(นิยายแปล) สตรีมเมอร์น่ารักปฏิวัติวงการอาหารกาแลกซี

    ตอนที่ 45 ไม่พอให้เหลียวแล (2)

    ตอนที่ 45 ไม่พอให้เหลียวแล (2)

    ถังเหอเบนสายตาไปที่สนามประลองทันที และเห็นว่าบนนั้นมีคนสองคนปรากฏขึ้นแล้วตามคาด หนึ่งในนั้นต้องเป็นท่านเทพฉีม่อที่ทำให้คนที่นี่บ้าคลั่งอย่างแน่นอน

    แม้ถังเหอจะไม่เคยสนใจฉีม่อมาก่อน แถมนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อและได้เห็นหน้าอีกฝ่าย แต่มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนไหนในสนามประลองคือฉีม่อ

    ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ ไม่ใช่เพราะเสียง แต่อาศัยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียวถังเหอก็แน่ใจมากว่าคนคนนั้นคือฉีม่อ

    เพราะเขามีรูปร่างสูงสง่าน่าเกรงขาม แค่ยืนเฉยๆ ตรงนั้นก็เป็นตัวตนที่ทำให้คนไม่สามารถมองข้ามได้แล้ว

    เวทีต่อสู้ในสนามประลองไม่ต่างจากอารีนามากนัก ต่างกันแค่ไม่มีจุดให้เจ้าของสัตว์พันธะยืน ลักษณะเป็นเวทีสี่เหลี่ยมแห่งหนึ่ง ใครกระเด็นออกจากสนามประลองหรือสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ก่อนก็ถือว่าแพ้

    “ฉีม่อ ในที่สุดนายก็โผล่มาจนได้ ฉันจะบอกให้ว่านับจากวันนี้เป็นต้นไป ยุคสมัยของนายจะจบลงแล้ว ฉันจะเข้ามาแทนที่นายและเป็นตำนานบทใหม่ของลานประลองแห่งนี้!” คู่ต่อสู้ของฉีม่อประกาศด้วยความทะนงตนเป็นที่สุด

    ก็ไม่แปลกที่คนคนนี้จะมีความมั่นใจสูงลิ่ว เพราะเขาคืออันดับสองในทำเนียบอันดับของสนามประลอง ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่มีใครโค่นเขาลงจากตำแหน่งอันดับสองได้สักคน

    ไม่ว่าจะเป็นที่สนามประลอง อารีนา หรือจะเป็นที่ลานประลอง ทุกคนต่างก็สามารถท้าชิงผู้ที่มีอันดับสูงกว่าตัวเองในขอบเขตยี่สิบอันดับได้ และผู้ถูกท้าชิงก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เว้นแต่จะออฟไลน์อยู่

    และเมื่อไรที่ผู้ท้าชิงชนะ เขาก็จะได้เข้ามาแทนที่อันดับดังกล่าว

    ส่วนเหตุผลที่กำหนดให้สามารถท้าชิงผู้ครองอันดับเหนือกว่าตัวเองได้ในขอบเขตยี่สิบอันดับ ก็เพราะเกรงว่านายหมานายแมวที่ไหนจะมาท้าชิงยอดฝีมือระดับบนๆ กันหมด ถ้าเป็นอย่างนั้นยอดฝีมือไม่เหนื่อยตายกันหมดหรือ

    อันดับสองบนทำเนียบคนนี้ชื่อโต้วฉี แค่ดูจากชื่ออย่างเดียวก็รู้แล้วว่าเป้าหมายของเขาคือฉีม่อมาโดยตลอด[1] ทั้งยังอยากเอาชนะและลากฉีม่อลงจากตำแหน่งแชมป์ด้วย

    ตั้งแต่เขาก้าวขึ้นสู่อันดับสองในทำเนียบ เขาก็อยากท้าสู้กับฉีม่อมาโดยตลอด น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้ออนไลน์เลย ทำให้เขาอึดอัดงุ่นง่านไปหมด ทำได้แค่ยอมเป็นอันดับสองตลอดมา

    โต้วฉีคิดมาตลอดว่าฝีมือเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าฉีม่อสักนิด และเหตุผลที่ฉีม่อไม่ออนไลน์เลยก็คงหนีไม่พ้นกลัวจะถูกดึงลงจากตำแหน่งแชมป์ ดังนั้นเขาจึงส่งคนไปจับตามองการเคลื่อนไหวของฉีม่อตลอดเวลา ทันทีที่เห็นเขาออนไลน์ก็จะส่งคำขอท้าชิงไปทันที

    วันนี้ถือได้ว่าสบโอกาสที่รอคอยเสียที

    โต้วฉีเห็นผู้ชมแน่นขนัดขนาดนี้ก็ตื่นเต้นมาก แม้จะรู้ว่าคนดูเหล่านี้ส่วนใหญ่มาเพราะฉีม่อก็ตามที

    แต่ไม่เป็นไร นับจากการประลองในวันนี้เป็นต้นไป เขาจะทำให้คนดูเหล่านี้ได้เห็นว่าท่านเทพของพวกเขาถูกลากลงจากแท่นบูชา และเขาจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์จ้าวสนามภายใต้การเป็นสักขีพยานของคนเหล่านี้

    คนดูพวกนี้จะกลายเป็นสักขีพยานให้เขา!

    ทว่าฉีม่อที่ถูกเขายั่วยุกลับไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่นิดเดียว สิ่งนี้ทำให้โต้วฉีซึ่งตื่นเต้นอยู่ฝ่ายเดียวรู้สึกเหมือนกำลังเล่นบทพูดคนเดียวอยู่

    “เดิมทีฉันคิดว่าท่านเทพฉีม่อคงจะแข็งแกร่งมาก แต่นับตั้งแต่ฉันก้าวขึ้นเป็นอันดับสองเป็นต้นมา จดหมายท้าชิงที่ส่งให้นายกลับไม่เคยมีใครรับ ทำไมล่ะ กังวลว่าฉันจะเอาชนะนายได้เหรอ” ยิ่งโต้วฉีเห็นสีหน้าของฉีม่อเยือกเย็นแค่ไหน เขายิ่งอยากยั่วยุอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้

    แต่เห็นได้ชัดว่าโต้วฉีพูดมากเกินไปแล้ว เหล่าผู้ชมที่นี่ล้วนแต่มาเพื่อดูการประลองของฉีม่อ ไม่ได้มาฟังเขาพล่ามบ้าน้ำลาย ในพริบตาก็มีคนดูใจร้อนหลายคนโมโหขึ้นมา

    “ตกลงนายพล่ามพอหรือยัง ช่วยรีบๆ เริ่มหน่อยได้ไหม นายไม่เห็นเหรอว่าท่านเทพฉีม่อขี้เกียจจะสนใจนายแล้ว”

    “ขี้แพ้ก็พล่ามเยอะอย่างนี้แหละ คงกังวลว่าเดี๋ยวแพ้แล้วก็จะไม่มีโอกาสให้โม้ ถ้าไม่รีบฉวยโอกาสตอนนี้โชว์เหนือแล้วจะไปทำตอนไหน”

    “น่ารำคาญจริงๆ ทำไมถึงมีคนพูดมากขนาดนี้อยู่ด้วยนะ ท่านเทพฉีม่อสู้เขา รีบเอาชนะเขาเลยคร้าบ!”

    “ท่านเทพฉีม่อสู้เขา!”

    ไม่รู้ว่าทำไม แต่ปรากฏว่าทุกคนในสนามต่างเริ่มตะโกนเชียร์ออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้ใบหน้าโต้วฉีที่เดิมก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วยิ่งทะมึนหนัก สายตาที่มองไปทางฉีม่อก็กลายเป็นถมึงทึงดุร้าย

    ในฐานะที่โต้วฉีเป็นอันดับสองของสนามประลอง เขาย่อมมีแฟนๆ และผู้ชื่นชอบอยู่เหมือนกัน แต่ภายใต้แรงกดดันจากแฟนคลับจำนวนล้นหลามของฉีม่อ จึงไม่มีใครกล้าเชียร์เขาสักคน

    ห้องประลองแต่ละห้องมีเอไอผู้ช่วยติดตั้งมาด้วยตัวหนึ่ง แม้จะควบคุมด้วยเอไอ แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันรู้งานเอามากๆ จึงรีบประกาศว่า “เริ่มการประลองได้!”

    ผู้ชมทั้งหลายจึงตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว หยุดตะโกนสโลแกนเชียร์ ทุกคนต่างจดจ่อความสนใจไปที่สนามประลอง ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของฉีม่อ

    เป็นที่รู้กันดีว่าทุกการประลองของฉีม่อล้วนเป็นสุดยอดผลงานชิ้นเอก สำหรับผู้ที่ชอบการประลองอย่างแท้จริงแล้วนี่นับเป็นคัมภีร์สอนสดจากสนามจริง สำหรับบรรดาแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ นี่ก็คือทรัพยากรสำหรับเลียจออันหาได้ยาก

    “ฉีม่อ นายรนหาที่ตายแล้ว!” โต้วฉีพูดอย่างเหี้ยมเกรียม เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีฉีม่อก่อน

    แม้ว่าถังเหอจะไม่เข้าใจเทคนิคการประลอง แต่ก็พอมองออกว่าอันดับสองคนนั้นมีฝีมือจริงๆ การโจมตีทั้งรวดเร็วและดุดัน ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถครองตำแหน่งมาได้ปีกว่าหรอก

    แต่ฝีมือพวกนี้ เมื่อมาอยู่ตรงหน้าฉีม่อก็เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอให้เหลียวแล

     

    เชิงอรรถ

    ^ ชื่อของโต้วฉีหมายความว่า 'สู้กับฉี' ซึ่งฉีที่ว่าก็คือฉีตัวเดียวกับชื่อฉีม่อ

    ตั้งแต่ตอนที่ 46 เป็นต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่

    https://www.readawrite.com/a/e2ac2c299e3ab6c5360144e451d19555

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายแปล) สตรีมเมอร์น่ารักปฏิวัติวงการอาหารกาแลกซี ที่คุณอ่าน