“เมี๊ยววววววว”
เจ้าแมวสก๊อตทิชโฟลด์สีส้มคำรามในลำคอ เสียงนั้นดังพอที่จะปลุกให้หนุ่มน้อยจอมขี้เซาตื่นจากภวังค์แห่งห้วงฝันได้
ดวงตากลมโตบ้องแบ๊วกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะขยี้ตาไปมา
สิ่งแรกที่ดรีมเห็นในเช้าวันนี้คือก้อนขนสีส้มตรงหน้าที่จ้องมองเขาด้วยใบหน้าเหวี่ยงวีน
โมชิหรี่ตาส่งเสียงคำรามอีกครั้ง
“ม๊าววววววว”
“อือ...กู้ดมอนิ่ง...โมชิ...”
แขนเรียวคว้าสัตว์เลี้ยงตัวอ้วนกลมไปกอดหลวมๆขนแมวฟูฟ่องนุ่มนิ่มสัมผัสโดนหน้าอกขาวละเอียดทำเอาจั๊กกะจี๋ชอบกลมือขาวนวลลูบไล้กลุ่มขนปุกปุยนั้นอย่างทะนุถนอมรักใคร่
เด็กหนุ่มยังคงงัวเงียอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตื่นดีหรือนอนต่อดีนะนาฬิกาบอกเวลา 8 โมงเช้าแล้ว เสียงเครื่องทำกาแฟภายนอกดังขึ้นแผ่วเบาพี่เจคงกำลังเตรียมมื้อเช้าอยู่เป็นแน่
ดรีมเริ่มเคยชินกับการนอนค้างคอนโดพี่เจทุกคืนวันศุกร์เพื่อใช้เวลาช่วงหยุดสุดสัปดาห์ด้วยกันเสียแล้วการตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มของคนรักในสภาพเปลือยเปล่ากลายเป็นสิ่งปกติธรรมดาสำหรับร่างบางแถมยังได้ใช้เวลาแสนสบายกับโมชิอีก... โอ๊ย ไม่มีอะไรจะฟินไปมากกว่านี้อีกแล้ว
แอ๊ด
ประตูห้องนอนเปิดออก
“อรุณสวัสดิ์ครับ นึกแล้วว่าเราคงตื่นแล้วแน่ๆ ”
“เพิ่งตื่นเองฮะ โมชิปลุกแต่เช้าเลยวันนี้”
เด็กหนุ่มปล่อยเจ้าแมวในอ้อมกอดเป็นอิสระ แมวส้มอ้วนตุ้บกระโดดหนีไปยังคอนโดแมวของตัวเองอย่างว่องไวปราดเปรียว
ดรีมประคองตนลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เรี่ยวแรงเขาหายไปไหนหมดกันนะ...
เมื่อพบว่าตนเองคงไม่มีกำลังพอจะเดินไปห้องน้ำได้เอง สองมือน้อยๆ จึงยื่นออกไปเบื้องหน้าออดอ้อนคนรักท่าทีนั้นดูช่างน่าเอ็นดูจนใจเจ็บ
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีอุ้มเด็กหนุ่มตัวน้อยที่ไร้อาภรณ์ปกปิดใดๆเข้าห้องน้ำร่องรอยสีกุหลาบประดับรายรอบเนื้อตัวนวลเนียนนั้นดูไปก็เซ็กซี่กระตุ้นอารมณ์ชายหนุ่มยามเช้ากว่าที่คิด
“น่ารักจังครับ เห็นแล้วอยากจะฟัดดรีมแต่หัววันเลย”ริมฝีปากหนาประทับจูบบนหัวไหล่นวล
“ไม่เอาแล้วฮะ เมื่อคืนพี่เจก็...เอ่อ...ตั้งขนาดนั้นแล้วแท้ๆ...”
“ทำเราต่อเช้านี้ในห้องน้ำซะดีมั้ยนะ หึหึหึ”
“...บ้า”
กำปั้นเล็กๆ ทุบอกหนาแผ่วเบาไม่จริงจังนัก
หนุ่มนักธุรกิจมอบจุมพิตวาบหวามขณะสวมชุดคลุมอาบน้ำตัวหลวมโพรกให้คนรักอ้อมกอดหนานั้นไม่ลืมที่จะอุ้มเด็กหนุ่มคนรักไปกินอาหารเช้าเช่นเคยเซอร์วิสเอาอกเอาใจเต็มที่จนบางครั้งดรีมก็เผลอคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยหรืออย่างไร
เมนูอาหารเช้านี้คือคอนเฟรคใส่กราโนล่าบลูเบอร์รี่ราดนมสดพร้อมน้ำองุ่นที่คนอายุน้อยกว่าชอบเป็นที่สุด ใบหน้าหวานปลื้มปริ่มจ้วงอาหารตรงหน้าประหนึ่งคนหิวโหยขาดสารอาหารมาหลายวันก็ไม่ปาน
“ค่อยๆ ทานก็ได้คนดี ฮะฮะฮะ ว่าแต่วันนี้ดรีมอยากไปไหนหรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?” ผู้อาวุโสกว่าถาม
“ง่ำง่ำง่ำ ไม่มีแพลนเลยฮะผมแค่อยากอยู่กับพี่เจกับโมชิทั้งวันเลยอ่ะ”
“งั้นวันนี้เราอยู่ห้องสบายๆ กันดีมั้ย?”
“ก็ดีนะฮะ ช่วงนี้ที่มหาลัยมีแต่เรื่องปวดหัว อยากนั่งๆ นอน พักผ่อนชาร์จแบตบ้าง”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงเครื่องซักผ้าส่งสัญญาณว่าปั่นเสร็จแล้วร่างบอบบางทำท่าจะลุกไปแต่ก็โดนคนรักห้ามไว้
“เรากินข้าวไปเถอะ เดี๋ยวพี่ตากผ้าเองครับ”
“แต่ผมอยากทำอะไรตอบแทนพี่เจบ้างนี่นา” คนตัวเล็กแก้มป่อง
“เมื่อคืนเราทำให้พี่ไปเยอะแล้วครับ คนดี”
สายตาทรงเสน่ห์ที่มองมาสะกิดให้เด็กหนุ่มนึกถึงบทรักอันร้อนแรงเมื่อคืนใบหน้านวลพลันร้อนผ่าวขึ้นมา
“...ม...ไม่ใช่ในความหมายนั้นสิฮะ พี่เจก็...”
“งั้นเราช่วยพี่ดูแลโมชิดีกว่า พักนี้พี่ยุ่งๆ ไม่ค่อยได้แปรงขนเลย”
“โอเคฮะ! เรื่องแปรงขนไว้ใจดรีมได้เลย!”
คนจิ้มลิ้มรับเจ้าเหมียวหน้าตายจากมือคนรักพร้อมแปรงและกรรไกรตัดเล็บแมวไม่นานมานี้พี่เจเริ่มสังเกตเห็นว่าโมชิจอมดิ้นพล่านหนีการอุ้มเสมอ กลับอยู่นิ่งสงบเสงี่ยมยอมให้ดรีมตัดเล็บให้แต่โดยดีให้ความร่วมมือดียิ่งกว่าเจ้าของตัวจริงเสียอีก หน้าที่ตัดเล็บจึงตกเป็นของเด็กหนุ่มตัวน้อยไปโดยปริยาย
“จริงสิฮะ ดรีมยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่าตอนนี้พี่คริสกลับไปทำงานตามปกติแล้วนะแถมคนที่มหาลัยที่ก็เลิกมองเต้กับกลุ่มดรีมบบแปลกๆ แล้วด้วยล่ะ” เด็กหนุ่มอัปเดตสถานการณ์ให้ชายคนรักฟัง
“ดีจังครับ ทุกอย่างคลี่คลายด้วยดีแล้วเนอะ” เสียงทุ้มกล่าว
“...พี่เจรู้อยู่แล้วเหรอฮะ ว่าพี่คริสวางแผนอะไรเอาไว้?”
“พี่ไม่รู้รายละเอียดหรอกครับ แต่คนอย่างคริสไม่ยอมถูกโจมตีฝ่ายเดียวหรอกสู้กลับยิบตาชนิดที่ว่าใครร้ายมาเตรียมโดนกลับสิบเท่าได้เลย”
“โห พี่คริสโหดขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?”
“สมัยก่อนครับเดี๋ยวนี้ซอฟต์ลงเยอะ ตั้งแต่คบหากับเต้นั่นแหละดูอ่อนโยนและมีชีวิตชีวามากขึ้นเยอะ”
“ส่วนไอ้เต้เองก็ซอฟต์ลงเหมือนกันฮะ ก่อนหน้านี้ประชดเก่งแซะเก่ง...แต่พอมีความรักเท่านั้นแหละ โอ้โห กลายเป็นไอ้ต้าวคลั่งรักตามใจพี่คริสสารพัด”
“พี่เองก็รู้สึกตัวเองเปลี่ยนไปนะตั้งแต่เจอดรีม” ร่างสูงกล่าว
“...ยังไงเหรอฮะ??”
“บอกรักง่ายขึ้น เทคแคร์มากขึ้น คิดถึงความรู้สึกคนอื่นมากยิ่งขึ้นพอมีเรามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตด้วยก็เป็นความรู้สึกที่ดีนะ”
“ฮะ ดรีมเองก็ได้เรียนรู้หลายๆ อย่างจากพี่เจเหมือนกัน...จากนี้สัญญาว่าจะรับฟังให้มากขึ้น หนีปัญหาให้น้อยลง... อาจจะมีงี่เง่าบ้างแต่ก็...จะพยายามปรับปรุงตัวนะฮะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า รู้ตัวด้วยเหรอว่าชอบหนีปัญหาน่ะ!” หนุ่มลูกครึ่งนึกขำ
“ไอ้เต้มันด่าผมประจำ ไม่รู้ก็ต้องรู้... อ๊ะ จริงสิ! ผมนึกที่ที่อยากแวะไปได้แล้วฮะ!”ดรีมพูดพร้อมแววตาเป็นประกาย
“ครับ วันนี้น้องดรีมอยากไปไหนละครับ?”
“ต้องเป็นที่นั่นไงฮะ ที่พวกเราเคยไปด้วยกัน!”
นัยน์ตากลมโตบ้องแบ๊วกะพริบปริบๆ ออดอ้อนคนรักให้พาไป ณสถานที่แห่งหนึ่งที่เคยเดตและอยากจะกลับไปเยือนที่นั่นอีกครั้ง
กรุ๊ง กริ๊ง
เสียงกระดิ่งร้านเครื่องดื่มสมูทตี้กระทบกันกังวานใสเมื่อประตูร้านถูกเปิดออก
สองสาวหมิวแนนเพิ่งมาถึง พวกเธอมองคิวอย่างดีอกดีใจ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกมาร้านนี้ในเช้าวันเสาร์ที่มีลูกค้าน้อยนิดต่างจากวันธรรมดาลิบลับในที่สุดพวกเธอก็ได้มาเดตท่ามกลางร้านสีชมพูแจ๋วแหววบรรยากาศดีนี้เสียที
หมิวและแนนแต่งกายในชุดเสื้อคู่เสื้อครอปสีพีชพาสเทลและกางเกงยีนขาสั้นแสนน่ารักเข้าคู่กันแถมรองเท้าผ้าใบสีขาวยังเป็นรุ่นเดียวกันอีกด้วย เรียกว่าสวีทหวานแหววสุดๆ
ระหว่างที่สาวๆกำลังยืนต่อคิวสั่งเครื่องดื่มและถ่ายรูปเซลฟี่กันอยู่นั้นเสียงกระดิ่งประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมการมาถึงของลูกค้าอีกสองคน
ผู้มาใหม่คือเด็กหนุ่มร่างกำยำตามแบบฉบับนักกีฬามหาลัยในชุดเสื้อยืดกางเกงบอลรองเท้าผ้าใบตามมาด้วยคนรักผู้เลอโฉมในเชิ้ตขาวเวอร์ซาเช่สาวสะอาดที่ติดกระดุมโชว์เนินอกเซ็กซี่เย้ายวนเรือนผมทองอร่ามถึงกลางหลังกระทบแสงอาทิตย์ยามเช้าเปล่งประกายสวยงามอร่าม สะโพกบางใส่กางเกงเลคกิ้งรัดรูปสีดำโชว์สรีระน่าดึงดูดใจ
มือหนาของหนุ่มนักบาสฯ โอบรอบเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของไม่ปกปิดต่างชักชวนกันเลือกเครื่องดื่มจากป้ายเหนือศีรษะด้วยท่าทีแสนสบาย
“เพิ่งรู้ว่าเธอชอบเครื่องดื่มแนวนี้นะเนี่ย เด็กน้อย”
“ครับ เซเลอรี่กล้วยปั่นที่นี่อร่อยดีนะ ปกติคุณดื่มสมูทตี้มั้ยครับ?”
“กินบ่อยเลยล่ะ ร้านนี้มีผลไม้ให้เลือกเยอะดีนะ”
“จะเลือกตามเมนูแนะนำหรือสั่งตามชอบก็ได้นะครับ...ผมว่าแอ๊ปเปิ้ลเขียวก็ดีนะ ลองปั่นกับส้มหรือสับปะรดดูมั้ยครับ...”
ขณะเลือกเมนูเครื่องดื่มกันอยู่ เด็กหนุ่มผิวเข้มก็พลันสบตากับเพื่อนสาวทั้งสองที่ต่อคิวอยู่เบื้องหน้าตนโดยบังเอิญ
“อีหมิว อีแนน!” เต้อุทาน
“ไอ้เต้ พี่คริส!”หมิวสะดุ้งโหยง ก่อนสองสาวจะไหว้สวัสดีพี่คริส
“นี่คุณคริสแฟนกู ส่วนนี้เพื่อนสนิทผมเองครับ ชื่อหมิวกับแนน”เด็กหนุ่มแนะนำเพื่อน
“อ่อ เคยเห็นพวกเธอมานั่งเชียร์ที่สนามบาสฯ ก่อนหน้านี้ใช่มั้ย?” คริสถาม
“ใช่ค่า ดีใจจังที่จำพวกหนูได้ด้วย” หมิวตอบอย่างร่าเริง
“จำได้สิ น่ารักแบบน้องสองคนมีเหรอพี่จะลืมได้ลง...”
ว่าแล้วเรียวแขนสวยภายใต้เชิ้ตขาวเวอร์ซาเช่ก็โอบไหล่สองสาวอย่างถือวิสาสะแนนและหมิวโดนกอดแน่นจนใบหน้าแนบชิดแผ่นอกขาวของนักกายภาพบำบัดคนเก่งกลิ่นหอมเซ็กซี่บางเบาเฉพาะตัวนั้นชวนให้ใจเต้นเมื่อถูกกอดจากหนุ่มสวยเจ้าคารมเช่นนี้ สาวๆ ต่างกรี๊ดกร๊าดชอบใจกันใหญ่
มีเพียงเด็กหนุ่มทรงผมสกินเฮดเท่านั้นที่ตกตะลึงยืนตัวแข็งไปแล้ว
“ค...คุณคริส...คุณกับผู้หญิงก็ได้งั้นเหรอครับ..?” เต้ถามเสียงสั่นเมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มสุดสวยนอกจากจะมีเสน่ห์กับผู้ชายด้วยกันแล้วกับเพศหญิงก็ไม่เบาเช่นกัน
“ฉันเป็นไบน่ะ กับผู้หญิงสวยขืนมองข้ามไปละก็เสียดายแย่...จริงมั้ยครับสาวๆ ??”คริสถามสองคนในอ้อมกอด
“จริงค่า!!”
หมิวแนนตอบรับพร้อมกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ส่งประกายแววตารูปหัวใจปิ๊งๆกลับไป
“เฮ้ยไม่ได้!คุณคริสเป็นของกูคนเดียวว้อยย!”
เด็กหนุ่มกระชากร่างเพรียวแยกออกมาอย่างไม่ยอม กกกอดคนรักไว้ในวงแขนตนแสดงความหึงหวงจนออกนอกหน้า
“อุ๊บ!... ฮ่าฮ่าฮ่า”คริสหัวเราะน้ำตาเล็ด “ฉันล้อเล่นนิดหน่อย ทำเป็นจริงเป็นจังไปได้!”
“...ไม่รู้นี่ครับ ก็คนอย่างคุณน่ะเดาทางยากจะตาย”
ใบหน้าสวยพรายยิ้มมุมปากมือขาวนวลป้องหูคนรักกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“ฉันที่ชอบถูกเธอทำแรงๆ แบบนั้น จะไปกอดผู้หญิงได้ไงละเจ้าบ้า”
“...ครับ” หนุ่มนักบาสฯ ตอบเสียงเบา ใบหน้าคมสันระทวยแพ้ทางอีกฝ่ายเต็มๆ
สองสาวเห็นเพื่อนจอมห่ามถูกปราบศิโรราบก็ยิ้มกรุ้มกริ่มกันใหญ่
“พวกกูนึกว่ามึงจะเลิฟๆ มาราธอนไม่ออกจากห้องซะแล้วนะ นังเต้” หมิวแสยะยิ้มกระทุ้งไหล่เพื่อน
“ก็คุณคริสอยากดื่มอะไรเย็นๆ กูเลยพาเขามาร้านน้ำปั่นประจำของกู”
“แหม แค่นี้คู่มึงยังหวานไม่พออีกเหรอ” แนนแซวบ้าง
“ไม่เท่าพวกมึงมั้ง ใส่เสื้อคู่กันแต่เช้าเบาหวานจะขึ้นตา” เต้พูด
ระหว่างที่ทั้งสี่คนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติอยู่นั้นเอง เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งพร้อมการปรากฏตัวของลูกค้าอีกสองคน
คนหนึ่งคือชายหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ผู้คาดแว่นกันแดดแบรนด์เนมไว้เหนือศีรษะเผยนัยน์ตาสีควันบุหรี่สุขุมนุ่มลึกมีเสน่ห์น่าค้นหาปรากฏกายในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกางเกงยืนฟอกขายาวดูมีรสนิยม
แม้นจะแต่งกายเรียบง่ายก็ไม่อาจปกปิดมัดกล้ามเนื้อสมส่วนภายใต้เครื่องแต่งกายที่ดูดีประหนึ่งดารานายแบบต่างประเทศเลยทีเดียวกลิ่นโคโลญจน์เจือจางบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยอันสุภาพอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งสมชายชาตรีอยู่ภายใน
ชายหนุ่มหล่อเหลานั้นควงคู่จับมือมาพร้อมกับเด็กหนุ่มตัวน้อยเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงประบ่าแสนน่ารักในชุดเสื้อยืดกางเกงสามส่วนใบหน้าหวานซึ้งนั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขดูแล้วคล้ายกับเทวดาแองเจิ้ลตัวน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ที่เพียงโปรยรอยยิ้มน่ารักซุกซนนั้นก็พลันทำให้บรรยากาศรอบข้างสว่างสดใสขึ้นทันตา
เด็กหนุ่มร่างบางชักชวนให้แฟนหนุ่มลูกครึ่งดูป้ายเมนูสมูทตี้นิ้วชี้น้อยๆ ที่ชี้เครื่องดื่มแนะนำประจำร้านอย่างสดใสช่างน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร
“พี่เจ คราวนี้อยากกินเมนูไหนเป็นพิเศษมั้ยฮะ”
“อืม... คราวก่อนกินแตงโมปั่นที่เราแนะนำก็อร่อยดีนะแต่วันนี้พี่อยากลองอย่างอื่นดูบ้าง”
“แคนตาลูปปั่นใส่นมก็อร่อยนะฮะ เป็นเมนูขายดีด้วยล่ะ”
“ก็ดีนะครับ พี่สั่งอันนั้นตามเราดีกว่า”
สองหนุ่มคู่รักจู๋จี๋จนบรรยากาศรอบตัวเป็นสีชมพูอยู่ในโลกส่วนตัวของสองเราจนไม่ทันสังเกตคนรอบข้าง ต่างจับมือกันแน่นสวีทหวานแหววจนใจเจ็บ
คนจิ้มลิ้มพลันหันมาสบตาคนหน้าคุ้นทั้งหลายที่ไม่คาดฝันว่าจะเจอในร้านน้ำปั่นมาก่อน
“ไอ้เต้ พี่คริส!หมิว แนน!” ดรีมอุทาน
“ฮายๆ มาเดตเหรอจ้ะดรีม” สองสาวและเต้ไหว้ทำความเคารพพี่เจและดรีมเองก็ไหว้พี่คริสเช่นกัน
“พอดีอยากกินสมูทตี้ก็นึกถึงร้านนี้น่ะว่าแต่ทำไมทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ได้ล่ะ?”ดรีมถาม
“พวกเรามาเดตจ้า มาเจอคู่ไอ้เต้พี่คริสโดยบังเอิญ แถมยังป๊ะกับคู่ดรีมกับพี่เจอีก”แนนอธิบายเสียงนุ่ม
“ยังกับวันรวมคนแปลกๆ เลยนะว่ามั้ย”คริสกล่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ปีขลุ่ย เรียกเสียงหัวเราะจากรอบวง
ทั้งหกคนทยอยกันสั่งน้ำปั่นและไปนั่งรวมตัวกันที่โต๊ะกลมกลางร้านท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ของเช้าวันหยุด พวกเขาได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกันแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน
หนุ่มนักกีฬาพลันสังเกตท่าทีเหนื่อยล้าของเพื่อนตัวน้อยซึ่งนั่งอยู่ข้างตนมือหนาเกลี่ยเรือนผมน้ำตาลประกายแดงที่ปรกหน้าอย่างเบามือ
“วันนี้มึงดูเพลียๆ นะ ไม่กลับไปนอนพักก่อนวะ”
“กูนอนเยอะแล้ว จู่ๆก็อยากกินน้ำปั่นร้านนี้ขึ้นมาเลยอ้อนให้พี่เจพามาอ่ะ”
“เดี๋ยวนี้อ้อนผัวเก่งนะมึงอ่ะ” ไอ้เต้แซะ
“มึงเองก็อ้อนพี่คริสเก่งเหมือนกันแหละ ทำเป็นเสียงสองเสียงสิบ”
“ก็กูรักของกู” เต้บอก
“กูเองก็รักของกูเหมือนกัน” ดรีมบอก
“...ไอ้ฝันเฟื่อง มึงหัดใส่เสื้อให้มันดีๆ หน่อยเห็นรอยที่คอหมดแล้วเนี่ย” หนุ่มนักบาสฯ ทำเสียงดุว่าแล้วมือหนาก็กระชับคอเสื้อเพื่อนตัวน้อยให้เรียบร้อยดูแล้วเป็นห่วงเป็นใยใกล้ชิดเป็นพิเศษ
“อ้าวเหรอ กูไม่ทันสังเกตเลย”
“คราวหน้าหัดระวังตัวหน่อยสิ อย่าให้ผู้ชายคนอื่นมอง”
“อื้อ... ขอบใจนะ”
“ไม่เป็นไร”
เต้กล่าวก่อนบทสนทนาจะเงียบไป
“...พวกเธอนี่เหมือนแฟนกันเลยเนอะว่ามั้ย”คริสผู้นั่งเท้าคางอยู่เอ่ยขึ้น
เขาละเฝ้าสังเกตเคมีของเด็กหนุ่มทั้งสองมานานแล้ว คนหนึ่งเล่นบาสฯ ร่างสูงใหญ่ส่วนอีกคนตัวเล็กน่าทะนุถนอม แถมเอ็นดูเอาใจใส่กันขนาดนี้ดูยังไงก็แฟนกันชัดๆ
ดรีมกับเต้แสดงสีหน้าเอือมระอา พวกเขาละได้ยินคอมเมนต์ทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วนละ
“ฮะฮะ คิดเหมือนกันเลย! แม้แต่คริสยังพูดแบบนี้เลยเนอะ” พี่เจกล่าวยิ้มๆ เขาเองยังเผลอจิ้นคู่นี้เลย
“ใช่มั้ยคะ! ไม่เสียชื่อคู่จิ้นประจำคณะฯเลยจริงๆ นี่ยังน้อยนะคะตอนอยู่มหาลัยนะสนิทแนบแน่นกว่านี้อีกค่า!” หมิวฟ้องในฐานะประธานสมาคมสาววาย
“อีหมิว! มึงก็พูดเกินไปกูแค่เป็นห่วงไอ้ฝันเฟื่องมันเฉยๆ” เต้แย้ง
“ส่วนกูก็แค่เคยชินกับที่โดนมันกอดเท่านั้นเอง” ดรีมเสริมอีกแรง
“โอ๊ยฟังขึ้นมากค่า คำแก้ตัวของพวกมึงเนี่ย! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” แนนแซว
เสียงหัวเราะรอบวงยังคงดังต่อเนื่องตามด้วยคำแก้ตัวของสองหนุ่มคู่จิ้นที่ฟังยังไงก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี
ทุกคนพูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้นมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะฮาครืนอยู่ตลอด จากที่ต่างว่าจะมาเดตเพียงสองคนกับคนรักกลายเป็นการเดตพร้อมกันทั้งสามคู่ที่แสนประทับใจน่าจดจำไปอีกนาน
สองสาวแบ่งแก้วน้ำปั่นกันดื่มอย่างหวานซึ้งพวกเธอเหลียวมองดูมือใหญ่สีน้ำผึ้งของไอ้เต้ที่โอบรอบเอวพี่คริสอยู่ตลอดไม่ห่างแววตาแข็งกระด้างกลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนนุ่มนวลลงเมื่อมองมายังคนรักแสนสวยส่วนราชินีตัวร้ายเองก็ซบศีรษะกับไหล่หนาอย่างซุกซนเอาแต่ใจนัยน์ตาฟ้าใสมองหนุ่มนักบาสฯ สุดที่รักด้วยความเสน่หาไม่แพ้กัน
สาวๆ ละชอบนักเวลาเต้และพี่คริสอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งนิสัยห่ามรักสันโดษส่วนอีกคนเปิดเผยเอาแต่ใจ เรียกว่าเป็นคู่รักที่แตกต่างกันสุดขั้วก็ว่าได้แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่งดงามเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของอีกฝ่ายได้อย่างพอเหมาะพอเจาะประหนึ่งภาพวาดจิ๊กซอว์ที่ขาดชิ้นส่วนสำคัญตัวสุดท้ายแค่ตัวเดียวเท่านั้นแต่เมื่อเจอชิ้นส่วนแสนวิเศษที่ลงตัวภาพนั้นจึงจะประกอบเสร็จสมบูรณ์ได้ในท้ายที่สุด
ความพิเศษที่หมิวและแนนรับรู้ได้จากคู่ของเต้และพี่คริสคือความต่างสุดขั้วที่อยู่ด้วยกันแล้วพอดิบพอดีลงตัวราวจับวาง ประหนึ่งเวทมนตร์ก็ไม่ปานที่นำพาสองคนนี้มาคบหาดูใจกันได้
ในขณะที่ความสัมพันธ์ของดรีมกับพี่เจนั้นให้บรรยากาศที่ต่างออกไป
เด็กหนุ่มตัวน้อยและชายคนรักนั่งบนเก้าอี้คนละตัวเคียงข้างกันตามปกติทั้งสองไม่ได้สัมผัสเปิดเผยเฉกเช่นคู่ตรงหน้าแต่ลึกซึ้งมั่นคงกว่านั้น
ภายใต้โต๊ะไม้ที่มีเครื่องดื่มวางระเกะระกะสองมือกุมกันแน่นบนตักบางไม่ปล่อยแม้จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปกี่เรื่องทั้งสองก็ยังคงประคองสัมผัสกันอยู่เช่นนั้นต่อไปใบหน้าหล่อเหลายิ้มสุขุมนุ่มนวลขณะจับจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์น่ารักนั้นงอนตุ๊บป่องเมื่อโดนเพื่อนแกล้งมือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มปลอมประโลมพร้อมน้ำเสียงทุ้มเสนาะหูที่ราวกับจะช่วยปัดเป่าเรื่องทุกข์ใจใดๆให้มลายหายไปในบัดดล
คนหน้ามนเองจากที่ปกติจะเสียงดังโหวกเหวกโวยวายอยู่ตลอดเมื่อได้อยู่กับชายหนุ่มลูกครึ่งที่รักก็กลับสงบนิ่งกว่าที่เคยจากที่ชอบเถียงดื้อดึง กลับยอมรับคำตักเตือนจากคนรอบข้างมากขึ้นรับฟังคนอื่นมากขึ้นรู้สึกสื่อสารความรู้สึกของตัวเองบ้างแล้วใบหน้าเนียนนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสโดยเฉพาะเวลาที่ได้อยู่กับหนุ่มคนรักดรีมยิ้มสวยมากขึ้น มีความสุขยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
สองมือที่จับกันแนบแน่นนั้นอบอุ่นมั่นคงไม่เสื่อมคลายมือหนากุมมือเรียวบางของคนรักตัวน้อยไว้อย่างรักใคร่ในขณะที่ดรีมเองก็จับมือหนุ่มร่างสูงไว้ด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกันแม้นตลอดเวลาที่พูดคุยในวงสนทนาจะไม่มีคำบอกรักสักคำแต่การกระทำที่หนักแน่นชัดเจนนี้แจ่มแจ้งยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
หมิวและแนนสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างก็คลี่ยิ้มแสนซนออกมา
“งั้นพวกเราไปก่อนนะคะ ทุกคนเดตกันตามสบายนะ”
กรุ๊ง กริ๊ง
สองสาวผละออกมาด้วยหัวใจอบอุ่นนุ่มฟู พวกเธอความรู้สึกปีติยินดีกับเพื่อนหนุ่มทั้งสองที่มีความรักอันงดงามเช่นนี้การมีใครสักคนอยู่เคียงข้างในวันที่ดีและช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นคือของขวัญสุดพิเศษพวกเธอรับรู้ได้ว่าทั้งดรีมกับเต้ได้พบเจอคนๆ นั้นแล้ว
หญิงสาวทั้งสองควงแขนกันพร้อมความสุขเอ่อล้นเต็มห้องหัวใจพวกเธอได้รับพลังบวกและกำลังใจดีๆ จากเรื่องราวความรักของดรีมกับเต้มามากมายสัมผัสได้เลยว่าสิ่งนั้นคือรักแท้แน่นอนไม่ต้องสงสัยสองสาวโอบกอดกันแน่นด้วยความรู้สึกดีล้นปรี่อยู่เต็มอก
พวกเธอดีใจยิ่งนักที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของดรีมและเต้ เพื่อนหนุ่มทั้งสองเป็นคนดีเป็นเพื่อนที่แสนวิเศษและสมควรที่จะมีคนดีๆ ในชีวิตเช่นกันพวกเธอสัมผัสได้ว่าทั้งสองได้เจอคนๆ นั้นแล้วที่เหมาะสมคู่ควรและพร้อมจะอยู่เคียงข้างทั้งยามสุขยามทุกข์ เดินไปด้วยกันในทุกช่วงจังหวะของชีวิต
ความรักเป็นสิ่งสวยงามคือสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตต่อไปได้ คือรอยยิ้มและความสุขที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันอย่างบริสุทธิ์ใจสองสาวขอภาวนาให้ชีวิตต่อจากนี้ของพวกเธอและความรักของเพื่อนทั้งสองมีเพียงความสุขอันแท้จริงที่เฝ้ารอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้าตลอดไปด้วยเถิด
The End
ขอบคุณคุณรี๊ดทุกคนที่คอยติดตามมาตั้งแต่ต้นจนจบนะคะแต่งนิยายเรื่องแรกทั้งตื่นเต้นและใจฟูทุกครั้งที่ได้เขียนค่ะ จบแล้วใจหายมาก(มือทาบอก) ดีใจที่หลายคนชอบหนุ่มๆ ทั้งสองคู่นะคะ ถึงแม้หลายคนจะอ่านไปสงสารเต้ไปก็เถอะ5555 อ่านแล้วสามารถรีวิว 5 ดาวแนะนำติชมไรท์เพื่อเป็นกำลังใจกันได้นะคะ อิอิ