'เวทมนตร์!? นี่ฉันหลุดมาโลกแฟนตาซีแบบแฮร์รี่พอตเตอร์จริงๆ งั้นเหรอ!'
ภาพตรงหน้าเหมือนหลุดออกมาจากหนังที่เคยดูจอมเวทที่ถือแท่งไม้สีดำคอยกวัดแกว่งเพื่อปลดปล่อยพลังเหนือธรรมชาติ
'พระเ้า! เื่เหลือเชื่อแบบนั้นกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันแล้วจริงๆ'
แม้สมองจะยังตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็นแต่สัญชาตญาณดิบในร่างกายกลับกรีดร้องเตือนภัยลั่น—ต้องหลบแล้ว!
ชายคนนั้นสะบัดข้อมือส่งลูกไฟมรณะพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว!
ทลายฟ้ากัดฟันข่มความเ็ปจากร่างกายที่ต่อต้านการขยับตัวเขาย่อตัวลงต่ำสุดชีวิตเพื่อหลบลูกไฟที่กำลังพุ่งแสกหน้า
ฟุ่บ!
สำหรับสายตาคนนอกมันอาจดูเหมือนทลายฟ้าหลบได้อย่างพลิ้วไหว แต่สำหรับเ้าตัว เขารู้ดีว่าตัวเองตอบสนองช้าลงมาก
ร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันนี้อืดอาดจนน่าหงุดหงิดลูกไฟที่พลาดเป้าพุ่งไปกระแทกพื้นหินด้านหลังจนเกิดะเิเสียงดัง ปุ้ง!ประกายไฟกระจายว่อนราวกับมีคนปาประทัดั์ใส่
พวกยามยืนตะลึงงันไปชั่วครู่กับทักษะการหลบที่ไม่คาดคิดพวกมันมองหน้ากันเลิ่กลั่กราวกับจะถามว่า 'ปกติไอ้อ้วนนี่มันไม่หลบแบบนี้นี่หว่า'
"เฮ้ยไอ้โง่เอ็งพลาดว่ะ ฮ่าๆ ไหนกูขอเอาบ้าง" ยามหน้าบากหัวเราะเยาะเพื่อนก่อนจะหยิบไม้คฑาตัวเองขึ้นมาบ้างด้วยท่าทีสนุกสนาน "กูเอาด้วยดิ่!"อีกคนนึงก็ว่าตามแบบนั้นอย่างคึกคะนอง
คราวนี้พวกมันทั้งสามชูไม้สีดำขึ้นพร้อมกันเปลวเพลิง ะุน้ำ และใบมีดสายลมสีเขียวหม่น ก่อตัวขึ้นรอบทิศทางแล้วพุ่งเข้าใส่เขาราวกับห่าฝน!
ทลายฟ้ากัดฟันโยกหลบซ้ายทีขวาทีอย่างทุลักทุเลร่างกายของ "คีล" ที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนเริ่มส่งเสียงประท้วงระงมกล้ามเนื้อขาที่รับน้ำหนักเกินพิกัดสั่นระริก ลมหายใจหอบถี่จนแสบพร่าไปทั้งปอด
ในจังหวะที่เขาพยายามจะเบี่ยงตัวหลบใบมีดลมที่พุ่งมาจากมุมอับ...ขาเ้ากรรมกลับเป็ตะคริวจนแข็งทื่อ!
'เสร็จกัน...!' ดวงตาของเขาเบิกโพลง มองความตายที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
หมับ!
เงาร่างเล็กในชุดสาวใช้สีมอมแมมพุ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ทลายฟ้าเห็นเพียงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดของเบลเธอกางแขนออกเพื่อรับสายลมสังหารนั้นแทนเขา
ตูม!!!
แรงะเิซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นไปกองกับพื้นกลิ่นเหม็นไหม้ของเสื้อผ้าและเนื้อหนังคละคลุ้ง ทลายฟ้าตะเกียกตะกายลุกขึ้นสิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นหลังของสาวใช้ผู้ภักดี... บัดนี้มีรอยไหม้เกรียมและเืสดๆไหลซึมจากาแ
พวกยามชะงักกึกสีหน้าเลิ่กลั่กเมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่ใช่เด็กอ้วนที่พวกมันเกลียดแต่เป็สาวใช้ที่พวกมันคุ้นหน้า "เฮ้ย แบบนี้ฉิบหายแล้วมั้ยวะ...""นายท่านเล่นเราแน่เลยว่ะ..."
พวกมันหน้าซีดเผือดดูกลัวผลที่ตามมายิ่งกว่าตอนรังแกคีลที่เป็เ้านายของเบลเสียอีกนี่มันตรรกะบ้าบออะไรกัน?
เบลหน้าซีดเผือดด้วยความเ็ปเธอค่อยๆ พยุงกายขึ้นมาเพื่อมองทลายฟ้าั้แ่หัวจรดเท้าราวกับกำลังตรวจสอบร่างกายเ้านายของเธอแววตานั้นไม่เจือความโกรธเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้ต่อว่าที่ทลายฟ้าแอบหนีออกมา...แต่กลับเอื้อมมือที่สั่นเทาและเปื้อนเืมาลูบแก้มทลายฟ้าอย่างแ่เบาริมฝีปากที่แห้งผากขยับพึมพำถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แม้จะฟังไม่ออกสักคำแต่หัวใจกลับรับรู้ได้ทันที...
‘ไม่เป็ไรนะคะ...คุณหนูปลอดภัย เบลก็ดีใจแล้ว’
วินาทีนั้น...เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในใจของทลายฟ้าขาดผึง ความกลัว ความสับสน ความลังเล...ทุกอย่างถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น แทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่โหมกระหน่ำยิ่งกว่าสิ่งใดบนโลก
..
ภาพความทรงจำสีเืไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของทลายฟ้าราวกับเขื่อนที่กั้นมันไว้พังทลาย...
ก่อนที่แสงสปอตไลท์จะสาดส่องก่อนเสียงเชียร์จะกึกก้องกัมปนาท และก่อนที่โลกทั้งใบจะเชิดชูเขาในนาม"แชมป์โลก" เขาเคยเป็เพียง "ไอ้หนูสกปรก" แห่งสลัมคลองเตยที่ต้องแย่งชิงเพื่อหากินมาก่อน
โลกใบนั้นไร้ซึ่งกรรมการห้ามมวยไม่มีระฆังบอกหมดยก และไม่มีกติกาข้อไหนมาคุ้มกะลาหัวมันคือสมรภูมิเดือดที่มีกฎเหล็กเพียงข้อเดียว... 'ถ้าไม่ตีมันมันก็จะตีเรา'
ในตอนนั้นร่างกายเขาผอมแห้งจนเห็นซี่โครงย่ำแย่เสียยิ่งกว่าร่างอ้วนท้วมอืดอาดของคีลในตอนนี้เสียอีก ไม่มีมัดกล้ามสวยงามยังไม่เป็มวยด้วยซ้ำ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าที่าเ็
สองมือคว้าได้อะไรก็ใช้ฟาดเศษหิน เศษแก้ว หรือแม้แต่ใช้ฟันกัดหูคู่ต่อสู้จนขาด—เขาทำทุกอย่างโดยไม่สนศักดิ์ศรีขอแค่ให้อีกฝ่ายลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงได้ก็พอ
‘นี่เรา...ลืมสันดานดิบของตัวเองไปั้แ่เมื่อไหร่?’
ทลายฟ้าแค่นยิ้มสมเพชตัวเองเขาชินกับการเป็นักกีฬาบนเวทีมากเกินไป มัวแต่ห่วงจังหวะการก้าวเท้าห่วงจังหวะเคาน์เตอร์ หรือการเล่นตามกติกา
ทั้งที่ความจริงแล้ว...ในนาทีเป็ตายเช่นนี้ สิ่งที่เขา้าไม่ใช่ "ความเยือกเย็น" แต่เป็"ความอำมหิต" ต่างหาก
เมื่อคิดได้ดังนั้นความลังเลก็มลายหายไปจนสิ้น ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกกดข่มความโกรธให้กลายเป็ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำนิ่ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างร่างของสาวใช้
ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจาแบนเรือนร่างของเบลอย่างรวดเร็ว—ประสบการณ์ที่ทั้งเห็นและมีแผลมาอย่างโชกโชนทำให้เขาสามารถประเมินาแได้ในระดับนึง
เสื้อผ้า่ไหล่ขวาขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวเนื้อนวลเนียนที่บัดนี้แดงเถือกและพุพองกลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าและเนื้อที่ถูกความร้อนเผาลอยมาแตะจมูกรอยไหม้เป็ปื้นดำน่ากลัว แต่สิ่งที่ทลายฟ้าเพ่งมองคือรอยเืที่ซึมยาวออกมา
'โชคดี...' ทลายฟ้าลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกคมมีดสายลมเพียงแค่เฉียดผ่าน ทิ้งรอยถากยาวและแผลพุพองเอาไว้ แม้เืจะดูน่ากลัวแต่มันไม่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือตัดผ่านเส้นเืใหญ่ ไม่ถึงแก่ชีวิต
ทว่าคิ้วเข้มกลับขมวดมุ่นด้วยความกังวล'แผลไฟไหม้ผสมของแผลมีคม... ถึงไม่ตาย แต่ถ้าไม่รีบล้างแผล ผิวสวยๆแบบนี้ได้ทิ้งรอยแผลเป็น่าเกลียดไว้ตลอดชีวิตแน่'
สำหรับนักสู้แผลเป็คือเหรียญตราแห่งเกียรติยศ แต่สำหรับเด็กสาวหน้าตาสะสวยมันคือตราประทับแห่งความอัปลักษณ์ที่จะติดตัวไปจนวันตาย
เมื่อตัดสินใจได้ทลายฟ้าเงยหน้าสบตากับเบล แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความมั่นคงดุจหินผา
"รอก่อนนะ..."
เขาขยับปากกระซิบเสียงแ่แม้เบลจะไม่เข้าใจความหมาย แต่เธอก็ััได้ถึงคำสัญญาอันหนักแน่นในน้ำเสียงนั้น
ทลายฟ้าค่อยๆลุกขึ้นยืน... หันหลังให้หญิงสาว แล้วก้าวออกมาขวางกั้นระหว่างเธอกับอันตรายสองมือที่ปล่อยข้างลำตัวกำแน่นจนเส้นเืปูดโปน จ้องมองสามยามตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง…
ทันใดนั้นร่างอ้วนท้วมของคีลก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝัน
ตุบ!
เขาทิ้งเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นพนมมือไหว้ปลกๆ
“พวกพรี่ๆอย่าทำอะไรผมเลยนะค้าบบ... ผะ...ผมกลัวแล้ว!” ตัวสั่นเทาทำท่าทางขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช ปากก็พร่ำบ่นภาษาต่างโลกที่ฟังไม่ได้ศัพท์พลางชี้ไม้ชี้มือไปทางเบลสลับกับตัวเองท่าทางไม่ต่างจากหมาป่าจนตรอกที่กำลังขอชีวิตจากนายพราน
"มันทำอะไรของมันวะ?""มันร้องไห้เลยว่ะ ฮ่าๆ"
การแสดงระดับออสการ์นั้นได้ผลชะงัด...กำแพงความระวังตัวของพวกมันพังทลายลงทันที
พวกมันหันมองหน้ากันก่อนจะะเิเสียงหัวเราะลั่นแสยะยิ้มเหยียดหยามมองเหยื่อที่หมอบกราบ ลดไม้คฑาลงแนบเอว ชายหน้าบากหัวเราะในลำคอสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางวางก้าม “ฮ่าๆๆ! โคตรน่าสมเพชเลยว่ะ นายน้อยอ้วน!”
มันหันซ้ายหันขวามองดูว่าไม่มีใครเห็นเมื่อมั่นใจว่าทางสะดวก มันก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วทำท่ายกเท้าขึ้นหมายจะเหยียบหัวของเด็กหนุ่มให้จมดิน
มันหารู้ไม่...ว่านั่นคือระยะสังหารที่ "เพชฌฆาต" รอคอย!