ยามซวี 戌:xū
ลี่อินเดินออกมาจากด้านในของวัดเก่า ก็พบว่าด้านนอกฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว เธอได้ยินเสียงเคาะเกราะไม้ บอกเวลายามซวี เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร หรือไปไหนต่อ เธอเดินออกไปเรื่อยๆ ตามถนน เริ่มเห็นแสงไฟจากบ้านเรือน แลร้านค้าไกลๆ เธอเดินตรงไปยังแสงไฟเ่าั้
“โคร๊กกกกก.....” เสียงท้องที่ดันร้องไม่รู้จักเวล่ำเวลา เธอเริ่มโอดครวญ มองไปทางไหน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เธอได้กลิ่นหอมโซยมาแต่ไกล เธอจึงรีบเดินไปยังทิศทางของกลิ่นนั้นทันที
“ขอแบบนั้นชามนึงจ้ะ” ลี่อิน ชี้ไปทางโต๊ะข้างๆ
“อะ บะหมี่หยางชุน ได้แล้ว” ป้าคนขายที่มีรูปร่างไม่เล็ก แต่งตัวกลางเก่ากลางใหม่ กับเพิงร้านอาหารเล็กๆ ที่มีโต๊ะนั่งเพียง 2 ตัว บ่งบอกว่าร้านนี้มีสถานะเช่นไร
“ฮา....อร่อยมากเลย ช่างเป็อาหารที่อร่อยมาก รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมสะกดใจ แล้วเ้ากลิ่นนี้เอง ที่ทำให้นางมาอยู่ตรงนี้”
“ห้าอีแปะ วางเงินไว้แล้วไปได้เลย” เสียงป้าคนขายะโบอกเธอ
“งะ เงิน เงินหรอ เงินคืออะไรกันน่ะ” เซียนน้อยมึนงง เธอเห็นชายคนข้างๆ วางบางสิ่งที่ดูเหมือนเป็เหรียญกลมๆ เล็กๆ มีรูตรงกลาง สีทองหม่นๆ ห้าเหรียญอยู่บนโต๊ะ ลี่อินมองไปรอบๆ โต๊ะไปมา ด้วยท่าทีที่ไม่รู้จะทำอย่างไร จะหนีไปเลยก็ไม่ได้ เพราะจะกลายเป็บาปติดตัว ถ้าท่านเซียนาุโรู้ ต้องลงโทษเธอเป็แน่ เธอจึงได้แต่นั่งนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับตัวไปไหน จนเวลาผ่านไปสองเค่อ ป้าคนขายก็เดินมาเก็บชามโต๊ะข้างๆ พร้อมเก็บเงินไป จากนั้นก็มองมาที่เธอที่เอาแต่นั่งนิ่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา และก็ไม่กล้าสบตาป้าด้วยเช่นกัน
“เ้าเป็ใคร แล้วมาทำอะไรแถวนี้ค่ำๆ มืดๆ ตัวคนเดียว” ป้าที่เดินมาเก็บชามที่โต๊ะเธอ เอ่ยถาม พลางเหลือบมองหญิงสาวๆ ด้วยหางตา
“ข้า ข้า.....” หญิงสาวอ้ำอึง ไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ช่างเถอะๆ เ้าคงไม่มีเงินล่ะสินะ แล้วนี่จะไปไหนต่อล่ะ ค่ำมืดแล้ว” ป้าเ้าของร้านยังคงรอคอยคำตอบจากเซียนน้อย
“ข้า ข้าไม่รู้จะไปไหนดีเ้าค่ะ ข้าไม่มีเงิน ไม่รู้จักใคร และไม่รู้จะไปไหนเ้าค่ะ” เซียนน้อยพูดตอบเสียงอ่อย พลางค่อยๆ เงยหน้ามาสบตากับป้าเ้าของร้าน
“งั้นคืนนี้ก็นอนซะที่นี้ล่ะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน บ้านข้าอยู่ถัดไปจากนี้ เดินไปไม่ไกลหรอก แต่ช่วยข้าเก็บร้านก่อนก็แล้วกัน”
หญิงสาวดีใจ ยิ้มกว้าง รีบจัดแจงช่วยป้าเ้าของร้านเก็บของทันที แต่เนื่องจากเซียนน้อยไม่เคยเห็นของในโลกมนุษย์มาก่อน เธอจึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งที่หยิบจับได้ ไม่ว่าจะชาม ตะเกียบ โต๊ะ เก้าอี้ ที่ทำจากไม้จริงๆ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะบน์มีแต่ของที่ทำจากการเนรมิต จึงไม่เคยรู้สึกถึงรสััแบบนี้มาก่อน
“เอ้า เก็บแบบนี้วันนี้ก็ไม่เสร็จกันพอดี รีบๆ เก็บเข้าสิ มัวแต่มองอะไรอยู่ได้” ป้าเ้าของร้านะโเร่งเซียนน้อย
ระหว่างทางเดินไปยังบ้านป้าเ้าของร้าน ป้าก็เล่าเกี่ยวกับที่บ้านให้เธอฟังอย่างเป็กันเอง ราวกับจะรู้ว่าหญิงสาวไม่ใช่คนปกติ เธอเล่าถึงชีวิตความเป็อยู่ เธอบอกว่าเธอเคยมีลูกชายหนึ่งคน แต่เมื่อโต ก็โดนเกณฑ์ไปเป็ทหารอาสา ออกไปรบที่ชายแดน จากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย นางจึงคิดว่า ลูกชายนางคงตายในสนามรบไปแล้ว เพราะเวลาก็ผ่านไปหลายปี ถ้ายังมีชีวิตอยู่ คงกลับบ้านมาแล้ว ในตอนแรกเธอเองก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากจะตายตามลูกชายไปเสียเลย แต่แล้วเธอก็กลับคิดว่าหากลูกชายนางยังไม่ตายล่ะ นางจึงตัดสินใจมาเปิดร้านบะหมี่ เพื่อรอวันที่ลูกชายจะกลับบ้านมา
ลี่อินที่ได้ฟังเื่ราวของมนุษย์คนแรกที่นางได้เจอ บนโลกมนุษย์แห่งนี้ ช่างเป็เื่ที่น่าสงสาร เสียนี่ เธอคิดในใจว่าเหตุใดท่านเทพชะตาลิขิตจึงใจร้ายเยี่ยงนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่า ทุกคนล้วนมีทั้งเื่ดี เื่ไม่ดีปะปนกันไป เหมือนเธอเองที่ตอนนี้ก็กำลังเจอกับเื่ราวที่ไม่สู้ดีอยู่ แต่ก็นับว่าเธอยังโชคดีอยู่บ้าง เพราะเธอก็ได้มาเจอกับป้าที่ใจดี ให้เธอกินอาหารแล้วยังให้ที่พักเธออีกด้วย