ตู้เสี่ยนกร่นด่าอย่างโมโหจากที่ไกลๆ ว่า“เยี่ยซิงฮุย เจ้าลองว่าข้าอีกคำดูสิ”
เยี่ยซิงฮุยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“สหายตู้อย่าเพิ่งหัวเสียสิ ระหว่างเรามิตรสหายล้อเล่นสักประโยคจะเป็นอะไรไปวันนี้ข้ามาทวงศักดิ์ศรีคืนแทนเจ้านะ”
เซียวอวี้ยิ้มสบายอารมณ์เอ่ยเรียบเฉย “ข้าก็ไม่ได้เก่งกาจมากนักแต่คนแบบเจ้านี่ จัดการสักสามคนห้าคนยังนับว่าเหลือแหล่”
จ้อกแจ้ก!
รอบด้านพากันส่งเสียงเกรียวกราวคนที่ตอนแรกกำลังจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์พลันหยุดฝีเท้าลง รอดูฉากสนุก
ลูกชายของก้วนจวิ้นโหวตั้งท่าปะทะกับลูกชายของชิงหลงโหวฉากเด็ดแบบนี้ในรอบพันปียังยากที่จะพานพบโดยเฉพาะเมืองหลวงในตอนนี้เล่าลือเซียวอวี้ช่างมหัศจรรย์พันลึก จริงๆแล้วลูกหลานตระกูลใหญ่มากมายไม่ค่อยเชื่อต่าง แต่ตอนนี้มีโอกาสได้ดูความสามารถของเซียวอวี้แล้ว
คนส่วนใหญ่ต่างคิดกันว่าเซียวอวี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเยี่ยซิงฮุยอย่างแน่นอน
นี่เป็นหนึ่งในผู้กล้าที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในรุ่นคนหนุ่มสาวของเมืองหลวงเคยประลองกับจั่วอู๋เซี่ยงผู้กล้าในตำนาน ถึงจะแพ้ก็แพ้อย่างสมเกียรติ อีกทั้งวิชาที่หายสาบสูญที่ตระกูลชิงหลงโหวถ่ายทอดต่อกันเป็นวิทยายุทธ์ขั้นทองระดับกลางยอดเยี่ยมยิ่งกว่าวิทยายุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับบนของสกุลเซียวมาก
“ไอ้คนชั้นต่ำเจ้ารนหาที่ตาย!” เยี่ยซิงฮุยโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟดวงตาฉายจิตสังหารอันโหดเหี้ยมออกมาทันที แสงสีเงินลอยวนเวียนอยู่บนตัวของเขา
หวงฝู่หลิงซีกำลังจะพูดกลับถูกเซียวอวี้ยกมือปรามเอาไว้ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับมหาสุมทรที่เงียบสงบกลิ่นอายที่แข็งกร้าวดุดันตั้งตระหง่านราวกับภูผาสูงใหญ่ค่อยๆ กระจายออกมา
“เช่นนั้นก็ลงมือเถอะข้าไม่ถือสาที่จะฆ่าเจ้าที่นี่” เซียวอวี้แข็งกร้าวยิ่งขึ้นเรือนผมดำทั้งศีรษะราวธารน้ำตกรูปร่างที่สูงตระหง่านสร้างความรู้สึกกดดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้คนอย่างหนึ่ง
เยี่ยซิงฮุยโมโหแล้วจริงๆสีหน้าเกือบจะดุร้าย “วันนี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
โครม!
รอบกายของเขาปกคลุมเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับสีเงินแสงพร่างพรายประกายตาไหลวนเวียนระหว่างเรียวนิ้วและฝ่ามือพลังอำนาจที่ทำให้คนหายใจไม่ออกปกคลุมไปทั่วแผ่นฟ้า
หวงฝู่หลิงซีและหลิงเอ๋อร์ร่นถอยอย่างรวดเร็วคนอื่นๆ ก็หน้าถอดสีถอยหลังไปหลายสิบจั้งด้วยเช่นกัน
“วิชาที่หายสาบสูญที่ถ่ายทอดในตระกูลชิงหลงโหวศิลปะการต่อสู้ขั้นทองระดับกลาง ‘มังกรเงินนวโคจร’! มีคนอุทานด้วยความตกตะลึง
หวงฝู่หลิงซีเผยสีหน้าเป็นกังวลแต่ก็รู้จักนิสัยของเซียวอวี้ ถ้านางไปยับยั้งการต่อสู้ในเวลานี้เกรงว่าจะทำให้เซียวอวี้ต้องหัวเสีย
เรือนผมดำขลับของเยี่ยซิงฮุยโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งไอสังหารทั่วทั้งตัวโถมซัดพลุ่งพล่านแสงระยิบระยับพร่างพราวกระจายออกมาจากระหว่างเรียวนิ้วและฝ่ามือแสงระยับตาสีเงินอันมากมายมหาศาลกลับกลายเป็นอาวุธที่แน่นขนัดฟันเข้าใส่เซียวอวี้อย่างมืดฟ้ามัวดิน
“นี่ก็คือมังกรเงินนวโคจรของสกุลเยี่ยใช้วิชาลับหลอมอาวุธที่ไม่มีที่สิ้นสุดออกมา เล่ากันว่าถ้าฝึกฝนถึงขั้นลึกล้ำกระทั่งสามารถก่อตัวเป็นสัตว์วิญญาณขนาดใหญ่ออกมาได้เชียวนะ”
อาวุธมากมายปกคลุมไปทั่วท้องนภาบดบังดวงอาทิตย์ปล่อยพลังอันน่าครั่นคร้ามออกมาความสามารถของเยี่ยซิงฮุยผู้นี้เก่งกาจกว่าตู้เสี่ยนมากจริงๆ อีกทั้งยังลงมือไม่ปรานีเห็นได้ชัดว่าอยากกำจัดเซียวอวี้ให้สิ้นซาก
“โฮก!”
ทันใดนั้นมีเสียงมังกรพ่นลมหายใจดังขึ้น
ในขณะเดียวกันเซียวอวี้ก็คำรามเสียงยาว ลมปราณสีทองอ่อนพุ่งทะยานขึ้นฟ้าสิบกว่าจั้งกลิ่นอายห้าวหาญไร้เทียมทานทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ลมปราณที่ทรงพลังราวกับผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ทำให้คนได้ยินแล้วต้องหวาดผวา
เซียวอวี้ลงมือจนสุดกำลังปราณแท้ภายในร่างเดือดพลุ่งพล่าน ไม่ได้ปล่อยภาพมายามังกรคะนองน้ำออกมาหากแต่รวมตัวกันอยู่ตรงกลางฝ่ามือทำให้ฝ่ามือทั้งสองกลายเป็นพลังฝ่ามือรูปร่างมังกรแล้วฟันออกไป
นี่คือวิชาจับมังกรไอยราในรูปแบบที่แก้ไขแล้วแบบนี้ถึงจะสามารถแสดงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวรยุทธ์วิชานี้ออกมาคนนอกคิดว่าตบะของเซี่ยวอวี้ยังไม่เพียงพอยังไม่สามารถก่อตัวเป็นภาพมายามังกรคะนองน้ำแต่แท้จริงนั้นเขาได้แก้ไขวิชามังกรจับไอยรานี้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
พลังฝ่ามือรูปมังกรที่ฟันออกไปกลับกลายเป็นขนาดใหญ่หลายจั้งบดบังการโจมตีทั้งหมดของเยี่ยซิงฮุยเอาไว้ได้อย่างง่ายดายดั่งอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากนั้นเขาก็พุ่งไปข้างหน้า ฟันฝ่ามืออย่างรุนแรงออกไปอีกครั้ง
“อะไรกัน!”
เยี่ยซิงฮุยตกตะลึงระคนโกรธจัดแทบไม่อยากจะเชื่อทุกอย่างนี้ไม่คิดเลยว่าพลังโจมตีที่ตนเองสั่งสมมาจะถูกไอ้พันทางต่ำช้าผู้นี้ขวางไว้ได้อีกทั้งพลังโจมตีของอีกฝ่ายยิ่งใหญ่ราวกับภูผาสูงตระหง่าน ทำให้เขาหายใจไม่ออก
“หอกเงินทะลวงฟ้า!”
โครม!
เยี่ยซิงฮุยแผดเสียงยาวแสงสีเงินรอบตัวเปล่งประกายสุกใส หอกยาวสีเงินแต่ละด้ามทะยานขึ้นฟ้าจากด้านหลังของเขาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่ดังก้องพุ่งเข้าจู่โจมสังหาร
พลังโจมตีของเขาราวกับอสุนีบาตผู้คนมากมายต่างหน้าถอดสี
เยี่ยซิงฮุยไม่ได้ลงมือมาปีกว่าแล้วคิดไม่ถึงว่าตอนนี้เขาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในบรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงแห่งนี้มีไม่กี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
คำรามเสียงดังด้วยความหนักแน่นหอกยาวสีเงินแต่ละเล่มแทบจะแทงทะลุฝ่าอากาศการโจมตีแบบนี้จะมีสักกี่คนที่สามารถต้านทานได้ ทุกคนต่างคิดว่าเซียวอวี้แย่แล้วคาดว่าจะต้องถูกกำจัดแน่ๆ
เซียวอวี้ไม่หวั่นเกรงไม่เพียงไม่ร่นถอย กลับพุ่งเข้าใส่ เรือนผมยาวของเขาราวกับธารน้ำตกลมปราณอันโชติช่วงนั่นปกคลุมทั่วทั้งร่างของเขาเอาไว้
เขาฟันออกไปฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าองอาจไร้เทียมทาน ปราณแท้ภายในร่างราวกับใช้ได้ไม่มีวันหมดสิ้นพลังฝ่ามือรูปมังกรแต่ละสายทะลายหอกยาวสีเงินเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง
เขายิ่งต่อสู้ยิ่งห้าวหาญเยี่ยซิงฮุยประหวั่นพรั่นพรึงไปแล้ว
ตูม!
สุดท้ายหลังจากทั้งสองคนดึงดันต่อสู้ไปหลายสิบกระบวนท่ามุมปากของเยี่ยซิงฮุยมีคราบเลือดรินไหลออกมา เขาร้องด้วยความตกตะลึง “ข้ายอมแพ้ ไม่ต้องสู้อีกแล้ว”
เซียวอวี้สีหน้าเฉยเมย โคจรท่านวจำแลงคุนเผิงสุดกำลังพุ่งฝ่าหอกยาวสีเงินแต่ละด้ามราวกับปีศาจร้าย
ไม่คิดเลยว่าหอกยาวสีเงินเหล่านั้นจะทะลุกายเนื้อของเขาไม่ได้กระแทกลงบนร่างของเขาเกิดเป็นโลหะดังกระทบกัน ทุกคนที่ชมการต่อสู้เบิกตาโพลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ราวกับเขาไม่ได้ยินเสียงของเยี่ยซิงฮุยฝ่ามือปะทะลงบนร่างของเยี่ยซิงฮุยอย่างรุนแรงราวกับแท่นโม่หิน
“ปึ้ง!”
ฝ่ามือนี้สั่นสะเทือนเส้นลมปราณของเยี่ยซิงฮุยจนแหลกละเอียดสิ้นร่างของเขาลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ อ้าปากกระอักละอองเลือดออกมาหมดสติลงตรงบริเวณห่างออกไปหลายสิบหมี่
ในเวลานี้เงียบกริบไร้สรรพเสียง
คนมากมายล้วนสีหน้าซีดขาวเข้าใจทันทีว่าเมืองหลวงกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว
ทั่วทั้งบริเวณเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง!
เซียวอวี้ยืนอยู่อีกข้างด้วยสีหน้าเฉกเช่นปกติสีหน้าเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ลมปราณสีทองอ่อนค่อยๆ เก็บลงสู่ภายในร่างผู้คนต่างซึมกะทือ แทบไม่อยากเชื่อทุกอย่างนี้
เยี่ยซิงฮุยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่ากลัวที่สุดในคนรุ่นเยาว์ของเมืองหลวงแต่กลับถูกเซียวอวี้ที่มาจากเมืองเหลียงโจวโค่นลงได้
โดยเฉพาะฝ่ามือสุดท้ายของเซียวอวี้คนที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างต่างกระจ่างแจ้งว่า ฝ่ามือนั้นถึงแม้ไม่อาจเอาชีวิตของเยี่ยซิงฮุยแต่กลับทำลายตบะของเขาโดยตรง
ด้วยความรู้ของสกุลเยี่ยถึงแม้จะสามารถรักษาบาดแผลภายในของเยี่ยซิงฮุยให้หายได้ให้เขาฝึกบำเพ็ญเพียรใหม่อีกครั้ง แต่การประลองใหญ่สองแคว้นครั้งนี้เขาคงไม่มีคุณสมบัติได้เข้าร่วมแล้วจริงๆ
ความอำมหิตร้ายกาจ แข็งกร้าว อาจหาญและเด็ดขาดของเซียวอวี้ได้เขย่าขวัญแต่ละคนเป็นอย่างมากเช่นกัน ทุกคนต่างรับรู้ว่า นี่จะต้องเป็นผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างมากคนหนึ่งเข้ามาในเมืองหลวงด้วยท่าทางวางอำนาจระราน วันนี้ต่อสู้กำจัดเยี่ยซิงฮุยด้วยความแข็งกร้าวนับเป็นก้าวแรกที่เขาผงาดขึ้นมา
มีบางคนกระทั่งรู้สึกว่าเซียวอวี้ต่อกรกับเยี่ยซิงฮุยด้วยความกล้าแกร่งในวันนี้หมายความว่าสกุลเซียวจะช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าครองนครกับสกุลเยี่ยใช่หรือเปล่า
หลายปีมานี้อำนาจของเซียวฉีสยงนับวันยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆถึงแม้จะเป็นเจ้าครองนครฝ่ายหนึ่งที่เพิ่งขึ้นมาใหม่แต่เบื้องหลังก็ไม่ด้อยไปกว่าตระกูลเก่าแก่พวกนั้น
อย่างไรก็ตามเยี่ยซิงฮุยโดนกำจัดตรงหน้าประตูคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยชิงหลงโหวไม่มีทางยอมรามือง่ายๆ แน่นอน คาดการณ์ได้เลยว่าลมพายุกำลังจะโหมพัดไปทั่วเมืองหลวงสกุลเซียวและสกุลเยี่ยกำลังจะเผชิญหน้ากันในทุกๆ ด้าน
เยี่ยซิงฮุยถูกคนหามออกไปเป็นที่เรียบร้อยมีสามสี่คนพาตัวเยี่ยซิงฮุยออกไปด้วยความว่องไวพร้อมใบหน้าซีดขาวแต่เซียวอวี้กลับมีสีหน้าเรียบนิ่งอย่างมากไม่ใส่ใจเรื่องที่กำจัดทายาทของชิงหลงโหวทิ้งไปได้
“สมเป็นลูกชายก้วนจวินโหวจริงๆนิสัยใจคอเหมือนกันทั้งสิ้น อีกทั้งยังมุทะลุดุดันและแข็งกร้าวกว่าก้วนจวินโหวข้าคาดว่าสกุลเซียวจะลุกผงาดขึ้นแล้วละ”
“ลุกผงาดรึเจ้าคิดว่าชิงหลงโหวจะยอมรามือง่ายๆ หรือ ชิงหลงโหวเป็นยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าถ้าโมโหขึ้นมาจริงๆ เมืองหลวงคงจะต้องสั่นสะท้านแล้วละ”
“แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตามวันนี้เซียวอวี้ลงมืออย่างแข็งกร้าวในเมืองหลวงได้สร้างรากฐานสถานะในรุ่นคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงไว้อย่างมั่นคงความสามารถเช่นนี้เทียบได้กับคุณชายจั่วเมื่อหลายปีก่อน”
“คุณชายจั่วหรือแหะๆ เจ้าไม่เห็นหรือว่าแม่นางหวงฝู่กับเซียวอวี้สนิทสนมกันมากขนาดนั้น รอคุณชายจั่วกลับมาก็มีฉากสนุกให้ดูแล้วละ”
หลังจากผ่านไปนานคนมากมายถึงได้แอบสุมหัวกระซิบกระซาบสายตาที่คนมากมายมองเซียวอวี้ก็มีความยำเกรงและความเลื่อมใสศรัทธาในตัวยอดฝีมือเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
หวงฝู่หลิงซีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสลับซับซ้อนเอ่ยพูดเสียงแผ่วเบา “พี่เซียวท่านไม่ควรลงมือรุนแรงเลยนะ ข้ารู้จักท่าทีที่ชิงหลงโหวปฏิบัติต่อผู้คนเป็นอย่างดีเขาไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่”
เซียวอวี้คลี่ยิ้ม พูดขึ้น “ทุกคนเห็นเรื่องในวันนี้กันหมดแล้ว เยี่ยซิงฮุยเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุข้าก่อนพูดอีกอย่างก็คือ ลูกหลานของชิงหลงโหวเป็นฝ่ายยั่วยุลูกหลานของก้วนจวินโหวก่อนหากข้าแสดงความอ่อนแอ ในวันหน้า หน้าที่การงานของท่านพ่อข้าในเมืองหลวงก็จะตกอยู่ในความยากลำบากครั้งนี้ หากวิเคราะห์จนถึงแก่นแท้แล้วก็เป็นการหยั่งเชิงที่มีต่อเจ้านครชั้นสูง”