บทที่ 39
สิ่งที่อยู่ในน้ำ
เช้าวันถัดมา
ในจวนแม่ทัพใหญ่ในวันนี้มีผู้คนมาขอพบกับแม่ทัพใหญ่มากขึ้น
นี่ไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดนัก มันเป็นมาตั้งแต่เมื่อก่อนตอนที่ท่านพ่อของเขาอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว
ในตอนนั้นเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ตอนที่ท่านพ่อกลับมาที่จวนในแต่ละครั้ง มันเองก็จะมีพวกขุนนางมากมายไม่ว่าจะเป็นขุนนางในราชสำนักหรือแม่ทัพ แม้กระทั่งพวกเศรษฐีที่มีฐานะมาขอพบท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ตลอดเวลา
เพราะแบบนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ของจวนแม่ทัพใหญ่ เลยไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกตาสำหรับตัวของเจียงเฟิงพื้น
เจียงเฟืองยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติ พื้นที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้เป็นอาณาเขตเรือนพักของตนเอง
มันเป็นส่วนไหนและเป็นสถานที่ส่วนตัวภายในจวนแม่ทัพคนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับโอกาสเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
เจียงเฟิงเลยไม่จำเป็นจะต้องกังวลความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าจนแม่ทัพ
ในวันนี้เจียงเฟิงเดินทางมาถึงทะเลสาบคลื่นสวรรค์
หลังจากที่เดินทางมาถึงทะเลสาบคลื่นสวรรค์แล้ว ในวันนี้เป็นวันที่อากาศดี เจียงเฟิงจ้องมองไปยังผิวน้ำของทะเลสาบที่ส่องแสงระยิบระยับคล้ายกับดวงดาว เพราะว่ามีแสงแดดกระทบลงมาบนผิวน้ำ
เจียงเฟิงนั่งเรือพายออกไปจนถึงบริเวณกลางทะเลสาบ
มีทางด้านของสาวใช้ทั้งสองที่เป็นสาวใช้คนสนิทติดตามมาเหมือนเดิม
เจียงเฟิงถอดเสื้อคลุมชั้นนอกของตนเองจากนั้นก็เตรียมตัวที่จะกระโดดลงไป
เขาเองก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่า ภายใต้ทะเลสาบมันมีอันใดกันแน่
การที่ท่านอาจารย์ของเขาบอกกับบิดาของเขา แล้วก็ยังสั่งกำชับว่าไม่ให้ผู้ใดกระโดดลงไป มีเพียงแค่ตัวของเขาที่ตื่นขึ้นมาเท่านั้นถึงสามารถกระโดดลงไปได้เพื่อดูของที่อยู่ด้านใต้
แสดงว่าของที่อยู่บริเวณใต้น้ำ น่าจะเป็นของที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
แล้วอีกอย่างนึงของที่อยู่ด้านใต้ทะเลสาบมันน่าจะเป็นสิ่งที่เขานั้นรู้จักด้วย
ไม่ว่าข้าจะเอาอย่างไรตัวของเขาเองก็คาดเดาไม่ออกว่ามันคืออันใดกันแน่
เป็นของที่ถึงขนาดที่ท่านอาจารย์ของเขาสั่งห้ามไม่ให้ใครลงไปดู แสดงว่าต้องเป็นของที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยตัวตนของท่านอาจารย์ของเขา ฐานะที่สูงส่งจะมีของสิ่งไหนบ้างที่สำคัญในสายตาของท่านอาจารย์ของเขาบ้าง
หลังจากที่นอนคิดมาทั้งคืนเจียงเฟิงเองก็คิดไม่ออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ก็เลยตั้งใจที่จะกระโดดลงไปดูด้วยตนเอง
ลงไปดูว่าด้านใต้มันมีอันใดกันแน่
เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วเจียงเฟิงก็กระโดดลงไปด้านล่าง
ร่างกายของเจียงเฟิงกระทบผิวน้ำเกิดเสียงดัง ตู้ม!
หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็ดำลึกลงไปด้านล่าง
ทั้งซินอวี้และเฉินอวี้ไม่ได้กังวลกับนายน้อยของตนเอง
นายน้อยของพวกนางโดนแม้กระทั่งหมัดของวิญญาณร้ายที่มีขอบเขตเท่าผู้ฝึกตนขอบเขตสามโดนไปหลายสิบหมัดยังมีชีวิตรอดไม่มีทางที่จะมาตายภายใต้ทะเลสาบอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นพวกนางจึงยืนอย่างสงบ แม้ว่านายน้อยของพวกนายจะเป็นอะไรพวกนางก็สามารถช่วยได้ในทันที
เจียงเฟิงดำลึกลงมาด้านล่างภายใต้ทะเลสาบ หลังจากที่ดำลงมาบริเวณด้านล่างค่อยๆมืดลงไปเรื่อยๆ
แต่เจียงเฟิงก็ยังคงดำลึกลงไปโดยที่ไม่หยุดพัก
ในฐานะผู้ฝึกปราณแล้วก็ผู้ฝึกยุทธเขามีศักยภาพของร่างกายที่ไม่ธรรมดา
ไม่เพียงเท่านั้นลมหายใจที่สามารถกลั้นเอาไว้ได้ก็นานผิดมนุษย์ เลยไม่ได้ลำบากกับการดำลงไปถึงด้านล่าง
ในตอนนี้เมื่อดำลึกลงไปสักพักนึง
แล้วท่ามกลางความมืดมิดภายใต้ทะเลสาบที่ลึกเป็นอย่างมาก
ตอนนี้เองในขณะที่เจียงเฟิงดำลึกลงมาไม่รู้นานขนาดไหนแล้ว เขาพบเจอกับวัตถุบางอย่างที่อยู่ภายใต้ทะเลสาบ
หลังจากที่ได้มองเห็นของสิ่งนั้น ใบหน้าของเจียงเฟิงในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปในทันที
ทั้งดวงตาเบิกกว้าง บนใบหน้าของเขาแสดงความไม่อยากจะเชื่อออกมา กับสิ่งที่ตนเองนั้นพบเห็น ท่าทางของเจียงเฟิงที่แสดงออกมาเหมือนกับวิญญาณหลุดออกมาจากร่าง
แต่ว่าภายในใจในตอนนี้กำลังสบถด่าผู้เป็นอาจารย์อย่างไม่เหลือชิ้นดี
…
ช่วงยามบ่าย
เจียงเฉินวันนี้ได้พบเจอกับคนที่มาขอพบหลายคน
เจียงเฉินไม่ใช่พวกมือใหม่ในวงการขุนนางอีกแล้ว
เขาเรียนรู้หลายอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะแบบนั้นเลยรู้ว่าการสนทนาแล้วก็ติดต่อกับผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกัน
เพราะว่าถ้าเกิดว่าสนทนากับผู้อื่นมากขึ้น ทำความรู้จักกับคนพวกนั้นมันเองก็จะง่ายกับการดูแลเมืองแห่งนี้
แล้วก็ง่ายต่อการดูแลเขตปกครองของตนเอง เมื่อก่อนตัวของเขาเป็นแม่ทัพดูแลเพียงให้กองทัพเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ดูแลเหล่าผู้คนภายในเมืองต่างๆด้วย
ตอนนี้ตัวของเขามีอาณาเขตเป็นของตัวเองแล้ว เพราะแบบนั้นไม่ใช่เพียงแค่ดูแลคนภายในกองทัพเท่านั้น ต้องดูแลความเป็นอยู่ของเหล่าชาวเมืองในเมืองต่างๆในเขตรกร้างทางเหนือแห่งนี้ด้วย
เพราะแบบนั้นจึงต้องติดต่อกับผู้คนมากมาย อย่างน้อยก็เพื่อทำให้ตัวของเขาควบคุมดินแดนแห่งนี้ได้ง่ายดายขึ้น
ในวันนี้หลังจากที่พบปะผู้คนมาเป็นเวลาหลายชั่วยาม ที่สุดเจียงเฉินเองก็มีโอกาสที่จะหลบบอกมาเพื่อพักผ่อนบ้าง
ในวันพรุ่งนี้คงจะมีผู้คนเดินทางมาพบเขาอีกไม่น้อย
ในขณะที่เดินมาถึงบริเวณส่วนด้านในของจวนแม่ทัพ
ถึงบริเวณศาลาขึ้นสวรรค์ก็พบเห็นว่ามีบางอย่างที่แปลกๆ
ซินอวี้และเฉินอวี้ยืนอยู่ภายในศาลา ขณะที่บุตรชายของเขากำลังนั่งอยู่แต่ว่ากำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย ราวกับว่าเป็นคนที่กำลังวิญญาณหลุดออกจากร่าง
เจียงเฉินขมวดคิ้วเดินเข้าไปอย่างช้าๆ
เมื่อสาวใช้ข้างกายทั้งสองพบเห็นท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยอกกายคารวะ
เจียงเฉินยกมือสะบัดไปมาเพื่อบอกว่าไม่ต้องมากพิธี
จากนั้นก็เอ่ยถามกับพวกนางสองคน “เกิดอันใดขึ้นกับเฟิงเอ๋อร์”
เฉินอวี้เป็นผู้ที่ตอบกลับ “คุณชายดำลงไปใต้น้ำ เหมือนว่าจะพบเจออันใดบางอย่างเข้า เมื่อขึ้นมาก็นั่งเหม่อลอยบนนี้”
เจียงเฉินรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ด้านใต้น้ำมันเป็นสิ่งที่ท่านผู้นั้นทิ้งเอาไว้
เขาเลยสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าอะไรที่ทำให้บุตรชายของเขาเป็นแบบนี้
แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องร้ายอย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าเป็นของที่มีผลร้ายต่อตัวของผู้ชายของเขาไม่มีทางที่ท่านผู้นั้นจะทิ้งเอาไว้
เพราะถ้าเกิดว่าท่านผู้นั้นต้องการที่จะสังหารบุตรชายของเขาจริงๆ เพียงแค่กระดิกนิ้วเล็กน้อยบุตรชายของเขาก็คงจะตายจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่สิแม้แต่ตัวของเขาหรือแม้กระทั่งผู้คนภายในเมืองก็คงจะหายไปในพริบตา
เจียงเฟิงที่นั่งอยู่ในตอนนี้เหมือนได้สติกลับคืนมา
มุมปากของเขานั้นกระตุกจนบิดเบี้ยว แน่นอนว่าภายในหัวของเขามีทั้งความสับสน ก็มีความโกรธด้วยเช่นเดียวกัน
ตาแก่ผู้นั้นต้องการทำอันใดกันแน่ เล่นโยนของที่อันตรายแบบนี้มาไว้ใกล้ตัวของเขา
หรือว่าอยากจะให้ตัวของเขาโดนไอ้พวกตัวตนบรรพกาลที่เป็นพวกเฒ่าล้านปีพวกนั้นมาตามล่า
บิดามันเถอะตัวของเขาในตอนนี้ก็ยังแทบจะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า สิ่งนั้นมันมีอยู่ภายใต้ทะเลสาบแห่งนี้จริงๆ ถ้าเกิดว่าเรื่องนี้หลุดออกไป อย่าว่าแต่เมืองแห่งนี้เลย
แม้แต่ดินแดนของทวีปเทียนหยางเหนือแห่งนี้ ก็คงจะกลายเป็นสนามต่อสู้ของพวกเทพเซียนขอบเขตบนแน่นอน
ขอบคุณที่เข้ามาครับ พรุ่งนี้จะลงตามเวลาเดิมก็คือ ตอนเที่ยง 2 ตอน และก็ตอน 6 โมงเย็นอีกหนึ่งตอนนะครับ