ตอนที่ 32 การเดินทางถึงโรงงานทอฝ้ายครั้งแรก
"วันนี้หลานขึ้นเขาไปจับไก่ป่ากระต่ายป่ามาเหรอ?ชีเยวี่ยของย่าเก่งจริงๆพี่ชายทั้งหลายของหลานยังไม่มีใครทำได้ขนาดนี้เลย"
เมื่อย่าเฒ่าหานผู้หลงรักหลานสาวอย่างหัวปักหัวปำมองเห็นไก่ป่ากับกระต่ายป่าที่หานชีเยวี่ยหยิบออกมาจากกระบุงพลันยกยิ้มกว้างราวกับดอกไม้บาน
"..."
หานชีเยวี่ยไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก!
"ย่าคะ นี่คือสหายลู่จิ่งหมิงหลานชายของคุณปู่คุณย่าลู่ที่อาศัยอยู่ตรงบ้านเก่าเชิงเขาค่ะเขาเป็นคนจับไก่ป่ากับกระต่ายป่ามาให้หนูเอามาฝาก"
"ไอ้หยา เจ้าเด็กคนนี้คนอื่นเขาให้เอามาฝาก หลานก็เอามาจริงๆ เหรอ? สองคนนั้นอาศัยอยู่ที่ตรงนั้นอะไรก็ไม่มี..."
ตอนที่ย่าหานพูดถึงตรงนี้เธอก็ชะงักงันก่อนจะเข้าใจอะไรบางอย่างเธอรับไก่ป่ากับกระต่ายป่าจากมือของหานชีเยวี่ยไปวางไว้ที่มุมห้อง
"บ่ายนี้ย่าจะตุ๋นซุปไก่ป่าตอนเย็นหลานเอาไปส่งที่บ้านสองปู่ย่านั้นที ส่วนกระต่ายเรามาเลี้ยงไว้ก่อนสักวันค่อยฆ่าเอาไปทำกับข้าว"
หานชีเยวี่ยพยักหน้าหงึกๆ
"ย่าจ๋าใจดีที่สุดเลย!"หานชีเยวี่ยออดอ้อนคุณย่า ต้องยอมรับว่าคุณย่าแพ้ลูกอ้อนแบบนี้จริงๆ
"อาเยวี่ยเดี๋ยวหลานเอาอาหารไปส่งให้พวกเขาหน่อยนะ ย่าได้ยินมาว่าเมื่อวานตอนที่พวกเขาทั้งสองมาถึง แม้แต่หม้อยังไม่มีเลย"
"ได้ค่ะย่าเดี๋ยวหนูจะเอาไปให้พวกเขานะคะ" ทั้งสองคนคุยกันไป ทำอาหารไปไม่นานอาหารเช้าก็เสร็จ
ฉู่เจี้ยนกั๋วเดินมาขอทานข้าวที่บ้านของหานชีเยวี่ยย่าเฒ่าหานส่งสายตาหาหานชีเยวี่ยอย่างต้องการความคิดเห็น ความหมายนั้นชัดเจนมากเรื่องที่พวกเขากำลังจะไปส่งอาหารให้สองปู่ย่านั้นควรให้ฉู่เจี้ยนกั๋วรู้เรื่องด้วยหรือไม่
ถึงจะกินข้าวร่วมกันในบ้านทว่าหากจะปิดบังก็คงพอมีหนทาง แต่ก็กลัวว่าฉู่เจี้ยนกั๋วจะคิดมากคิดว่าพวกเธอแอบกินของดีๆ โดยปิดบังเขา
หานชีเยวี่ยกล่าวว่า"อย่าเพิ่งบอกเขาเลยค่ะยังไงเราก็ไม่ได้ส่งข้าวให้พวกเขาทุกวันอยู่แล้ว"
ย่าเฒ่าหานพยักหน้า
"ย่าหานครับ วันนี้เรากินอะไรกันครับ?"ฉู่เจี้ยนกั๋วถามด้วยรอยยิ้ม
"กินโจ๊กธัญพืชกับแป้งทอดล้างมือแล้วมากินข้าวกันได้เลยจ้ะ" ย่าเฒ่าหานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉู่เจี้ยนกั๋วรู้สึกประหลาดใจอาหารเช้ากินแป้งทอดเลยเหรอ! แป้งทอดพวกนี้จะมีพอสำหรับเขาด้วยไหมนะ?
ตอนกลับไปทำงานคงต้องขยันมากกว่านี้ถึงจะใช้ได้ไม่อาจทำให้อาหารที่กินจากบ้านหานต้องเทอยเปล่าไหม?
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จหานชีเยวี่ยก็เตรียมตัวเข้าเมือง โดยแวะไปส่งอาหารเช้าให้ครอบครัวลู่ด้วย
อาหารเช้านอกจากที่ย่าเฒ่าหานเตรียมไว้แล้วยังมีหมั่นโถวอีกหลายลูกที่เธอหยิบมาจากมิติ
"คุณปู่ลู่ คุณย่าลู่พวกท่านทานอาหารพวกนี้รองท้องก่อนนะคะ ตอนเที่ยงหนูไม่อยู่ คงมาส่งข้าวให้ไม่ได้อาหารพวกนี้น่าจะพอสำหรับสองมื้อ"
หานชีเยวี่ยหยิบหมั่นโถวลูกใหญ่มากกว่าเจ็ดแปดลูกรวมกับอาหารเช้าที่ย่าเฒ่าหานเตรียมไว้ ทานสองมื้อคงไม่มีปัญหา
คุณย่าลู่รีบกล่าวว่า"หนูไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก แต่ก่อนลำบากกว่านี้มากเราก็ผ่านมาแล้ว!บางครั้งไม่มีแม้แต่ใบไม้ให้กิน ได้กินอาหารดีๆแบบนี้ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราแล้ว"
หานชีเยวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า"คุณย่าลู่ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ค่ะ อดทนอีกสักพัก ชีวิตที่ดีๆกำลังรออยู่ข้างหน้า"
อีกไม่นาน พายุลูกนี้ก็จะผ่านพ้นไปคนอย่างคุณปู่ลู่กับคุณย่าลู่ ต้องสามารถกลับไปใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างแน่นอน
"ขอให้เป็นอย่างที่หนูพูดนะสาวน้อย" คุณย่าลู่มองหานชีเยวี่ยด้วยความเอ็นดูมากขึ้นเรื่อยๆสายตาของเธอจ้องมองไปที่หลานชายกับหานชีเยวี่ยสลับกันไปมา
หานชีเยวี่ยรีบเข้าเมืองจึงไม่ได้สังเกตเห็นแววตาและทอหน้าของคุญย่าลู่
หลังจากที่หานชีเยวี่ยจากไปคุณย่าลู่ก็จ้องมองหลานชายแล้วพูดว่า "หลานรัก ผู้หญิงคนนี้ไม่เลวนะถ้าชอบเขาก็ต้องรีบหน่อยนะ"
ลู่จิ่งหมิงหน้าแดงไม่พูดอะไร
คุณย่าลู่พูดว่า"ถ้าแกยังเป็นแบบนี้ล่ะก็ ต่อไปก็ไม่มีเมียหรอก"
ลู่จิ่งหมิงยังคงไม่พูดอะไรเพียงแต่ทุ่มเททำงานหนักขึ้นไปอีก
"พักกินข้าวก่อนเถอะกินให้อิ่มแล้วค่อยทำต่อก็ได้" เมื่อไม่ได้ยินคำตอบที่ต้องการคุณย่าลู่ก็ได้แต่เปลี่ยนเรื่อง
คุณย่าลู่รู้สึกเทอยดายจึงแบ่งหมั่นโถวออกเป็นสองส่วนแล้วค่อยๆ กัดกินทีละคำเล็กๆ
"คุณย่า ทานเถอะครับต่อไปจะไม่มีทางให้พวกท่านต้องอดอยากปากแห้งอีกแล้ว"
คุณย่าลู่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า"อดอยากมานาน กระเพาะก็เลยเล็กลง ย่ากินไม่ลงจริงๆ"
ลู่จิ่งหมิงนึกถึงตอนที่ไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าทั้งสองคนภาพที่น่าเวทนานั้นทำให้เขาตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าจนแทบจะไหลออกมา
หลังจากทานอาหารเสร็จลู่จิ่งหมิงก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งเขาใช้เวลาทั้งวันในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกำแพงรอบบ้าน
ตอนนี้ ต่อให้มีสัตว์ร้ายลงมาจากเขาก็ไม่อาจเข้ามาในบ้านได้ง่ายๆ แล้ว
ส่วนหานชีเยวี่ยหลังจากเดินห่างออกจากบริเวณชุมชนถวนเจี๋ย เธอก็หยิบจักรยานออกมาจากมิติแล้วปั่นตรงไปยังเมือง
การมีจักรยานใช้ในการเดินทางแม้จะดีกว่าการเดินเท้ามาก แต่การปั่นไปตลอดทางก็ต้องใช้แรงไม่น้อย เมื่อมาถึงเมือง หานชีเยวี่ยไม่ได้รีบตรงไปที่ตลาดมืดเธอตั้งใจจะสืบข่าวคราวก่อน
เธอเพิ่งจะขนของออกจากบ้านจวงแถมยังฝังระเบิดเวลาลูกใหญ่เอาไว้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็คงแปลกหานชีเยวี่ยคิดว่า ถ้าตำรวจไม่พบเบาะแส เธอก็ต้องหาทางแจ้งให้พวกเขาทราบ
หานชีเยวี่ยตรงไปยังบริเวณละแวกโรงงานทอฝ้าย
โรงงานทอฝ้ายเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตู้ฉาเองก็เป็นคนงานในโรงงานทอฝ้าย
หากอยากฟังเรื่องราวของบ้านจวงตรงไปที่โรงงานทอฝ้ายย่อมไม่มีอะไรผิดพลาด อย่างไรก็ตามในชาติที่แล้ว หานชีเยวี่ยไม่เคยติดต่อกับคนในโรงงานทอฝ้ายมาก่อน
ตู้ฉาไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านพักของโรงงานแถมยังห้ามไม่ให้เธอติดต่อกับคนในโรงงาน แต่เธอเคยไปส่งของให้ตู้ฉาเธอยังจำทางไปโรงงานทอฝ้ายได้
หานชีเยวี่ยแต่งหน้าเล็กน้อย ทาหน้าขาวๆของตัวเองด้วยขี้เถ้าทอดำจนผิวหน้าดูหมองคล้ำลง เมื่อมาถึงแถวๆ โรงงานทอฝ้ายเธอมองเห็นกลุ่มป้าๆหลายคนกำลังนั่งเย็บปักถักร้อยพลางพูดคุยกันอยู่ใต้ต้นขี้เหล็กใหญ่หน้าประตูโรงงาน
หานชีเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบไข่ไก่และน้ำมันถั่วเหลืองหนึ่งกระป๋องออกมาจากมิติใส่ไว้ในกระบุงแล้วค่อยเดินอย่างระมัดระวังไปที่ประตูโรงงาน
คุณป้าที่อยู่หน้าประตูโรงงานทอฝ้ายเป็นคนมีประสบการณ์รอบรู้ทั่วถึง พอเห็นหานชีเยวี่ยเดินมาแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้มีของดีอยู่ในมือ
"ในมือเธอมีของดีอะไรบ้าง?"คุณป้าคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาดูระแวดระวัง
"ฉันมีไข่ไก่กับน้ำมันถั่วเหลืองค่ะคุณป้าสนใจไหมคะ?" หานชีเยวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาๆเช่นกัน
แต่หลังจากตอบคุณป้าแล้วหานชีเยวี่ยก็รีบพูดเสียงดังว่า "ใช่แล้วค่ะคุณป้าหนูมาหาบ้านของหลี่เยี่ยนหวา คุณป้ารู้จักคนๆ นี้ไหมคะ?"
"ไอ้หยา เธอถามถูกคนแล้วเดี๋ยวฉันพาเธอไป" คุณป้าตอบกลับอย่างกระตือรือร้นด้วยน้ำเสียงดังก่อนจะลดเสียงลงแล้วพูดว่า "ของพวกนี้ราคาเท่าไหร่? มีเยอะไหม?"
ไข่ไก่กับน้ำมันถั่วเหลืองล้วนต้องใช้คูปองแต่คูปองที่แจกให้มีจำนวนน้อยมาก ครอบครัวใหญ่ๆ ได้คูปองน้ำมันแค่สองเหลียงคูปองไข่ไก่แค่หนึ่งจินต่อเดือน จะพอใช้อะไร?
ถ้าลูกเยอะ ก็ต้องหาซื้อเพิ่มเด็กสาวคนนี้ช่างโชคดีจริงๆ ที่มีของพวกนี้
หานชีเยวี่ยเห็นท่าทางของคุณป้าก็รู้ว่าเธอต้องการซื้อของทั้งหมดที่อยู่ในกระบุง
ก็จริงอยู่ โรงงานทอฝ้ายมีผลประกอบการที่ดีคนงานมีรายได้สูง สวัสดิการดี ถือเป็นกลุ่มคนที่มีฐานะดีที่สุดในเมือง
"คุณป้า ขอบคุณมากนะคะ"หลังจากพูดจบ หานชีเยวี่ยก็ลดเสียงลงอีกครั้ง "คุณป้าไข่ไก่ฟองละหนึ่งเหมาห้าเฟิน น้ำมันถั่วเหลืองจินละหนึ่งหยวนห้าเหมาค่ะ"
คุณป้าลุกขึ้นแล้วจูงมือหานชีเยวี่ยเดินเข้าไปในบ้านพักของโรงงาน