*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งลมโบราณหน้าประตูด้านหน้ากรีดกริ่งอย่างแ่เบา คลื่นความร้อนในยามบ่ายของกรุงเทพมหานครภายนอกร้านไม่ระคายเคืองต่ออุณหภูมิภายในร้านหลบมุมคาเฟ่เลยแม้แต่น้อย
ภายในห้องโถงสีเบจที่ตกแต่งด้วยไม้เนื้ออุ่น แผ่กระจายไออุ่นละมุนปนกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วและกลิ่นเครื่องตุ๋นยาจีนจางๆ ที่ลอยอวลในอากาศ
นนท์ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดเงา มือถือผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดแก้วใสใบแล้วใบเล่าอย่างใจเย็น
บนไหล่ของเขามีผ้ากันเปื้อนลายแมวส้มตัวโปรดคาดทับ สภาพจิตใจของนนท์ในวันนี้ถือว่าปลอดโปร่งอย่างยิ่งหลังจากที่ร้านผ่านพ้นวิกฤตพายุหิมะดำมาได้
"พี่นนท์คะ โต๊ะสามทำความสะอาดและจัดเก้าอี้เรียบร้อยแล้วค่ะ!"
เสียงใสระคนร่าเริงของเอลวิน่าดังขึ้นมาจากมุมห้องโถง
จอมเวทเอลฟ์สาวในชุดพนักงานสีพาสเทลและผ้าโพกผมลายน่ารักกำลังยืนปัดกวาดเช็ดถูอย่างกระตือรือร้น หูเรียวยาวของเธอขยับไปมาเล็กน้อยตามจังหวะก้าวเดิน
"ขอบคุณมากครับเอลวิน่า ไปพักดื่มชาไทยเย็นๆ ก่อนสิครับ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
นนท์ยิ้มพลางส่งสายตาอบอุ่นชี้ไปที่แก้วชาไทยใส่นมเต้าหู้เย็นที่เขาชงวางเตรียมไว้บนเคาน์เตอร์
"เย้! ขอบคุณค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่าดวงตาเป็ประกายทันทีเมื่อเห็นแก้วน้ำสีส้มพาสเทล เธอเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหยิบแก้วน้ำก่อนจะดูดพุดดิ้งเต้าหู้นมสดเนื้อนุ่มเด้งเข้าปากด้วยความสุขใจ
*ซด...*
"ฮ้า... ชื่นใจที่สุดเลยค่ะ รสชาติหวานมันและพุดดิ้งนี้นุ่มสู้ลิ้นมาก กินกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อเลย"
เอลวิน่าแก้มป่องเอ่ยชมเปาะพลางหลับตาพริ้มััความเย็นที่แผ่ซ่าน
นนท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปที่แผงหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนของระบบที่ลอยอยู่ข้างเคาน์เตอร์ ซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น
เขาเคาะปลายนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อตรวจเช็กสถานะล่าสุดของร้านคาเฟ่ข้ามมิติ
*วิ้ง...*
[สถานะร้านค้า: ร้านหลบมุมคาเฟ่]
- ระดับเลเวลร้าน: เลเวล 6 (ค่าประสบการณ์สะสม: 80 / 800 EXP)
- แต้มมิติสะสม: 120 แต้ม
- เงินสดบาทไทยคงเหลือสะสม: 15,000 บาท
- คลังวัตถุดิบต่างโลก (Inventory): รากปฐีขาว x 1, แกนความร้อนปฏิกรณ์ระดับต่ำ x 1
- ระบบอัปเกรด: เตาอั้งโล่มนตรา, ระบบป้องกันภัยระดับ 1 (Peaceful Boundary)
ตัวเลขทุกตัวแสดงผลอย่างแม่นยำและเป็ระเบียบ ทำให้นนท์ยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจในหยาดเหงื่อแรงงานที่เขากับเอลวิน่าช่วยกันสะสมมา
"เอลวิน่าครับ พอร้านเราขยับมาถึงเลเวลหกแล้ว ผมคิดว่าเราน่าจะลองคิดค้นเมนูขนมหวานหรือเครื่องดื่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้นนะ"
นนท์เอ่ยชวนคุยขณะพับผ้าเช็ดแก้ววางลงบนชั้น
"หนูเห็นด้วยค่ะพี่นนท์! ลูกค้าชาวเอลฟ์มักจะถามหาผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ส่วนลูกค้าจากมิติจักรกลของแบร็กซ์มักจะอยากได้ของกินที่ให้พลังงานเข้มข้นแบบพริกเผาชีสเยิ้มๆ"
เอลวิน่าขยับหูเรียวพลางทำท่าคิดวิเคราะห์อย่างจริงจัง
"นั่นสินะครับ เราอาจจะต้องหาวัตถุดิบแปลกใหม่มาเพิ่ม... แต่ก่อนหน้านั้น วันนี้เราเปิดรับลูกค้าฝั่งมนุษย์่บ่ายกันก่อนดีกว่า"
นนท์เดินไปเปิดประตูด้านหน้าตึกแถวต้อนรับแสงแดดยามบ่าย
ใน่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ลูกค้าฝั่งมนุษย์ก็ทยอยเดินก้าวเข้าสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่อย่างไม่ขาดสาย
มีทั้งกลุ่มนักศึกษาสามย่านที่เดินเข้ามาสั่งชาไทยโบราณเย็นและแซนด์วิชไปทานพลางอ่านหนังสือสอบ และพนักงานออฟฟิศที่แวะเข้ามาสั่งกะเพราหมูสับไข่ดาวร้อนๆ
นนท์วุ่นวายอยู่ในครัวอย่างคล่องแคล่ว ตะหลิวเหล็กในมือขยับสอดประสานกับเสียงกระทะเหล็กฉ่าอย่างมีจังหวะ
*ฉ่า... ฉ่า...*
เอลวิน่าเองก็ทำหน้าที่เสิร์ฟอย่างขยันขันแข็ง เธอแอบสะบัดมือเบาๆ ใช้เวทมนตร์ลมระดับต่ำคอยพยุงถาดน้ำดื่มส่งให้ลูกค้าฝั่งมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
ความคล่องแคล่วของเธอและรอยยิ้มต้อนรับแสนสดใสทำให้ลูกค้าฝั่งมนุษย์ต่างชื่นชมในบริการของพนักงานสาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนี้
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาห้าโมงเย็น ลูกค้าฝั่งโลกมนุษย์คนสุดท้ายก็จ่ายเงินและก้าวเดินออกจากร้านไป
นนท์กดเครื่องคิดเงินและนับยอดรายได้สะสมระหว่างวันฝั่งมนุษย์ พบว่ามียอดเงินบาทไทยเพิ่มขึ้นมาอย่างงดงาม
"วันนี้ได้เงินบาทเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งพันห้าร้อยบาทพอดีเลยครับเอลวิน่า ยอดสะสมเงินสดเราตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็หนึ่งหมื่นหกพันห้าร้อยบาทแล้ว"
นนท์เก็บธนบัตรเข้าลิ้นชักเหล็กอย่างระมัดระวัง
"เย้! ร้านเราขายดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะพี่นนท์ แบบนี้หนูคงช่วยพี่นนท์ปลดหนี้ที่เหลือได้สบายมากเลยค่ะ"
เอลวิน่าชูกำปั้นจิ๋วๆ ขึ้นอย่างร่าเริง ทว่าน้ำเสียงร่าเริงของเธอพลันต้องชะงักค้างไปในวินาทีถัดมา
*ครืน... ครืน...*
แรงสั่นะเืลึกลับเกิดขึ้นที่พื้นตึกแถวจนถ้วยแก้วบนชั้นวางสั่นกริ่ง
ประตูด้านหลังตึกแถวที่เคยเชื่อมโยงไปยังผืนป่าดึกดำบรรพ์ของมิติเอลฟ์สั่นกรรโชกอย่างรุนแรงและส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดลั่นร้าน
แสงสว่างวาบสีแดงเข้มกะพริบถี่ๆ บนหน้าจอโฮโลแกรมของระบบทันที พร้อมระบบเตือนภัยส่งเสียงเตือนแหลมสูง
*วิ้ง... วิ้ง...*
[แจ้งเตือนอันตราย: ตรวจพบคลื่นมานาความเข้มข้นสูงและเจตนาร้ายแรงข้ามประตูมิติฝั่งอาณาจักรป่าดึกดำบรรพ์]
[ขอบเขตป้องกันภัยระดับ 1 (Peaceful Boundary) เริ่มบีบอัดและเตรียมพร้อมรับมือผู้บุกรุก]
ใบหน้าที่เคยร่าเริงของเอลวิน่าพลันถอดสีขาวซีด ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด
"กลิ่นอายแบบนี้มัน... ไม่จริงน่า... พวกเขาตามมาพบที่นี่ได้ยังไง..."
เสียงของเอลวิน่าสั่นเครือ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นระริกราวกับมองเห็นภาพฝันร้ายในอดีต
นนท์ก้าวมาประชิดตัวเธอทันที มือหนาวางลงบนไหล่บางเพื่อเรียกสติ
"เอลวิน่า เกิดอะไรขึ้นครับ? ตั้งสติไว้ก่อนนะ"
"พี่นนท์คะ... พวกเขาคือ... กลุ่มนักล่าฏทรยศแห่ง 'วอยด์ ซินดิเคท' (Void Syndicate)... พวกที่บุกเผาทำลายหมู่บ้านของหนูค่ะ!"
*ปัง!*
ยังไม่ทันที่เอลวิน่าจะอธิบายจบ บานประตูไม้เก่าด้านหลังร้านก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนชนกับผนังปูน
เงาร่างสามสายก้าวเดินข้ามธรณีประตูเข้ามาในโถงร้านหลบมุมคาเฟ่อย่างคุกคาม
พวกเขาทั้งสามคนเป็เอลฟ์ชายที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณหยาบกร้านและมีรอยแผลเป็พาดผ่านใบหน้า บ่งบอกถึงการผ่านศึกามาอย่างโชกโชน
ทุกคนสวมชุดเกราะหนังสีดำทะมึนทับด้วยเสื้อคลุมขาดวิ่น ในมือถือดาบเหล็กกล้าเรืองแสงมานาสีเขียวเข้มและสะพายคันธนูไม้ขนาดใหญ่ไว้บนหลัง
กลิ่นอายความคาวเืและไอสังหารแผ่กระจายตัวออกมาจากร่างของพวกเขาทันทีที่เหยียบย่ำเข้ามาในร้าน
"หึๆ... ในที่สุดก็ตรวจจับรอยแยกมานาและตามกลิ่นอายมาจนเจอ"
เอลฟ์ร่างใหญ่ที่เป็หัวหน้ากลุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า แววตาคมกริบประดุจนักล่าจ้องตรงมาที่เอลวิน่าอย่างเ็า
"นึกว่าหนีหายไปไหน ที่แท้ก็มาซ่อนหัวเป็คนรับใช้อยู่ในรังมนุษย์ข้ามมิติต่างโลกนี่เอง... 'เอลวิน่า สตาร์วีฟเวอร์' ยอมจำนนและกลับไปรับโทษทัณฑ์กับสมาคมเสียดีๆ!"
นักล่าอีกสองคนชักดาบยาวและขึ้นสายคันธนูเล็งตรงมายังเอลวิน่าและนนท์ทันทีด้วยประสงค์ร้าย
บรรยากาศแสนอบอุ่นฟีลกู๊ดของร้านคาเฟ่พลันถูกแช่แข็งด้วยความเงียบสงัดและเจตนาฆ่าฟันอันน่าสะพรึงกลัวในพริบตา