ตอนที่ 15
“คุณมันเลว!ไม่เหมาะจะทำหน้าที่อะไรทั้งนั้น...เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องได้ราวแล้วก็เป็นผัวที่เฮงซวยจริงๆ”
เข็มแดงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้เมื่อตราบุญก้าวเท้าเข้ามาในบ้านสีหน้าเขาแสดงออกถึงอารมณ์บูดที่ตกค้างมาจากนอกบ้านยามมองมาที่หล่อนนั้นดวงตาขุ่นขวางยิ่งเขาดื่มเหล้าจนกลิ่นคลุ้งก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักของความไม่สบอารมณ์ทบทวีคูณ
“อะไรกันนักกันหนา กลับมาถึงบ้านเหนื่อยๆนอกจากไม่เคยจะดูแลเอาใจใส่เหมือนแต่ก่อนคุณยังคอยแต่จะหาเรื่องร้อนใจมาให้ปวดหัวอยู่เรื่อย ถ้าขืนเป็นแบบนี้บ่อยๆสักวันผมจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก”
แม้นผู้เป็นสามีจะออกปากบ่น ทำท่าเหมือนเหนื่อยหน่ายจนอยากหนีหน้าแต่ท่าทางเขากลับตรงกันข้ามคือเดินลิ่วไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบเบียร์เย็นๆเปิดรินใส่แก้วที่วางอยู่แถวเคาน์เตอร์บาร์พอจิบเบียร์เข้าปากพร่องไปกว่าครึ่งแก้วก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาเหยียดแขนและขาเหมือนคนไม่ได้อนาทรร้อนใจในอารมณ์ฉุนเฉียวของภรรยาสักนิด
เข็มแดงเห็นท่าทางแบบนั้นก็อดรนทนไม่ได้คว้าแก้วเบียร์จากมือเขาแล้วขว้างทิ้งไปกระทบผนังปูนจนตกลงพื้นแตกเปรื่องเสียงดังเพล้งส่งผลให้ผู้เป็นสามีเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นยืน ดวงตาวาววับบ่งว่าโกรธสุดขีด
“คุณไปทำชั่วช้าสามานย์มานอกบ้าน ยังมีหน้ากลับบ้านมานั่งดื่มเบียร์สบายใจเฉิบอีกอย่างนั้นเหรอ...ฉันหมดความอดทนแล้วนะวันนี้เราสองคนต้องพูดกันให้รู้เรื่อง”
“อยากพล่ามอะไรก็ว่ามา!”
เข็มแดงจึงปลดปล่อยทุกข์ที่กักเก็บไว้มานานหลายวันซึ่งสืบเสาะจนรู้ว่าสามีของหล่อนไปไหนมาไหนบ้างค่าจ้างที่ให้นักสืบทำงานถือว่าคุ้มค่า เมื่อสะกดรอยจนรู้ว่าสามีนั้นยังมีใจให้ผู้หญิงคนนั้นการไปจอดรถดักคอยด้วยการว่าจ้างแท็กซี่ในราคาแพงแม้นจะสุ่มเสี่ยงต่อการที่เขาจะไหวตัวแต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่หล่อนพอจะคิดออกเพราะหล่อนไม่อยากหูหนวกตาบอดอีกต่อไปแล้ว
เมื่อตัดสินใจเด็ดเดี่ยว หล่อนจึงหยิบกระเป๋าสะพายซึ่งวางอยู่ไม่ไกลนักค้นขยุกขยิกเพื่อหยิบภาพถ่ายในกระเป๋าซึ่งนักสืบได้แอบถ่ายภาพของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมาปาใส่หน้าเขาก้มลงหยิบภาพพวกนั้นขึ้นมาคลี่ดูลวกๆ พอเห็นชัดว่าเป็นภาพของตัวเองต่างเวลาและวาระก็เผลอขยำมันแล้วสบถกลับทันใด
“นี่คุณถึงกับจ้างนักสืบเพื่อแอบถ่ายผมอย่างนั้นเลยหรือไง”
“ใช่! ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้ความจริงเหรอว่าคุณหายหัวไปไหนบ้าง...คุณเข้าไปออฟฟิศจริงแต่คุณก็หายหัววันละหลายครั้งทั้งเที่ยงทั้งเย็น มันยังไงกันคุณต้องเทียวไล้เทียวขื่อเพื่อตามไปส่งข้าวส่งน้ำอีผู้หญิงคนนั้นเหรอ...กลางวันก็ถ่อไปเฝ้ามันที่ทำงานพอตกเย็นก็ตามไปตอแยมันถึงบ้าน”
หล่อนไม่รู้หรอกว่าขณะระบายความรู้สึกที่คั่งอยู่ในอกนั้นมีน้ำใสๆเอ่อคลอเต็มสองตา รู้แต่ว่าทำนบที่กั้นน้ำล้นนั้นมันจวนจะพังมิพังแหล่ยิ่งได้ยินคำตอบของเขามันก็ยิ่งเจ็บปวด
“แล้วผมไปทำอะไรที่มันเสียหาย”
‘นี่เขาเป็นเอามากถึงขนาดไม่ยอมรับสิ่งที่ตัวเองทำสักนิด’ยิ่งคิดหล่อนก็ยิ่งเจ็บปวด
“คุณยังมีหน้าพูดเหมือนว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอย่างนั้นอีกฉันถามหน่อยเถอะ ถ้าคุณไม่ได้พิศวาสมัน คุณจะไปหามันถึงบ้านทำไม...แล้วฉันละคุณเคยคิดถึงหัวใจของฉันบ้างหรือเปล่า หรือว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เราอยู่กินจนลูกโตสิบหกสิบเจ็ดปีคุณไม่เคยมีฉันอยู่ในสายตาเลย ฉันอดทนกับสิ่งที่คุณทำมาตลอดแต่นี่ฉันเห็นกับตาว่าคุณแล่นไปหามันทั้งที่มันขับไล่ไสส่งเอาน้ำสาดคุณไม่ต่างจากไล่หมาข้างถนนในสายตาของคุณก็ยังมีแต่มัน!"
เขาคอแข็งขึ้นมาเหมือนคนที่ถูกจับโกหกได้แต่ไม่ยอมรับผิด...สีหน้าบ่งว่ายังคงทระนงตัวเต็มเปี่ยมเขาคงลืมไปแล้วกระมังว่าตลอดการแต่งงานอยู่กินฉันท์สามีภรรยากับหล่อนมานนั้นเขาเป็นฝ่ายต้องอาศัยใบบุญพึ่งบารมีจากครอบครัวของหล่อนไม่ใช่ว่าลืมตาอ้าปากแบบนี้ได้ด้วยลำแข้งหยัดยืนของตนฝ่ายเดียว แต่นี่ดูท่าทางอันโอหังของเขายามนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ชัดเจนว่าเขากำลังคิดอ่านอย่างไร
“นี่แสดงว่าคุณจับตาดูผมทุกฝีก้าวอย่างนั้นสิ...มิน่าล่ะคุณถึงได้กล้าทำป้ายแผ่นเบ้อเริ่มเขียนคำว่าเมียน้อยไปติดที่หน้าบ้านคุณดาวโกรธเกลียดกันมากจนถึงต้องทำวิธีแบบนั้นเลยสินะ”
“พูดเรื่องอะไร ฉันไม่เคยทำ อย่ามาปรักปรำกันนะ”
“ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณแล้วจะเป็นใคร”
“คุณคงคิดว่าคนอื่นจะต้องทำเรื่องเลวๆแบบคุณทุกคนสินะ”
“แล้วคุณจะเอายังไง”
ความไม่ยี่หระต่อสิ่งที่เกิดขึ้นของเขาทำให้หัวใจของเข็มแดงแทบสลาย...เขาพูดสั้นเหมือนตัดรอน พร้อมจะสิ้นเยื่อขาดใยต่อกันแต่หล่อนจะโทษใครเล่าในเมื่อตัวหล่อนมิใช่หรือเป็นฝ่ายตกหลุมรักเขาแต่แรกแล้วก็ยังคงรักเขาเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยนต่อให้เขาคิดนอกใจมานับครั้งไม่ถ้วน แต่หล่อนก็ไม่เคยเก็บมาคิดให้รกสมองมองแต่ว่าจะประคับประคองครอบครัวอย่างไรไม่ให้พังพินาศ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือ
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่าคุณจะเอายังไงจะอยู่กันแบบคาราคาซังอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆอีกเหรอ...ในเมื่อคุณเองก็เคยคิดอยากจะหย่าขาดฉันก็จะไปหย่าให้ เราจะได้จบกันเสียที”
เมื่อพูดถึงเรื่องการ ‘หย่า’ ...ตราบุญถึงกับเสียงแข็งกลับมา
“ไม่หย่า ผมไม่หย่า!”
จะซ้ายก็ไม่ไป จะขวาก็ไม่เอา...เข็มแดงก็ยิ่งอึดอัดจึงตรงเข้าไปทุบตีที่แผงอกเขาทั้งน้ำตา
“แล้วคุณจะเอายังไงคิดจะทำลายชีวิตฉันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆหรือยังไง...ฉันต้องแท้งลูกคนเล็กก็เพราะความชั่วช้าของคุณฉันต้องทนทุกข์แบกความรู้สึกนั้นมาตลอดก็เป็นเพราะคุณไม่ใช่เหรอคุณมันผู้ชายเห็นแก่ตัว มันก็ไม่ต่างไปจากแมงดานั่นแหละ!”
คำว่า ‘แมงดา’ กรีดลึกไปกระทบจังความรู้สึกสามีพอดี!
สีหน้าเขาขึงขังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่สงบลงวับวาวเหมือนเก่าปากนั้นสั่นจนฟันกระทบกัน แล้วพริบตานั้นเขาก็สาดอารมณ์กลับด้วยการผลักอกหล่อนจนล้มลงก้นกระแทกพื้น
“แมงดาเหรอ...นี่คุณหาว่าผมเป็นไอ้ตัวเกาะผู้หญิงกินอย่างนั้นสิ!”
อารมณ์เข็มแดงกำลังขึ้นๆลงๆจนจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อโดนผลักจนเจ็บตัว น้ำตาก็เหือดหายเข้าไปที่เดิมกลายเป็นความกรุ่นในอารมณ์จนโกรธ
“ใช่! คุณมันก็เหมือนปลิงนั่นแหละคิดจะสูบเลือดสูบเนื้อฉันตั้งแต่แรกฉันไม่น่าโง่งมไปหลงรักผู้ชายอย่างคุณเลยด้วยซ้ำ”
“ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแมงดา...คุณมันก็เมียแมงดานั่นแหละ”
สิ้นคำนั้น...มือข้างหนึ่งของเข็มแดงก็ตวัดลงซีกแก้มข้างหนึ่งของเขาจนหันทว่าเขาไม่ได้นิ่งเฉยยอมให้หล่อนเป็นผู้กระทำ แต่สันดานดิบในตัวเขาถูกปลุกให้ตื่นเขายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง ซึ่งเดาได้ว่าคงเลือดกบปาก พลันนั้นเขาก็บันดาลโทสะตบฉาดเข้าที่แก้มของหล่อนจนกระเพื่อมไหว รับรสถึงความขมปร่าของชีวิตได้เป็นอย่างดี
หล่อนกรีดร้องเสียงดัง...ตบเขาคืนอีกฉาด
แล้วเขาก็ทำระยำตบหล่อนคืนอย่างผู้ชายหน้าตัวเมีย!
พลันนั้นเสียงของต่อเติมก็ตะโกนลั่นอยู่ชั้นบน “หยุดทั้งสองคนนั่นแหละผมเกลียดแม่...แล้วผมก็เกลียดพ่อ!”
เมื่อหล่อนเหลียวมองไปยังต้นเสียงทันเห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของลูกชายแวบหนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูดังโครม!
//////////////////////////////////////
เหตุการณ์เมื่อสามวันที่แล้วยังฝังอยู่ในหัวความคิดของเข็มแดงวกไปวนมาอยู่แต่เรื่องเดิมๆ...คืนนั้นจบลงที่ตราบุญคว้ากุญแจรถยนต์ขับออกไปทิ้งให้หล่อนนั่งร่ำไห้น้ำตาไหลเป็นทางอยู่เพียงลำพังคำตอบระหว่างกันคือความคลุมเครือ ความเป็นสามีของเขามันห่างเหินมาพักใหญ่แล้วจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านานเกินครึ่งปีหรือไม่แต่การทะเลาะกันหลายครั้งที่ผ่านมาเป็นเครื่องตอกย้ำให้ลึกลงไปว่ามันคงเกินเยียวยาและเหมือนว่าจะหาทางกลับมาบรรจบเคียงกันได้ยากยิ่งขึ้น
มิหนำซ้ำยังกระทบถึงความเป็นพ่อที่เขาควรมีให้แก่ต่อเติมซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียว!
ตราบุญไม่กลับเข้าบ้านนับแต่วันนั้นพนักงานที่บริษัทโทร.มารายงานว่าเขายังทำงานทุกวันก็จริงแต่ก็อยู่ไม่ติดที่ทำงานนัก เข้าออกไม่เป็นเวลามันเป็นสัญญาณเตือนว่าครอบครัวของหล่อนกำลังจะล่มสลายพลันนั้นหล่อนจึงถามตัวเองว่ามันถึงขีดจำกัดที่ควรอดทนแล้วหรือไม่
เมื่อนึกถึงหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน...
ตั้งแต่ต่อเติมรับรู้เรื่องการมีปากมีเสียงของหล่อนกับสามีลูกชายก็เอาแต่เก็บตัว เจอหน้ากันตอนเช้าบนโต๊ะอาหารตลอดจนระหว่างทางที่หล่อนขับรถยนต์ไปส่งลูกที่โรงเรียนแม้นจะอยู่ใกล้กันแค่ช่วงตัวแต่ดูเหมือนมีเส้นแดนสีแดงเถือกขีดคั่นไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก้าวข้ามไปยังอีกเขตแดนหล่อนกับลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน แปลกเสียจนหล่อนกลายเป็นคนจับเจ่าอยู่กับบ้านพะวงกับทางออกที่ยังหาไม่เจอ
นึกถึงลูก...ก็นึกถึงพฤติกรรมที่ต่อเติมเปลี่ยนแปลงไปโดยปกติเขาก็เป็นคนพูดน้อยจนถึงขั้นเงียบขรึม เข้ากับคนอื่นยากอยู่แล้วแม้นว่าเขาจะมีกิจกรรมที่โรงเรียนหลายอย่างทั้งบทบาททางการเรียน กีฬาหรือแม้แต่การแสดง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นิสัยส่วนตัวของเขาดีขึ้นเขายังคงไม่สุงสิงสมาคมกับใครจนสนิท...แล้วตอนนี้การแสดงออกของเขาก็ย่ำแย่กว่าเก่าเมื่อเขาออกปากห้ามไม่ให้หล่อนไปรับตอนเลิกเรียนไม่ว่าข้ออ้างที่บอกจะจริงหรือเท็จแต่เขาก็ทำตัวไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา
วันนี้เข็มแดงจึงตัดสินใจบางอย่างต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับลูกด้วยการปรับความเข้าใจ หล่อนจึงลงมือทำกับข้าวมื้อเย็นเองหวังว่าการรับประทานอาหารบนโต๊ะร่วมกันจะเป็นสิ่งแรกที่เชื่อมโยงสายใยระหว่างแม่กับลูกได้บ้างเย็นนี้จึงมีอาหารทั้งแกง ทั้งผัดและของทอดที่เขาโปรดปรานวางเรียงเต็มไปหมด
ทว่าหกโมงเย็นผ่านไป...หนึ่งทุ่มมาเยือนจนฟ้ามืด...ล่วงจนเข้าสามทุ่ม
ถนนซอยของหมู่บ้านเริ่มเงียบเสียงลงผู้คนต่างอยู่ในพื้นที่ของบ้านตัวเองแต่ก็ยังไร้เงาทั้งสามีทั้งลูกชายจะกลับเข้ามาจนที่สุดหล่อนก็ร้อนใจต้องกดโทรศัพท์ตามตัว แต่เขาก็ไม่รับสาย
ทว่าอึดใจเดียวต่อเติมก็เปิดประตูบ้านเข้ามาเขายังอยู่ในชุดเครื่องแบบเสื้อขาวกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลแต่สภาพไม่ใช่นักเรียนเพราะกระดุมเสื้อนั้นปลดออกสามเม็ดชายเสื้อก็หลุดลุ่ย ถุงเท้าไม่ใส่และเหยียบส้นรองเท้าเดินโผเผเข้ามาแวบแรกที่หล่อนลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปถึงตัวลูกชายกลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งลอยเข้าจมูกจนหล่อนต้องนิ่วหน้าถาม
“นี่ต่อริหัดดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ!”
“วันนี้”
“ทำไมถึงได้ทำตัวชุ่ยเหมือนพ่อ...เหล้ามันเป็นอบายมุข มีแต่โทษไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น แล้วนี่ต่อเพิ่งจะอายุไม่เท่าไหร่ ใครมันเป็นคนชวนไหนบอกแม่มาสิว่าทำไมถึงทำตัวเหลวไหลแบบนี้”
หล่อนปากสั่นไปหมดมือที่เย็นเฉียบเอื้อมไปจับเนื้อตัวลูกชายหมายจะเค้นเอาคำตอบแต่แล้วเขาก็แสดงกิริยาที่หล่อนตะลึงเมื่อเขาปัดแขนของหล่อนออกพร้อมกับสวนคำพูดขัดหูออกมา
“แม่ไม่ต้องมายุ่งกับผม!”
“ไม่ให้ยุ่งได้ยังไง ต่อเป็นลูกของแม่นะแม่มีแค่ต่อคนเดียว...ทำไมถึงได้ทำตัวไม่เข้าท่าแบบนี้”
“ผมไม่อยากคุยกับแม่ตอนนี้” เขาตัดบท ตั้งท่าจะเดินเลี่ยง
ทว่าผู้เป็นแม่นั้นรั้งแขนเขาไว้เป็นการรั้งที่สร้างความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น เมื่อเขาสะบัดแขนซ้ำอีกหน คราวนี้ทำให้ซองบุหรี่ที่สอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อหล่นตุบลงกับพื้นยิ่งเพิ่มชนวนให้บาดหมางยิ่งขึ้นเมื่อเขาก้มลงเก็บหล่อนก็ปัดมันจนหลุดจากมือของเขา
“กินเหล้า สูบบุหรี่...ทำไมต่อเป็นคนแบบนี้”
ทว่าเขาเถียง “เรื่องของผม...ตัวของผม แม่ไม่ต้องมายุ่ง!”
ตอนนี้ในอกของหล่อนเหมือนน้ำในหม้อที่ต้มจนเดือดปุดๆความโกรธแล่นเป็นริ้วผลักให้เลือดสูบฉีดจนแดงเถือก...แต่หล่อนก็พยายามยิ่งยวดใช้ขันติเข้าข่ม หลับตาเพื่อเรียกสติและสูดลมหายใจเข้าปอดจนลึกเพราะหล่อนรู้แล้วว่าหากตัวเองใช้อารมณ์ในการคุย ทางออกที่เห็นก็คงริบหรี่และไม่ได้ช่วยแก้ไขคลี่คลายแต่อย่างใดจึงคิดว่าการใช้น้ำเย็นเข้าลูบน่าจะพอเป็นเครื่องสมานความสัมพันธ์ได้บ้าง
หล่อนจึงทำใจให้เย็นและลดเสียงเบาลงขณะพูด
“ต่อมีปัญหาอะไร ปรึกษาแม่ได้นะลูก”
ทว่าต่อเติมกลับตอบหล่อนด้วยความก้าวร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แม่แก้ปัญหาของตัวเองไปเถอะ...ผมอยากอยู่เงียบๆคนเดียว”
ต่อเติมกลับเข้าห้องไปแล้วทิ้งแต่ความเจ็บปวดทับถมในอกให้เข็มแดงจนเพิ่มพูน...ปัญหาเรื่องสามียังคงคาราคาซังไม่พอนี่หล่อนยังต้องแบกปัญหาของลูกชายเข้ามาอีกเรื่องแล้วต่อจากนี้ชีวิตจะดำเนินอย่างไร หล่อนควรจะเลือกไปอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ผู้หญิงคนนั้นตามที่เคยตั้งใจไว้แต่แรกหรือไม่
หรือหล่อนควรจะหาหนทางอื่นแก้ไข...คำถามที่หล่อนรู้คำตอบเพียงผู้เดียว
//////////////////////////////////////