“พี่ใหญ่ ทางนั้นเหมือนจะมีคนอยู่เลย”หลังจากเดินทางได้ไม่นานเฉียวซีก็เห็นว่าดูเหมือนจะมีคนนอนอยู่ในพงหญ้าข้างถนน
เฉียวซงมองไปยังทิศทางที่น้องสาวชี้ไป และเห็นว่ามีคนนอนอยู่ที่นั่นจริงๆ จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้คาดเดาได้ว่าน่าจะเป็ผู้หญิง
วัสดุที่ใช้ทำเสื้อผ้าของนางดูหรูหรามากแต่เพียงตอนนี้มันขาดรุ่งริ่งเสียแล้ว ทั้งยังสกปรกมาก หากไม่ดูให้ดีอาจถูกเข้าใจว่าเป็ขอทานได้
“น้องรอง จะช่วยไหม”เฉียวซงลังเลเป็อย่างยิ่ง หากไม่ช่วยเขาก็รู้สึกขาดคุณธรรม ถ้าช่วยเขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็การสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองหรือไม่
แท้จริงแล้วเฉียวซีก็ว้าวุ่นใจเช่นกัน ในฐานะหมอนางอยากจะเข้าไปช่วยมากแต่สถานการณ์ที่บ้านในตอนนี้ไม่เหมาะกับการช่วยเหลือใครเลยและนางก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดคนคนนี้จึงได้รับาเ็และมานอนอยู่ริมถนน
บนถนนแห่งชีวิตคนที่ได้พบนางย่อมมีจำนวนไม่น้อยแต่ถนนสายนี้มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านคนในหมู่บ้านล้วนมีปัญหาเื่อาหารการกินและเครื่องนุ่งห่มนางจะช่วยคนที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเพียงคนเดียวได้อย่างไร
แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของพี่ใหญ่ เขาน่าจะอยากช่วยกระมัง คนในครอบครัวของพวกเขาใจดีเกินไปบางครั้งการใจดีเกินไปนั้นง่ายต่อการถูกรังแกนะ
“พี่ใหญ่ พี่อยากช่วยใช่หรือไม่”ตรวจสอบความคิดของพี่ใหญ่สักเล็กน้อยจะเป็การดีที่สุด หากพี่ใหญ่้าช่วยจริงๆก็จะช่วย อย่างมากไว้ถึงเวลานั้นจึงหาเหตุผลให้ช่วยแค่พอผ่าน ๆ
“น้องรอง... ข้า... ข้าอยากจะช่วย” เฉียวซงรู้ขีดความสามารถของตนเองแต่เขาก็ไม่อาจทนดูคนเดือดร้อนโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยได้
เฮ้อ ช่างเถอะ พี่ใหญ่อยากช่วยก็ช่วยเสียเถิด “พี่ใหญ่ช่วยคนได้แต่ต่อไปนี้เราไม่อาจช่วยทุกคนได้นะ ท้ายที่สุดเราไม่รู้ว่านางเป็คนดีหรือคนชั่วหากเราช่วยนางไปแล้วแต่นางกลับมาทำร้ายเราเล่า เราเองก็ยังมีชีวิตของเราอีก”พี่ชายคนโตอายุเพียงสิบสองปี เขายังไม่เข้าใจจิตใจมนุษย์อย่างถ่องแท้ไม่ใช่ว่าการที่เราทำดีกับคนอื่น คนอื่นจะคิดว่าเราเป็คนดีเป็คนต้องรู้จักระวังผู้อื่น นี่ถือเป็การปกป้องตนเองอย่างหนึ่ง
หลังจากได้ยินสิ่งที่น้องสาวพูด เฉียวซงก็คิดว่าต้องเป็เช่นนั้นเขาเพียงรู้สึกว่าคนคนนั้นน่าสงสาร และเขาจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ช่วยเหลือแต่เขาลืมว่าหากตนเองเข้าไปช่วยแล้วจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนหรือไม่ อย่างที่น้องรองพูดหากคนคนนั้นเนรคุณและนำความเดือดร้อนมาให้ พวกเขาจะทำอย่างไร เมื่อนึกถึงเื่นี้เฉียวซงก็รู้สึกหนาวที่หลัง เขาสนใจเพียงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองแต่เขาลืมไปว่าในบ้านยังมีน้องชายและน้องสาวที่อายุยังน้อยอีกสองคนในมือของพวกเขาปราศจากอาวุธ เช่นนั้นจะไม่เป็การปล่อยให้ผู้อื่นเข่นฆ่ารังแกโดยที่ตนไม่สามารถรับมือได้หรอกหรือ
“น้องรองเราไม่ต้องช่วยแล้วก็ได้” เฉียวซงดึงน้องสาวเขาอยากจะจากไปโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับตนเอง
“พี่ใหญ่เป็คนเราต้องคงเส้นคงวา ในเมื่อพูดไปแล้วว่าจะช่วยก็ต้องช่วยข้าแค่บอกว่าหลังจากนี้เราอย่าได้ใจดีถึงเพียงนี้อีก”
“ต้องช่วยหรือ เช่นนั้นหากนางเนรคุณเราเล่า”
“เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเราโชคร้ายแล้วกัน”
“น้องรอง เช่นนั้นไม่ได้ เราไม่อาจเอาชีวิตของเรามามองเป็เื่เล่นๆ ได้นะ”คราวนี้เฉียวซงกลายเป็ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการช่วยคนแล้ว
“เราลองไปดูเสียก่อนว่าจะสามารถช่วยนางได้หรือไม่”เฉียวซีเตรียมตรงเข้าไปสำรวจลมหายใจของคนคนนั้น
ยังไม่ทันก้าวเท้าไปข้างหน้านางก็ถูกพี่ชายคว้าข้อมือเอาไว้เขาส่ายหน้าให้นางและพูดขึ้น “เราไม่ต้องช่วยแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
“พี่ใหญ่ ท่านแน่ใจใช่ไหมว่ากลั้นใจทำเช่นนั้นได้จริงๆ ท่านห้ามเสียใจเมื่อกลับถึงบ้านนะ”นางมองไม่ออกเลยจริงๆ ตอนนี้พี่ชายคนโตกำลังสับสนอยู่ในใจทั้งอยากช่วยทั้งห่วงว่าจะเกิดผลไม่ดีต่อนางและน้องสาม
“น้องรอง ข้าคงทนไม่ได้หรอก แต่เมื่อคิดถึงพวกเ้าแล้ว ข้า...”
“พี่ใหญ่ สิ่งที่ข้าพูดอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ข้าเพียงแค่พูดเผื่อไว้ก่อน ครั้งนี้เราช่วยนางแต่ครั้งหน้าหากเราพบกับเื่เช่นนี้อีกเราจะไม่ทำแบบนี้ ท่านว่าเช่นนี้ดีไหม”พี่ชายถูกนางทำให้ใกลัวแล้วจริงๆ แต่นางก็ไม่ได้อยากให้พี่ชายรู้สึกไม่สบายใจ
“ไม่ ไม่ช่วยแล้ว พวกเรากลับบ้านเถอะ” ยามนี้เฉียวซงตัดสินใจจะไม่ช่วยแล้ว น้องรองพูดถูกแล้วจะใจดีเกินไปไม่ได้
เมื่อเห็นพี่ชายยืนยันในความคิดเห็นของตัวเองคราวนี้เฉียวซีจึงไม่เอ่ยโน้มน้าวใดๆ แล้ว ไม่ช่วยก็ไม่ช่วยอย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่รู้จักนางอยู่แล้ว
หลังจากที่สองพี่น้องตัดสินใจเป็ที่เรียบร้อยพวกเขาก็เตรียมจากสถานที่แห่งความสับสนวุ่นวายนี้ไป
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน คนที่นอนอยู่บนพื้นก็ขยับตัวและได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขารางๆ เมื่อพวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ช่วยและกำลังจะจากไปนางก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดของนางกอดขาของเฉียวซีไว้เสียงที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ต่อเนื่องนั้นส่งเข้ามายังหูของสองพี่น้อง “พวกเ้า…ได้… ได้โปรด ช่วย… ช่วยข้า… ด้วย”
เฉียวซีมองลงไปที่เท้าของนาง คนคนนั้นก็กำลังมองมาที่นางเช่นกัน “ได้โปรด…ช่วยข้าด้วย...”
เฉียวซงเห็นคนคนนั้นจับขาน้องสาวไม่ปล่อย จึงเริ่มรู้สึกไม่ดีเข้าแล้วจะเข้าไปดึงมือคนคนนั้นออก แต่ก็ยังกังวลเพราะนางเป็ผู้หญิงจึงได้วิ่งวนไปวนมาอยู่ข้างๆ อย่างร้อนรน พร้ะโกนลั่น “อะไรของเ้าน่ะรีบปล่อยน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้”
“รีบปล่อยน้องสาวข้าบัดเดี๋ยวนี้”
“คุณหนู ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด ข้าขอร้อง” หญิงผู้นั้นไม่ยอมปล่อยตอนนี้พวกเขาเป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวทำได้เพียงขอร้องอ้อนวอนให้พวกเขาช่วยเท่านั้น
หากเฉียวซี้าหลุดพ้นจากมือทั้งสองข้างของคนคนนี้สำหรับนางแล้วมันเป็เื่ที่ง่ายดายมาก แต่สำหรับพี่ชายคนโตของนางถือว่าค่อนข้างยากเช่นนั้นพวกเขาสองพี่น้องจึงทำได้เพียงรับปากว่าจะช่วย
“พี่ใหญ่ เดี๋ยวข้าจะพูดกับนางสักคำ”
“ไม่ต้องพูด เราไม่มีอะไรจะพูดกับนาง เ้ารีบปล่อยน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้”ยามนี้เฉียวซงใกล้จะโกรธเต็มที เมื่อครู่เขาคิดอยากจะช่วยนางแท้ๆ แต่ดูตอนนี้สิ น้องรองพูดไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยอย่าได้ทำตัวเป็คนดี ดูสิ ถูกทำร้ายเข้าแล้ว
“พี่ใหญ่” เวลานี้เฉียวซีรู้สึกว่าพี่ชายของนางดูเป็เด็กเกินไปสักหน่อยพี่ใหญ่กังวลเกินไปแล้ว
“ถึงอย่างไรก็ไม่ช่วย” พูดจบเขาก็เบือนหน้าหนีและหลบตาไม่มองน้องสาว
เฉียวซีหัวเราะอย่างจนใจ คุกเข่าลง แล้วเอ่ยขึ้น “ช่วยเ้าได้แต่หากเ้ากล้าทำเื่ไม่ดีกับครอบครัวของเรา ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปแน่อย่าคิดว่าข้าไม่สามารถทำอะไรเ้าได้นะ”นางใช้วิทยายุทธกดผู้หญิงคนนั้นในตำแหน่งที่พี่ชายของนางมองไม่เห็น
หญิงสาวไม่คาดคิดมาก่อนว่าสาวบ้านไร่ผู้นี้จะมีแรงมากเสียจนสามารถข่มนางไว้ได้จึงทำเพียงพยักหน้ารับ
ตรวจดูสภาพชีพจรของนาง ที่แท้ก็โดนพิษไม่น่าแปลกใจที่ร่างกายอ่อนแอมากถึงเพียงนี้
หยิบเข็มปักลายที่พกไว้ออกมา แล้วปักลงบนร่างของหญิงสาว 2 เข็มเพื่อควบคุมพิษในร่างกายของนาง
“หวังว่าเ้าจะทำได้อย่างที่พูดนะ หากหายดีแล้วต้องไปจากบ้านข้าทันที”
“ขอบคุณมากแม่หนู”
“พี่ใหญ่ เราพานางกลับบ้านเถิด”
“น้องรอง เ้าจะพานางกลับไปด้วยจริงๆ หรือ”
“เ้าค่ะ พากลับไปด้วย หากไม่ปล่อยให้นางออกจากบ้านก็ไม่มีใครพบเข้าหรอก”ครอบครัวของนางอาศัยอยู่ที่เชิงเขา โดยพื้นฐานแล้วที่นั่นไม่มีคนสัญจรไปมาหากอยู่สัก 2-3 วันก็ไม่อาจมีผู้ใดมาพบได้ไว้ให้อาการาเ็ของนางหายดีแล้วจึงรีบให้นางจากไปทันทีก็พอ
“เช่นนั้นก็ได้”
“หากอาการาเ็ของเ้าดีขึ้นแล้วต้องจากไปทันที อย่าทำให้ครอบครัวของข้าต้องลำบาก”เฉียวซงจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้นพร้อมกล่าวเตือน แล้วจูงน้องสาวกลับบ้าน
“ทั้งสองท่านวางใจได้เลย ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากยิ่งขึ้นหรอก”