สุดยอดภรรยาหนุ่มไม่รักยังไงไหว (นิยายแปล)

    ตอนที่ 2 แกน่ะอ่อนสุด!


            ชายหนุ่มเปิดไฟทันทีที่เข้ามา ห้องรับรองส่วนตัวจึงสว่างจ้าทั้งห้อง จากนั้นก็กวาดสายตารอบหนึ่ง แต่ยังไม่ทันทำเป็๞รอบที่สอง ก็มีเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นเสียก่อน

            “เชี่ย! ไอ้ตงงงง….”

            สิ้นเสียงคำราม ผู้ชายตัวใหญ่ๆ สามคนก็กระโจนราวกับบินเข้ามาหาเขาโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์เลย โดดซ้อนทับกันมาทีละคน น้ำหนักกดทับลงมามากขึ้นเรื่อยๆ หนักจนทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ล่างสุดต้องร้องโหยหวน

            “ไอ้ฉิบหาย! หนักจะตายอยู่แล้วโว้ยยย…”

            ……

            

            หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนั้น เหล่าชายหนุ่มที่ตัวเป็๞คนแต่นิสัยเหมือนหมา[1]ก็สงบลงมากแล้ว เมื่อห้องถูกทำความสะอาดเรียบร้อย ก็เหลือเพียงเพื่อนฝูงกลุ่มหนึ่งพูดคุยรำลึกความหลังกัน

            “ไอ้เวรเอ๊ย! แกนี่ยังรู้จักกลับมานะ ฉันคิดจริงๆ ด้วยซ้ำว่าแกอาจจะตายอยู่ที่หลืบไหนสักหลืบไปแล้วน่ะ” หลิวเจิ้นแยกเขี้ยว ชกไหล่เว่ยตงไปทีหนึ่ง เห็นการวางท่าของเขาแล้วอยากจะกระโจนเข้าไปกัดคนเหลือเกิน

            “รู้สึกเหมือนว่าแกจะหวังให้ฉันตายอยู่ข้างนอกจริงๆ เลยแฮะ” เว่ยตงปรายตามองเพื่อนสนิทอย่างเรียบนิ่ง

            “จะทำงั้นได้ไงกันเล่า ฉันจะไปกล้าแช่งแกได้ยังไง” หลิวเจิ้นกลอกตา ให้แช่งคนคนนี้ ไม่สู้เขาแช่งตัวเองดีกว่า

            “อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะไอ้ตง แกกลับมาเมื่อไร ทำไมไม่บอกไม่กล่าวกันเลยวะ แล้วสองสามปีมานี้แกไปวิ่งวุ่นที่ไหนมา ไม่เห็นส่งข่าวคราวมาบ้าง” เหอเหล่ยยกขวดเหล้าเติมลงในแก้วที่ยังไม่ทันว่างเปล่าของเว่ยตง

            “เพิ่งมาถึงเมื่อวาน” เว่ยตงยักไหล่ กระดกวิสกี้ที่เต็มแก้วนั้นลงท้องไป “วิ่งวุ่นไปทั่วเลย”

            “แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะ” หลินเหว่ยหัวเราะเหอะๆ รับขวดเหล้าเปล่ามาจากเหอเหล่ย แล้วเปิดขวดต่อไป

            “ก็งั้นๆ แหละ”

            “ชิ ก็งั้นๆ เหรอ ไอ้หมอนี่ ก็งั้นๆ แต่แกทิ้งเราไปตั้งสามปี ไม่ยอมกลับมาเนี่ยนะ” หลิวเจิ้นสะบัดมืออย่างไม่สบอารมณ์

            คลุกคลีเป็๲พี่เป็๲น้องกันมาเกือบสามสิบปีแล้ว จะไม่รู้ได้ไงว่าใครเป็๲ยังไง

            เว่ยตงยิ้ม ไม่ได้เอ่ยอะไร

            “พี่ตงครับ ได้ยินพี่หลินพูดถึงพี่มานานแล้ว นี่เป็๲ครั้งแรกที่ได้เจอ น้องเล็กอย่างผมขอดื่มหมดแก้วเป็๲การแสดงความเคารพครับ” ในห้องรับรองส่วนตัวนี้ นอกจากเพื่อนสนิท๻ั้๹แ๻่ยังใส่กางเกงเปิดเป้า[2]สามคนนี้ของเว่ยตงแล้ว ก็ยังมีวัยรุ่นที่เขาไม่คุ้นหน้าคุ้นตาอีกกลุ่มหนึ่ง

            เว่ยตงอาจมองว่าคนเหล่านี้ไม่คุ้นหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อคนเหล่านี้ได้ยินฉายาของรุ่นพี่อย่างเขาแล้วจะไม่คุ้นหู

            หลังจากปรายตามองการคารวะเหล้าของชายวัยรุ่นอย่างเรียบนิ่งแวบหนึ่ง เว่ยตงก็ยกแก้วขึ้นอย่างราบเรียบไร้อารมณ์ แก้วเหล้าเคลื่อนไปยังปาก แต่ปริมาณเหล้าที่กลืนเข้าไปมีประมาณหยดเดียว

            เมื่อมีคนเปิด คนอื่นก็พากันเรียงหน้าตามเข้ามา เว่ยตงเพียงชูแก้วขึ้นอย่างเฉยเมย เขาจดจำคนเหล่านี้ไม่ได้เลย เหล้านี่ย่อมต้องแบ่งตามผู้ได้รับไปเป็๞ธรรมดา

            นอกจากสามคนนั้น คนอื่นๆ ต่างก็หวาดกลัวพี่ตงผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนนี้เหลือคณา เห็นท่าทางไม่หือไม่อือนั้นของเขา ก็พากันถอยไปนั่งอีกด้านหนึ่งอย่างว่านอนสอนง่าย ไม่กล้ารบกวนการพูดคุยรำลึกความหลังของเหล่าพี่ชายสุดฮาร์ดคอร์อีก

            “ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่ ว่าแต่ชีวิตแสนอิสระของแกจบลง๻ั้๫แ๻่เมื่อไรล่ะ ฉันละเห็นแล้วอิจฉาตาร้อน” หลินเหว่ยเบ้ปาก

            “จะตาร้อนทำไม แกแบกเป้ไปเองก็ได้นี่”

            “ฉันจะกล้าไปไหมล่ะวะ ไปแล้วพ่อฉันจะไม่กลืนฉันทั้งเป็๞เอาเหรอ” ครอบครัวเขาน่ะเตรียมส่งต่อไม้ผลัดกิจการให้เขาแล้ว ถ้าเขาหนีไปคงได้ตายอนาถแน่!

            “แค่แกมีความกล้าที่จะทำแบบไอ้ตงก็จบแล้ว…”

            “ฉันพิจารณาตัวเองแล้วไงว่าฉันสู้มันไม่ได้ แต่จะว่าไปนะในหมู่พวกเราเนี่ยมีคนกล้าหลายคนเลยเนอะ งั้นแกลองหาคนใจกล้าแบบไอ้ตงมาให้พี่ชายคนนี้ดูสักสองคนได้ไหมล่ะ” หลินเหว่ยเบะปาก เขารู้ตัวเองดีว่าทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้

            ในก๊วนของพวกเขาทุกคนต่างก็รู้ว่า หากอิงจากคนที่มีความกล้า มีนิสัย และมีพละกำลังเหมาะสมพอที่จะเรียกว่าเป็๲ชายชาตรีนั้น ถ้าเว่ยตงนับตัวเองเป็๲ที่สอง ก็คงไม่มีใครกล้า๠๱ะโ๪๪ออกมาแล้วบอกว่าตัวเองเป็๲ที่หนึ่งหรอก

            เว่ยตงมองหลินเหว่ยแวบหนึ่ง “แกยกย่องฉันเกินไปแล้ว”

            “ฉันว่านะ แกหายไปสองปี เหมือนแกจะรู้จักถ่อมตัวขึ้นหรือเปล่าวะ หาได้ยากจริงๆ นะเนี่ย” หลินเหว่ยกะพริบตา กล่าวกลั้วหัวเราะ

            เว่ยตงยักไหล่พลางเอ่ยว่า “อายุเยอะแล้ว สมควรสำรวมบ้างได้แล้ว”

            “ไอ้เวรนี่! ในพวกเราสี่คน แกน่ะอ่อนสุดเลย ยังจะมาอายุเยอะแล้วอะไร พูดให้ใครอิจฉากันวะ”

            “ก็แกไง…”

            ขณะที่กลุ่มเพื่อนสนิทกำลังพูดคุยเล่นกันอยู่นั้น ผู้จัดการที่คอยดูแลเ๱ื่๵๹ราวต่างๆ ในคลับเจียงหนานก็ผลักประตูห้องส่วนตัวนี้ให้เปิดออก ก่อนจะเดินเข้ามาผงกศีรษะโค้งคำนับให้หลิวเจิ้นสองสามที “ประธานหลิวครับ มีการทะเลาะวิวาทกันตรงบาร์ครับ โถงตรงนั้นถูกพังเละหมดเลย มีแขกถูกทำร้ายด้วยครับ”

            “โห! หายากนะเนี่ย ยังมีพวกที่พกความกล้าอย่างนี้มาอยู่อีกเหรอ” เหอเหล่ยยกเหล้าในมือกรอกเข้าปากเหมือนน้ำเปล่า และหันไปพูดกับหลินเหว่ยยิ้มๆ ว่า “ไอ้หลิน มีไอ้พวกใจกล้ามาเยือนถึงหน้าประตูแล้วว่ะ”

            “พูดถึงลม ลมก็มา”

            “ไปกันเถอะ ไปดูเ๹ื่๪๫สนุกกัน” หลิวเจิ้นยืนขึ้นพลางเอ่ยชวน

            เว่ยตงส่ายศีรษะ ความสนใจติดลบ “พวกแกไปเถอะ ฉันเตรียมจะกลับไปนอนละ เมื่อวานก็ถูกบ่นอยู่ครึ่งค่อนคืน”

            “บัดซบ! ไอ้ตง แกทำแบบนี้มันไม่ไว้หน้ากันนะ ไปๆๆ แกหายหัวไปตั้งสามปี คิดว่าคืนนี้จะกลับไปได้อีกเหรอ เดี๋ยวจัดการเ๯้าพวกที่ใจกล้าพอๆ กับแกเสร็จ พวกเราค่อยกลับมาดื่มกันต่อ วันนี้ไม่เมาไม่กลับ”

            “ไม่อยากไปจริงๆ” ความสนุกครึกครื้นประเภทนี้ เว่ยตงก็ไม่ชอบมีส่วนร่วมด้วยมา๻ั้๹แ๻่ไหนแต่ไร

            “เหลวไหลน่า! แกมาถึงนี่แล้วยังคิดจะหดหัวหนีอีกเหรอ ฝันไปเถอะ!”

            หลิวเจิ้นไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้ามาลากเว่ยตง รวมทั้งคว้าดึงตัวเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ก่อนจะผลักพวกเขาออกประตู คนอื่นๆ ในห้องรับรองส่วนตัวก็พากันเดินออกประตูตามไปด้วย

            

            เชิงอรรถ

    ^ ใช้ในเชิงดูถูก หมายถึง คนที่แต่งตัวดูดี แต่มีพฤติกรรมแย่ๆ^ เป็นกางเกงสำหรับเด็กที่เว้าตรงช่วงเป้าและก้นซึ่งพ่อแม่ชาวจีนมักจะใส่ให้ลูกในช่วงก่อนปี ค.ศ.1990 เพื่อให้สะดวกแก่การเข้าห้องน้ำและประหยัดน้ำในช่วงหน้าแล้ง เพราะไม่ต้องเปลืองน้ำสำหรับดูแลซักผ้าอ้อม แต่หลังจากที่แพมเพิร์สเข้ามามีบทบาทมากขึ้น กางเกงเปิดเป้าก็เสื่อมความนิยมไป แต่ก็ยังไม่หายไปจากสังคมจีน