นและความยึดติดที่ตกค้างจากจางมู่หลินคนเดิม ทำให้เขาตัดสินใจจะช่วยอีกฝ่ายสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของมารดา และช่วยแก้แค้นเอาคืน ถือเสียว่าเป็การตอบแทนที่ใช้ร่างนี้ฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง
แต่สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือฟื้นฟูร่างกายโดยเร็ว!
❈
คืนนั้นจางมู่หลินให้เสี่ยวเฉินหาธูปให้ โดยอ้างว่าจะจุดธูปให้มารดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ตนอาการดีขึ้น ซึ่งเด็กน้อยจอมซื่อก็รีบหาธูปให้คุณชายโดยไม่ถามให้มากความ
พอได้ธูปมาเขาก็ให้เสี่ยวเฉินหลบเข้าไปอยู่ในเรือน บอกว่าไม่อยากให้ใครมารบกวน ก่อนจะจุดธูปพร้อมทั้งวันเวลาตกฟากและท่องคาถาเรียกิญญา
ควันธูปลอยอ้อยอิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างเป็เด็กหนุ่มผอมแห้งท่าทางอ่อนแอผู้หนึ่ง ที่แท้ิญญาที่เขาเรียกมาคือจางมู่หลินคนเดิม
เพราะเพิ่งตายได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ิญญาของอีกฝ่ายยังไม่ทันได้รู้ตัว พอถูกเรียกมาจึงมึนงงอยู่พักใหญ่กว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ถึงจะรู้ว่าคนที่เรียกตัวเองมากำลังอยู่ในร่างของตัวเอง แต่ิญญาน้อยก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธแค้นหรืออยากแย่งชิงร่างคืน เพียงแค่ร้องไห้เงียบ ๆ ด้วยท่าทางเศร้าโศก
“ไม่ต้องห่วง เพื่อตอบแทนที่ใช้ร่างของเ้า ข้าจะช่วยเ้าแก้แค้นและทวงทุกอย่างที่เป็ของมารดาเ้าคืน ส่วนแม่นมหวังกับเสี่ยวเฉิน ข้าจะดูแลพวกเขาเป็อย่างดี…” จางมู่หลินเห็นิญญาตรงหน้าร้องไห้ด้วยท่าทางน่าสงสาร จึงให้คำมั่น
“เพราะฉะนั้นเ้าจงวางใจและจากไปอย่างสงบเถอะ…”
พอเห็นิญญาหยุดร้องไห้และโค้งคำนับให้ตัวเอง จางมู่หลินจึงเริ่มท่องคาถาสวดส่งิญญา รอจนควันธูปลอยม้วนเป็เกลียวขึ้นสู่ท้องฟ้าจนหมดถึงหยุด
เขาท่องคาถาสวดส่งดวงิญญา เพราะหวังว่าจางมู่หลินคนเดิมจะสามารถไปเกิดในภพภูมิที่ดี และมีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้ เขาจะได้ไม่รู้สึกติดค้างที่ใช้ร่างของอีกฝ่าย…
(คำทับศัพท์จีนกลางอย่าง ฟูเหริน หวาง หวงตี้ หวงโฮ่ว ฯลฯ เราจะใช้คำที่คนไทยคุ้นหูอย่าง ฮูหยิน อ๋อง ฮ่องเต้ ฮองเฮา ฯลฯ แทนนะคะ)
โปรดติดตามตอนต่อไป
โอ๊ยสงสารน้อง ฟื้นคืนชีพมาได้ก็ดันต้องมาลำบากอีก จางมู่หลินคนเดิมก็น่าสงสารมาก แม่ถูกวางยาพิษจนตาย ตัวเองก็ถูกพิษโดยไม่รู้ตัว ถูกส่งมาอยู่ชนบท ร่างกายอ่อนแอแล้วยังต้องอด ๆ อยาก ๆ
แม่นมหวังกับเสี่ยวเฉินก็น่าสงสาร ยอมกินน้ำข้าวเพื่อให้คุณชายได้กินโจ๊ก แง
น้องจางต้องรีบฟื้นตัวเร็ว ๆ แล้วหาทางหาเงินมาเลี้ยงทั้งสองคนหน่อย เสี่ยวเฉินจะกลายเป็เด็กขาดสารอาหารแล้ว T^T