ลิขิตฟ้าให้มารัก

    33. เหลือเชื่อ

    33.....

     

            “พิซซ่าหน้าทะเลมาแล้วคร้าบ”

            ป้าสมใจ ออกไปรับพิซซ่าที่นัฏนรีโทรสั่งที่หน้าบ้าน โดยมีเจ้าดุ๊กดิ๊กวิ่งตามไปด้วยพอเห็นเป็นกล่องพิซซ่า เจ้าดุ๊กดิ๊กก็กระโดดเข้าใส่จนป้าสมใจแทบจะล้มซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของเจ้าดุ๊กดิ๊กที่ทำให้ทุกคนในบ้านล้วนแต่แปลกใจไปตามๆ กัน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นดุ๊กดิ๊กไม่เคยพิศวาสอาหารฝรั่งมังค่าอย่างพิซซ่านี้มาก่อนเลย  มันเพิ่งจะมาคลั่งไคล้อาหารประเภทนี้เมื่อกลับมาอยู่บ้านของนัฏนรีนี้เอง

            โดยเริ่มจากการที่นัฏนรีสั่งพิซซ่าเพื่อนำไปถวายเพลพระหวังจะอุทิศส่วนกุศลให้กับชวินเพราะตอนที่ชวินมีชีวิตอยู่เขาเป็นคนที่ชอบพิซซ่าหน้าทะเลอย่างมากนัฏนรีมักจะพาชวินไปนั่งรับประทานที่ร้านบ่อย ๆเธอจึงคิดว่าการได้ทำบุญเลี้ยงพระด้วยอาหารที่ชวินชอบก็น่าที่จะทำให้เขาได้รับส่วนบุญที่เป็นอาหารประเภทนี้ด้วยเช่นกัน

            แต่ระหว่างที่จัดพิซซ่าไปวัดนั้นเจ้าดุ๊กดิ๊กเห็นเข้าก็วิ่งเข้ามาดมใกล้ ๆพอป้าสมใจลองป้อนให้มันชิมปรากฏว่ามันชอบมาก จนนัฏนรีต้องยกให้มันกินตัวเดียวหนึ่งถาดใหญ่ไปเลย  และมันก็สวาปามไปจนเกลี้ยง จากนั้นมาเจ้าดุ๊กดิ๊กก็ไม่ยอมกินอาหารอื่นเลยมันจะมีอาการเบื่ออาหารที่เคยกิน แต่พอเอาพิซซ่ามาให้ก็จะระริกระรี้วิ่งแกว่งหางเข้าใส่ทันทีทำให้นัฏนรีต้องโทรไปสั่งพิซซ่าให้มันทุกวัน และวันนี้ก็สั่งพิซซ่าขนาดใหญ่เพื่อเจ้าดุ๊กดิ๊กโดยเฉพาะ

            “เมื่อไหร่จะเลิกคลั่งไคล้พิซซ่าซะทีนะเจ้าดุ๊กดิ๊กคุณหนูจะเลี้ยงแกไม่ไหวแล้วนะ”

            ป้าสมใจพูดหยอกกับเจ้าดุ๊กดิ๊กด้วยความเอ็นดูโดยมีนัฏนรีนั่งมองมันกินพิซซ่าอย่างมีความสุข

            “นั่นสิดุ๊กดิ๊ก..ทำไมถึงชอบพิซซ่าเหมือน....”

            “เหมือนคุณชวินใช่ไหมคะคุณหนู..”

            ป้าสมใจพูดต่อให้ นัฏนรีพยักหน้ายิ้มน้อยๆ เธอก็รู้สึกแปลกใจมากที่เจ้าดุ๊กดิ๊กชอบ

    เหมือนกับชวินเพราะเคยเอาพิซซ่าหน้าอื่น ๆ ให้กิน  แต่ดุ๊กดิ๊กก็จะกินเฉพาะหน้าทะเลเท่านั้นเหมือนชวินทุกอย่างแล้วตอนนี้ตัวมันก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ผิดหูผิดตาด้วยเห็นทีจะต้องหาทางลดความอ้วนให้มันเสียแล้ว...

     

            “ชวินอยู่ในท้องเจ้าดุ๊กดิ๊ก!..หมายความว่าไงครับคุณยาย”

            สิปปกรถามยายกันยามาศด้วยความตกใจ หลังจากที่ยายของเขาบอกถึงการมาเกิดใหม่ของเพื่อนรักที่เสียชีวิตไป

            “หรือว่านายวินจะเกิดเป็นลูก..หมา  คะคุณแม่”

            คุณประภาวรรณพูดเสียงหวาดหวั่นเธอก็ตกใจไม่แพ้ลูกชายเหมือนกันที่ได้รับฟังจากยายกันยามาศเช่นนั้น

            ทั้งสามคนเดินทางกลับจากสุราษฏร์ธานีมาถึงกรุงเทพฯเมื่อคืนนี้ทั้งคุณประภาวรรณ และสิปปกร จึงค้างที่บ้านสวนและได้ขอร้องให้ยายกันยามาศช่วยนั่งสมาธิตรวจดูดวงวิญญาณโดยสิปปกรต้องการทราบชีวิตหลังความตายของชวินและทองก้อน ในขณะที่คุณประภาวรรณอยากจะรู้ชีวิตของคุณศศิธร

            “กรรมของชวินกำหนดให้เขาต้องมาเกิดเช่นนั้น”

             ยายกันยามาศไม่ได้ตอบย้ำคำพูดของลูกสาวทว่า..คำกล่าวของท่านก็ทำให้แปลเป็นอื่นหาได้ไม่สิปปกรนั่งนิ่งไปชั่วคราวด้วยความรู้สึกสลดหดหู่ใจ เขาจะบอกความจริงกับนัฏนรีได้อย่างไรกันตอนนี้นัฏนรีเชื่อมั่นว่าอดีตคนรักของเธอจะเกิดมาเป็นลูกของผู้หญิงที่ชื่อกระต่าย เขายอมให้เธอเข้าใจเช่นนั้นดีกว่าจะให้เธอเสียใจว่าอดีตคนรักของเธอกำลังจะเกิดเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข

            “คุณยายเคยบอกว่าชวินจะมาเกิดเป็นลูกของผู้หญิงชื่อกระต่ายไม่ใช่หรือครับ”

            สิปปกรอดสงสัยไม่ได้

            “ตอนนั้นยายยังไม่แน่ใจระหว่างชวินหรือพ่อของเขาแต่ตอนนี้แน่นอนแล้วยายได้สอบถามท่านพญายมราชแล้ว ท่านบอกว่าลูกของหนูกระต่ายก็คือนายทองก้อนมาเกิดส่วน

    ชวินได้เกิดมาเป็นสุนัข ตอนนี้ก็อยู่ในท้องของเจ้าดุ๊กดิ๊กเรียบร้อยแล้ว”

            “โธ่เอ๋ย..ทำไมจากคนถึงได้กลายมาเป็นหมูหมากาไก่ได้แบบนี้คะคุณแม่”  

            คุณประภาวรรณถามมารดาอย่างเศร้าใจ

            “นั่นน่ะสิครับคุณยาย เท่าที่ผมรู้ชวินก็ไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายมากมายก็แค่เจ้าชู้กะล่อนไม่น่าจะมาเกิดเป็นลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กเลย  แต่พ่อของชวินสิครับ ทั้งกินเหล้าเมาอาละวาด  แล้วก็ยังทุบตีแม่ของนายวินประจำทำไมถึงได้เกิดเป็นคนได้ล่ะครับผมไม่เข้าใจเลย” 

            “เรื่องของกรรมมันสลับซับซ้อนอย่างนี้แหละบางทีไม่ได้ทำชั่วในชาตินี้ก็สืบเนื่องมาจากชาติก่อน ๆท่านถึงบอกว่าอย่าประมาทในการดำเนินชีวิตไงล่ะเพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไม่ดีเอาไว้นั้นมันจะส่งผลให้เราตอนไหนแต่อย่างนายทองก้อนเอง  แม้ว่าจะได้เกิดเป็นคนก็ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์อย่างพวกเราหรอก”

            ยายกันยามาศบอกน้ำเสียงแบบคนปลงตก

            “ทำไมคะคุณแม่”

            คุณประภาวรรณถามด้วยความตื่นเต้น

            “ถึงนายทองก้อนจะเกิดมาเป็นคนแต่ก็มีร่างกายพิกลพิการอันเกิดจากการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ผู้อื่นที่ว่าก็คือภรรยาของเขานั่นเอง  แถมยังพิการทางสมองเข้าไปอีก”

            “พิการทางสมองหรือครับ..” สิปปกรทำหน้าตกใจ

            “ใช่...ก็ปัญญาอ่อนน่ะแหละ เกิดจากผลกรรมที่ชอบผิดศีลดื่มสุรายาเมาเป็นประจำไงล่ะ”

            “อุ๊ย!..ดื่มเหล้ามีผลกับการเกิดใหม่ขนาดนั้นเลยหรือคะคุณแม่”

            คุณประภาวรรณถามเสียงสั่นรู้สึกแสบไปทั้งลำคอจนถึงกระเพาะ เธอกลัวการเกิดใหม่ของเธอจะมีสภาพแบบทองก้อน

            “ถ้าเธอไม่เชื่อก็จงดื่มเหล้าเป็นประจำต่อไปเถอะแม่วรรณ”

            ผู้เป็นมารดาหันไปพูดให้ลูกสาวได้คิดพิจารณาเอาเอง

            “แต่ถ้าจะให้ชัวร์เอาไว้รอดูตอนพ่อของนายวินเกิดมาก่อนเถอะค่ะถ้าพิการปัญญาอ่อนอย่างที่คุณแม่บอก  วรรณจะขอเลิกดื่มเหล้าตลอดชีวิตเลย”

            “คนเราคิดจะเลิกทำสิ่งที่ไม่ดี  ทำไมจะต้องรอเวลาด้วยเล่า..ถ้าถึงเวลานั้นเกิดตายไปเสียก่อนที่จะทำความดีจะไปแก้ไขอะไรได้ล่ะไหนบอกว่าจะเชื่อแม่แล้วไม่ใช่รึแม่วรรณ ถ้าฉันบอกให้เลิกเหล้าเสียแต่วันนี้จะทำตามไหมล่ะ”

            “แหม..คุณแม่ขา..ของแบบนี้จะให้เลิกปุบปับง่ายๆ ได้ไงคะ เอาเป็นว่าวรรณจะพยายามลดให้น้อยลงค่ะ”

            “เฮ้อ!..ฉันก็ได้แค่ชี้แนะแนวทางให้เท่านั้นแหละแม่วรรณเอ๊ย..ของแบบนี้ที่เธอว่าน่ะมันเป็นเรื่องของบุญวาสนา  บางคนแค่ได้ฟังธรรมนิดเดียวก็เข้าใจแต่บางคนฟังทั้งชีวิตก็ยังไม่รู้เรื่อง เหมือนที่บอกว่าคนเราเปรียบเป็นเหมือนบัวสี่เหล่าไงล่ะตอนนี้เธอก็ยังไม่ถึงขนาดเป็นบัวใต้โคลนตมซะทีเดียว ส่วนจะเป็นบัวเหล่าไหนจะพ้นน้ำขึ้นมารับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้หรือไม่นั้น ฉันไม่หวังในตัวเธอหรอกเอาเป็นว่าฉันอวยพรให้เธอมีวาสนาบารได้เปิดรับพระธรรมเข้าใจถึงผลของกรรมเก็แล้วกันแล้วเมื่อถึงตอนนั้นเธอคงจะไม่คิดผลัดวันประวันพรุ่งที่จะทำ”

            คุณประภาวรรณได้แต่นั่งฟังคำสอนของมารดาแบบตาปริบๆ เธอยอมรับว่ายังไม่ซาบซึ้งถึงรสพระธรรมอย่างที่มารดาบอก แม้จะรู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่ได้ยิน  แต่เธอก็จะรอพิสูจน์ให้ถึงที่สุดก่อน เอาไว้นายทองก้อนเกิดมาเป็นอย่างที่มารดาพูดและเจ้าดุ๊กดิ๊กท้องจริง ๆ เสียก่อน

            “แล้วศศิธรเพื่อนของวรรณล่ะคะคุณแม่”

            คุณประภาวรรณรีบถามต่อทันที

            “แม่ศศิธรยังเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่”

            “ยังไม่เกิดหรือคะคุณแม่”

            “วิญญาณเร่ร่อนก็อยู่ในภพภูมิเปรตน่ะแหละที่คนเราเรียกว่าผีไงล่ะ ต้องรอให้หมดวาระของกรรมที่จะให้ผลเสียก่อนถึงจะรู้ว่าต่อไปจะไปเกิดเป็นอะไรอีกตอนนี้ก็ถือว่าเกิดในภูมิของเปรตอยู่”

            “ทำไมเพื่อนของวรรณถึงได้เป็นเปรตล่ะคะแม่ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีสักหน่อย”

            “เธอจะไปรู้ชีวิตของคนอื่นโดยละเอียดได้รึแม่วรรณ คนที่มุมานะทำงานหนักคิดว่าดี แต่ที่ไหนได้ทำด้วยความโลภเกินไปอยากได้อยากมีไม่รู้จักพอ มีความกระหายอยากได้ตลอดเวลาก็ทำให้เกิดเป็นเปรตได้เหมือนกัน”

             “โธ่..ศศิธร..แล้วฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นะเพื่อนรัก”

             ประภาวรรณยกมือขึ้นไหว้พร้อมพูดเบา ๆ

            “เอาล่ะ ต่อไปนี้ก็เลิกถาม เลิกสงสัยในเรื่องวิญญาณของคนนั้นคนนี้ได้แล้วนะฉันอยากจะปฏิบัติธรรมอย่างสงบไม่วุ่นวายกับเรื่องของคนอื่นแล้ว”

             ยายกันยามาศบอกกับสองแม่ลูกให้รับรู้

            “คุณยายครับ..ถ้าดรีมมาถามคุณยายเรื่องชวินเกิดเป็นอะไรปอนด์ขอร้องให้คุณยายช่วยปิดได้ไหมครับ”

            สิปปกรเริ่มห่วงความรู้สึกของคนที่ตนรักเขาจะทนเห็นนัฏนรีเศร้าหมองอีกไม่ได้เพราะเธอเพิ่งจะทำใจได้  หากต้องมารับรู้ว่าชวินเกิดมาเป็นสุนัขอีก  เธอคงจะทุกข์ใจไม่น้อย เพราะเขาเองก็ยังรู้สึกเศร้าสลดใจที่รู้ว่าเพื่อนรักต้องมาเกิดในภพภูมิเดรัจฉานเช่นนี้

            “ยายไม่อยากโกหกใคร..ทางที่ดีก็หลีกเลี่ยงที่จะพาหนูดรีมมาหายายในช่วงนี้ก็แล้วกัน”

            สิปปกรจำต้องพยักหน้ายอมรับความต้องการของยาย