The Lost Swordsman

    บทที่ 40 ยามังกรเร้น

    ‘ยามังกรเร้น? หากจำไม่ผิดมันเป็นสิ่งต้องห้ามและปรุงได้ยากยิ่ง ในตำราของท่านอาจารย์บันทึกเอาไว้ ว่าสามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็น...’เหมาเว่ยรำลึกถึงสิ่งที่เคยอ่านผ่านตา พลางเล็งปืนไปยังร่างตรงหน้าโดยทันที”ไม่ทัน ไม่ทันแน่ บัดซบ!!”
    โป้งง โป้งงง โป้งง โป้งงงง!!
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! อั๊กก อ๊ากกกกก!!!”
    วูบบบบบบบ!!
    ปึงงงง!!
    พริบตานั้น ร่างของเหมาเว่ยพลันถูกกระแทกกระเด็นลอยลิ่วออกไปไกล จากบางสิ่งที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวหนังบนกายเนื้อมนุษย์ตรงหน้าเกิดปริแตกอย่างน่าสยดสยอง และถูกแทนที่ด้วยเกล็ดสีชาดชิ้นใหญ่ เรียงต่อกันอย่างแนบชิดจำนวนนับไม่ถ้วน
    ฟู่.....!!! ฟู่.......!!!!!
    เพียงชั่วลมหายใจ เม็ดยามังกรเร้นได้เปลี่ยนมนุษย์ที่กำลังมีสภาพใกล้ตาย ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มีลำตัวยาว ปากของมันสามารถกลืนม้าทั้งตัวได้สบายเลยทีเดียว
    “แฮกกก แฮ่กกกก!! งูยักษ์?? นี่มันสัตว์ปีศาจ!!”เหมาเว่ยพยุงตัวขึ้นจากพื้นเผยสีหน้าตื่นตกใจ ดวงตาเบิกโพลงจับจ้องสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์’สวรรค์..!! ลำตัวยาวใหญ่ยิ่งนัก เป็นสิ่งมีชีวิตที่ข้าไม่อยากจะพบเจอเลยจริงๆ’
    ชายหนุ่มยืนตัวเกร็งจับจ้องอสรพิษร้ายอย่างไม่วางตา แม้หากเป็นอสรพิษโดยทั่วไป การเผชิญหน้ากับงูขนาดปกติยังสร้างความน่าสะพรึงให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่ทว่า บนโลกของเหล่าผู้ฝึกตนที่ยังเป็นปริศนาแห่งนี้ กลับปรากฎงูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกตินับร้อยเท่าพันเท่า มนุษย์จากต่างโลกอย่างเหมาเว่ย จึงรู้สึกตื่นตะลึงมากเป็นพิเศษยากที่จะสงบใจลง
    “ชูคอได้สูงกว่ายอดไม้เหล่านั้นซะอีก หืยยยยยยย!! ขนลุก...!!”
    ฟู่...................!!!!
    “หืมม..มันกำลังพ่นพิษ??”
    ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบ!!!
    เหมาเว่ยก้าวถอยห่างดูท่าทีพร้อมทั้งเตรียมการนำปืนขึ้นมาใช้อีกครั้ง ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในยามนี้สร้างความสะพรึงยิ่งกว่ารูปลักษร์ภายนอกสัตว์ปีศาจ ของเหลวที่ถูกพ่นออกมาจากเขี้ยวพิษเข้าสัมผัสอากาศ ก็เกิดแตกตัวกลายเป็นละอองและก่อเกิดลุกติดเป็นกลุ่มก้อนเปลวเพลิงสีแดงฉานด้วยจำนวนอันมหาศาล
    เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าสัตว์ปีศาจเหล่านี้สามารถกระทำการสร้างเปลวไฟขึ้นมาจากพิษได้ จนกลายเป็นเรื่องอันน่าอัศจรรย์ยิ่งต่อผู้ที่มาจากต่างโลกเช่นเขา การที่สิ่งมีชีวิตอย่างสัตว์จะทำอะไรเช่นนี้ได้นับเป็นเรื่องที่เพ้อเจ้อโดยแท้
    “พิษกลายไปลูกไฟไปแล้ว น่าเหลือเชื่อ!!”
    วูบบ วูบบ วูบบ วูบบบ!!
    พริบตานั้น สัตว์ปีศาจขนาดใหญ่พลันได้เปิดฉากไล่ล่าด้วยดวงเพลิง ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาเหมาเว่ยในจำนวนที่นับไม่ถ้วน ราวกับห่าฝนต้องการบดขยี้เผาไหม้ให้เป็นจุณในชั่วพริบตา
    ตูมมมม ตูมมม ตูมมมมมมม!!!
    ฟุบบบ!!
    ฟุบบบบบ!!
    “อันตราย แต่ว่านะ....”เหมาเว่ยพลิกตัวลั่นไกปืน โดยที่หัวกระสุนถูกเสริมด้วยปราณเฉกเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้
    โป้งง โป้งงงง!!!
    เปร๊งงง เปร๊งงงง!!
    ฟู่...!!
    “ชิ ไม่ได้ผล เกล็ดมันแข็งยิ่งกว่าเหล็กซะอีก”
    มังกรท่องนภา!
    วูบบบบบ กรรรรรรรรร!!!
    ตูมมมมมมมมมม!!
    ยามเมื่อรับรู้ได้ว่าหัวกระสุนที่ถูกหุ้มด้วยพลังปราณไม่สามารถสร้างบาดแผลให้แก่เจ้างูยักษ์ได้แม้แต่น้อย เหมาเว่ยก็ตัดสินใจใช้พลังยุทธที่ฝึกฝนบ่มเพาะ ขับปราณโดยผ่านยอดวิชาที่ร่ำเรียนจู่โจมซ้ำต่อทันที แต่ทว่า ความพยายามของเขากลับไร้ผลแม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่ปรากฎเลยสักนิด
    ฟุบบบบบ!!!
    คลื่นนนนนน ฟู่!!!
    ‘เกล็ดแข็งเกินไป การโจมตีเหล่านั้นทำอันใดมันไม่ได้เลย ข้าต้องหาจุดอ่อน!’เหมาเว่ยก้าวมุ่งพริ้วกายเคลื่อนหนีออกไปโดยยังถูกไล่ตามมาอย่างติดๆ ระหว่างนั้นก็ยังคิดหาทางจัดการกับสัตว์ปีศาจใหญ่ยักษ์ไปพลางๆ’ต้องเล็งที่ดวงตาของมัน ไม่ก็อาศัยจังหวะที่มันอ้าปากอีกครั้ง ส่งระเบิดมือให้มันกินซะเลย!!’
    ฟุบ ฟุบบ!!
    คลื่นนนน!
    การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เหมาเว่ยคิดใช้ระเบิดมือที่หลงเหลือเพียงลูกเดียวปิดฉากการต่อสู้ในครั้งนี้ จึงได้นำปืนไรเฟิลออกมาจากถุงจักรวาลเพื่อสร้างโอกาส โดยใช้ความเร็วในจังหวะที่กระโจนลอยตัวเหนืออากาศเล็กน้อย พลิกร่างกลับไปเล็งยิงทั้งๆอย่างนั้น ซึ่งเป้าหมายที่มุ่งไปเป็นดวงตาขนาดใหญ่ข้างหนึ่งของเจ้าอสูรร้ายตัวนี้
    ชึกก ชึกกกก!!
    โป้งงงงงงงง!!!
    วืดดดด!!
    ทว่า หัวกระสุนที่ถูกลั่นไกออกไปทะลวงตัดผ่านสายลมกลับสัมผัสได้เพียงแต่ความว่างเปล่า ร่างใหญ่ยักษ์ไม่เพียงจะทรงพลัง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงอีกด้วย
    “มันโยกหัวหลบได้? ความเร็วของมันขัดกับขนาดตัวจริงๆ ชิ!!”
    ชึกก ชึกกกก!!
    โป้งงงงง!!
    วืดดดดดดดดด!
    ‘พลาดอีกแล้ว’เหมาเว่ยเคลื่อนตัวพริ้วกายหลบการพุ่งฉกกว่าหลายครั้งติดๆกัน'ข้าไม่อยากจะเข้าใกล้มันเลยจริงๆ'
    ฟุบบบ กึดดด กึดดดดด!!
    ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับ เพียงแต่เหมาเว่ยในยามนี้ดูคล้ายเป็นฝ่ายถูกกดดันเสียมากกว่า แต่ต่อมา โอกาสที่รอคอยก็ได้มาถึงเมื่อจู่ๆอสรพิษสีชาดพลันอ้าปากกว้าง พ่นพิษสร้างดวงเปลวเพลิงไม่ต่างไปจากการโจมตีของมันในคราแรก
    ฟู่.........!!!
    “หึ...สัตว์ก็ยังเป็นสัตว์ มันคงไม่คิดว่าข้ากำลังรอโอกาสให้มันอ้าปากอีกครั้ง”เหมาเว่ยแสยะยิ้ม นำระเบิดมาขึ้นมาดึงสลักและขว้างไปทางปากขนาดใหญ่ทันที”เอาไปกินซะ!”
    ฟิ้ววววววว!!!
    ตูมมมมมมมมมมมมมม!!
    ระเบิดมือลูกสุดท้ายถูกขว้างอย่างแม่นยำเข้าไปในปากของสัตว์ปีศาจเต็มๆ ชั่วลมหายใจการระเบิดอย่างแรงในลำคอพลันได้บังเกิด หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็มิได้เป็นไปตามที่คิด แรงระเบิดที่สามารถฉีกร่างมนุษย์ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจล้มสัตว์ปีศาจตรงหน้าได้เลยแม้สักนิด
    ว๊ากกกกกกก!!
    “บ้าน่า ไม่เป็นอะไรเลย ขนาดถูกระเบิดในตัวเลยนะนั่น...!!”
    ฟุบบ ฟุบบบ!!
    เมื่อการกระทำที่ผ่านมานั้นไร้ผล เหมาเว่ยจึงเร่งฝีเท้าผ่านป่าทึบเข้าไปเรื่อยๆเพื่อหาโอกาสครั้งใหม่ ซึ่งในยามนี้ป่ารกที่เขาวิ่งผ่านไปได้ถูกเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงราวกับขุมนรก โดยเป็นผลมาจากการไล่โจมตีของเจ้างูยักษ์สีชาด ที่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด
    ฟุบบ ฟุบบบ ฟุบบบบ!!
    ตูมมมม ตูมมม ตูมมมมม!!
    ‘หากปล่อยไว้เช่นนี้ป่าไม้คงจะถูกเผาราบเป็นแน่ สงสัยข้าต้องเล่นของหนักเสียแล้ว’เหมาเว่ยนึกถึงระเบิดพลาสติกที่มีพลังทำลายสูงยิ่งกว่า พร้อมทั้งเร่งนำออกมาใช้ปิดฉากอสูรร้ายตัวนี้โดยเร็ว’หากจำไม่ผิด ตรงไปเรื่อยๆจะพบกับแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน ใช่แล้ว ไฟต้องเจอกับน้ำ ข้าควรจะมุ่งไปที่นั่นก่อนจะถูกเผา’
    ฟุบบ ฟุบบบ!!
    คลื่นนนนนน!!!
    ตูมมม ตูมมมมมมมมม!!
    “ถึงแล้ว นั่นมันแสงไฟอะไร? ไม่สิ มาจากบนเรือนั่น!”เหมาเว่ยเพ่งไปยังริมฝั่งแม่น้ำ ก็พบกับเรือลำใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่ลอยห่างออกไปทีละน้อย’เอาแบบนี้แล้วกัน ข้าไม่อยากจะเปียกซะด้วย’
    ฟู่.......!!!
    ‘จังหวะนี้แหละ’เหมาเว่ยรอโอกาสที่สัตว์ปีศาจกำลังจะปากเปิดพ่นพิษ พลิกตัวกลับไปขว้างระเบิดพลาสติกเข้าปากใหญ่ยักษ์ได้อย่างง่ายๆ
    ฟิ้วววววว!!!
    ฟู่.......!!
    ‘สำเร็จ ทีนี้ก็เหลือแต่ทิ้งระยะห่างให้มากกว่านี้ ใช่แล้ว ข้าต้องขึ้นไปบนเรือ จะได้พ้นระยะการระเบิดและเลี่ยงการถูกเผาด้วย’
    แจ๊บบ แจ๊บบ แจ๊บบบ!
    พริบตานั้น เหม่ยเว่ยใช้วิชาตัวเบาวิ่งสัมผัสปลายเท้ากับผิวน้ำใกล้เรือเข้าไปทุกที และก่อนที่จะถึงขีดจำกัดของวิชาตัวเบา ก็ได้กระโจนมุ่งไปทางเรือในจังหวะสุดท้ายอย่างสุดกำลัง
    ฟุบบบบบบบบบบ!!
    ‘ต้องถึงสิ’
    กึกกกกก!!!
    “แฮกกก แฮกกกกก คว้าได้พอดีเลย! งั้นก็...”
    ขณะที่มือข้างหนึ่งสามารถคว้าจับส่วนหนึ่งของเรือได้อย่างฉิวเฉียด เหมาเว่ยก็หันกลับไปเพ่งมองบนฝั่ง พลางนำเครื่องส่งสัญญาณขึ้นมาจากถุงจักรวาล และกดระเบิดทำลายร่างใหญ่ยักษ์ที่มิได้ติดตามลงมาในแม่น้ำ ได้แต่ยืนรอความตายอยู่ริมฝั่งเพียงเท่านั้น
    “ไปตายซะ!!”เหมาเว่ยบ่นพึมพำพลางกดปุ่มทันที
    ติ๊ดดด....!!
    ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
    การกระทำของเขาในครั้งนี้ ส่งผลให้ลำตัวยาวใหญ่กลายเป็นเศษเนื้อในเวลาชั่วพริบตา สัตว์ปีศาจที่สุดแสนจะแข็งแกร่งเกิดร่างแตกกระจายเติมเต็มอากาศให้กลายเป็นฝนโลหิต ทว่า เลือดของมันที่พวยพุ่งไปทั่วฟ้าได้กลายเป็นเปลวเพลิง ส่องสว่างเป็นวงกว้างราวกับในยามนี้เป็นเวลากลางวันก็มิปาน
    “เกิดอะไรขึ้น...!!”
    “นั่นเสียงอะไร...!!”
    “สวรรค์ นั่นมันอะไร”
    “พวกเจ้าดูนั่นสิ ไฟลุกท่วมป่า”
    “แฮ่กก แฮ่กกก!!”เหมาเว่ยเร่งเก็บเครื่องส่งสัญญาณลงถุงจักรวาล ก่อนที่จะมีคนบนเรือสังเกตเห็นและให้การช่วยเหลือดึงเขาขึ้นไป
    “เจ้าขึ้นมาก่อน”
    “ขอบใจ ขอบใจ แฮ่กก แฮ่กกก!!”
    ตุบบบ!!
    “แฮ่กก ขอบใจเจ้ามาก ขอข้าพักสักเดี๋ยว”เหมาเว่ยทิ้งตัวลงบนพื้นเรือ นั่งเหนื่อยหอบระหว่างที่ถูกตั้งคำถามระรัว’สะใจจริงๆ เจ้างูบัดซบถูกข้าระเบิดร่างแตก ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!’
    “เมื่อครู่ก่อนระเบิด เหมือนข้าจะสังเกตเห็นสัตว์ปีศาจ ว่าแต่นั่นเป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?”ชายหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบเริ่มถามไถ่สิ่งที่เกิดขึ้น’เจ้านี่ทำได้อย่างไร มันเล่นลูกไม้อะไรกันแน่ และยังสัตว์ปีศาจตัวนั้นอีก น้อยครั้งนักที่จะปรากฎใกล้เมืองเช่นนี้’
    ‘ว่าแต่นี่เป็นเรือของผู้ใดกัน และจะแล่นไปที่ไหน ไม่ได้การ ข้าต้องรีบลงจากเรือ’เหมาเว่ยค่อยๆพยุงตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง และเปิดปากเอ่ยออกไปว่า”เป็นฝีมือข้าเอง ส่วนสัตว์ปีศาจนั่นนะ ข้า................”
    และแล้วการโกหกคำโตก็เริ่มต้นขึ้น เหมาเว่ยเล่าเรื่องเท็จที่มีบางส่วนเป็นเรื่องจริง แต่งเติมจนผู้ที่ได้ฟังจับต้นชนปลายไม่ถูก ต่อมาก็ถึงทีที่เขาจะเริ่มตั้งคำถามกลับไปบ้าง
    .
    .
    “เรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ ว่าแต่เรือลำนี้กำลังจะแล่นไปที่ใดกัน ช่วยเข้าฝั่งส่งข้าขึ้นไปก่อนได้ไหม.!!?”เหมาเว่ยกวาดตามองขณะที่เรือแล่นอยู่ใจกลางแม่น้ำ ที่ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีขนาดความกว้างที่ไม่อาจ กระโจนย่ำผิวน้ำใช้วิชาตัวเบากลับไปได้อีก’พอมองให้ดี แม่น้ำสายนี้กว้างมากจริงๆ’
    “อ่าว นี่เจ้าไม่รู้เรอะ ดูสัญลักษณ์บนธงนั่นสิ”เด็กหนุ่มอายุไม่มาก ชี้นิ้วให้เหมาเว่ยมองตามขึ้นไปยังด้านบนใบเรือ
    “ข้าไม่รู้”เหมาเว่ยส่ายหน้า
    “ข้าจะบอกให้ก็ได้ เรือลำนี้จะไม่จอดอีกเป็นครั้งที่สอง จนกว่าจะแล่นถึงที่หมาย ข้าว่าเจ้าควรตัดใจล้มเลิกคิดขึ้นฝั่งจะดีกว่า”เด็กหนุ่มอีกคนเปิดปากเล่าถึงเรือลำนี้ โดยอีกหลายคนที่กำลังยืนห้อมล้อมต่างก็พยักหน้าตามๆกัน
    “เพ้อเจ้อ แค่แล่นเรือเข้าใกล้ฝั่ง ทำไมจะทำไม่ได้”เหมาเว่ยเผยสีหน้าที่แสดงถึงความสงสัย’ก็แค่ไปส่งข้าเอง จะเป็นอะไรสักแค่ไหนกันเชียว’
    “มันเป็นกฎ!!”ชายสูงอายุท่าทางลึกล้ำ ยืนส่งเสียงลงมาจากบนยอดเสาต้นหนึ่ง
    “ผู้อาวุโส ก็แค่ไปส่งข้าขึ้นฝั่งเองนะครับ ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญที่ต้องกลับไปจัดการ ช่วยเห็นใจข้าน้อยทีเถ๊อะ”เหมาเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทีขอร้อง’ใช่แล้ว ข้าต้องรีบกลับไปส่งเม็ดยานั่น ไหนจะเรื่องตระกูลเซี่ยอีก คงไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นที่ไหนได้’
    ชายสูงวัยส่ายหน้าเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ“ยังไงไม่ได้”
    “ทำไมล่ะ”
    “เมื่อขึ้นมาแล้วใยต้องรีบจากไป ส่วนเรือลำนี้กำลังมุ่งขึ้นเหนือสุด จะหยุดก็ต่อเมื่อไปถึงนิกายนักบุญ ผู้ที่ขึ้นเรือมาล้วนแต่ต้องการเข้าทดสอบเพื่อเป็นศิษย์ของนิกาย เจ้าหนุ่ม เจ้าก็มีระดับพลังยุทธถึงเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ เป็นผู้มีพลังระดับปรมาจารย์ขั้นสิบหรือสูงกว่า ดังนั้นเจ้ามีสิทธิ์ขึ้นเรือแต่ไม่มีสิทธิ์ลงเรือกลับไปหรอกนะ”
    “นิกายนักบุญ!!??”
    “นี่เจ้าไม่รู้จักหรอกรึ นิกายอันเลื่องชื่อในด้านความแข็งแกร่งการบ่มเพาะพลัง ทั้งยังนับเป็นวีรบุรุษผู้กล้า คอยปราบสัตว์ปีศาจมากมาย ณ สุดเขตแดนทำให้ทั่วทั้งใต้หล้านี้สงบสุข เจ้าควรจะดีใจถึงจะถูกที่มีโอกาสเข้าทดสอบเป็นศิษย์”ชายหนุ่มผมสั้นสีน้ำเงินเข้ม ที่ช่วยดึงเหมาเว่ยขึ้นเรือในคราแรก เอ่ยถึงสิ่งที่เรียกว่านิกายนักบุญอย่างคร่าวๆ”เอาน่า ไปถึงแล้วค่อยว่ากัน ข้า...จินหมิง แล้วเจ้าล่ะ”
    “ไม่...............!!!!!”