หลังจากนั้นไม่นาน ทางพรรคัแดงได้มีประกาศบังคับให้ธนพัฒน์รับผิดชอบลูกสาวของหัวหน้ามาเฟีย เนื่องจากหลินผิงเป็ลูกสาวคนโต ทำให้ธนพัฒน์จำต้องหมั้นกับหลินผิงไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นครอบครัวของเขาอาจได้รับอันตราย และพอหมั้นเสร็จธนพัฒน์ก็ออกเดินทางไปต่างประเทศอย่างไม่มีกำหนด เขาแต่งตั้งให้รองประธานคอยรักษาการและดูแลบริษัทแทนไปก่อน
ทางด้านพัศน์เองก็กลายเป็คนบ้างาน เธอทุ่มเทรักษาคนไข้ บางวันเธอก็ไปช่วยประจำที่คลินิกหมอาุโเพราะไม่อยากคิดมากเื่ชายคนรักอีกต่อไป
จนกระทั่งพัศน์ได้พบกับคนไข้คนหนึ่ง คือ ป้าสายใจ เธอป่วยเป็มะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย น่าแปลกที่เธอนอนรักษาที่โรงพยาบาลนานมาก แต่กลับไม่มีญาติมาเยี่ยมเธอเลย พัศน์เลยลองถามพยาบาลดูว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย จนได้ความว่าเป็ลูกชายวัย 20 ปี เขาลือว่าลูกชายป้าหน้าตาดี แต่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเขา
เพื่อที่พัศน์จะได้ไม่ต้องคิดถึงเื่ที่เธออกหัก เธอก็เลยไปนั่งอ่านหนังสือธรรมะให้ป้าสายใจในยามที่เธอว่าง จนกระทั่งป้าสายใจยอมเปิดใจพูดกับเธอ
“คุณหมอคะ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ดังนั้นฉันมีเื่จะขอเป็ครั้งสุดท้ายจะได้มั้ยคะ” ป้าสายใจกล่าว
“ว่ามาสิคะ หากหมอช่วยได้ก็จะช่วยค่ะ” หมอพัศน์กล่าว
“คือว่า ฉันอยากให้ลูกชายมาเยี่ยมฉันเป็ครั้งสุดท้ายค่ะคุณหมอ ฉันมีเื่สั่งเสียกับเขาจริงๆ” ป้าสายใจขอร้อง
“แล้วลูกชายป้าเขาอยู่ที่ไหน ทำงานอะไรล่ะคะ” หมอพัศน์ถาม
“ลูกชายป้าชื่อ ธนวิทย์ ทำงานอยู่บาร์โฮสต์ อายุราว 20 ปี เขาน่าจะใช้ฉายาว่า เท็กตัส เมื่อเขาทำงานที่นั่นค่ะ” ป้าสายใจกล่าว
“ก็ได้ค่ะ หมอจะช่วยให้เขามาพบป้าเอง ป้าสบายใจได้ค่ะ” หมอพัศน์ยอมช่วย
******************************************************
ในความเป็จริงธนพัฒน์ไม่ได้ไปต่างประเทศ แต่เขาปลอมตัวเป็สายลับคอยคุ้มครองหมอพัศน์อย่างลับๆ เขาติดตามหมออยู่ตลอดจนกระทั่งรู้ว่า่นี้หมอพัศน์เข้าบาร์โฮสต์เป็ประจำ ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“นี่คุณ เลิกตามตื๊อผมจะได้มั้ย ผมก็บอกคุณแล้วว่าผมไม่ไปเยี่ยม” เท็กตัสกล่าว
“แต่นั่นเป็แม่ของคุณนะคะ ยังไงก็ไปพบท่านเป็ครั้งสุดท้ายเถอะ” หมอพัศน์ขอร้อง
“เอาอย่างนี้มั้ยละ คุณหมอก็ซื้อตัวผมสิ เงินมาผมก็ไปพบให้ไง” เท็กตัสกล่าว
ด้วยความที่พัศน์สงสารป้าสายใจ เธอก็เลยยอมซื้อตัวเท็กตัส ซึ่งเป็ชายที่มีเสน่ห์ที่สุดในบาร์โฮสต์แห่งนี้
เท็กตัสเดินตามหมอพัศน์ออกมา สักพักเ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลก็โทรมาหาหมอพัศน์
“เอ่อ คุณหมอครับช่วยมานำทางผมที ป้าสายใจขอร้องให้ผมพาตัวเธอออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อขอพบเท็กตัสครับ” เ้าหน้าที่กล่าว
“ว่าไงนะ นายพาคนไข้ออกมาจากโรงพยาบาล งั้นอาการของป้าก็น่าเป็ห่วงน่ะสิ” หมอพัศน์ใ
“เธออาละวาดไม่หยุดครับ ผมเลยจำต้องยอมพาตัวเธอออกมาครับ” เ้าหน้าที่กล่าว
“งั้นรออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวพวกฉันเดินไปหา” หมอพัศน์กล่าว
พอคุณหมอวางสาย นายเท็กตัสกลับบอกเธอว่าจะรออยู่นี่ ให้หมอเป็คนพาตัวป้ามาที่นี่เอง ทำให้หมอโมโหมากแต่ทำอะไรไม่ได้จริงๆ
“งั้นนายก็รออยู่นี่ก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันมา แล้วอย่าหนีไปไหนล่ะ” หมอพัศน์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ครับเ้านายสุดสวย” เท็กตัสทำหน้าทะเล้นใส่
ในระหว่างที่เท็กตัสกำลังรอหมออยู่นั้น อยู่ดีๆ ก็มีชายลึกลับรีบดึงตัวเท็กตัสไปที่ซอกตึกทันที พร้อมกับต่อยหน้าเท็กตัสอย่างแรง ทำให้เท็กตัสรีบคุกเข่าขอร้องชีวิต
“เลิกยุ่งกับแฟนฉันเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากตาย” ธนพัฒน์รีบขู่
“ผม ผม กับคุณหมอไม่ได้มีอะไรกันครับ เธอก็แค่ขอร้องให้ผม ผม ไปพบแม่เฉยๆ ซึ่งตอนนี้ เธอก็กำลังพาตัวแม่ผมมา ปล่อยผมไปเถอะครับ” เท็กตัสร้องขอชีวิต
“งั้นฉันจะปล่อยนายไป แต่นายห้ามเล่าเื่นี้ให้ใครฟัง ไม่งั้นนายตายแน่ จำไว้” ธนพัฒน์ขู่
“ครับ ครับ” เท็กตัสรับคำ
นายเท็กตัสจึงได้เดินไปที่จุดนัดพบ เขาเห็นหมอพัศน์กับเ้าหน้าที่ชายช่วยกันประคองป้าสายใจมาหาเขา ทั้งคู่พาป้าสายใจนั่งที่ม้านั่งใกล้ๆ
นายเท็กตัสเลยเดินไปหา และพูดห้วนๆ ว่า “มีอะไรอีกล่ะ นอนที่โรงพยาบาลดีๆ ไม่ชอบ”
“เ้าวิทย์เอ้ย แม่รู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว และรู้ว่าลูกยอมขายตัวทำงานในบาร์แห่งนี้เพื่อหาค่ารักษามารักษาแม่ แต่ต่อไปเมื่อไม่มีแม่แล้ว ลูกไม่จำเป็ต้องทำงานที่นี่อีกแล้วนะลูก แม่อยากให้ลูกรู้จักคุณค่าของตัวเอง ทำงานมีศักดิ์ศรีและมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข แม่มาก็เพื่อมาปลดปล่อยลูกจากพันธนาการทั้งปวง ต่อไปลูกจะไม่มีภาระอย่างแม่อีกต่อไปแล้ว” ป้าสายใจน้ำตาไหลพราก เพราะเธอรู้สึกเ็ปใจที่เห็นลูกชายยอมทำงานที่นี่เพื่อตน
ธนวิทย์คุกเข่า และยอมพูดกับแม่ดีๆ “ผมรักแม่มากนะ ผมไม่อยากสูญเสียแม่ไปจริงๆ แต่โรคมะเร็งมันก็ช่างรุนแรงเหลือเกิน ไม่ว่าผมหาเงินมากมายถึงเพียงไหน ก็ไม่อาจช่วยชีวิตแม่ได้เลยจริงๆ”
“นั่นมันจึงสอนให้รู้ว่า เงินไม่อาจซื้อได้ทุกอย่างไงลูก เงินไม่ใช่พระเ้านะลูก และลูกไม่จำเป็ต้องทุ่มเทชีวิตและทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อมันด้วย เลิกทำงานที่นี่เถอะ นี่คือคำขอของแม่เป็ครั้งสุดท้าย” สักพักป้าสายใจก็ไอเป็เื จนทุกคนใ
หมอพัศน์กับเ้าหน้าที่กำลังจะประคองป้าไปส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะเธอได้ขาดใจตายเดี๋ยวนั้น
“แม่ผมเป็อะไร แม่ แม่ อย่าเพิ่งจากผมไป ได้โปรด ผมขอร้อง แม่” เท็กตัสหรือธนวิทย์ร้องไห้อย่างไม่อาย เพราะเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะสูญเสียแม่ไปวันนี้
“หมอเสียใจด้วย ท่านจากไปอย่างสงบแล้ว” หมอพัศน์กล่าว
ธนวิทย์ทำได้แต่คุกเข่ากอดแม่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนเขาตั้งสติได้จึงปล่อยให้เ้าหน้าที่พาศพของแม่กลับโรงพยาบาลเพื่อนำส่งตัวไปอาบน้ำศพและประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ั้แ่นั้นมาธนวิทย์ยอมทำตามคำสั่งเสียของแม่ เขาลาออกจากบาร์โฮสต์ แล้วเรียนต่อให้จบปริญญาตรี ซึ่งระหว่างเรียนก็ทำงานพิเศษเป็พนักงานร้านสะดวกซื้อ ตอนนี้เขาได้รู้จักคุณค่าของชีวิตและการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีมากขึ้น ในตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาใช้ชีวิตมีความสุขมากกว่าเดิม และระลึกถึงคำสั่งสอนของแม่เสมอมา
หมอพัศน์เห็นดังนั้นก็เลยไปเคารพศพพ่อกับแม่ของตนบ้าง รวมทั้งไปไหว้ศพของชลนาศผู้มีพระคุณของเธอด้วย
สักพักปั้นหยาก็โทรมาหาหมอพัศน์ในยามที่เธอกำลังรู้สึกเหงา
“เป็ยังไงบ้างปั้นหยา สบายดีมั้ย” หมอพัศน์กล่าวอย่างดีใจ
“ตอนนี้ฉันตั้งครรภ์แล้วนะหมอพัศน์ ฉันไม่เคยรู้สึกดีใจแบบนี้มาก่อนเลย” ปั้นหยาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ดีใจด้วย ต่อไปจะได้เป็แม่คนแล้วนะ” หมอพัศน์แสดงความยินดี
“แล้วเธอยังไม่คืนดีกับท่านประธานอีกหรอ” ปั้นหยากล่าว
“เขาหมั้นกับหลินผิง ลูกสาวมาเฟียพรรคัแดงไปแล้ว พวกเราเลิกกันอย่างเด็ดขาดแล้วล่ะ” หมอพัศน์กล่าว
“แต่ไม่น่าเชื่อว่าท่านประธานจะนอกใจเธอได้เลยนะ เพราะสมัยก่อนเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนเลย นอกจากจะเป็คู่กัดกับเธอนี่แหละ” ปั้นหยากล่าว
“คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้เสมอนั่นแหละ” หมอพัศน์ปล่อยวาง
“แล้วตอนนี้นายพงศธรยังรังแกเธออีกมั้ย” ปั้นหยาเป็ห่วง
“ไม่กล้าแล้วล่ะ เพราะยังไงเขาก็เป็ถึงผู้อำนวยการ ผู้บริหารคนอื่นๆ กำลังจับตามองเขาอยู่ หากมีเื่เสื่อมเสียขึ้นมา คงสั่งปลดได้ง่ายๆ” หมอพัศน์กล่าว
“ตอนนี้เธอรู้สึกแย่หรือเปล่า มีอะไรระบายได้นะ” ปั้นหยากล่าว
“ไม่มีหรอกคุณแม่มือใหม่ เตรียมตัวเป็คุณแม่เถอะนะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว” หมอพัศน์แสร้งทำน้ำเสียงร่าเริง
“ว่าแต่ทำไมฉันไม่ได้ข่าวท่านประธานเลยล่ะ” ปั้นหยาสงสัย
“เห็นว่าไปทำงานต่างประเทศชั่วคราวนี่แหละ แต่ไม่รู้รายละเอียดมากนักหรอก” หมอพัศน์กล่าว
“ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะหมอพัศน์ เพราะไม่มีใครคุ้มครองเธอแล้ว” ปั้นหยาเป็ห่วง
“จ้า ฉันดูแลตัวเองได้น่า” หมอพัศน์กล่าว
พอวางสายไป ทรรศกรก็โทรมาหาพัศน์ทันที
“ว่าไงคุณพ่อ เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะวางสายปั้นหยาไปเองนะ” หมอพัศน์แปลกใจ
“รีบกลับมาบ้านยายเธอสิ ฉันมีอะไรจะให้” ทรรศกรกล่าว
“โห น่าตื่นเต้นนะเนี่ย เออ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” หมอพัศน์กล่าว
เมื่อหมอพัศน์กลับมาถึงบ้านยาย เธอก็ได้พบกับชายคนหนึ่งที่มีหนวดเครารุงรัง หน้าตาดุดัน
“นายจะให้อะไรฉันน่ะ” หมอพัศน์สงสัย
“ก็บอดี้การ์ดไง เขาชื่อ พัฒน์พงศ์ เขามีฝีมือดีเยี่ยมมากเลยนะ” ทรรศกรโฆษณา
“แต่ฉันไม่จำเป็…” หมอพัศน์พูดไม่จบ ยายก็รีบพูดเสียก่อน
“น่าหลาน ยังไงยายก็เป็ห่วงพัศน์มากเลยนะ มีไว้ก็ไม่เสียหลายนี่” ยายกล่าว
“งั้น ให้ฉันจ้างเขาเองก็ได้ นายไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้หรอก ฉันเกรงใจ” หมอพัศน์กล่าว
“ถ้าจะคิดมากขนาดนั้นก็ได้ เธอก็จ่ายค่าจ้างให้เขาเองก็แล้วกัน แต่ต้องให้เขาพักอยู่ที่นี่ด้วยนะ” ทรรศกรกล่าว
“อ้าว ไม่มีที่พักงั้นหรอ” หมอพัศน์กล่าว
“ที่นี่หาที่พักยากมากเลย ช่วยหน่อยก็แล้วกันคุณหมอ นายพัฒน์พงศ์ไว้ใจได้นะ” ทรรศกรกล่าว
“อะ ก็ได้ นายพัฒน์พงศ์ไปพักห้องของลลิวรรณไปก่อนก็แล้วกัน” หมอพัศน์กล่าว
“งั้นฉันขอตัวกลับไปหาปั้นหยาที่สุราษฎร์ธานีนะ มีอะไรก็โทรมาก็แล้วกัน” ทรรศกรกล่าว
“ค่ะคุณพ่อมือใหม่ ดูแลเธอดีๆ ล่ะ ยิ่งเป็ท้องแรกด้วย” หมอพัศน์เป็ห่วงปั้นหยา
“ครับคุณหมอ เอ้อ งั้นให้นายพัฒน์พงศ์มาเอากระเป๋าสัมภาระที่รถฉันก่อนนะ เดี๋ยวลืม” ทรรศกรกล่าว
“ตามสบายเถอะ ฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน” หมอพัศน์ขึ้นไปบนห้องทันที
******************************************************
ทั้งคู่เดินมาที่รถด้วยกัน
“ท่านประธานแน่ใจนะครับ ที่จะปลอมตัวเป็บอดี้การ์ด” ทรรศกรกล่าว
“ผมแน่ใจครับ ขอเพียงให้ผมได้คุ้มครองพัศน์ก็พอ” ธนพัฒน์กล่าว
“งั้นผมกลับก่อนนะครับ มีอะไรก็โทรมาบอกผมได้” ทรรศกรกล่าว
“ขอบคุณมากนะครับที่ยอมช่วยผม” ธนพัฒน์ซาบซึ้งใจ