^^ “วันนี้วันดี พี่ออกมาด้านนอกแล้วพบเ้า ไม่หยุดสนทนาย่อมไม่ได้แล้ว” เสิ่นซัวหยางยิ้มสมใจ แต่เขาแสร้งกล่าวเกี่ยวกับเื่ที่ว่าตนนั้นโชคดี เพราะเรือนของเย่วซินและเรือนของเขาอยู่คนละฝั่งของจวนเลยก็ว่าได้ จะบอกว่าตั้งใจเดินมาดักรอนางก็คงไม่ผิดนัก
^^ เย่วซินยังคงยิ้มหวานเหมือนเช่นทุกครั้งที่พบหน้าพี่ซัวหยาง ก่อนนั้นที่ห่างกัน ยามอีกฝ่ายกลับมาพำนักที่จวน มีน้อยครั้งที่จะได้สนทนา แต่หลังจากวันนี้ไป แม้อีกฝ่ายจะกลับมาอยู่ในจวนแล้วแต่นางก็มิอาจใกล้ชิดสนิทสนมจนเกินงามได้นั่นเพราะนางผ่านพ้นวันปักปิ่นแล้ว ย่อมเป็สตรีเต็มตัวที่พร้อมจะออกเรือน ควรจะต้องถอยห่างไปอีกหนึ่งก้าวเพื่อความเหมาะสม “พี่ซัวหยางสบายดีหรือไม่เ้าคะ”
“ย่อมสบายดี จะไม่สบายหนักก็ในยามที่คิดถึงเ้า ไปสนทนากันสักครู่ดีหรือไม่” มือที่กุมเอาไว้ด้านหลังบีบกันแน่นราวกับเสิ่นซัวหยางกำลังห้ามใจตนเองไม่ให้ไขว่คว้าร่างบางหอมกรุ่นเข้ามากกกอด ดวงตาคมกริบไม่ละจากดวงหน้าหวานใสตราตรึงใจ ‘คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะสารภาพความในใจที่กักเก็บมานาน’
ผู้ถูกเกี้ยวซึ่งๆ หน้าถึงกับพวงแก้มขึ้นสีระเรื่อจนกลายเป็สีแดงจัด หัวใจที่ว่าเต้นแรงนั้นในยามนี้มันคงเกือบจะะโออกมาอยู่นอกอกแล้วกระมัง ‘พี่ซัวหยางไปศึกษาวิธีเกี้ยวสาวกลับมาด้วยใช่หรือไม่นะ’ “แต่ยามนี้เย่วซินต้องไปจัดสำรับ หากมิใช่เื่เร่งด่วนขอเป็หลังจากทานสำรับเช้าให้เสร็จ ก่อนได้หรือไม่เ้าคะ” ก้มหน้าหลบสายตาคมนั้นเพราะเขินอาย
เสิ่นซัวหยางส่ายหน้า “ย่อมมิได้ เพราะมันเป็เื่ด่วนมาก” ขยับร่างใกล้ชิดสตรีและโบกมือไล่สาวใช้เสี่ยวเม่า “ก่อนนั้นที่พี่มิได้กลับจวนบ่อยๆ เพราะต้องร่ำเรียนอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบขุนนาง ในวันปักปิ่นของเ้า พี่ก็มาไม่ทัน ยกโทษให้พี่ด้วยเล่า” ก้มหน้าลงต่ำ ลอบสูดดมผมหอม “ดูสิ ยามนี้เ้างดงามและเติบโตเป็สตรีที่พร้อมจะออกเรือนแล้ว พี่ไม่ยอมให้แม่สื่อเข้ามาทาบทามเ้าแน่” เชยคางมนขึ้นสบตา “เพราะเหตุใด เ้ารู้หรือไม่ หืมม”
เย่วซินเม้มปากไม่ยอมตอบคำถาม จะตอบว่าไม่รู้ก็ดูคล้ายจะไม่ใช่ ในเมื่อตัวนางเองก็หาได้อยากให้แม่สื่อมาทาบทาม หรือถ้ามาจริงๆ ก็คงต้องปฏิเสธไป เพราะบุรุษที่นางพึงใจรัก มีเพียงบุรุษตรงหน้า ความผูกพันของนางและอีกฝ่ายมีมาั้แ่วัยเยาว์ ทั้งช่วยมารดาเลี้ยงดูนาง สอนนาง เช่นนี้แล้วจะให้นางไปมองบุรุษอื่นใดได้อีก “พี่ซัวหยาง” อีกแค่หนึ่ง่แขนที่ร่างแกร่งนั้นจะถึงตัว เย่วซินเผลอก้าวถอยหลัง ‘ไม่ว่าอย่างไร ที่ตรงนี้คือทางเดินภายในจวน สายตาของบ่าวคือเื่ที่น่ากังวลที่สุด ดังนั้น หากพี่ซัวหยางอยากจะพูดหรือคาดคั้นเอาสิ่งใด ก็ขอให้เป็หลังจากนี้เถิด’ “อย่าแกล้งน้องเลยเ้าค่ะพี่ซัวหยาง” เบี่ยงหลบบุรุษที่เดินดักทางนาง แต่ไม่ว่าจะก้าวไปทางซ้าย อีกฝ่ายก็ขยับไปขวา เมื่อนางจะก้าวไปทางขวา ร่างแกร่งก็ขยับซ้าย หนำซ้ำยังมองนางราวกับหลงใหลและ้า มิใช่มองนางอย่างนึกเอ็นดูอย่างเก่าก่อน คงไม่ต่างกับนางที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายมิใช่พี่ชาย “อุ๊ย!” มือบางถูกคว้าเอาไว้ได้ แล้วร่างแกร่งนั้นก็ดึงรั้งร่างของนางหายไปยังสวนด้านหลังของเรือนเล็ก
เสี่ยวเม่ามองสลับทิศทางนั้นกับโรงครัวอย่างชั่งใจ ก่อนสองขาจะก้าวไปยังโรงครัวผ่านหน้า อาไฉ่ บ่าวชายคนสนิทของคุณชายเสิ่นซัวหยางไปทั้งอย่างนั้น ‘หวังว่าเื่ของคุณชายและน้องสาวบุญธรรมจะผ่านพ้นไปด้วยดี’
ด้านหลังของเรือนเล็ก
“พี่ซัวหยางอย่าทำเช่นนี้สิเ้าคะ”
ร่างน้อยหอมกรุ่นดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง เสิ่นซัวหยางก้มลงหอมแก้มเนียนอย่างอดใจไม่ไหว ฟอด!! “แต่ก่อนหอมเ้าเพราะเ้าเป็น้องสาวที่น่ารัก ยามนี้หอมเ้าเพราะเ้าเป็สตรีแสนงามของพี่ หรือเ้าจะเถียง”
ใบหน้านวลกลายเป็สีแดงจัดจนเต็มแก้มอีกครั้ง นางยกมือขึ้นกั้นตรง่อกและทำใบหน้างอง้ำ “แต่มันมิถูกต้องเพราะเราเติบใหญ่กันแล้ว พี่จะมากอดรัดข้าเช่นนี้เหมือนยามเยาว์มิได้นะเ้าคะ แม้ว่าเราจะคล้ายกับเป็พี่น้องกันก็ตาม”
ผู้ถูกต่อว่าก้มหน้ายิ้มใส่ตาของอีกฝ่าย ^^ “คล้ายพี่น้องงั้นรึ ไม่เห็นว่าใบหน้าเ้าจะเหมือนพี่ เอาเถอะ พี่จะยอมปล่อยเ้าไปก่อนเพราะเื่เช่นนี้มันไม่ถูกต้องจริงๆ” เสิ่นซัวหยางละจากอ้อมกอดนั้นแล้วถอยออกไปยืนประจันหน้า ตาคมมองทั่วร่างงามอย่างพึงพอใจ เย่วซินงามพร้อมสำหรับเขาแล้วจริงๆ แต่ความสำเร็จของเขายังเหลือเพียงรอฟังผลสอบเสียก่อน ซึ่งเขามั่นใจว่าเขาต้องได้ตำแหน่งที่หวังเอาไว้ ไม่ต่างจากสตรีตรงหน้าที่เขาต้องรีบบอกแก่บิดา ว่าอย่ายกนางให้ผู้ใดเป็อันขาด!! “รออีกไม่นาน พี่จะทำให้เ้ากลายมาเป็ฮูหยินของพี่ให้ได้เย่วซิน” แววตาสื่อความหมายลึกล้ำถูกส่งไปให้สตรีตรงหน้าและเขาเชื่อว่าเย่วซินนั้นรู้อยู่แล้วว่าเขารักนางมาก
เ้าของนามแสร้งหันหน้าหนีทั้งที่หัวใจเต้นกระหน่ำ คำพูดคล้ายสารภาพคำรักจากพี่ซัวหยาง เป็คำที่นางก็อยากจะตอบเขาว่า ‘นางก็พร้อมสำหรับเขา’ แต่นางก็เลือกที่จะไม่พูด เพราะทุกสิ่งอย่างล้วนต้องให้ฝ่ายบุรุษเป็ผู้จัดการเท่านั้น “...”
“อีกเื่คือ พี่อยากอวยพรเ้า” เขาหมายถึงการอวยพรเกี่ยวกับวันปักปิ่นของนางที่เขาไม่ได้อยู่ร่วม “ขอให้เ้ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีพี่ที่รักเ้าเพียงผู้เดียว” จับมือบอบบางขึ้นจรดจมูก “รักเ้ามาก แล้วเ้าเล่า”
ฟึ่บ!! นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยิ้มหวานให้ ใบหน้าอิ่มซับสีเืจนแดงจัดอีกครั้งกับคำรักที่ออกจากปากบุรุษรูปงามตรงๆ สิ่งที่ทำได้คือเม้มปากจนแน่นและกักเก็บคำรักเอาไว้ในใจ ‘นางไม่พูด แต่พยักหน้า’ “เ้าค่ะ”
“หึ เ้าค่ะ คือรักพี่ใช่หรือไม่ เช่นนั้นพี่อยากให้เ้ารอพี่ ไม่นาน” มือแกร่งยกขึ้นััแก้มเนียนนุ่มแ่เบา ‘รักนางและรักมานาน คำนี้ถูกสลักลึกในใจั้แ่ครั้งแรกที่พบนางอยู่ในห่อผ้าสีขาว’ เขาเชื่อว่าความรักของเขาจะต้องราบรื่นและผ่านพ้นไปด้วยดี ดังเช่นที่มารดาของเขามิยอมให้นางใช้สกุลเสิ่นร่วมกัน…คงเพราะมารดารู้ ‘ว่าเขา้าให้นางมาเป็ฮูหยิน’
“เ้าค่ะ”
หนึ่งบุรุษวัยฉกรรจ์และสาวน้อยที่เพิ่งผ่านพ้นวันปักปิ่นเดินออกไปจากสวนสวยด้านหลังของเรือนเล็ก ด้วยใบหน้ามีความสุข เสียงหัวเราะพูดคุยกันดังไปตามเส้นทางเดินภายในจวนสกุลเสิ่น บทสรุปในเช้าของวันนั้น เย่วซินมิได้เข้าโรงครัวไปทำสำรับ ในขณะที่นายอำเภอเสิ่นซูฉีนั่งฟังคำรายงานจากพ่อบ้านถังคนสนิทด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นานมาแล้วนับั้แ่จงกวานฮวาผู้เป็ฮูหยินรัก ตัดสินใจรับเด็กทารกผู้นั้นมาเป็บุตรบุญธรรม ตัวเขามิได้คัดค้านหรือต่อว่าอันใดเนื่องจากคิดว่ามันคือสิ่งที่ควรทำแล้ว ซ้ำฮูหยินรักยังเป็ผู้ขอด้วยตนเองเขาจึงต้องยอมอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากถามว่าเขาต้องรับนางมาเป็ลูกสะใภ้ด้วยหรือไม่ คงต้องตอบว่าไม่ เนื่องจากตัวเขามิได้รู้ถึงชาติกำเนิดของนาง ‘หากในภายภาคหน้าสืบรู้ว่านางคือบุตรสาวของโจรร้ายเล่าจะไม่แย่ไปกว่าเดิมหรอกรึ’ ขนาดเหล่าแม่สื่อยังมิกล้าจะเข้ามาทาบทามสู่ขอ ตัวเขาก็ยิ่งมิกล้ารับนางและให้ใช้แซ่เดียวกันด้วยซ้ำ
“เ้าคิดเห็นอย่างไรถังเสี่ยว” เสิ่นซูฉีถามพ่อบ้าน