เสียงเครื่องยนต์บนฟ้ายังมาไม่ถึง มีเพียงเสียงวิทยุแตกพร่าที่ทิ้งคำว่า “อีกห้านาที” ไว้กลางค่ายเหมือนเศษแสงเล็ก ๆ ในควันที่หนาจนแทบมองไม่เห็นท้องฟ้า ห้านาทีในเวลาปกติอาจสั้นเกินกว่าจะทำอะไรได้มาก แต่ในค่ายอพยพที่แผงเหล็กทุกแผ่นกำลังถูกกระแทก ในค่ายที่ะุเหลือเป็แม็กสุดท้ายของหลายแนว ในค่ายที่เต็นท์แพทย์ไม่เหลือพื้นที่ให้คนเจ็บนอนจนต้องวางแผ่นไม้รองร่างออกมานอกผ้าใบ ห้านาทีกลายเป็เวลาที่ยาวเหมือนทั้งคืนถูกบีบให้เหลืออยู่ในกำมือของคนที่กำลังจะหมดแรง
แสงไฟฉุกเฉินเหนือหัวกะพริบถี่ขึ้นกว่าก่อน สีเหลืองซีดของมันตกลงบนใบหน้าคนที่ยังยืนอยู่จนทุกคนดูเหมือนเงาของตัวเองมากกว่ามนุษย์จริง ๆ ควันจากแนวตะวันออกลอยต่ำเพราะลมเริ่มกดลงมาจากท้องฟ้าที่ไกลออกไป กลิ่นไหม้จากยางรถ กลิ่นควันปืน กลิ่นเื และกลิ่นดินชื้นจากรอยแตกใต้พื้นผสมกันจนกลายเป็กลิ่นเดียวที่ย้ำบอกว่าค่ายนี้ยังไม่ตาย แต่กำลังถูกฉีกออกทีละส่วน เสียงปืนดังเป็ชุดสั้น ๆ ไม่เป็กำแพงต่อเนื่องเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว ช่องว่างระหว่างชุดยิงยาวขึ้นทุกที ไม่ใช่เพราะศัตรูน้อยลง แต่เพราะะุเริ่มน้อยเกินไปและคนยิงเริ่มล้าเกินกว่าจะกดไกโดยไม่คิด
คาเอลยืนอยู่ระหว่างโต๊ะบัญชาการกับแนวชั้นใน ปืนในมือยังอุ่นจากการยิงต่อเนื่อง ฝ่ามือขวาเจ็บแปลบจากแผลเดิมที่เปิดซ้ำจนเืเหนียวติดด้ามปืน แต่เขาแทบไม่ยอมให้ความเจ็บขึ้นมาถึงความคิด สิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเด่นชัดกว่า แรงสั่นต่ำ ๆ ลึก ๆ ที่เคลื่อนผ่านคอนกรีตขึ้นมาตามกระดูก เหมือนบางอย่างใต้ค่ายกำลังหายใจร่วมกับสนามรบ้า ทุกครั้งที่มันสั่น ฝุ่นตามรอยแตกจะยกตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วตกลงใหม่เหมือนพื้นกำลังสะอึก
มิเลียยืนอยู่ข้างแผนที่ที่ถูกยึดไว้ด้วยมีดสั้น ปลอกะุ และมือของเธอเอง เธอยังอยู่ในส่วนบัญชาการ ไม่ได้ถือปืนขึ้นแนวหน้าเหมือนโวร่า แต่คืนนี้ทำให้คนที่อยู่หลังแนวไม่ปลอดภัยไปกว่าคนที่ยืนหน้าแนวเลย สายตาเธอไล่รายงานจากวิทยุไปยังหมุดบนแผนที่รวดเร็ว มือข้างหนึ่งจดตำแหน่งรอยแตกใหม่ ข้างหนึ่งกดวิทยุรับเสียงจากแนวต่าง ๆ เสียงของเธอยังนิ่งเมื่อส่งคำสั่งต่อ แต่คาเอลเห็นริมฝีปากเธอกดแน่นขึ้นทุกครั้งที่คำว่า “มีคนเจ็บเพิ่ม” หรือ “ะุกำลังจะหมด” ผ่านเข้ามา เธอไม่มีวี่แววสติแตก มีแต่ความนิ่งเงียบ
เรนาร์ยืนด้านหน้าโต๊ะบัญชาการ สีหน้าของเขาแทบไม่เปลี่ยนจากชั่วโมงก่อน แต่ดวงตาดำลึกลงเหมือนเขาแก่ขึ้นหลายปีในคืนเดียว เขาฟังรายงานโดยไม่ถามซ้ำในสิ่งที่รู้คำตอบแล้ว แนวตะวันออกอ่อนลง แนวกลางมีรอยแตกใต้พื้น เต็นท์แพทย์ย้ายคนเจ็บไม่ทัน ะุเหลือต่ำกว่าที่คาดไว้ มีโอกาสที่จะหมดก่อนกำลังเสริมจะมาถึง และที่แย่ที่สุดคือฝูงข้างนอกไม่ได้บุกด้วยสัญชาตญาณอีกต่อไป มันเริ่มประสานกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากจุดศูนย์กลางใต้ดินถูกโจมตี พวกมันก็ไม่ได้หยุดแม้แต่วินาทีเดียว มันเพียงเปลี่ยนวิธีโอบล้อมทำให้ค่ายตาย
เสียงจากวิทยุดังขึ้นแทรกผ่านเสียงปืน
“แนวตะวันออก! แผงป้องกันสามเสียหายหนัก! สลักหลุดสองจุด พวกมันกำลังมุด—”
ประโยคขาดหายไปด้วยเสียงกระแทกหนักจนโต๊ะบัญชาการสั่น แผงเหล็กด้านตะวันออกลั่นพร้อมกันเป็แถว โซ่ที่พันไว้ตามจุดเชื่อมดีดตัวและครูดกับโลหะจนเกิดเสียงแหลมบาดหู ทหารสองคนที่ดันแผงอยู่ด้านในถูกแรงกระแทกผลักถอย หนึ่งคนล้มลงทันที อีกคนยังยืนได้แต่ข้อเท้าบิดจนเขาทรุดเข่าลงด้วยเสียงร้อง เซิร์กลิงสามตัวพุ่งเข้าช่องที่เปิดขึ้นแทบพร้อมกัน แต่ไม่ใช่พร้อมกันแบบมั่ว มันมาเป็ชั้น ตัวแรกพุ่งตรงเพื่อรับะุ ตัวที่สองต่ำกว่าจนเกือบชิดพื้น และตัวที่สามรอหลังสุดในจังหวะที่มนุษย์ะุปืนหมด
คาเอลมองเห็นแบบนั้น ตัดสินใจพูดออกคำสั่งไป
“ยิงตัวที่หนึ่งและสองแค่พอให้มันหยุดเคลื่อนไหว!” เขาะโสุดเสียง
“ตัวที่สามต้องยิงให้ตาย!”
โรแวนที่คุมแนวอยู่ด้านนั้นะโซ้ำทันทีราวกับคำสั่งออกจากปากเขาเอง
“ได้ยินแล้ว! เน้นตัวสาม! อย่าเทหมด!”
ะุนัดแรก ๆ กระแทกตัวหน้าจนร่างมันล้มคาช่อง เปลือกแตกและเืสีเข้มสาดใส่ขอบแผง ตัวที่สองข้ามร่างเพื่อนขึ้นมาในจังหวะที่ปืนสองกระบอกหยุดยิงพอดี แต่คีรอนที่ยืนต่ำกว่าแนวเล็กน้อยรออยู่ เขาหายใจสั้น ๆ แล้วเหนี่ยวไกสองนัด ไม่ยิงลำตัว แต่ยิงขาหน้า ะุทำให้ตัวนั้นเสียสมดุล ไถลกระแทกแผงเหล็กแทนที่จะทะลุเข้ามา โวร่าพุ่งเข้าจากด้านข้าง เธอไม่ได้ฟันกว้าง เธอแทงจากมุมต่ำเข้าช่องใต้คอ บิดข้อมือ และดึงร่างมันให้ล้มลงขวางช่องในจังหวะเดียว ตัวที่สามซึ่งรอจะพุ่งเข้า่บรรจุะุ ถูกศพของตัวที่สองชะงักไว้เพียงเสี้ยววินาที คาเอลยิงผ่านช่องแคบตรงนั้น ะุเจาะเข้าใต้เปลือกข้างหัว มันกระตุกและหายไปในเงาด้านล่าง
ทหารที่ข้อเท้าถูกทับยังร้องอยู่ โรแวนคว้าคอเสื้อเขาลากออกจากแนวด้วยมือเดียว อีกมือยังยกปืนยิงกดช่องไว้ เขาะโเรียกคนเข้ามาแทนตำแหน่ง แต่คนที่วิ่งเข้ามาเป็เด็กอาสาที่คาเอลจำได้เพียงว่าเพิ่งช่วยแบกกระสอบทรายเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน มือของเด็กคนนั้นสั่นจนปืนแกว่ง แต่เมื่อโรแวนชี้ไปยังช่อง เขาก็ยืนตรงนั้นทันที ไม่ใช่เพราะไม่กลัว แต่เพราะด้านหลังเขาคือคนเจ็บที่หนีไม่ได้
โวร่าถอยกลับมาครึ่งก้าว เืจากแผลแขนไหลถึงปลายนิ้ว เธอกำด้ามอาวุธแน่นขึ้นเหมือนกลัวมันหลุดเพราะเื ไม่ใช่เพราะแรงหมด คาเอลมองแผลนั้นแวบหนึ่ง เห็นเืซึมผ่านผ้าพันแผลชั่วคราวที่เริ่มคลาย
“โวร่า แขนเธอ—”
“แขนยังไม่ขาด” เธอตอบโดยไม่หันมา
“กลับไปดูแนวของนาย”
ไม่มีการหยอก ไม่มีการอวดดี มีเพียงการตัดเื่ที่ยังไม่ฆ่าเธอออกจากสิ่งที่กำลังฆ่าคนอื่นได้ในวินาทีนี้ คาเอลจึงไม่พูดต่อ เพราะเขารู้ว่าโวร่าจะไม่ยอมเป็ภาระตราบใดที่ร่างกายยังขยับได้ และหากวันใดเธอขยับไม่ได้ เธอก็คงล้มลงก่อนยอมบอกใคร
จากเต็นท์แพทย์ เสียงอลิน่าดังขึ้น แหบและเร็ว
“ยกคนนี้ไปหลังแผงสอง! ไม่ใช่ตรงนั้น ตรงนั้นพื้นสั่น! แจ็กซ์ เอาแผ่นไม้มาเพิ่ม!”
“แผ่นไม้หมดแล้ว!” แจ็กซ์ะโกลับจากด้านข้าง น้ำเสียงเขาแตกด้วยความเหนื่อย “เหลือฝาโต๊ะ!”
“อะไรก็ได้ที่คนไม่ทะลุลงพื้น เอามา!”
แจ็กซ์สบถอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครสนใจฟัง แล้ววิ่งไปกับทหารอาสาอีกคนเพื่อดึงฝาโต๊ะจากจุดพักคน ลินาวิ่งตามข้าง ๆ เขา ถือไฟฉายเล็กด้วยมือทั้งสองข้าง แสงของมันสั่นนิดหน่อยแต่ยังส่องทางได้ ใบหน้าเด็กหญิงซีดจนแทบไม่มีสี เธอไม่มองศพที่ต้องก้าวข้าม ไม่มองเืที่ไหลมาตามร่องพื้น เธอมองแค่ทางข้างหน้า เหมือนถ้าเธอมองอย่างอื่น เธออาจหยุดเดิน แล้วถ้าเธอหยุด คนที่นอนบนเปลอาจไม่มีแสงให้ไปต่อ
พื้นตรงกลางค่ายสั่นอีกครั้ง คราวนี้แรงพอให้ลังยาบางใบขยับจากที่เดิม รอยแตกเส้นเล็กวิ่งจากใต้โต๊ะบัญชาการไปทางเต็นท์แพทย์ ฝุ่นขาวพุ่งขึ้นมาเป็เส้นเหมือนลมหายใจใต้พื้น คาเอลหันไปทันที หัวใจเขาตกลงต่ำไม่ใช่เพราะรอยแตก แต่เพราะทิศของมัน มันกำลังวิ่งผ่านเส้นทางย้ายคนเจ็บ
“ออกจากตรงนั้น!” เขาะโ
“เดี๋ยวนี้!”
มิเลียตอบสนองพร้อมกัน เธอคว้าวิทยุและะโโดยไม่ต้องให้เรนาร์สั่งซ้ำ
“ตรงกลาง! ทุกคนขยับซ้ายสองเมตร! ย้ำ ซ้ายสองเมตร!”
อลิน่าเงยหน้าจากผู้าเ็เพียงเสี้ยวเดียว เห็นทิศที่มิเลียชี้ แล้วะโต่อทันที
“ยกเปล! ตอนนี้!”
ผู้าเ็สองคนถูกยกออกจากพื้นในวินาทีสุดท้าย ก่อนคอนกรีตจะยุบลงเป็ร่องลึกครึ่งแขน กรงเล็บสีดำแทงขึ้นมาในตำแหน่งที่เมื่อครู่มีเปลวางอยู่พอดี ลินาร้องออกมาสั้น ๆ แจ็กซ์ดึงเธอเข้าหาตัวแรงจนไฟฉายในมือเธอหล่นกระแทกพื้น แต่แสงยังติดอยู่ หมุนส่องกรงเล็บที่ดิ้นอยู่ในร่องแตก
นิกซ์อยู่ใกล้ที่สุด เขาสะดุ้ง มือขวากระตุกขึ้น เส้นสีดำวิ่งจากข้อมือไปถึงท่อนแขนเร็วกว่าทุกครั้ง เขากดมันไว้ด้วยมือซ้าย แต่กรงเล็บอีกข้างแทงขึ้นมาใกล้คนเจ็บที่ยังย้ายไม่พ้น เสี้ยวหนึ่งสีหน้าของนิกซ์เหมือนคนกำลังถูกฉีกจากข้างใน ระหว่าง “อย่าใช้มัน” กับ “ถ้าไม่ใช้ คนตรงนั้นตาย”
“ไม่ใช่ตรงนี้…” เขาพูดเบา ๆ เสียงสั่น
“อย่าขึ้นมาตรงนี้”
แขนขวาพุ่งออกไปก่อนเขาพูดจบ นิ้วที่เริ่มเปลี่ยนรูปคว้ากรงเล็บที่แทงขึ้นมาแล้วบิดออกด้านข้าง เสียงเปลือกแข็งแตกดังชัด กรงเล็บนั้นดิ้นอย่างรุนแรงจนลากเขาไปกับพื้นครึ่งก้าว คาเอลยิงลงไปในร่องทันทีสองนัด สิ่งข้างล่างชะงัก นิกซ์ปล่อยแล้วถอย เขาหอบหนักเหมือนเพิ่งจมน้ำมานานเกินไป เส้นสีดำหยุดอยู่ที่ข้อศอกก่อนค่อย ๆ จางลงไม่หมด
ลินามองเขาจากด้านหลังแจ็กซ์ ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความเป็ห่วงในเวลาเดียวกัน สายตานั้นทำให้นิกซ์รีบหันหน้าหนีเหมือนถูกตบ
คาเอลแตะไหล่เขาเบา ๆ
“นิกซ์”
เด็กหนุ่มตอบเร็วเกินไป เหมือนกลัวว่าคำตอบช้าแปลว่าแพ้
“ผมยังอยู่ ผมยังอยู่…”
คาเอลพยักหน้า แม้ในใจไม่แน่ใจว่าคำพูดนั้นเป็การรายงานสถานะหรือการขอร้องให้ใครสักคนยืนยันแทนเขา
เสียงโลหะฉีกจากแนวตะวันออกดังขึ้นอีกครั้ง แผงสามหลุดจากสลัก้า ช่องเปิดกว้างขึ้นพอให้ฝูงทะลักได้ทีละหลายตัว ถ้าปล่อยไว้อีกสิบวินาที มันจะไม่ใช่แค่ช่อง แต่มันจะกลายเป็ประตูทางเข้าให้พวกมันวิ่งเข้ามา คาเอลมองช่องนั้น มองจำนวนคนที่เหลือ มองะุในลังที่เหลือน้อย มองเต็นท์แพทย์ด้านหลัง และรู้คำตอบที่เขาไม่อยากรู้
“พันโทเรนาร์!” เขาะโ
“เราต้องถอยแนวตะวันออกเข้าชั้นใน!”
โรแวนหันกลับมาแทบจะคำราม
“ถอยตอนนี้มันเข้าค่ายนะ!”
“ถ้ายื้อ เราเสียคนหมดแล้วมันก็ยังเข้า!” คาเอลตอบ เสียงของเขาแหบแต่ตัดชัด
“ถอยตั้งหลักชั้นใน ใช้รถกับลังเป็แนวใหม่ ยิงไขว้จากสองฝั่ง!”
ทุกอย่างเหมือนหยุดอยู่ครึ่งวินาที คำว่า “ถอย” ในสถานการณ์แบบนี้หนักเหมือนคำว่าแพ้ ทหารที่ได้ยินบางคนหันมามอง บางคนไม่กล้ามอง เรนาร์จ้องคาเอล ดวงตาของผู้บัญชาการไม่ถามว่าเขากลัวไหม แต่ถามว่าเขาพร้อมรับผลของคำสั่งนี้หรือไม่
คาเอลไม่หลบตา ทั้งที่ในอกเย็นวาบ เขารู้ว่าถอยแปลว่าทิ้งพื้นที่ ทิ้งแผงบางส่วน และอาจทิ้งคนที่ลากกลับมาไม่ทัน แต่ยื้อแปลว่าเสียคนทีละคนจนแนวแตกอยู่ดี ความกลัวที่หนักที่สุดไม่ใช่กลัวคำสั่งผิด แต่มันคือกลัวว่าคำสั่งที่ถูกก็ยังต้องมีคนตาย
เรนาร์ตัดสินใจ
“แนวตะวันออก ถอยเข้าชั้นใน! โรแวนคุมถอย! อย่าวิ่ง! ถอยเป็ชุด!”
โรแวนไม่ได้เถียงอีก เขาหันไปะโใส่แนวทันที
“รับทราบ! ชุดหนึ่งยิง ชุดสองลากคนเจ็บ ชุดสามดันลัง! ใครวิ่งแตก ฉันจะยิงขาให้หยุดเอง!”
ถึงแม้การออกคำสั่งจะดิบและหยาบ แต่มันช่วยดึงสติคนได้เร็วกว่าเสียงปลอบ แนวตะวันออกเริ่มถอยเป็จังหวะ ทหารบางคนยิงกด บางคนลากคนเจ็บ บางคนดันรถพยาบาลเก่าและลังเหล็กเข้ามาเป็กำแพงชั้นใน คาเอลกับคีรอนเข้าช่วยดันรถ ล้อที่ฝืดครูดพื้นเป็เสียงยาวแสบหู ไหล่คีรอนสั่นจากแผลแต่เขากัดฟันดันต่อ เืซึมออกจากผ้าพันแผลใหม่จนเป็วงเข้ม
“เฮ้ อย่าใช้ไหล่ข้างนั้น!” คาเอละโ
“ผมต้องใช้ข้างนี้ อีกข้างนี้ไม่ไหวแล้ว!” คีรอนตอบทั้งหอบ
รถพยาบาลเคลื่อนเข้าตำแหน่งช้าเกินไปสำหรับความรู้สึกของทุกคน แต่เร็วพอในความเป็จริง แผงสามหลุดออกเต็มที่ ในวินาทีที่แนวใหม่ยังไม่สมบูรณ์ดี ฝูงเซิร์กทะลักเข้ามาเป็เงาดำหลายสายผ่านช่องแตก ร่างแรก ๆ ถูกยิงล้ม แต่ตัวถัดไปมุดผ่านศพของพวกมันราวกับศพเป็เพียงสะพาน
แล้วฝูงพวกมันก็หยุด
ไม่ใช่หยุดเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะะุ ไม่ใช่เพราะติดสิ่งกีดขวาง มันหยุดพร้อมกันในจังหวะเดียว ราวกับสนามรบทั้งสนามถูกมือที่มองไม่เห็นกดให้กลั้นหายใจ เสียงกรงเล็บที่ขูดพื้นเมื่อครู่ขาดหาย เหลือเพียงเสียงควันแตกในไฟเล็ก ๆ และเสียงหัวใจของคนที่ยืนอยู่หลังแนวซึ่งดังเกินจริงในหูของคาเอล
คาเอลรู้สึกได้ก่อนจะเห็น
นี่ไม่ใช่ความเงียบ
นี่คือพื้นที่ว่างที่ถูกสร้างขึ้น
เขาค่อย ๆ หันไปทางควันด้านตะวันออก ควันที่ถูกลมกดต่ำจากท้องฟ้าเริ่มเปิดเป็ชั้น ๆ และเงาหนึ่งยืนอยู่หลังฝูง มันไม่พุ่ง ไม่ดิ้น ไม่ส่งเสียง แต่พื้นที่รอบตัวมันว่างเปล่าอย่างผิดธรรมชาติ เซิร์กลิงที่อยู่ใกล้ที่สุดถอยออกเป็วง ราวกับรู้ว่าจุดตรงนั้นคือศูนย์กลางที่ไม่ควรแตะต้อง แสงไฟฉุกเฉินกระทบเปลือกมันเป็่ ๆ ลำตัวสูงกว่าทุกตัวที่พวกเขาเห็นมา เปลือกด้านหน้าหนาและซ้อนเป็แผ่นเหมือนเกราะที่หล่อจากกระดูกกับโลหะเปียก เส้นชีวภาพสีเข้มหลายเส้นยื่นจากแผ่นหลังลงสู่พื้น แตกแขนงไปตามรอยแตกของคอนกรีตเหมือนรากไม้ที่เสียบตัวเองเข้ากับเมือง
มันไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น
มันเชื่อมกับพื้น
เสียงต่ำดังขึ้นจากตัวมัน ไม่ใช่คำราม ไม่ใช่เสียงสัตว์ แต่มันเป็แรงสั่นในอากาศที่ทำให้หน้าอกของคนฟังะเืเบา ๆ ฝูงรอบตัวมันขยับ ไม่ใช่การพุ่งมั่ว ตัวหน้าสุดย่อตัวพร้อมกัน ตัวถัดไปเฉียงออกครึ่ง่ ตัวที่อยู่ด้านหลังถอยครึ่งก้าวก่อนจะพุ่งเข้ามาแทนตำแหน่ง มันเป็การเคลื่อนที่มีรูปแบบมีจังหวะ มีโครงสร้าง แน่นอนว่าต้องมีใครบางคนคิดให้แล้วก่อนที่กรงเล็บแรกจะเริ่มเคลื่อนที่
คีรอนกระซิบโดยไม่รู้ตัว
“เ้านั่นสั่งพวกมัน…”
คาเอลไม่ตอบ เขากำลังมองจังหวะ ตัวที่พุ่งไม่ใช่ตัวสำคัญที่สุด ตัวที่ยืนใกล้มันที่สุดไม่ใช่ตัวที่ควรยิงก่อน มีบางตัวที่ไม่พุ่ง ไม่ขยับ ไม่เด่น ยืนอยู่เหมือนเป็เพียงส่วนหนึ่งของควัน แต่ทุกครั้งที่เสียงต่ำจากหัวหน้ามันดังขึ้น ตัวที่อยู่ข้างมันที่นิ่งเ่าั้จะขยับก่อนฝูงที่เหลือเสี้ยววินาที เสี้ยววินาทีที่เล็กเกินกว่าทหารล้าคนหนึ่งจะเห็น แต่คาเอลเห็น เพราะตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา เขาถูกบังคับให้เรียนรู้ว่าความตายมักเริ่มจากสิ่งที่ไม่ขยับ
“อย่ายิงมั่ว!” คาเอละโ
“อย่ายิงตัวที่พุ่ง!”
ทหารหลายคนชะงัก แม้แต่โวร่าก็หันมามองเขาแวบหนึ่ง คาเอลยกปืน ชี้ผ่านควันไปยังเงาที่นิ่งอยู่ด้านข้างบอส
“เน้นยิงตัวที่ไม่ขยับ! มันคือตัวสั่งการ!”
เขายิงก่อนใคร ะุพุ่งผ่านช่องระหว่างร่างที่กำลังพุ่งไปกระแทกตัวหนึ่งที่ยืนนิ่งด้านข้างของบอส ร่างนั้นกระตุกและล้มลงทันที ในวินาทีเดียวกัน ฝูงด้านหน้าสะดุด ตัวที่กำลังพุ่งเข้าแนวเสียจังหวะเล็กน้อย ตัวที่อยู่ด้านหลังขยับเร็วเกินไปจนชนกันเอง เพียงเสี้ยววินาที แต่เสี้ยววินาทีนั้นพอให้โวร่าพุ่งเข้าไปปิดช่อง เธอใช้ร่างของตัวที่ล้มเป็กำแพงชั่วคราว แทงผ่านช่องที่เกิดขึ้น และถอยกลับก่อนอีกตัวจะฟาดถึง
“ยิงอีก!” คาเอละโ
เสียงปืนดังตามมาอีกสองนัดจากด้านหลัง ตัวกลางอีกตัวล้มลง ฝูงสะดุดอีกครั้ง คราวนี้โรแวนเห็นชัด เขาะโสั่งแนวของตัวเอง
“ตัวนิ่ง! หาตัวนิ่ง! อย่ายิงตัวล่อ!”
เงาของบอสขยับเป็ครั้งแรก มันไม่พุ่ง ไม่ถอย เพียงเปลี่ยนมุม เส้นชีวภาพที่เชื่อมกับพื้นสั่นเบา ๆ เหมือนเส้นประสาทที่กำลังส่งสัญญาณบางอย่าง แล้วรูปแบบของฝูงก็เปลี่ยนทันที ตัวที่เคยนิ่งถอยหายเข้าเงามืด มีตัวใหม่เข้ามาทดแทนอย่างรวดเร็ว เหมือนมันเรียนรู้สิ่งที่คาเอลทำในวินาทีเดียว
นิกซ์หอบเสียงดังข้างเขา
“มันรู้ตัว…เปลี่ยนแผนแล้ว…”
คาเอลกัดฟัน ดวงตายังจับอยู่ที่บอส ความกลัวในอกไม่ได้หายไป แต่มันถูกบางอย่างเย็นกว่าเบียดให้เล็กลง ความเข้าใจที่ไม่อยากมี
“มันไม่ได้สั่ง…” เขาพูดเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน
“มันส่งผ่านความคิดให้ฝูงพวกมัน”
เสียงต่ำจากบอสดังขึ้นอีกครั้ง หนักกว่าเดิม
แล้วฝูงทั้งสนามพุ่งพร้อมกัน
แนวชั้นในรับแรงกระแทกเต็ม ๆ รถพยาบาลที่ใช้เป็กำแพงครูดถอยครึ่ง่แขน ลังเหล็กพลิก ทหารสองคนล้ม ตัวหนึ่งถูกกรงเล็บเกี่ยวแขนและดึงเข้าไปในช่องว่าง เสียงร้องของเขาถูกกลบด้วยเสียงปืนและเสียงโลหะ โวร่าพุ่งไปช่วย แต่มีตัวเล็กสองตัวตัดหน้าพร้อมกัน คาเอลยิงตัวหนึ่ง โรแวนยิงอีกตัวจากมุมไกล ทว่าในจังหวะนั้น ร่างทหารคนนั้นถูกดึงออกไปเกินครึ่งแล้ว เืลากเป็เส้นบนพื้น ก่อนเสียงร้องจะขาดหายไปหลังควัน
คีรอนเห็น เขาก้าวจะวิ่งเข้าไป แต่หยุดเอง ดวงตาแดง มือกำปืนแน่นจนสั่น โวร่าหันมามองเขาเพียงเสี้ยวเดียว ไม่ได้พูดว่าอย่าไป ไม่ได้ปลอบ เธอเพียงขยับไปปิดช่องถัดไป เพราะตรงนั้นยังมีคนที่ยังไม่ถูกดึง คาเอลเห็นการเลือกนั้น และรู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดลงในอกอีกชั้น
ทหารคนนั้นสายไปแล้ว
คนที่อยู่ด้านหลังยังไม่สาย
นี่คือสนามรบที่กำลังสอนเขาด้วยเืคนอื่น
คาเอลเกลียดมัน แต่เขายังะโต่อ
“ใช้รถเป็แกน! ซ้ายยิงไขว้ ขวายิงต่ำ! อย่ายิงเส้นทางเดียวกัน!”
เรนาร์รับคำสั่งไปขยายต่อทันที เสียงของเขากลายเป็แกนให้คนที่กำลังจะแตกกระจายกลับมาจับจังหวะอีกครั้ง มิเลียอยู่ข้างหลังโต๊ะบัญชาการ เธอสบตาคาเอลผ่านควันและเสียงปืนครู่หนึ่ง สายตานั้นไม่ใช่การตำหนิ แต่มีบางอย่างที่เจ็บกว่า เธอเห็นว่าเขาเลือก เธอเห็นว่าเขายอมเสียตำแหน่ง ยอมทิ้งคนที่สายไปแล้วเพื่อรักษาคนที่เหลือ และที่น่ากลัวที่สุด เธอเห็นว่าเขาทำได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
ริมฝีปากเธอขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงวิทยุแทรกขึ้นมาก่อน
“เครื่องลำเลียงใกล้ถึงพื้นที่! ขอไฟนำทาง! ย้ำ ขอไฟนำทาง!”
ความหวังกลับมาเหมือนลมหายใจที่ถูกยื้อไว้นานเกินไป ทุกคนได้ยินเสียงนั้น ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงปืน เสียงเครื่องยนต์เบามากในตอนแรก เหมือนฟ้าครางจากที่ไกล แต่ยิ่งผ่านไป มันยิ่งชัดขึ้น ลมเริ่มกดควันลงต่ำ แสงไฟบางอย่างวาบผ่านม่านฝุ่น้า เครื่องกำลังมา
และศัตรูก็รู้
บอสด้านตะวันออกส่งเสียงต่ำอีกครั้ง คราวนี้ฝูงไม่กดแนวชั้นในตรง ๆ แต่มันเบี่ยงทิศทันที กลุ่มหนึ่งวิ่งเลาะควันเงามืดไปยังด้านหลังค่าย จุดที่ถนนกว้างพอจะใช้เป็ลานลงจอดชั่วคราว ตัวกลางหลายตัวกระจายออกไปรอบพื้นที่นั้นเหมือนเส้นประสาทใหม่ของสนาม หากลานนั้นแตก เครื่องจะลงไม่ได้ หากเครื่องลงไม่ได้ คนเจ็บทั้งหมดจะกลายเป็ภาระที่ค่ายไม่มีแรงแบกต่อ
คาเอลรู้ทันที
“มันจะเข้าตีลานลงจอด!”
เรนาร์หันไปสั่งทันควัน
“แบ่งกำลัง ครึ่งนึงไปป้องกันลานจอด! ที่เหลือยื้อแนวชั้นใน! โรแวนคุมฝั่งนี้!”
มิเลียก้มดูแผนที่และชี้ไปยังถนนด้านหลังค่าย
“ถนนด้านหลังใช้ได้ แต่มีรถพังขวางสามคัน ถ้าไม่เคลียร์ เครื่องลงไม่ได้!”
แจ็กซ์ะโมาจากด้านเต็นท์ เขาได้ยินทั้งที่ไม่ได้อยู่ในวงบัญชาการ
“คันสีขาวยังมีล้อ! ถ้าดันจากด้านข้าง ขยับได้ แต่ต้องใช้คนอย่างน้อยห้าคน!”
อลิน่าะโสวนทันที
“ห้าคนที่ยังมีแขนว่าง ไม่ใช่คนแบกเปล!”
สถานการณ์แตกเป็หลายชั้นในเวลาเดียวกัน ตั้งแนวชั้นใน ย้ายคนเจ็บ จุดไฟนำทาง เคลียร์ถนน ยิงกันฝูง ปิดรอยแตก และจับตาบอสที่ยังยืนอยู่หลังควันเหมือนผู้เล่นที่ไม่ได้ลงมือเองแต่บังคับกระดานทั้งหมด คาเอลวิ่งไปยังถนนด้านหลังพร้อมคีรอน ทหารอีกสามคน และแจ็กซ์ที่ถือท่อนเหล็กวิ่งตามมา รถสีขาวจอดเฉียงขวางทาง ล้อหน้าข้างหนึ่งแฟบ โครงรถบุบ แต่ยังพอเคลื่อนได้ คาเอลวางไหล่กับตัวถัง เหล็กเย็นและเปื้อนฝุ่นแนบกับเสื้อที่ชุ่มเหงื่อ
“พร้อม!” แจ็กซ์ะโ พลางสอดท่อนเหล็กงัดล้อที่ติดเศษคอนกรีต
“ดันเลย!”
ทุกคนออกแรงพร้อมกัน รถครูดพื้นเสียงแหลม กลิ่นน้ำมันรั่วจากใต้ท้องรถผสมกับกลิ่นควันจนคาเอลแสบจมูก ไหล่คีรอนสั่นอย่างหนัก เขากัดฟันจนเสียงลอดออกมา แต่ยังไม่ปล่อย แจ็กซ์งัดล้อสุดแรง ใบหน้าเขาแดงก่ำ ฝุ่นติดเหงื่อเป็คราบ
“อีกนิด!” แจ็กซ์ะโ
“อีกนิดเดียว ไอ้รถเวรนี่ขยับแล้ว!”
พื้นใต้รถแตก
ไม่ใช่รอยแตกเล็ก แต่เป็แรงแทงขึ้นจากข้างล่าง กรงเล็บคู่หนึ่งทะลุคอนกรีตใต้ท้องรถ เหล็กครูดเสียงแหลม รถทั้งคันกระดกขึ้นเล็กน้อย แจ็กซ์เสียหลักล้มก้นกระแทกพื้น ท่อนเหล็กหลุดจากมือ ลินาที่ถือไฟอยู่ใกล้สะดุ้งจนไฟฉายตก แสงกลิ้งไปส่องใต้รถ เห็นเปลือกสีดำขยับอยู่ในรอยแตก
“ถอย!” คาเอละโ
แต่คีรอนยังดันอยู่
“อีกนิดเดียว!” เขาะโกลับ เสียงสั่นด้วยเจ็บและกลัว “ถ้าปล่อย รถกลับเข้าทางเดิม!”
โวร่าพุ่งเข้ามาจากด้านข้างเร็วมาก เธอไถลตัวต่ำลงใต้เงารถ ใช้อาวุธแทงลงไปในรอยแตกตรงกรงเล็บที่โผล่ เสียงดิ้นกระแทกใต้พื้นดังทึบ รถสั่นแรง เธอกัดฟัน สีหน้าบิดด้วยแผลสีข้างที่คาเอลเพิ่งสังเกตชัดว่าลึกกว่าเธอรับไหว
“ดันเร็ว!” เธอะโ
คาเอลกลับไปวางไหล่กับรถอีกครั้ง คีรอน ทหารอีกสองคน และแจ็กซ์ที่ลุกขึ้นทันทีโดยไม่สนฝุ่นบนตัว ช่วยกันดันสุดแรง รถสีขาวครูดผ่านเศษคอนกรีต หลุดออกจากแนวลงจอดในที่สุด โวร่ากลิ้งออกมาจากใต้รถก่อนรอยแตกจะเปิดกว้างขึ้น ร่างเธอกระแทกพื้น เธอลุกช้ากว่าปกติครึ่งจังหวะ มือกดสีข้างแล้วรีบปล่อย
คาเอลเห็น
“โวร่า”
เธอหายใจหนัก แต่ยังคงยืนอยู่
“ฉันยังยืนไหว”
คำเดิม แต่ครั้งนี้เสียงเบากว่าเดิม
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเต็มท้องฟ้า ลมจากใบพัดกดควันลงต่ำ ฝุ่นและเถ้าถ่านถูกตีวนเป็วงกว้าง แสงจากไฟสัญญาณเครื่องลำเลียงตัดผ่านม่านควันเป็เส้นสีขาวแดง เงาเครื่องลำแรกปรากฏเหนือค่าย ตามด้วยเงาอีกลำที่สูงกว่า ไฟกะพริบบนท้องเครื่องเหมือนดาวกำลังฝ่าควันลงมาหามนุษย์ที่ยังไม่ยอมตาย
ทุกคนเงยหน้าขึ้นเพียงเสี้ยวเดียว
เสี้ยวเดียวที่มีความหวัง
แล้วฝูงก็พุ่งเข้าหาลานลงจอด
บอสยังอยู่หลังควันด้านตะวันออก เส้นชีวภาพบนหลังมันสั่นเหมือนมันกำลังส่งจังหวะผ่านพื้น ตัวกลางรอบลานเริ่มขยับ คาเอลเห็นเงานิ่งหลายตัวแยกตำแหน่งรอบถนน เห็นฝูงพวกมันพุ่งโจมตีแบ่งเป็ชั้น ๆ รอยแตกใต้ลานเริ่มขยาย ใหญ่ แสดงให้เห็นว่าถ้าลานนี้กำลังจะพังไป หากเป็แบบนั้นเครื่องบินจะต้องหาจุดลงจอดใหม่
เขายืนตรงขอบลาน ปืนยกขึ้น ลมใบพัดตีหน้า ฝุ่นเข้าตา น้ำตาไหลโดยไม่เกี่ยวกับความรู้สึก กลิ่นควัน เื น้ำมัน และดินชื้นปะทะกันในอก เขาเห็นทุกตำแหน่งพร้อมกัน รถสีขาวเป็แกนกำบัง โวร่าปิดซ้าย นิกซ์อยู่กลาง คีรอนหลังรถ แจ็กซ์ดึงลินาไปหลังแผ่นเหล็ก มิเลียยืนกับวิทยุใกล้แผนที่ชั่วคราว ประสานกับเครื่องลงจอด เรนาร์กำลังย้ายกำลังครึ่งหนึ่งมาลาน โรแวนยื้อแนวชั้นในที่ยังถูกกด
ทุกอย่างเกิดพร้อมกัน
ทุกอย่างต้องถูกต้อง
เพราะความผิดพลาดหนึ่งจังหวะอาจหมายถึงเครื่องบินไม่ลง คนเจ็บไม่รอด และค่ายแตก
“แนวลานลงจอด!” คาเอละโ เสียงของเขาแหบแต่ยังตัดผ่านลมใบพัดได้
“อย่ายืนยิงเป็เส้นเดียว! ใช้รถเป็ที่กำบัง ยิงไขว้! โวร่าปิดซ้าย นิกซ์อยู่กลาง คีรอน นายเน้นยิงตัวที่นิ่งก่อนตัวพุ่งโจมตี!”
คีรอนพยักหน้า เขาไม่ถามว่าทำไมแล้ว
นิกซ์ยืนกลางลาน มือขวาสั่นอย่างหนัก แต่ดวงตาของเขาจับพื้นเหมือนฟังบางอย่างอยู่ เขากลัว คาเอลเห็นชัด แต่เขาไม่ถอย
โวร่าขยับไปซ้าย เธอเดินช้ากว่าปกติเล็กน้อยแต่ยังเลือกตำแหน่งได้ถูกต้องอย่างน่ากลัว เธอยืนตรงช่องที่คาเอลยังไม่ทันสั่ง เพราะเธอรู้ว่าฝูงจะใช้มัน
เครื่องลำเลียงลดระดับลงอีก ลมกดควันเปิดเป็่ ฝูงพุ่งเข้ามาในม่านฝุ่นนั้นเหมือนเงาดำจำนวนมาก คาเอลเล็งไปที่ตัวนิ่งตัวแรก
เสียงต่ำของบอสสั่นผ่านพื้น
และห้านาทีที่พวกเขารอ
เพิ่งกลายเป็นาทีที่ยาวที่สุดของคืน…