WWO Chapter 1 ครอบครัวพร้อมหน้า
ณ หมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย, ประเทศไทย
วันที่ 1 ธันวาคม ปี 2049 เวลา 17.00 น.
รถวีออสสีดำคันเก่า ขับตรงเข้ามายังบ้านหลังใหญ่กลางหมู่บ้านที่มีรถรุ่นเก่าหลายคันจอดอยู่ด้านใน และที่หน้าบ้านนั้น ยืนอยู่ด้วยคู่ชายหญิงวัยชราที่ดูเหมือนจะเป็สามีภรรยากัน ชายชรามีใบเต็มไปด้วยริ้วรอยเหมือนคนที่ผ่านเื่ราวต่างๆมามากมาย แต่เขาก็ยังคงดูดุดันราวกับเป็คนที่มีพลังอยู่เต็มเปี่ยม ส่วนหญิงชรา ใบหน้าของเธอเกลี้ยงเกลา เห็นได้ชัดว่าเธอดูแลตัวเองเป็อย่างดี นอกจากนี้ บนใบหน้าของเธอยังเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ซึ่งมันทำให้ทุกคนที่พบเห็นต้องยิ้มตอบเธอโดยไม่ตั้งใจ
รถหยุดลงที่หน้าบ้านหลังนั้น จากนั้น เครื่องยนต์ก็ดับลง ก่อนประตูรถจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ ใบหน้าคมเข้มผิวสีแทน
“พ่อครับ แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินไปหาคู่ชายหญิงวัยชรา
ชายชรายิ้มโดยไม่ได้กล่าวตอบกลับอะไร ขณะที่หญิงชราเดินเข้าไปกอดเขาอย่างแ่เบาพร้อมมีน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของเธอเล็กน้อย
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูกรัก ทุกคนรอลูกอยู่นานแล้ว”
“น้องๆมากันหมดแล้วเหรอครับ ผมไม่เจอพวกเขามาเป็ปีแล้ว พวกเขาเป็ยังไงกันบ้าง” ได้ยินสิ่งที่หญิงชรากล่าว ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างยินดีพร้อมกับถามคำถามกลับไป
“ถ้าอยากรู้ก็ไปถามพวกเขาเองสิ ทุกคนอยู่ข้างในบ้านหมดแล้ว” ชายชราตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่มีทีท่าจะหุบลง ราวกับมันเป็่เวลาที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต
ชายหนุ่มยิ้มตอบกลับพร้อมเดินไปกอดชายชราและกล่าวว่า “ได้ครับพ่อ งั้นพวกเรารีบเข้าบ้านกันเถอะ”
“ดี ดี” ชายชราหัวเราะร่า ขณะที่พวกเขาทั้งสามเดินเข้าบ้านพร้อมกัน
เปิดประตูเข้าไปในบ้าน เป็พื้นที่ของห้องรับแขกขนาดใหญ่ และบนโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้องนั้น นั่งอยู่ด้วยชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ 2 คน พวกเขากำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน และเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงประตูเปิด ทั้งสองก็มองไปที่ประตูพร้อมรอยยิ้มปิติยินดี
“สวัสดีครับพี่พง ไม่ได้เจอกันเกือบปีแหนะ” ทั้งสองแทบจะพูดขึ้นพร้อมๆกัน
“เป็ไงบ้าง พศ พล ไม่ได้เจอกันั้แ่รับรุ่นรีคอนรุ่น 79 เลยนะ”
“อึก อย่าทำให้คิดถึงค่ายนั้นได้มั้ยพี่ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะนอนไม่หลับเอา”
“ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ รอบหน้ามาสมัครเป็ครูฝึกดูมั้ย สนุกกว่าเป็คนฝึกอีกนะ”
“ไม่แล้วครับพี่ ผมลาออกจากกองทัพอย่างเป็ทางการแล้ว คงไม่กลับไปอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าพี่เองก็เหมือนกันเหรอ”
ได้ยินคำพูดของน้องชาย ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะหันไปมองพ่อของเขา ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “พ่อครับ คนที่ออกจากกองทัพไม่ได้มีแค่ผมเหรอ”
ได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มของชายชราก็คลายลง จากนั้น เขาก็เดินไปยังเก้าอี้และนั่งลง ก่อนจะกล่าวตอบว่า “ไม่ใช่แค่ลูกหรอก พง พ่อให้ทุกคนออกจากกองทัพหมดแล้ว พ่อบอกแล้วไง มีภารกิจสำคัญให้ลูกๆทำ”
“ผมเข้าใจว่ามีภารกิจสำคัญนะครับ แต่ถ้าพวกเราออกมากันหมดแบบนี้ แล้วความสัมพันธ์กับเส้นสายข้างในของพวกเราล่ะครับ จะทำยังไง”
“เื่นั้นลูกไม่ต้องกังวล พ่อยังมีเส้นสายอยู่ และถ้าภารกิจนี้เสร็จ พวกลูกจะกลับเข้ากองทัพก็ได้ พ่อคุยกับทางนั้นไว้แล้ว”
ชายหนุ่มยังคงขมวดคิ้วขณะที่มองไปยังพ่อของเขาและกล่าวเสียงดัง “พ่อจะทุ่มทุกอย่างเพื่อคนพวกนั้นอีกแล้วเหรอครับ พ่อลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเขาทำยังไงกับพ่อในตอนนั้น พ่อลืมแล้วเหรอว่าพวกเราต้องลำบากกันแค่ไหน!”
ได้ยินน้ำเสียงและคำพูดของลูกชาย ชายชราไม่ได้มีแววตาตำหนิหรือโกรธใดๆเลยแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มอย่างแ่เบา พร้อมกับกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “พ่อไม่เคยทำเพื่อคนพวกนั้น ทุกอย่างที่พ่อทำก็เพื่อประเทศนี้ ถึงพวกเขาจะตัดหางพ่อ และโยนความผิดทั้งหมดมาที่พ่อ มันก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศทอดทิ้งพ่อ แล้วพ่อก็จะไม่มีวันทอดทิ้งประเทศด้วย อีกอย่าง ตอนนี้ความจริงก็เปิดเผยแล้ว พ่อได้รับความยุติธรรมแล้ว”
“ผมเข้าใจที่พ่อทำเพื่อประเทศ แต่การที่พวกเราออกมาจากกองทัพกันหมดแบบนี้ มันจะไม่ทำให้คนพวกนั้นเล่นงานเราง่ายขึ้นเหรอครับ พ่ออย่าลืมนะว่า พวกนั้นหลายคนยังอยู่ในกองทัพ และอยู่ในตำแหน่งใหญ่ๆกันด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเล่นงานพวกเราแน่”
“อีกอย่าง ความจริงเปิดเผยแล้วยังไง มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเล่นงานพวกเราอีกไม่ได้ ผมไม่อยากให้มันเป็เหมือนสิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่พวกเราโดนดูถูกและถูกกลั่นแกล้งมาตลอดหรอกนะครับ”
“ยิ่งตอนเข้ากองทัพใหม่ๆ ทั้งผมและน้องๆต้องทนลำบาก รับการดูถูกกลั่นแกล้งมามาก กว่าจะตั้งตัวกันได้”
"อดีตมันผ่านไปแล้ว พวกเราแก้ไขอะไรมันไม่ได้แล้ว ตอนนี้ ที่พวกเราทำได้ก็คือเดินหน้าต่อไป" ชายชรากล่าวขณะมองเข้าไปในดวงตาของลูกชายเขา
“พ่อเข้าใจลูกนะ และพ่อก็ยังไม่ได้ให้อภัยพวกเขาจริงๆ แต่การยึดติดกับมันก็ไม่ได้ช่วยให้พวกเราได้ประโยชน์อะไร แล้วนี่ก็เป็ภารกิจสำคัญจริงๆ มันเป็ความลับระดับสูง พวกเขาไม่้าให้คนที่อยู่ในกองทัพทำภารกิจนี้ พ่อที่รับภารกิจมาเลยให้พวกลูกออกจากกองทัพ เพื่อที่พวกเราจะได้ทำมันได้อย่างเต็มที่” ชายชราทำหน้าจริงจังและกล่าวด้วยเสียงแข็ง
ชายหนุ่มหลับตาและคิดอยู่ในหัว ‘เฮ้อ เราคงทำอะไรไม่ได้แล้วสินะ พ่อเสียงแข็งแบบนี้ยังไงก็คงไม่ยอมถอยแน่… เฮ้อ เอาเถอะ ออกจากกองทัพก็ดีเหมือนกัน ทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันทั้งครอบครัว’ และในที่สุด เขาก็ยอมแพ้
เงียบไปสักพักหนึ่ง ใบหน้าของเขาค่อยๆผ่อนคลายลง จากนั้น เขาก็กล่าวออกมาว่า “ผมขอโทษที่เสียงดังครับพ่อ ถ้าพ่อเลือกแล้วว่าจะทำมันจริงๆ ก็ได้ครับ ผมจะสนับสนุนพ่อ แล้วพวกเราต้องทำอะไรบ้าง”
“พวกเราจะคุยกันหลังมื้อเย็น ตอนนี้ลูกไปคุยกับน้องๆก่อน เดี๋ยวพวกเราคุยเื่ภารกิจพร้อมกัน”
“ครับพ่อ” ชายหนุ่มกล่าวตอบรับพร้อมมองพ่อของเขาเดินเข้าห้องครัวไปพร้อมกับแม่ ก่อนที่ตัวเขาจะเดินไปหาน้องชายทั้งสองที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
“ไง เห็นพ่อกับแม่บอกทุกคนอยู่นี่ แล้วพีกับพัชล่ะ”
“พี่พีไปห้องน้ำครับ ส่วนพัชทำกับข้าวอยู่ในครัว”
ไม่นานจากนั้น ก็มีชายหนุ่มร่างใหญ่อีกคนเดินเข้ามา ทักทาย “สวัสดีครับพี่ ไม่เจอกันเกือบสองปี ั้แ่ผมรับรุ่น รีคอนรุ่น 78 เลยนะครับ”
“อ้าวพี ดูบึ้กขึ้นรึเปล่า ่นี้เข้าฟิตเนสประจำเลยสิ”
“ใช่พี่ ตอนแรกผมก็แค่เข้าฟิตเนสเล่นๆกับเพื่อน แต่กลายเป็มันสนุกซะงั้น ก็เลยเล่นยาวๆเลย และก็ได้หุ่นแบบนี้มา”
ได้ยินพี่ใหญ่พี่รองคุยกัน ฝาแฝดคนพี่ก็หัวเราะและพูดขึ้นว่า “ฮ่าๆๆ ตอนแรกพี่พียังผอมอยู่ บ้านเราก็เลยยังดูเหมือนคนทั่วไป แต่พอพี่พีฟิตหุ่น บ้านเราก็กลายเป็มนุษย์กล้ามกันหมดเลย ฮ่าๆๆ”
“เฮ้ยๆ ใจเย็น ใจเย็น อย่าลืมว่าเรายังมีน้องเล็กอีกคน ถ้านับน้องเป็สาวนักกล้ามด้วยจะไม่แย่เอาเหรอ ยิ่งไม่มีหนุ่มๆมาจีบอยู่ ผมยิ่งกลัวน้องเราจะขึ้นคานอยู่ด้วย” ฝาแฝดคนน้องกล่าวต่อพร้อมกับแซวน้องสาวคนเดียวของพวกเขา
ในตอนนั้นเอง ก็ได้มีเสียงะโออกมาจากในห้องครัว “เฮ้ยยย พี่พล พัชได้ยินนะ เดี๋ยวทุบเลย กล้ามใหญ่พัชก็ไม่กลัวหรอกนะ”
“ฮ่าๆๆๆๆ” ได้ยินอย่างนั้น ชายหนุ่มทั้งสี่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนุกสนาน
ไม่นานหลังจากนั้น พัช น้องสาวคนเล็กก็ถือตะหลิวชุ่มน้ำมันออกมา พร้อมกับชี้มันไปยังฝาแฝดคนน้องที่เป็พี่ชายของเธอ ก่อนจะเรียกให้พวกเขาไปช่วยกันยกอาหารและจัดโต๊ะจัดจานสำหรับมื้อเย็น
ทั้งครอบครัวช่วยกันจัดโต๊ะอาหารมื้อเย็น ชายชราที่เห็นบรรยากาศความเป็ครอบครัวที่ไม่ได้เห็นในรอบหลายปีเปี่ยมด้วยความสุข แต่ภายในดวงตาของเขา ก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มันชัดเจนว่าเขาตั้งใจกับภารกิจครั้งนี้มากแค่ไหน
อาหารมื้อนี้แต่ละจาน ทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง หลนปู ปลานิลนึ่งสมุนไพร ไก่อบน้ำผึ้ง เป็ดตุ๋นยาจีน น้ำตกคอหมูย่าง เห็ดทอดสามสหาย แกงคั่วหอยขม เนื้อย่างซอสแจ่ว ผัดเผ็ดกบ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็อาหารจานโปรดของพี่น้องทั้งห้า
ดังนั้น พอพวกเขาได้เห็นอาหารแต่ละจาน ทั้งห้าจึงกลืนน้ำลายแทบจะพร้อมเพรียงกัน
ในระหว่างที่ทานมื้อเย็น พี่น้องทั้งห้าและพ่อแม่ของพวกเขาตักอาหารให้กันและกัน และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พร้อมบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ครอบครัวที่ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้ามานานหลายปี ในที่สุด พวกเขาก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกัน
หลังจากทานมื้อเย็นกันเสร็จ ทุกคนก็ช่วยกันเก็บโต๊ะ แต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเอง ราวกับพวกเขาทำมันเป็ประจำทุกวันไม่เคยขาด ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว
โดยชายหนุ่มผู้เป็พี่ชายคนโตช่วยแม่และน้องสาวคนเล็กล้างจานและเครื่องครัว
พี่ชายคนรองนั่งคุยเป็เพื่อนและคอยบริการพ่อ ฝาแฝดคนพี่ทำหน้าที่ทำความสะอาดและจัดโต๊ะ ฝาแฝดคนน้องทำหน้าที่เก็บกวาดห้องครัวและเอาขยะไปทิ้ง
ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ทุกอย่างก็ได้รับการจัดการ และทุกคนก็มานั่งคุยกันที่ชุดโซฟาหน้าทีวีในห้องรับแขก
พี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็กนั่งกับพ่อที่โซฟากลาง พี่น้องฝาแฝดนั่งด้วยกันที่โซฟาฝั่งซ้าย และพี่ชายคนรองนั่งกับแม่ที่โซฟาทางขวา
ทั้งเจ็ดคนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาใช้เวลาของครอบครัว ที่ไม่ได้มีมานานอย่างคุ้มค่า
จนกระทั่งเมื่อถึงเวลา 21.00 น. ซึ่งเป็เวลาที่ชายชรานัดประชุมภารกิจกับลูกๆของเขา ่เวลาแห่งความสุขของพวกเขาก็หยุดลง
ก่อนประชุม ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็จริงจัง ราวกับพวกเขาไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่อยู่ในค่ายทหาร เตรียมพร้อมสำหรับการรบ
……………………………………………………
หมายเหตุ : รีคอน เป็ค่ายฝึกทหารที่โหดหินที่สุดของกองทัพไทย และทหารทุกนายที่ผ่านค่ายนี้ จะถูกจัดให้เป็ทหารที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ โดยที่ในแต่ละปี คนที่ผ่านเกณฑ์เข้าไปฝึกมีไม่ถึง 100 คน และคนที่ผ่านการฝึกมีไม่ถึง 50 คน เคยมีประทั่งคนเสียชีวิตระหว่างการฝึก