ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 35 ข้าคือผู้กล้า

    ตู้เสี่ยนกร่นด่าอย่างโมโหจากที่ไกลๆ ว่า“เยี่ยซิงฮุย เจ้าลองว่าข้าอีกคำดูสิ”

            เยี่ยซิงฮุยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“สหายตู้อย่าเพิ่งหัวเสียสิ ระหว่างเรามิตรสหายล้อเล่นสักประโยคจะเป็นอะไรไปวันนี้ข้ามาทวงศักดิ์ศรีคืนแทนเจ้านะ”

            เซียวอวี้ยิ้มสบายอารมณ์เอ่ยเรียบเฉย “ข้าก็ไม่ได้เก่งกาจมากนักแต่คนแบบเจ้านี่ จัดการสักสามคนห้าคนยังนับว่าเหลือแหล่”

            จ้อกแจ้ก!

            รอบด้านพากันส่งเสียงเกรียวกราวคนที่ตอนแรกกำลังจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์พลันหยุดฝีเท้าลง รอดูฉากสนุก

            ลูกชายของก้วนจวิ้นโหวตั้งท่าปะทะกับลูกชายของชิงหลงโหวฉากเด็ดแบบนี้ในรอบพันปียังยากที่จะพานพบโดยเฉพาะเมืองหลวงในตอนนี้เล่าลือเซียวอวี้ช่างมหัศจรรย์พันลึก จริงๆแล้วลูกหลานตระกูลใหญ่มากมายไม่ค่อยเชื่อต่าง แต่ตอนนี้มีโอกาสได้ดูความสามารถของเซียวอวี้แล้ว

            คนส่วนใหญ่ต่างคิดกันว่าเซียวอวี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเยี่ยซิงฮุยอย่างแน่นอน

            นี่เป็นหนึ่งในผู้กล้าที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในรุ่นคนหนุ่มสาวของเมืองหลวงเคยประลองกับจั่วอู๋เซี่ยงผู้กล้าในตำนาน ถึงจะแพ้ก็แพ้อย่างสมเกียรติ อีกทั้งวิชาที่หายสาบสูญที่ตระกูลชิงหลงโหวถ่ายทอดต่อกันเป็นวิทยายุทธ์ขั้นทองระดับกลางยอดเยี่ยมยิ่งกว่าวิทยายุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับบนของสกุลเซียวมาก

            “ไอ้คนชั้นต่ำเจ้ารนหาที่ตาย!” เยี่ยซิงฮุยโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟดวงตาฉายจิตสังหารอันโหดเหี้ยมออกมาทันที แสงสีเงินลอยวนเวียนอยู่บนตัวของเขา

            หวงฝู่หลิงซีกำลังจะพูดกลับถูกเซียวอวี้ยกมือปรามเอาไว้ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับมหาสุมทรที่เงียบสงบกลิ่นอายที่แข็งกร้าวดุดันตั้งตระหง่านราวกับภูผาสูงใหญ่ค่อยๆ กระจายออกมา

            “เช่นนั้นก็ลงมือเถอะข้าไม่ถือสาที่จะฆ่าเจ้าที่นี่” เซียวอวี้แข็งกร้าวยิ่งขึ้นเรือนผมดำทั้งศีรษะราวธารน้ำตกรูปร่างที่สูงตระหง่านสร้างความรู้สึกกดดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้คนอย่างหนึ่ง

            เยี่ยซิงฮุยโมโหแล้วจริงๆสีหน้าเกือบจะดุร้าย “วันนี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

            โครม!

            รอบกายของเขาปกคลุมเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับสีเงินแสงพร่างพรายประกายตาไหลวนเวียนระหว่างเรียวนิ้วและฝ่ามือพลังอำนาจที่ทำให้คนหายใจไม่ออกปกคลุมไปทั่วแผ่นฟ้า

            หวงฝู่หลิงซีและหลิงเอ๋อร์ร่นถอยอย่างรวดเร็วคนอื่นๆ ก็หน้าถอดสีถอยหลังไปหลายสิบจั้งด้วยเช่นกัน

            “วิชาที่หายสาบสูญที่ถ่ายทอดในตระกูลชิงหลงโหวศิลปะการต่อสู้ขั้นทองระดับกลาง ‘มังกรเงินนวโคจร’! มีคนอุทานด้วยความตกตะลึง

            หวงฝู่หลิงซีเผยสีหน้าเป็นกังวลแต่ก็รู้จักนิสัยของเซียวอวี้ ถ้านางไปยับยั้งการต่อสู้ในเวลานี้เกรงว่าจะทำให้เซียวอวี้ต้องหัวเสีย

            เรือนผมดำขลับของเยี่ยซิงฮุยโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งไอสังหารทั่วทั้งตัวโถมซัดพลุ่งพล่านแสงระยิบระยับพร่างพราวกระจายออกมาจากระหว่างเรียวนิ้วและฝ่ามือแสงระยับตาสีเงินอันมากมายมหาศาลกลับกลายเป็นอาวุธที่แน่นขนัดฟันเข้าใส่เซียวอวี้อย่างมืดฟ้ามัวดิน

            “นี่ก็คือมังกรเงินนวโคจรของสกุลเยี่ยใช้วิชาลับหลอมอาวุธที่ไม่มีที่สิ้นสุดออกมา เล่ากันว่าถ้าฝึกฝนถึงขั้นลึกล้ำกระทั่งสามารถก่อตัวเป็นสัตว์วิญญาณขนาดใหญ่ออกมาได้เชียวนะ”

            อาวุธมากมายปกคลุมไปทั่วท้องนภาบดบังดวงอาทิตย์ปล่อยพลังอันน่าครั่นคร้ามออกมาความสามารถของเยี่ยซิงฮุยผู้นี้เก่งกาจกว่าตู้เสี่ยนมากจริงๆ อีกทั้งยังลงมือไม่ปรานีเห็นได้ชัดว่าอยากกำจัดเซียวอวี้ให้สิ้นซาก

            “โฮก!”

            ทันใดนั้นมีเสียงมังกรพ่นลมหายใจดังขึ้น

            ในขณะเดียวกันเซียวอวี้ก็คำรามเสียงยาว ลมปราณสีทองอ่อนพุ่งทะยานขึ้นฟ้าสิบกว่าจั้งกลิ่นอายห้าวหาญไร้เทียมทานทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ลมปราณที่ทรงพลังราวกับผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ทำให้คนได้ยินแล้วต้องหวาดผวา

            เซียวอวี้ลงมือจนสุดกำลังปราณแท้ภายในร่างเดือดพลุ่งพล่าน ไม่ได้ปล่อยภาพมายามังกรคะนองน้ำออกมาหากแต่รวมตัวกันอยู่ตรงกลางฝ่ามือทำให้ฝ่ามือทั้งสองกลายเป็นพลังฝ่ามือรูปร่างมังกรแล้วฟันออกไป

            นี่คือวิชาจับมังกรไอยราในรูปแบบที่แก้ไขแล้วแบบนี้ถึงจะสามารถแสดงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวรยุทธ์วิชานี้ออกมาคนนอกคิดว่าตบะของเซี่ยวอวี้ยังไม่เพียงพอยังไม่สามารถก่อตัวเป็นภาพมายามังกรคะนองน้ำแต่แท้จริงนั้นเขาได้แก้ไขวิชามังกรจับไอยรานี้ไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

            พลังฝ่ามือรูปมังกรที่ฟันออกไปกลับกลายเป็นขนาดใหญ่หลายจั้งบดบังการโจมตีทั้งหมดของเยี่ยซิงฮุยเอาไว้ได้อย่างง่ายดายดั่งอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากนั้นเขาก็พุ่งไปข้างหน้า ฟันฝ่ามืออย่างรุนแรงออกไปอีกครั้ง

            “อะไรกัน!”

            เยี่ยซิงฮุยตกตะลึงระคนโกรธจัดแทบไม่อยากจะเชื่อทุกอย่างนี้ไม่คิดเลยว่าพลังโจมตีที่ตนเองสั่งสมมาจะถูกไอ้พันทางต่ำช้าผู้นี้ขวางไว้ได้อีกทั้งพลังโจมตีของอีกฝ่ายยิ่งใหญ่ราวกับภูผาสูงตระหง่าน ทำให้เขาหายใจไม่ออก

            “หอกเงินทะลวงฟ้า!”

            โครม!

            เยี่ยซิงฮุยแผดเสียงยาวแสงสีเงินรอบตัวเปล่งประกายสุกใส หอกยาวสีเงินแต่ละด้ามทะยานขึ้นฟ้าจากด้านหลังของเขาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่ดังก้องพุ่งเข้าจู่โจมสังหาร

            พลังโจมตีของเขาราวกับอสุนีบาตผู้คนมากมายต่างหน้าถอดสี

            เยี่ยซิงฮุยไม่ได้ลงมือมาปีกว่าแล้วคิดไม่ถึงว่าตอนนี้เขาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในบรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงแห่งนี้มีไม่กี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้

            คำรามเสียงดังด้วยความหนักแน่นหอกยาวสีเงินแต่ละเล่มแทบจะแทงทะลุฝ่าอากาศการโจมตีแบบนี้จะมีสักกี่คนที่สามารถต้านทานได้ ทุกคนต่างคิดว่าเซียวอวี้แย่แล้วคาดว่าจะต้องถูกกำจัดแน่ๆ

            เซียวอวี้ไม่หวั่นเกรงไม่เพียงไม่ร่นถอย กลับพุ่งเข้าใส่ เรือนผมยาวของเขาราวกับธารน้ำตกลมปราณอันโชติช่วงนั่นปกคลุมทั่วทั้งร่างของเขาเอาไว้

            เขาฟันออกไปฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าองอาจไร้เทียมทาน ปราณแท้ภายในร่างราวกับใช้ได้ไม่มีวันหมดสิ้นพลังฝ่ามือรูปมังกรแต่ละสายทะลายหอกยาวสีเงินเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง

            เขายิ่งต่อสู้ยิ่งห้าวหาญเยี่ยซิงฮุยประหวั่นพรั่นพรึงไปแล้ว

            ตูม!

            สุดท้ายหลังจากทั้งสองคนดึงดันต่อสู้ไปหลายสิบกระบวนท่ามุมปากของเยี่ยซิงฮุยมีคราบเลือดรินไหลออกมา เขาร้องด้วยความตกตะลึง “ข้ายอมแพ้ ไม่ต้องสู้อีกแล้ว”

            เซียวอวี้สีหน้าเฉยเมย โคจรท่านวจำแลงคุนเผิงสุดกำลังพุ่งฝ่าหอกยาวสีเงินแต่ละด้ามราวกับปีศาจร้าย

            ไม่คิดเลยว่าหอกยาวสีเงินเหล่านั้นจะทะลุกายเนื้อของเขาไม่ได้กระแทกลงบนร่างของเขาเกิดเป็นโลหะดังกระทบกัน ทุกคนที่ชมการต่อสู้เบิกตาโพลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

            ราวกับเขาไม่ได้ยินเสียงของเยี่ยซิงฮุยฝ่ามือปะทะลงบนร่างของเยี่ยซิงฮุยอย่างรุนแรงราวกับแท่นโม่หิน

            “ปึ้ง!”

            ฝ่ามือนี้สั่นสะเทือนเส้นลมปราณของเยี่ยซิงฮุยจนแหลกละเอียดสิ้นร่างของเขาลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ อ้าปากกระอักละอองเลือดออกมาหมดสติลงตรงบริเวณห่างออกไปหลายสิบหมี่

            ในเวลานี้เงียบกริบไร้สรรพเสียง

            คนมากมายล้วนสีหน้าซีดขาวเข้าใจทันทีว่าเมืองหลวงกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

            ทั่วทั้งบริเวณเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง!

            เซียวอวี้ยืนอยู่อีกข้างด้วยสีหน้าเฉกเช่นปกติสีหน้าเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ลมปราณสีทองอ่อนค่อยๆ เก็บลงสู่ภายในร่างผู้คนต่างซึมกะทือ แทบไม่อยากเชื่อทุกอย่างนี้

            เยี่ยซิงฮุยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่ากลัวที่สุดในคนรุ่นเยาว์ของเมืองหลวงแต่กลับถูกเซียวอวี้ที่มาจากเมืองเหลียงโจวโค่นลงได้

            โดยเฉพาะฝ่ามือสุดท้ายของเซียวอวี้คนที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างต่างกระจ่างแจ้งว่า ฝ่ามือนั้นถึงแม้ไม่อาจเอาชีวิตของเยี่ยซิงฮุยแต่กลับทำลายตบะของเขาโดยตรง

            ด้วยความรู้ของสกุลเยี่ยถึงแม้จะสามารถรักษาบาดแผลภายในของเยี่ยซิงฮุยให้หายได้ให้เขาฝึกบำเพ็ญเพียรใหม่อีกครั้ง แต่การประลองใหญ่สองแคว้นครั้งนี้เขาคงไม่มีคุณสมบัติได้เข้าร่วมแล้วจริงๆ

            ความอำมหิตร้ายกาจ แข็งกร้าว อาจหาญและเด็ดขาดของเซียวอวี้ได้เขย่าขวัญแต่ละคนเป็นอย่างมากเช่นกัน ทุกคนต่างรับรู้ว่า นี่จะต้องเป็นผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างมากคนหนึ่งเข้ามาในเมืองหลวงด้วยท่าทางวางอำนาจระราน วันนี้ต่อสู้กำจัดเยี่ยซิงฮุยด้วยความแข็งกร้าวนับเป็นก้าวแรกที่เขาผงาดขึ้นมา

            มีบางคนกระทั่งรู้สึกว่าเซียวอวี้ต่อกรกับเยี่ยซิงฮุยด้วยความกล้าแกร่งในวันนี้หมายความว่าสกุลเซียวจะช่วงชิงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าครองนครกับสกุลเยี่ยใช่หรือเปล่า

            หลายปีมานี้อำนาจของเซียวฉีสยงนับวันยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆถึงแม้จะเป็นเจ้าครองนครฝ่ายหนึ่งที่เพิ่งขึ้นมาใหม่แต่เบื้องหลังก็ไม่ด้อยไปกว่าตระกูลเก่าแก่พวกนั้น

            อย่างไรก็ตามเยี่ยซิงฮุยโดนกำจัดตรงหน้าประตูคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยชิงหลงโหวไม่มีทางยอมรามือง่ายๆ แน่นอน คาดการณ์ได้เลยว่าลมพายุกำลังจะโหมพัดไปทั่วเมืองหลวงสกุลเซียวและสกุลเยี่ยกำลังจะเผชิญหน้ากันในทุกๆ ด้าน

            เยี่ยซิงฮุยถูกคนหามออกไปเป็นที่เรียบร้อยมีสามสี่คนพาตัวเยี่ยซิงฮุยออกไปด้วยความว่องไวพร้อมใบหน้าซีดขาวแต่เซียวอวี้กลับมีสีหน้าเรียบนิ่งอย่างมากไม่ใส่ใจเรื่องที่กำจัดทายาทของชิงหลงโหวทิ้งไปได้

            “สมเป็นลูกชายก้วนจวินโหวจริงๆนิสัยใจคอเหมือนกันทั้งสิ้น อีกทั้งยังมุทะลุดุดันและแข็งกร้าวกว่าก้วนจวินโหวข้าคาดว่าสกุลเซียวจะลุกผงาดขึ้นแล้วละ”

            “ลุกผงาดรึเจ้าคิดว่าชิงหลงโหวจะยอมรามือง่ายๆ หรือ ชิงหลงโหวเป็นยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าถ้าโมโหขึ้นมาจริงๆ เมืองหลวงคงจะต้องสั่นสะท้านแล้วละ”

            “แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตามวันนี้เซียวอวี้ลงมืออย่างแข็งกร้าวในเมืองหลวงได้สร้างรากฐานสถานะในรุ่นคนหนุ่มสาวในเมืองหลวงไว้อย่างมั่นคงความสามารถเช่นนี้เทียบได้กับคุณชายจั่วเมื่อหลายปีก่อน”

            “คุณชายจั่วหรือแหะๆ เจ้าไม่เห็นหรือว่าแม่นางหวงฝู่กับเซียวอวี้สนิทสนมกันมากขนาดนั้น รอคุณชายจั่วกลับมาก็มีฉากสนุกให้ดูแล้วละ”

            หลังจากผ่านไปนานคนมากมายถึงได้แอบสุมหัวกระซิบกระซาบสายตาที่คนมากมายมองเซียวอวี้ก็มีความยำเกรงและความเลื่อมใสศรัทธาในตัวยอดฝีมือเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

            หวงฝู่หลิงซีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสลับซับซ้อนเอ่ยพูดเสียงแผ่วเบา “พี่เซียวท่านไม่ควรลงมือรุนแรงเลยนะ ข้ารู้จักท่าทีที่ชิงหลงโหวปฏิบัติต่อผู้คนเป็นอย่างดีเขาไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่”

    เซียวอวี้คลี่ยิ้ม พูดขึ้น “ทุกคนเห็นเรื่องในวันนี้กันหมดแล้ว เยี่ยซิงฮุยเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุข้าก่อนพูดอีกอย่างก็คือ ลูกหลานของชิงหลงโหวเป็นฝ่ายยั่วยุลูกหลานของก้วนจวินโหวก่อนหากข้าแสดงความอ่อนแอ ในวันหน้า หน้าที่การงานของท่านพ่อข้าในเมืองหลวงก็จะตกอยู่ในความยากลำบากครั้งนี้ หากวิเคราะห์จนถึงแก่นแท้แล้วก็เป็นการหยั่งเชิงที่มีต่อเจ้านครชั้นสูง”

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน