“แม่ตามใจเ้า สมควรทำแบบไหน ก็แล้วแต่เ้าเถอะ” ซูเยว่เลยจัดการ ขนน้ำมาใส่ถัง พยุงแม่ไปนอนแช่ ส่วนนางมาจัดข้าวของที่ซื้อมา ปูที่นอนทั้งสองห้อง นำผ้าชุดใหม่ไปให้แม่เปลี่ยน
“เจี๊ยกๆ!”
“เ้ากลับมาแล้วหรือลิงน้อย ไหนดูซิจะเอาอะไรมาด้วย ผลไม้อะไรจะว่าเป็ลูกท้อก็ไม่ใช่ รสชาติอร่อยไหม ถ้วยน้ำของเ้าวางอยู่ที่เดิมนะ ข้าเติมน้ำให้แล้ว ของกระต่ายน้อยด้วย มาด้วยกันไหม” นางชะโงกหน้าไปมองด้านหลัง เห็นกระต่ายตามหลังมา
‘ถ้าข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ต้องรีบเข้าไปในมิติ กลัวว่าเื่วันนี้ จะทำให้ผู้คนสงสัยและจับตาดู เราต้องเข้มแข็งขึ้น จึงจะช่วยเหลือตัวเองและท่านแม่ได้’
“ท่านแม่เป็ยังไงบ้างเ้าคะ หลังจากแช่น้ำพุิญญาแล้ว แต่ดูแล้วหน้าตาของท่านมีเืฝาดขึ้นมา ไม่ขาวซีดเหมือนตอนออกมาจากจวนนรกนั่น”
“รู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะ เนื้อตัวเบา แต่อาการภายในยังหนักอึ้งอยู่”
“ท่านแม่พักผ่อนนะเ้าคะ ข้าจะเข้าไปในมิติ ข้าต้องรีบแข็งแรง เรามีกันแค่นี้ จะจ้างทาสหรือแรงงาน ก็กลัวไว้ใจไม่ได้” ซูเยว่ให้แม่นอนแล้ว เดินวนรอบบ้านหนึ่งรอบ
“ข้าจะไม่ได้อยู่ข้างนอกนี้ ฝากพวกเ้าดูแลบ้าน และท่านแม่ให้ข้าด้วย” นางพูดกับสัตว์ทั้งสอง ก่อนจะเข้าไปในมิติ
“โอ้! ขวดใส่ยา ลืมเอาออกไปเก็บ ไว้ตอนขาออกไปก็แล้วกัน แต่ทำไมวันนี้รู้สึกว่ามิติ กว้างขึ้นมากกว่าเดิม”
“เ้ามาถึงแล้วหรือ รีบกินน้ำพุิญญาแล้วโคจรพลัง เ้าเห็นแสงไหม แสดงว่าพลังของเ้ากำลังจะเพิ่มขึ้น เมฆหมอกที่คุมอยู่ จะถอยร่นเข้าไปข้างใน เ้าจะมีมิติที่กว้างขึ้น” เสียงในหัวดังขึ้น
“จริงหรือข้าจะรีบ กินน้ำพุิญญา และน้ำโคจรพลังเดี๋ยวนี้!” ซูเยว่นั่งอยู่ข้างน้ำพุ ทีแรกจะนั่งในกระท่อม แต่กลัวตัวจะสกปรกเน่าเหม็นเหมือนรอบแรก เลยเลือกที่จะนั่งข้างน้ำพุ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม มิติเกิดการปั่นป่วน พลังปราณพากันหลั่งไหลเข้ามายังตันเถียน ของซูเยว่อย่างมหาศาลจนมีเสียงดัง เปรี้ยง! ในหัว พร้อมกับการลืมตาตื่นของซูเยว่
กลิ่นเน่าเหม็นและเมือกสีดำ ไหลออกมาเปียกชุ่มทั้งตัว ซูเยว่รีบพาร่างอันน่ารังเกียจของตัวเอง ลงไปในน้ำ และแช่อยู่แบบนั้น นางยืนหลับตาตั้งจิตอยู่ในน้ำ จนรู้สึกร่างกายเบาหวิว ถึงได้ปีนขึ้นมาจากน้ำ
“อืม! มิติเหมือนกว้างขึ้น แต่เหตุใดหมอกหนาที่เห็น ถึงได้ขยับไปแค่นิดเดียว ไม่เห็นมีอะไรเพิ่มขึ้นมาเลย!”
“สิ่งที่เพิ่มขึ้นเ้ามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันคือเวลาที่ต่างกัน ในนี้หนึ่งชั่วยาม เท่ากับข้างนอกหนึ่งวัน เ้าสามารถฝึกฝนในนี้ได้ จะปลูกผักหรือสมุนไพร ก็โตไวกว่าข้างนอก”
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็เอาสมุนไพร ที่ปลูกด้วยดินดำา และรดด้วยน้ำพุิญญา มีเวลาที่เร่งให้โต เพื่อปรุงยาตามในตำราได้นะสิ แบบนี้อีกหน่อย ข้าก็สามารถปรุงยา ช่วยท่านแม่ได้เร็วขึ้น”
“แล้วถ้าข้าอยู่ข้างในนี้ จะรู้ได้ยังไงว่าเวลาข้างนอก ผ่านไปกี่ชั่วยามแล้ว ที่ผ่านมาข้าดูเวลาไม่ออก!”
“ต่อไปเ้าจะรู้ เพราะในมิตินี้จะมีเวลากลางวันกลางคืน ให้เ้าเห็นแล้ว!”
“ดีเลย ข้าซื้อมาเมล็ดสมุนไพรมาด้วย จะทดลองปลูกดู แต่มันไม่ใช่สมุนไพรตามตำราที่้า คงได้แต่ปลูกไปขายเท่านั้น ต้องไปตระเวนตามหาเมล็ดสมุนไพร ตามร้านค้าขายสมุนไพรโดยตรง”
ซูเยว่เอาเมล็ดพันธุ์สมุนไพรที่ซื้อมา ปลูกลงไปในดินสีดำ มีผักกาดขาวและหัวผักกาด ที่นางตั้งใจว่าถ้าไม่กิน จะเอาให้กระต่ายน้อยกิน
เวลาในมิติไวกว่าข้างนอก ทำให้มีเวลาศึกษาตำรายาและโคจรพลัง นางใช้ชีวิตอยู่ในมิติสิบวัน กลับออกมาด้านนอก ก็เป็เวลารุ่งเช้าพอดี
‘สว่างพอดี วันนี้ต้องเอาตำลึงไปจ่ายให้ผู้นำหมู่บ้าน ไม่ได้เก็บผักออกมาด้วย แบ่งให้กระต่ายและท่านลุง ที่จะมาช่วยตัดหญ้า ให้ผู้นำหมู่บ้าน เอาไว้ก่อนดีกว่ากลับมาค่อยจัดการ กระต่ายไม่เท่าไหร่ ถ้าให้คนจะต้องถามอีกว่าปลูกที่ไหน’
“เ้าลิงน้อยมาแล้วหรือ ดีแล้วที่ไม่ส่งเสียงรบกวน ท่านแม่กำลังหลับอยู่ ข้าจะออกไปธุระที่บ้านผู้นำ เ้าจะอยู่ที่นี่ก็อยู่แบบเงียบๆ เพราะจะมีคนมาช่วยตัดหญ้าที่รกออกให้” นางหันไปพูดกับลิงน้อย ก่อนเดินออกจากบ้าน
“แม่นางน้อยเ้ามาแล้ว ตามหาญาติเจอแล้วหรือ แล้วแม่เ้าเป็ยังไงบ้าง นางหายป่วยหรือยัง”
“แม่ข้าอาการดีขึ้นแล้ว! ญาติตามหาเจอแล้ว แต่ว่าไม่ได้แวะมาที่นี่ ไปทำภารกิจที่อื่นต่อ ท่านลุงแล้วบ้านซื้อ เป็ชื่อของข้าได้ไหม วันหน้าค่อยเปลี่ยน เป็ชื่อของญาติผู้ใหญ่”
“ได้ไม่มีปัญหาหรอก เพราะถ้ารอให้ญาติของเ้ามา ก็คงจะอีกหลายวัน วันนี้ข้าว่าง เ้าจะไปกับข้า หรือว่าให้ข้าไปเดินเื่ให้”
“ทำสัญญาซื้อขายที่บ้านนี้ แล้วฝากให้ท่านผู้นำเดินเื่ให้ด้วยเ้าค่ะ นี่คือสิบตำลึงทองค่าบ้าน และนี่ห้าตำลึงเงิน ค่าเสียเวลาของท่านผู้นำ”
“แม่นางน้อย เ้าให้ข้ามาเยอะขนาดนี้เลยรึ เอาให้ข้าไปจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้เ้าหน้าที่ ตำลึงเดียวก็พอ เ้าต้องใช้ตำลึงเยอะ แม่ก็กำลังป่วยอยู่!”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านผู้นำ ข้าไม่ได้เดือดร้อนต้องตำลึงแล้วตอนนี้ ท่านรับไปเถอะข้าจะได้สบายใจ ข้าฝากท่านไปหนึ่งตำลึงไปให้ค่าเกวียนวันก่อน ข้ายังไม่ได้จ่ายข้าไม่มีเศษ ให้ไปหนึ่งตำลึงเลยเ้าค่ะ ข้ารบกวนท่านด้วย!” ซูเยว่ ใช้แซ่เก่าของมารดา ในการซื้อบ้านครั้งนี้ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน
‘โอ้! ท่านลุงผู้นี้ มาแต่เช้าเลยหรือ!’ นางเดินกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นรถม้าจอดอยู่หน้าบ้าน
“แม่นางน้อยเ้ามาแล้ว ข้าะโเรียกไม่มีเสียงคนตอบ เลยนั่งรออยู่ตรงนี้ คิดว่าเ้าคงไปทำธุระ แต่ถ้าอีกสักพักไม่เจอเ้า ข้าก็จะเข้าไปตัดหญ้าให้อยู่ดี เพราะเมื่อวานนี้ได้บอกพูดคุยกันแล้ว”
“เชิญท่านลุง เข้าไปข้างในเลยเ้าค่ะ พอดีเข้าไปทำธุระที่บ้านผู้นำมา” ซูเยว่เปิดประตูรั้วให้รถม้าเข้าบ้าน
“ท่านลุงเ้าคะ! ท่านชอบทำสวนหรือว่ายังไง ขนาดมีม้าไว้รับจ้าง ท่านยังขยันมาตัดหญ้าให้บ้านข้า หรือเป็เพราะว่าท่าน ทนดูต้นหญ้าที่ขึ้นรกบ้านข้าไม่ได้”
“ม้ากับรถเป็มรดกตกทอดมา ข้าไม่รู้จะทำยังไงก็เลยเอาออกไปรับจ้าง แต่ความจริงแล้วข้าชอบ ปลูกผักทำส่วนมากกว่า พอมาเห็นที่นี่มีหญ้าขึ้นรกข้าก็เลย อยากตัดออกให้ก็เท่านั้น”
“ถ้าท่านชอบทำสวน ทำไมถึงไม่ทำล่ะเ้าคะ รถม้าก็เก็บไว้ใช้ เวลาเดินทางไปไหนมาไหน”
“บ้านข้าอยู่ในเมือง พื้นที่คับแคบ แค่จอดรถม้าและมีคอกม้าเล็กน้อย ก็เต็มพื้นที่แล้ว ไม่มีที่ปลูกผักทำสวนหรอก ล้วนแล้วแต่เป็สมบัติเก่าแก่ของพ่อแม่ ไหนเลยจะมีตำลึงไปหาซื้อที่ดิน ทำสวนปลูกผักกัน”
“ท่านลุง ถ้าท่านชอบปลูกผัก มาปลูกที่บ้านข้าก็ได้ พอมันโตเราก็แบ่งกันคนละครึ่ง ข้าจะบอกให้ว่า น้ำในบ่อบ้านข้า ปลูกผักได้โตเร็วยิ่งนัก บ้านท่านอยู่ในเมือง พอมันโตมาก็เอาไปขายได้”
“จริงหรือแม่นางน้อย คงเป็เพราะแบบนี้ น้ำฝนที่เ้าให้ข้ากินเมื่อวานนี้ ร่างกายก็แข็งแรงดีมาก ถ้าให้ภรรยากับแม่ของข้าได้กิน คงจะดีไม่น้อย ทั้งสองคนเจ็บป่วยตลอด”
“ข้าลืมถาม เ้าอยู่บ้านกับผู้ใดหรือ ถ้าคาดเดาคงจะเป็ผู้หญิงใช่หรือไม่ ถึงไม่มีคนตัดหญ้าให้!”
“ข้าอยู่กับท่านแม่ ท่านไม่สบายเหมือนกัน แต่เป็โรคที่รักษายาก น้ำฝนธรรมดาที่ท่านกิน แม่ข้าก็กิน แต่ว่าไม่ได้รู้สึกดี เหมือนท่านลุงกิน”
“น้ำฝน ถ้าท่านลุงอยากได้ไปให้คนที่บ้าน เดี๋ยวตอนที่ท่านจะกลับ ข้าจะเอามาให้ ทำไมท่านถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ มีอะไรอย่างนั้นหรือ!”
“ถ้าเ้าอยู่กับแม่! ข้าที่เป็ผู้ชาย เข้าออกบ้านเ้าบ่อย คงเป็เื่ไม่ดี นอกเสียจากว่าข้าจะพา แม่ที่แก่ชราหรือภรรยาของข้ามาด้วย”
“ท่านมีรถม้า ก็พาพวกเขามาด้วยได้ ข้าไม่ว่าหรอก ท่านแม่จะได้ไม่เหงา แต่ว่า! มันมีหลายเื่ที่เป็ความลับ คนที่บ้านท่าน จะเก็บความลับอยู่ไหม!”
“รับรองได้ ทั้งสองคนไม่มีนิสัยแบบนั้น พวกเขาเป็คนซื่อตรงกว่าข้าเสียอีก ถ้าไม่เจ็บป่วย พากันทำงานไม่หยุด แม้กระทั่งออกไปรับจ้างอยู่ข้างนอก พวกงานเย็บปักถักร้อย ทั้งสองคนถนัดมาก”
“จริงหรือเ้าคะ ถ้าอย่างนั้นท่านก็พามาก่อน ่แรกนี้ก็ช่วยกันทำแปลงปลูกผักไปก่อน แต่ข้าไม่ได้มายุ่งกับพวกท่านนะ แล้วพักจะโตเร็วภายในเจ็ดวัน ท่านต้องหาที่ขายด้วย”
“ห้ะ! มันไม่โตเร็วไปหน่อยหรือไม่นางน้อย เจ็ดวันเอง โอ้ช่างเหลือเชื่อ”
“ไม่ต้องปลูกเยอะนะเ้าคะ แค่ให้พอมีกิน ขายไม่ต้องเยอะ ความจริงแล้วพื้นที่ในบ้านน่ะ ข้า้าจะปลูกสมุนไพร แต่ท่านแม่ของข้าไม่ค่อยสบาย ถ้าได้ปลูกผัก มีเพื่อนคุยอาการป่วยน่าจะดีขึ้น”
“ได้แบบนั้นก็ดี แม่และภรรยาข้า ได้มาเจออากาศที่ดี ปลูกผักกินมีตำลึงใช้ ทั้งสองน่าจะชอบ เ้าเรียกข้าว่าลุงกังก็ได้”
“ข้าซูเยว่ เอาตามนี้ไปก่อน ข้าขอตัวไปดูท่านแม่ก่อนเ้าค่ะ ท่านจัดการพื้นที่เพาะปลูกได้เต็มที่ ปลูกอะไรตรงไหน เพราะว่าข้าทำสวนไม่เป็!”
ตอนเย็นก่อนลุงกังจะกลับบ้าน ซูเยว่ต้องยัดตำลึงทองให้แบบ ขู่บังคับและมอบ น้ำพุิญญาให้ไป ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมรับตำลึง ท่าเดียว
‘โกหกครั้งแรก ก็ต้องโกหกตลอดไป ดีนะที่บ่อน้ำถูกตัดหญ้าไปเรียบร้อยแล้ว ต้องเทน้ำพุิญญาผสมลงไปในบ่อ เยอะขนาดนี้ที่เราลงไปอาบ ไม่แห้งไปหมดหรือ’
ซูเยว่กลัวน้ำพุิญญา จะแห้งเลยเข้ามาในมิติ เห็นสมุนไพรโตเต็มที่ ก็อยากจะเอาไปขาย และหาเมล็ดพันธุ์ สมุนไพรหายากมาปลูก
เช้าวันรุ่งขึ้นลุงกังมาพร้อมกับภรรยา คือป้าลี่ ซูเยว่แนะนำทั้งสองได้รู้จัก กับท่านแม่ที่ตอนนี้อาการดีขึ้น สามารถลุกเดิน ได้บ้างแล้ว
ผ่านมาสองวัน ซูเยว่ให้ลุงกังขับรถม้าไปส่งในเมือง เพื่อที่นางจะได้ตามหาเมล็ดพันธุ์ รอบก่อนซื้อร้านขายสมุนไพร นางสอบถามแค่ร้านเดียว วันนี้กะว่าจะถามให้รอบเมือง
“ข้าต้องไปหลายร้าน ลุงกังไม่ต้องรอข้าก็ได้เ้าค่ะ!”
“ถ้าไม่ได้ไปทำสวนที่บ้านเ้า ลุงก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เอาเป็ว่าถ้าเ้ากลับมาก็ให้มาตรงนี้ สวนลุงก็อยู่แถวใต้ต้นไม้นี่แหละ เดี๋ยวจะกลับไปดูท่านแม่ก่อน อาการดีขึ้นมากแล้ว หลังจากกินน้ำฝนของเ้าไป”
“ตามใจท่านเถอะเ้าค่ะ!” ซูเยว่เดินเข้าร้านสมุนไพรร้านแรก เพื่อไปขายสมุนไพรที่นางซื้อเมล็ดไป
“แม่นางน้อย! เ้าหายไปไม่กี่วัน ถึงกับมีสมุนไพรหายาก มาขายแล้วหรือ เ้าไม่ได้ปลูกใช่ไหม คงจะไปหาตามในป่ามาละสิ แต่ทำไมดูแข็งแรงสมบูรณ์ โอ้! นี่มันมีพลังิญญาด้วย เ้าไปเก็บที่ป่าไหนมา”