เวลาว่างส่วนใหญ่ของฉันหมดไปกับการทำงานที่คาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย ฉันเริ่มคุ้นเคยกับบรรยากาศการทำงานที่คาเฟ่แห่งนี้แล้ว ตอนนี้ผ่านมาได้เดือนกว่า ทุกอย่างเริ่มลงตัว แม้บางวันงานจะหนัก แต่ฉันก็รู้สึกดีที่ได้ทำอะไรเป็ของตัวเอง
ทุกครั้งที่ฉันกลับมาจากคาเฟ่ พอเปิดประตูเข้าบ้านก็มักจะเห็นพี่เจอยู่ตรงนั้นเสมอ เหมือนมันเป็เื่ปกติไปแล้ว แต่พอฉันเดินเข้าไป เขากลับแค่เหลือบมองด้วยหางตาก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไร
พี่วิคเตอร์ยังคงแวะมาที่คาเฟ่ทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน เขาอาสามาส่งฉันกับเปรี้ยวอีกครั้ง เราแวะกินข้าวด้วยกันก่อนจะไปส่งเปรี้ยวที่บ้าน แล้วจึงพาฉันกลับบ้านเป็คนสุดท้าย
เมื่อเปิดประตูเข้ามา ฉันก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ บ้านทั้งหลังมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงไฟสักดวง แม่กับป้าเมย์คงจะไปทำธุระที่ไหนอีกตามเคย
ฉันถอดรองเท้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
เสียงกุกกักจากห้องนั่งเล่นก็ดังขึ้นทำเอาฉันสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว มือของฉันรีบควานหาสวิตช์ไฟที่คุ้นเคยในความมืด เมื่อไฟห้องสว่างขึ้นภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาฉันยืนนิ่งราวกับถูกสาป...
พี่เจ…และพี่พิมพ์
ทั้งคู่นั่งอยู่บนโซฟาในสภาพที่ชวนให้ใจเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็ความใระคนอึดอัด เสื้อผ้าของทั้งคู่ยับยู่ยี่ ดูไม่เรียบร้อยและอยู่ใกล้กันเกินกว่าจะเป็เพียง 'คนรู้จัก'
พี่เจหันมามองฉัน ส่วนพี่พิมพ์ก็สะดุ้งเล็กน้อย
“ขะ...ขอโทษค่ะ! ส้มไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลย!” ฉันพูดพลางรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ราวกับอยากจะหนีจากภาพที่เห็นตรงหน้า
เสียงหัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกจากอก ฉันปิดประตูห้องแล้วทรุดตัวลงข้างเตียง หายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วพยายามสงบสติอารมณ์ ทั้งที่ไม่ควรจะรู้สึกอะไรเลยแท้ ๆ …
แต่ทำไม…หัวใจฉันมันถึงรู้สึกแน่นไปหมดแบบนี้กันนะ…
Jay’ s Part
วันนี้ผมมีนัดคุยธุรกิจกับทางครอบครัวของพิมพ์ เื่เซ็นสัญญาบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ร่วมกัน ฝ่ายคุณพ่อของพิมพ์เป็คนแจ้งเวลานัดและสถานที่ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในย่านใจกลางเมือง
แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีแม้แต่เงาของคุณพ่อเธอเลยแม้แต่น้อย มีแค่…พิมพ์ที่นั่งรออยู่เพียงลำพัง
ความไม่สบอารมณ์ผุดขึ้นมาเล็กน้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้ พยายามแอบนัดผมมาเจอแบบสองต่อสองภายใต้ข้ออ้างเื่ธุรกิจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมก็ปฏิเสธเธอไปอย่างสุภาพหลายครั้งแล้ว และพยายามรักษาความสัมพันธ์ให้เป็เพียงแค่ ‘เพื่อนร่วมงาน’ ในขอบเขตที่เหมาะสม
ผมเลือกที่จะนั่งนิ่ง ๆ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ พิมพ์พยายามทำลายความเงียบด้วยการชวนคุยนั่นคุยนี่ไม่หยุด เธอตั้งใจสร้างบรรยากาศที่ดูเป็กันเองมากเกินไปจนผมรู้สึกอึดอัด และยังพยายามคะยั้นคะยอให้ผมดื่มไวน์ด้วยกันอีก แม้ผมจะพยายามปฏิเสธ แต่สุดท้ายเธอก็รินไวน์ให้ผมจนได้
เมื่อเริ่มรู้สึกมึนเล็กน้อยผมจึงขอตัวกลับ พิมพ์ก็อาสาจะพาผมกลับบ้านโดยให้คนขับรถของเธอเป็คนขับ
ตลอดทางที่อยู่ในรถ พิมพ์ก็ยังคงพยายามเข้ามาใกล้มากกว่าปกติ มือของเธอเริ่มล่วงล้ำจนเกินงาม ผมจึงต้องขยับตัวหนีอยู่เป็ระยะ
“เจ… พิมพ์รักเจนะ เรามาคบกันแบบจริงจังดีมั้ยคะ?”
คำพูดของเธอทำให้ผมถอนหายใจอย่างอ่อนแรง ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ที่เป็อยู่ตอนนี้ก็ดีแล้วนะพิมพ์…เราเป็เพื่อนกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” พูดจบผมก็เบนสายตาไปมองวิวข้างทาง พยายามเลี่ยงไม่ให้บทสนทนาเลยเถิดไปกว่านี้
เมื่อมาถึงบ้านพิมพ์ก็ยังไม่ยอมจบ เธอพยายามจะตามผมเข้ามาในบ้าน แม้ผมจะบอกให้เธอกลับ แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะมาส่งให้ถึงข้างใน
เธอก็ล้มตัวลงมาทับผมบนโซฟาทันทีที่ถึงห้องรับแขก และเริ่มใช้มือลูบไล้เสื้อผ้าของผม ก่อนจะยื่นมือมาปลดกระดุมเสื้อของผม จนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปหมด
ผมกำมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อยพยายามสะกดอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ภายใน
“พิมพ์…พอแล้ว ผมบอกชัดเจนไปแล้วนะ” ผมผลักเธอออกเล็กน้อยแต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุด
“แต่พิมพ์รักเจ…แล้วพิมพ์ต้องทำยังไง ถึงจะได้อยู่ข้าง ๆ เจ”
เธอพูดทั้งน้ำเสียงสั่นไหว แล้วพยายามดันตัวเองเข้ามาแนบชิดผม ส่วนมือเธอก็ลูบไล้ลงมาที่ขอบกางเกงของผม ผมกำลังจะผลักเธอออกอีกครั้ง
ทันใดนั้น แสงไฟก็สว่างวาบขึ้นมาทั่วห้อง ผมหันขวับไปมองตามแสง แล้วก็ต้องชะงัก...
ส้มส้มยืนอยู่กลางห้องโถงของบ้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ มือกำลังควานหาสวิตช์ไฟอีกฝั่งหนึ่ง
“ขะ...ขอโทษค่ะ! ส้มไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลย!” เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะหันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ๊ย…” ผมสบถในใจอย่างหงุดหงิด เด็กนั่นคงเข้าใจผิดไปหมดแน่ ๆ
แต่…แล้วทำไมผมถึงรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้? ทั้งที่ควรปล่อยผ่านไปได้ ทั้งที่ควรจะไม่แคร์เลยด้วยซ้ำ
ผมหันไปมองพิมพ์ เห็นเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“พิมพ์ขอโทษนะ…พิมพ์แค่ไม่อยากเสียเจไป” ผมไม่พูดอะไรต่ออีก เพราะรู้ดีว่าต่อให้พูดไป พิมพ์ก็คงไม่ยอมเข้าใจ
ผมพาเธอออกไปที่รถ แล้วบอกให้คนขับพาเธอกลับบ้าน ก่อนจะยืนมองรถเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบงัน ในใจยังคงรู้สึกหนักอึ้ง
ไม่ใช่เพราะพิมพ์ แต่เป็เพราะ… ส้มส้ม
End Jay’ s Part