ซ่าาาาาาาๆ
เสียงฝนตกที่การกระทบกับหลังคา กระเบื้อง ทำให้ เธอที่กำลังหลบฝนอยู่ถึงกับชะงักเพราะมันดูเหมือนว่าฝนตกครั้งนี้จะมาแบบแปลกๆ เมื่อััละอองฝนที่ตกลงมาแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าพี่ไม่ใช่ผลลัพธ์จากธรรมชาติแต่เป็ผลที่เกิดจากการกระทำของบุคคล
เริ่มแล้วหรือรอมาตั้งนานแหนะ ดวงตากลมโต ทิ้งสายตาไปที่มุมหนึ่งของต้นไม้ไกลๆ ก่อนจะทำเป็ไม่รู้เื่อะไรเลยนั่งลงในศาลาที่หลบฝนท้ายหมู่บ้าน จากนั้นก็มองชายชราคนหนึ่ง ที่เดินมานั่งข้างๆเธอ ถ้าให้เดา นี่อาจเป็ญาติของคนในหมู่บ้าน ถึงแม้จะเป็คำก็อ้างที่ไร้สาระก็เถอะ
" มีคนมาหลบฝนแล้วนี่เองฉันขอหลบฝนด้วยคนนะแม่หนูน้อย " ชายชรายิ้มอย่างอ่อนโยนแต่มีหรือคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็พันปีหมื่นปีอย่างเธอ จะไม่รู้ว่ารอยยิ้มนี้ซ่อนระลึกอะไรไว้บ้าง
ซ่งซิงเหลียนได้แต่ยิ้มไร้เดียงสาแทนคำตอบให้ดูเหมือนเด็กที่ไม่มีพิษภัยอะไรเลย ทั้งที่ในใจของเธอหัวเราะแทบคลั่ง กับบทละครเล็กๆ ที่ไม่มีรสชาติให้เธอกินแตงเลยแม้แต่น้อย
ชายชรา นั่งลงข้างๆก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำและขนมออกมา นั่นทำให้ซ่งซิงเหลียนแทบจะหลุดหัวเราะกับบทละครนี้ไม่อยู่ เอาเถอะเอาเถอะถือว่าเห็นแก่ความพยายามของพวกมัน ที่รอระยะเวลามาหลายเดือนรีบๆทำให้มันจบๆไป เธอจะได้รีบไปใช้ชีวิตอย่างเป็ปกติซะที เพราะทำให้พ่อแม่เป็กังวลมาหลายเดือนแล้ว
อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ อุตส่าห์ออกมาเป็เหยื่อให้จับไปเลยนะเนี่ย นี่เห็นแก่ความพยายามของพวกมันมาหลายเดือน หรอกนะไม่ได้รำคาญเลยจริงๆ
" โอ้โหคุณปู่มีขนมน่ากินจังเลยค่ะ "
" ฉันตั้งใจจะแบ่งให้เธออยู่แล้วลองชิมดูสินี่เป็ขนมจากในเมืองเลยนะ " คำพูดหลอกล่อเด็กๆแบบเดิมๆ ทำให้สายตาซ่งซิงเหลียนเริ่มแสดงความเบื่อหน่ายออกมาอย่างอดไม่ได้ ที่พวกคนร้ายไม่มีคำพูดที่ดูหลอกล่อ เ้าเล่ห์ กว่านี้หรือไง เพราะนี่คือบทคำพูดเดิมๆที่ออกมาจาก นิยาย หรือหนังสือ ในทีวี ก็เป็บทคำพูดพวกนี้เดิมๆอีก ไม่มีหัวคิดสร้างสรรค์ซะเลย
เอาเถอะ ต่อให้เป็บทคำพูดที่ไร้หัวคิดความสร้างสรรค์ เธอก็ต้องต่อบทให้จบไม่อย่างนั้นก็เสียเวลาออกมาข้างนอกเปล่าๆ
" ขอบคุณค่ะคุณปู่ " เธอยิ้มกว้าง อย่างสดใสให้ชายชรา ก่อนที่มือหยาบของเขาจะยื่นขนมให้เธอ เธอก็ชิงหยิบขนม ในกล่องออกก่อน แล้วเข้าปากทันที ไม่อยากจะเสียเวลาด้วยแล้ว รีบๆทำให้จบๆเถอะ มันน่าเบื่อจริงๆ
" อร่อยไหม "
" อร่อยมากเลยค่ะ " เธอเคี้ยวขนม เสียงดัง จนแก้มป่อง ดวงตาหยีด้วยความพึงพอใจ แล้วเหลือบมองชายชราที่นั่งข้างๆ ปฏิกิริยาของเขา คือนิ่งเฉย ทันทีหลังจากที่เธอกินขนมเข้าไป ให้ตายสิเ้าแก่คนนี้ควรจะแสดงให้มันแเีกว่านี้ไหม แตงลูกนี้ไม่อร่อยเลยจริงๆ เธอควรจะเก็บบทบาทแบบแสดงที่ไหนละเนี่ย
รอยยิ้มร้ายๆฉายชัดบนใบหน้าแก่ๆของชายชรา ถ้าหากเป็คนอื่นล่ะก็คงกลัวจนฉี่ราดไปแล้วแต่สำหรับซ่งซิงเหลียนแล้วก็ มันเป็แค่รอยยิ้มร้ายๆที่ดูร้ายเดียงสาเท่านั้นเอง เพราะถ้าจะให้ยิ้ม ร้ายๆแล้วเราก็คงต้องมาศึกษาจากเธอแล้วล่ะ ว่าแล้วก็ทำทีเป็เวียนหัวจากนั้นก็นอนหลับทันทีปฏิกิริยานั้นทำให้ชายชราหัวเราะลั่นอย่างร้ายกาจ โดยไม่รู้ว่าคนที่หัวเราะทีหลังนั้นเป็ปีศาจอสูรจากนรก ไม่ใช่ตัวมันเอง
" แค่นี้เองหรือ ไหนว่าเป็เด็กโชคดีอะไรนั่นไง ทำไมแค่ขนมชิ้นเดียว ก็จัดการได้แล้วล่ะ "
ชายอีกสามคนที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้วิ่งฝ่าฝนออกมา ก่อนจะมาหยุดยืนมองเด็กหญิงที่สลบอยู่ แล้วหันไปหาคำตอบจากชายชรา ที่พี่ยิ้มร้ายกาจอยู่อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง
" เด็กคนนี้มีดวงโชคดีจริงๆนั่นแหละแต่ก็แค่ดวงไม่ได้มีวิชาอาคมอะไร ทำไมจะจัดการไม่ได้ล่ะ " เกิดมามีดวงโชคดีไม่ได้แปลว่ามีความพิเศษอะไรมากมาย เหมือนผู้ฝึกวิชาแบบเขาไม่ได้มีแค่ดวงแต่ต้องมีรากฐานพลังิญญาด้วย คือผู้มีความสามารถในการฝึกตนใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ หนึ่งในล้านยังเรียกว่ายากเลยในยุคสมัยนี้
" จริงหรือท่านอาจารย์อย่างนี้เราก็ไม่ได้เสียเวลาเปล่านะสิ " เด็กผู้หญิงคนนี้ทำให้พวกมันเสียเวลาและเงินไปมากมาย จริงๆ จะหา่เวลาและโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆเลย เสียเวลา ไม่พอยังเสียเงินสืบข่าวอีก ถ้าว่ามีความโชคดีขนาดนั้นก็คุ้มค่าแล้ว
" รีบๆเถอะอย่ามั่วเสียเวลาอีกเลย ใกล้วันที่จะต้องทำพิธีแล้ว "
ชายฉกรรจ์ทั้งสามและชายชรา ต่างมุ่งมาดปรารถนา กับสิ่งที่พวกมันรอคอย โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกมันรอคอยนั้น ต้องแลกกับอะไร ไปบ้าง พวกมัน อุ้มเด็กหญิงขึ้นรถตู้ใหม่เอี่ยมออกจากหมู่บ้านโดยไร้อุปสรรค โดยไม่รู้ว่าที่การที่ไร้อุปสรรคไม่ถูกลงโทษจาก์นั้น เป็เพราะพวกมันจะถูกลงทันฑ์ด้วยมือเล็กๆ ของท่านเทพองค์นี้
รอยยิ้มร้ายกาจของซ่งซิงเหลียนฉายฉัดบนใบหน้าที่น่ารักโดยที่พวกมันไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย
รอยยิ้มนี่เองทำให้พวกมันต้องได้รับจุดจบที่หน้าอนาถ ยิ่งกว่าที่พวกมันจินตนาการไว้
" ซิงซิง ยังไม่กลับถึงบ้านอีกหรือคะ " ซีเถาเอ่ยทักท้วง สามีที่เดินฝ่าฝนมาขณะที่มือของเขายื่นร่มให้กับภรรยาที่รอรับอยู่ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด
" จริงๆออกจากสวนมาั้แ่บ่ายแล้วนะ "
" แต่ก็ยังไม่ถึงบ้านเลย หรือจะไปหาเพื่อนคะ " นึกถึงเพื่อนๆของลูกสาวแล้วเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็เพื่อนๆมาหาซิงซิงที่บ้านมากกว่า ใช่ว่าลูกสาวเธอจะไม่มีมิตรภาพเลยก็เถอะ แต่การไปมาหาสู่เพื่อนนั้นน้อยจริงๆ
" แล้วเ้าเสี่ยวเฟยกับเสี่ยวฝานล่ะ พวกมันอยู่บ้านไหม " ซ่งหลี่ถามถึงลูกสมุนตัวอ้วนทั้งสองของลูกสาวที่ไม่ว่า ลูกสาวอยู่ไหนพวกมันก็อยู่ที่นั่น
" ไม่ค่ะไม่เห็นั้แ่เช้าแล้ว ฉันคิดว่าพวกมันไปกับซิงซิงซะอีก " นึกถึงเ้าไก่และนกที่ไม่เหมือนไก่และนกทั้งสองตัว เธอก็อดขำไม่ได้เพราะทันทีที่ซ่งซิงเหลียนออกจากบ้าน พวกมันก็ะโวิ่งตามทันทีราวกับอยากจะหนี ปีศาจ ที่บ้านยังไงยังงั้น
เรียกว่าปีศาจน้อยดีกว่า เพราะทันทีที่ อาหลงกับอาหยางเห็นพวกมันสองตัว เ้าลูกชายทั้งสองของเธอที่เล่นกันอยู่ดีๆในคอกกั้นเด็ก ต่างก็กระโจน เข้าหา เ้าเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน ด้วยความงอแง แต่เ้าสองแฝดนั้นกลับดูไม่ได้อยากเล่นกับเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน
กลับดูอยากกินพวกมันซะอย่างนั้น เธอเคยเห็นเ้าลูกชายทั้งสอง มองเ้าเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝาน ด้วยดวงตาแวววาวพร้อมกับน้ำลายไหลยืดออกจากปาก เหมือนกับว่านี่คืออาหารโอชาของพวกเขา
และยิ่งกว่านั้นเธอเคยเห็นเ้าสองแฝดนี้ถึงกับใช้ฟันน้ำนม พยายามกัดแทะขนของเ้านกและเ้าไก่เลย เรียกได้ว่าครั้งนั้นเธอไม่สามารถแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันได้เลยจนต้องเรียกบุตรสาว มาจัดการ
ั้แ่นั้นมา เสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานก็ไม่ยอมเข้าใกล้เ้าสองแฝดอีก ดูเหมือนว่ มันจะกลัวเ้าปีศาจน้อยทั้งสองนี้ซะแล้ว ทำให้เธอต้องขาดพี่เลี้ยงไปอีก
" เราอย่าเพิ่งพูดไปเงียบๆไว้ก่อน ดูเหมือนว่าซิงซิงจะเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างแล้ว " ซ่งหลี่นึกถึง เื่ที่ลูกสาวเขาพูดไว้ก่อนหน้านี้ นึกถึงเื่ราวต่างๆ แล้วบอกภรรยา ซีเถาได้ยินดังนั้นก็ใมากจริงๆ เพราะเื่นี้ลูกสาวไม่เคยบอกเธอเลย แต่เมื่อคิดคิดดูแล้ว มันก็คงจะต้องจำเป็จริงๆที่คราวนี้ลูกสาว จะลงมือจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาดด้วยตัวเอง
แม้เธอจะเป็ห่วงแค่ไหนแต่ก็คงช่วยอะไรลูกสาวไม่ได้จริงๆ เพราะเื่คราวนี้เป็เื่ของพวกบุคคลที่อยู่คนละโลกกับเธอและสามี เธอคงทำได้แต่เพียงจัดการในสิ่งที่เธอทำได้เท่านั้น นั่นคือการปิดปากเงียบ
" ฉันเข้าใจแล้วค่ะ แต่เราควรทำยังไงต่อดีคะ "
บทละครบทนี้ต้องมีคนต่อบทให้จบไม่อย่างนั้นสิ่งที่ลูกเราทำไปมันจะเสียเวลาเปล่าๆ
นึกถึงเื่ราวต่อจากนี้ที่ลูกสาวสั่งเอาไว้ สายตามองเม็ดฝนที่ซาลงจนเรียกได้ว่าเป็ละอองเบาๆแล้ววิ่งฝ่าโคลนออกจากบ้านไป เป้าหมายของเขาก็ แน่ล่ะทำให้เื่ราวมันยิ่งใหญ่โตและบานปลายขึ้นเข้าไว้ เพื่อที่เื่ที่จะทำต่อจากนี้สะดวกและง่ายขึ้นสำหรับลูกสาว
" ผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้านอยู่ไหม " ซ่งหลี่ปรับเปลี่ยนท่าทางให้ดู กระวนกระวาย หวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนผู้ใหญ่บ้านที่เดินออกมาเห็นถึงกับใในท่าทางแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นซ่งหลี่มีท่าทางแบบนี้เลย นอกความสุขุมเยือกเย็นและฉลาดรอบรู้แต่นี่กลับดูกระวนกระวายหวาดกลัว จนทำอะไรไม่ถูก
" เป็อะไรทำไมดูรีบร้อนแบบนั้น มานั่งมานั่งก่อน "
" ผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้านช่วยฉันด้วยฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ " เขาปล่อยโห่น้ำตาน้องหน้าจนตัวเขาเองแยกไม่ออกว่าอันไหนคือน้ำตาอันไหนคือเม็ดฝนที่หยาดโรยลงมา นี่เรียกว่าบทละครบทใหญ่ที่ซ่งซิงเหลียนเห็นแล้วล่ะก็ต้องยกรางวัลออสการ์ให้พ่อแน่นอน
" ซิงซิงหายตัวไปช่วยฉันหน่อย "