ตอนที่ 11 ใต้หน้าผา (11)
คำกล่าวของผู้าุโหลงฝานมีน้ำหนักมากดั่งขุนเขาเลากา หลงซูโหรวพยายามรวบรวมสติ นางคลายฝ่ามือออกกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึงว่า “เหตุผลอันใด”
“ภายใต้ััของข้าผู้เฒ่า ผู้เฒ่าย่อมรับรู้ได้ถึงลมปราณที่ขับเคลื่อนของทุกชีวิตในขอบเขต รวมถึงััการคงอยู่ของแก่นชีวิตขั้นสามเช่นกัน”
หลงซูโหรวหางคิ้วกระตุกรุนแรง ถ้าผู้าุโหลงฝานกล่าวอ้างเช่นนี้ ต่อให้เป็นางก็มิอาจสร้างข้อโต้แย้งได้มากมายนัก นางมิอาจรับรู้ได้เลยว่า ตัวตนที่เข้าใกล้ขั้นทะยาน์นั้นสูงสุดเพียงใด ขอบเขตการรับรู้กว้างไพศาลเพียงใด นางยังไม่ได้เป็แม้ผู้ฝึกตนที่แท้จริงด้วยซ้ำ มิอาจเข้าใจคำกล่าวของหลงฝานได้เลยจริง ๆ
“กล่าวต่อ” หลงซูโหรวเอ่ย
เห็นได้ชัดว่า ‘จ้าวั’ ให้ความสำคัญกับหลงซูโหรวเป็อันมาก ต่อให้จะเป็คนมีตำแหน่งสูงยิ่งในวังั คนเ่าั้ก็มิหาญกล้าเอ่ยนำราชครูเช่นนี้แน่ และด้วยอุปนิสัยของหลงซูโหรวที่ต้องถูกปลูกฝังเพื่อให้เติบโตขึ้นเป็ผู้นำฝูงชน การที่จ้าวัปล่อยให้นางเหมือนเป็นายเช่นนี้ นับเป็หลักฐานชั้นดีว่าหลงซูโหรวได้เข้าใกล้ตำแหน่งผู้สืบทอดจักรพรรดิัอย่างยิ่งยวด
“ในยามที่แก่นชีวิตขั้นสามปรากฏขึ้นในขอบเขตของข้า ในจุดนั้นมีผู้ฝึกตนขั้นสองผู้หนึ่งพลังชีวิตของเขาอ่อนแอยิ่ง หลังจากนั้นพลังชีวิตก็หายไป พร้อมกับแก่นชีวิตขั้นสามที่ขยับไปมานิดน้อยราวกับถูกถือไว้อยู่ในมือคน” หลงฝานกล่าวพลางหันมองไปทางโก่วหาน “ข้ายังทราบอีกด้วยว่า เด็กน้อยโก่ว ผู้ติดตามของเด็กน้อยโก่วและสุนัขของสำนักกระบี่คู่ พวกเขาได้ไปเยือนที่นั่นอย่างพอดิบพอดี”
โก่วหานได้ยินดังนั้นพลันสีหน้าดูดีขึ้นในทันที เร่งกล่าวพร้อมก้มศีรษะผสานฝ่ามือคำนับ “ผู้าุโหลงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” ตัวของเขายังคงสั่นงก ๆ
“พลังชีวิตดับสูญ แก่นชีวิตขั้นสามปรากฏขึ้น มิทราบว่า องค์หญิงมีความเห็นเช่นไร?”
หลงซูโหรวกัดฟันกล่าวขึ้นอย่างองอาจ “ตาแก่ เ้าบอกว่าเ้าััได้ถึงผู้ฝึกตนขั้นสองผู้หนึ่งที่มีพลังชีวิตต่ำมากใช่หรือไม่”
“ย่อมเป็เช่นนั้น”
หลงซูโหรวย่อมเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นที่กระท่อมของท่านจูเก้อเป็แน่ “แก่นชีวิตขั้นสามปรากฏขึ้นห่างจากผู้ฝึกตนขั้นสองหรือไม่”
“องค์หญิงกล่าวได้ถูกต้องเช่นกัน” หลงฝานตอบ
หลงซูโหรวยกคิ้วเรียวงาม ท่วงท่าหาญกล้าไม่เกรงกลัว “เช่นนี้ นั่นหมายความว่าเขาเก็บแก่นชีวิตขั้นสามได้มาจากนอกกระท่อม มันจะต้องเป็ฝีมือของตระกูลโก่วและซวนเตาอวีที่้าใส่ร้ายชูฉิน อาศัยไปทิ้งแก่นชีวิตขั้นสามไว้ใกล้กระท่อมหรือทิ้งไว้ดักเส้นทางการเดินเท้าของชูฉิน!!”
โก่วหานและผู้ติดตามรวมถึงซวนเตาอวี ภายใต้การแผดเสียงสนั่นของหลงซูโหรว พวกเขาล้วนััได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง ในส่วนนี้ ซวนเตาอวีย่อมไม่ทราบถึงแผนการใส่ร้ายชูฉินของโก่วหานและผู้ติดตามโก่วหาน หากหลังจากได้ฟังหลงซูโหรวกล่าว มันผู้มากเล่ห์ก็กระจ่างในเื่ราวอย่างฉับพลัน แท้จริงแล้ว เด็กแซ่โก่วมิได้ทำหล่นหาย มันเพียงใช้อุบายหลอกล่อข้าให้ไปสังหารแพทย์เทวะ! มิน่าถึงอธิบายเื่ราวมากมายเกี่ยวกับแพทย์เทวะให้ข้าฟังตลอดเส้นทาง!!
“หลงซูโหรวเ้าร้ายกาจเกินไปแล้ว!! ความเป็ไปได้มากมาย นางมั่นใจและชี้ตรงถึงความเป็ไปได้ส่วนนี้ได้อย่างไร!!” โก่วหานครุ่นคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง เขาใกล้จะเป็บ้าไปแล้วจริง ๆ เหตุใดนางถึงปราดเปรื่องได้เพียงนี้!!
หลงฝานผงกศีรษะเบาบาง ผู้เฒ่าย่อมรับรู้ได้ถึงอาการตัวสั่นเทาของ โก่วหาน ผู้ติดตามโก่วหานและซวนเตาอวี ทว่าแท้จริงแล้ว พวกมันทั้งสามต่างตัวสั่นเทามาได้สักพักแล้ว ผู้เฒ่ากลับไปคิดในส่วนนี้ว่า มันทั้งสามเกรงกลัวผู้เฒ่าจากการที่ซวนเตาอวีลงมือคิดสังหารองค์หญิงต่างหาก หาได้ขบคิดว่า การที่พวกมันทั้งสามตัวสั่นนี้เพราะองค์หญิงคาดการณ์ได้ถูกต้องทั้งหมด
สังเกตจุดนี้ได้ชัดเจนั้แ่โก่วหานกล่าวตอบหลังผู้เฒ่าชี้แจงเื่ราว ตัวมันสั่นระริกมาั้แ่ตอนนั้นแล้ว
“คำกล่าวขององค์หญิงมีความเป็ไปได้จริง ทว่า ถ้าแก่นชีวิตขั้นสามถูกนำไปทิ้งไว้ดักเส้นทางเด็กน้อยชู เหตุใดผู้เฒ่าถึงััไม่ได้กัน?”
“เื่นี้ง่ายดายมาก จวนของข้าองค์หญิงตั้งห่างจากกระท่อมท่านจูเก้อไกลเกินสิบลี้ กระท่อมของท่านจูเก้อนั้นตั้งห่างออกไปจากตัวเมืองบงกชขาวเสียอีก ข้าว่าภายใต้ััของตาแก่กินบริเวณไม่ถึงขอบเขตนั้น”
ผู้าุโหลงฝานเผยสายตาคมกริบจับจ้องมาทางหลงซูโหรว “องค์หญิงน้อยหยอกล้อผู้เฒ่าเล่นแล้ว ขอบเขตััของข้ากินทั่วทั้งหัวเมืองนับร้อยหัวเมืองจากจุดนี้”
เมื่อคำกล่าวของหลงฝานถูกประกาศออกมา ั์ตาของทุกผู้คนล้วนเบิกโตกว้างปานถลน ขอบเขตัักินกว้างนับร้อยหัวเมืองจากจุดนี้? นี่มันเื่จริงหรือเท็จ? ข้าไม่ได้ฝันใช่หรือไม่?
หลงซูโหรวประดุจถูกสายฟ้าฟาดใส่อย่างรุนแรง นางย่อมมั่นใจในความคิดของตนเองอย่างมาก นางลองนึกถึงความเป็ไปได้ทุกเส้นทางที่โก่วหานจะเลือกใช้ วิธีการนี้นับว่าเรียบง่ายและไม่แปลกพิสดารจนเกินไป ถ้าล้ำลึกกว่านี้คงหนีไม่พ้นความสงสัยของชูฉินเป็แน่ ชูฉินชาญฉลาดปานนั้น ชูฉินฉลาดกว่านางเสียอีก
“นี่เป็ไปได้อย่างไร…” น้ำเสียงของหลงซูโหรวตะกุกตะกัก “ตาแก่---เ้าไม่พบผู้ฝึกตนขั้นสองวิ่งไปมาห่างจากกระท่อมท่านจูเก้อบ้างเลยหรือ…”
“เป็ไปไม่ได้…” หลงซูโหรวมั่นใจในความคิดของนางเหนือสิ่งอื่นใด ภายใต้การวิเคราะห์ของหญิงสาวล้วนไม่เคยปรากฏข้อผิดพลาดขึ้นมาก่อน นางกระชากเสื้อบัณฑิตของหลงฝานอย่างแรง “เ้าโกหกข้า! เ้าโกหกข้า! ตาแก่ เ้าถูกซื้อไปแล้วใช่หรือไม่! มันจ่ายเ้าด้วยสิ่งใด ข้าจะจ่ายมากกว่ามันสิบเท่า!!”
ผู้าุโหลงฝานหรี่ตามองหลงซูโหรวที่ปรากฏหยาดน้ำตาอาบแก้มน้ำนวลทั้งสองข้าง ความจริงข้อนี้โหดร้ายสำหรับนางจนเกินไป ไม่แปลกใจเลยที่นางแบกรับความรู้สึกนี้ไม่ได้ หลงฝานเคลื่อนสายตามองไปทางชูฉินที่ถูกตรึงไม้กางเขนเเอาไว้ สีหน้าของชายหนุ่มสิ้นหวังเกินบรรยายดั่งร่วงหล่นสู่ขุมนรกอเวจี
“ตลอดเวลานับหลายสิบปี องค์หญิงทนต่อคำดูถูกและคำว่าร้ายเหนือคณานับ เด็กผู้นี้น่าจะเป็สหายคนแรกในชีวิตของนางอย่างแน่นอน ไม่ทราบว่ามันทำดีต่อองค์หญิงมากเพียงใด นางที่เ็าดั่งน้ำแข็งพันปีถึงร้องไห้มีน้ำตามากมายเพียงนี้ ถึงเื่นี้จะเกี่ยวข้องกับจูเก้ออยู่มากก็ตาม หากน้ำตาที่เสียให้ชูฉินย่อมไม่น้อยกว่าสี่ในสิบส่วน” หลงฝานขบคิด
“องค์หญิงโปรดระงับโทสะ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าในภายภาคหน้า ท่านจะต้องปกครองประชาชนนับหลายพันล้านชีวิตของัมหาธรณี การที่ท่านหายสิ้นจากโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาและมีพร์ขั้นต่ำขั้นหกไม่ได้หมายความว่าท่านจะกลายเป็ม้าแก่ชำนาญทาง [1] ไปได้ เหนือฟ้ายังมีฟ้าภูผาสูงยังมีที่สูงกว่า [2] ท่านยังอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น”
การสั่งสอนของผู้าุโหลงฝานทั้งไร้โทสะทั้งไร้ห้วงอารมณ์ เพียงถ้อยคำและประโยคเรียบง่ายกลับกระทบกระเทือนจิตใจของหลงซูโหรวอย่างใหญ่หลวง อย่าได้หยิ่งผยองจนเกินไป… ยังอายุแค่สิบห้าปีเท่านั้น…
“องค์หญิงโปรดไตร่ตรองดูเถิด ผู้เฒ่าบังอาจถามองค์หญิงกลับ ท่านคิดว่าชูฉินผู้นั้นปราดเปรื่องหรือไม่” หลงฝานกล่าวพลางชี้ไปทางชูฉิน บนใบหน้าของเขายังสิ้นหวังสุดจะบรรยาย สายตาที่ดำดิ่งราวกับตกลงสู่ความมืดมิดไร้เส้นทางใด
หลงซูโหรวตอบในทันทีแทบจะไม่คิดมากอันใด “ปราดเปรื่องยิ่ง ชาญฉลาดเสียยิ่งกว่าข้า”
สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปาก หลงซูโหรวเติบโตมากับชูฉินอย่างแท้จริง นอกจากจูเก้อที่เข้าใจในตัวชูฉินได้ดีที่สุดก็มีนางอีกคนที่เข้าใจในตัวเขาได้ดีรองลงมา ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ นานาั้แ่เด็ก นางถึงทราบว่า ความชาญฉลาดของตนเองนี้สามารถเทียบชูฉินได้บ้างเล็กน้อย หากนับว่าเป็รองเขาอย่างชัดเจน
“เช่นนั้น องค์หญิงไม่คิดบ้างหรือว่าความคิดของท่านก็อยู่ในการคาดเดาของเขาเช่นกัน แก่นชีวิตขั้นสามไม่มีทางที่จะไม่ถูกเก็บในวัตถุเก็บของชั้นเลิศ มันย่อมอยู่ในวัตถุเก็บของชั้นเลิศในตอนต้น ก่อนเด็กน้อยนั่นจะเดินห่างจากผู้ฝึกตนขั้นสองในตอนท้ายถึงค่อยนำแก่นชีวิตขั้นสามออกมาจากที่เก็บวัตถุชั้นเลิศ ถ้าทำเช่นนี้ ผู้ชราก็ไม่สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของแก่นชีวิตขั้นสามได้ ถึงพบเจออีกทีตอนอยู่ห่างจากผู้ฝึกตนขั้นสองแล้ว”
คำชี้แนะจากหลงฝานทำให้สายตาคู่งามของหลงซูโหรวขยายโตกว้าง
“ผู้เฒ่าบังอาจถามองค์หญิงต่อ เช่นนั้น ถ้าชูฉินเก็บแก่นชีวิตขั้นสามมาจากนอกกระท่อม แล้วผู้ฝึกตนขั้นสองที่นั่นมีพลังชีวิตตกต่ำลงได้เช่นไร?”
ถูกตั้งคำถามเช่นนี้ มันเป็ครั้งแรกที่หลงซูโหรวกล่าวสิ่งใดไม่ออก ก่อนหน้านี้ที่นางกล่าวว่าชูฉินเก็บแก่นชีวิตขั้นสามมาจากนอกกระท่อมเพราะนางคิดว่าคนของตระกูลโก่วเป็คนลงมือ ทว่าถ้าััของจ้าวักินขอบเขตหลายร้อยหัวเมือง เขาย่อมรู้้ดีว่าใครคือผู้ลงมือในกระท่อม “ย่อมเป็คนของตระกูลโก่ว…”
“องค์หญิงท่านกล่าวผิดแล้ว ผู้เฒ่าเพิ่งกล่าวไปว่าคนตระกูลโก่วและสุนัขกระบี่คู่ตามมาทีหลัง ซึ่งนั่นย่อมเป็ชูฉินที่กระทำเื่ราว องค์หญิง…ท่านมั่นใจในความคิดตนเองมากจนเกินไป ข้าผู้เฒ่าสามารถรับรู้ถึงลมปราณของทุกชีวิต หากชาวบ้านทั่วไปมิอาจััได้ การที่พลังชีวิตของผู้ฝึกตนขั้นสองผู้นั้นตกต่ำลงกะทันหัน จึงมีความเป็ไปได้สูงมากที่เด็กน้อยชูจะเป็คนลงมือ คนธรรมดาย่อมสามารถสังหารผู้ฝึกตนขั้นสองได้ยากเย็นแสนเข็ญ หากเขามีสมบัติวิเศษขั้นหนึ่งล้วนกลายเป็เื่ง่าย ส่วนความเป็มาของสมบัติวิเศษขั้นหนึ่งนี้โปรดถามหาจากเขาเอาเองเถิด” หลงฝานอธิบาย
เดิมทีหลงซูโหรวคิดว่า ตระกูลโก่วลงมือสังหารจูเก้อ และนำแก่นชีวิตขั้นสามไปทิ้งดักทางเพราะมั่นใจว่าชูฉินจะต้องเก็บกลับมาหาที่กระท่อมจูเก้อเป็แน่ หลังจากนั้นก็ใส่ร้ายว่าชูฉินฆ่าท่านจูเก้อเนื่องจากจงใจขโมยแก่นชีวิตขั้นสามที่โก่วหานลืมทิ้งไว้ นางเชื่อไม่ลงหรอกว่าจะมีคนลืมแก่นชีวิตขั้นสามเอาไว้จริง!!
“ตาแก่---เ้าเชื่อจริงหรือว่ามันลืมแก่นชีวิตขั้นสามเอาไว้…” หลงซูโหรวชี้ทางไปโก่วหาน เสียงของนางสั่นคลอนยิ่ง
“ความจริงเป็เช่นไร บัดนี้ท่านทราบแก่ใจดีแล้ว มิใช่ว่าเป็ของล้ำค่าเทียมเมืองจะเผลอลืมมิได้ เด็กน้อยโก่วยังมิใช่ผู้ฝึกตนประสาทััและขอบเขตการรับรู้ย่อมน้อยเป็เื่ธรรมดา รวมถึงอาการหลงลืมยังมีปรากฏให้เห็นในหมู่คนธรรมดาบ่อยครั้ง”
ยิ่งผู้าุโหลงฝานกล่าวเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความจริงที่อธิบายให้นางฟัง นางกัดฟันกำหมัดแน่นจนหลั่งเืออกมา
“ท่านคือองค์หญิงแห่งัมหาธรณี ผู้มีพร์ขั้นต่ำขั้นหกรอดชีวิตจากโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา ธิดาหนึ่งเดียวของจักรพรรดิั เส้นทางของจักรพรรดิผู้ปกครองใต้หล้ายังยาวไกลอีกมาก องค์หญิงทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ท่านขาดซึ่งคุณสมบัติใด?”
นางรวบหมัดกำแน่นจนเือาบท่วม นางทำใจเชื่อไม่ลงจริง ๆ เหตุใดโลกใบนี้ถึงโหดร้ายแก่ข้าและโหดร้ายแก่เขา นี่เขาลงมือจริงอย่างงั้นหรือ… “ท่านทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ท่านขาดซึ่งคุณสมบัติใด” วาจานี้แทรกผ่านใบหูเข้าสู่โสตประสาทของนาง
ขาดคุณสมบัติใด…
ข้าคือองค์หญิงัแห่งมหาธรณี ข้าคือธิดาั…
ทันใดนั้น ภาพของบิดาหรือก็คือจักรพรรดิัพลันแล่นผ่านในห้วงความทรงจำ แผ่นหลังที่แข็งแกร่งดั่งหินผาให้ความรู้สึกร่มเย็นและอบอุ่น ภายใต้การชี้นำของจักรพรรดิั ัมหาธรณีล้วนสงบสุขนานนับหลายพันปี นางจะต้องกลายเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นสืบต่อจากบิดา เช่นนี้แล้ว บัดนี้นางกำลังทำสิ่งใดอยู่… ลังเลต่อคนทำผิดคนหนึ่งงั้นหรือ… เพียงเพราะเขาเป็คนสนิทและสหายคนแรกในชีวิต นางจึงคิดลำเอียงเข้าข้างโดยไม่สนบัญญัติถูกผิดงั้นหรือ…
นางในตอนนี้คู่ควรจะกลายเป็ผู้สืบทอดและปกครองประชาชนนับพันล้านงั้นหรือ…
“ข้าขาดความเด็ดขาด” หลงซูโหรวกล่าว
จ้าวัผงกศีรษะรับเบาบาง “ยอดเยี่ยมมาก ท่านคงจะทราบว่าควรจัดการเื่นี้เช่นไร”
หลงซูโหรวชักกระบี่ที่ข้างเอวออกมา เผยโฉมคมกระบี่ที่งดงามและแกร่งกร้าว “ชูฉินผู้นี้ ขอให้ข้าองค์หญิงเป็คนปลิดชีวิตเขา”
ผู้าุโหลงฝานไม่กล่าวตอบอันใด หากสีหน้าทำทียอมรับ ภายใต้ประกาศิตของธิดาัและการถกเถียงกันระหว่างธิดาัและจ้าวั เหตุและผลเป็ที่กระจ่างชัดแก่ผู้คนแล้ว ชูฉินผู้นี้เป็มารร้ายที่สังหารจูเก้ออย่างแท้จริง เด็กน้อยตระกูลโก่วกล่าวความจริงได้ถูกต้อง บัดนี้ คลื่นความโกลาหลถาโถมเข้าใส่ไปทางชูฉินอย่างมากมายมหาศาล
พร้อมกับกระแสเสียงแห่งความชื่นชมที่มีต่อตระกูลโก่วเพิ่มพูนขึ้นเป็อันมาก
ในส่วนของโก่วหาน ผู้ติดตามโก่วหานล้วนสับสนขีดสุด คำกล่าวขององค์หญิงนับว่าเป็ความจริงทุกประการ แล้วเหตุใดผู้าุโหลงฝานถึงได้กล่าวเช่นนั้น หรือว่าผู้าุโหลงฝานกำลังช่วยเหลือเขาทางอ้อม ให้คำโป้ปดหลอกลวงองค์หญิงเพื่อกุเื่ช่วยเหลือเขา ถ้าคำกล่าวที่บอกว่าขอบเชตัักินนับร้อยหัวเมืองเป็จริง เช่นนั้นไม่มีทางแน่ที่จะไม่รับรู้ตัวตนของผู้ติดตามที่แอบไปวางแก่นชีวิตขั้นสามเอาไว้
“แท้จริงแล้ว ผู้าุโหลงกลับลอบช่วยเหลือข้า บุญคุณนี้ยากจะทดแทนช่วยชีวิต!!”
โก่วหานจดจำบุญคุณนี้ไว้มั่น ถ้าผู้าุโหลงฝานช่วยเหลือองค์หญิงจริง เกรงว่าตระกูลโก่วย่อมพินาศสิ้นในวันนี้ นอกจากจ้าวัจะช่วยเหลือให้เขารอดชีวิต ยังทำให้เขากลายเป็วีรบุรุษของเมืองบงกชขาวและตระกูลโก่วก็ได้รับการสรรเสริญอย่างมาก
“ชูฉินไอ้ชาติสุนัข! หลอกลวงโป้ปด!!”
“ไอ้ชาติสุนัข เ้าสังหารท่านจูเก้อ!!!”
“ต่ำช้าเลวทรามเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน สังหารบิดาบุญธรรมของตนเอง ท่านแพทย์เทวะไม่น่ารับเ้าเป็ลูกบุตรธรรม ด่าชาติสุนัขยังสงสารสุนัขที่รักบิดามัน!!”
คลื่นความเกลียดชังที่กดทับไปทางชูฉินสามารถทำให้โก่วหานลอบยิ้มกว้างในใจปานแก้มจะปริ ฮะฮ่าฮ่าฮ่า ์ไม่ทอดทิ้งข้า ข้านี่แหละคือคนที่จะพลิกฟ้าเปลี่ยนชะตา!! ถึงจะมาขบคิดภายหลังว่าเหตุใดผู้าุโหลงฝานถึงยื่นมือช่วยเหลือ ถึงจะคิดอันใดไม่ออกเลยเกี่ยวกับเหตุผลนั้น…
“หากข้าโก่วหานย่อมตอบแทนคืนแน่นอน!!”
[1] ม้าแก่ชำนาญทาง = คนที่มีประสบการณ์สูง
[2] เหนือฟ้ายังมีฟ้าภูผาสูงมีที่สูงกว่า = อย่าหยิ่งผยองในความสามารถของตนเอง เพราะอาจมีคนที่มีความสามารถมากกว่า