“อืมๆ ช่างเ้านั้นมันเถิด ว่าแต่เ้ามาหาสิ่งใดกันแน่” จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมกับจับจ้องไปยังเป่ยจินอย่างจับผิด
“เปล่าเสียหน่อย ข้าเบื่อเลยชวนหยางคงออกมาชมนกชมไม้ก็เท่านั้นเอง”
“เดินชมนกชมไม้ในป่าใหญ่ที่แสนอันตรายอย่างป่าม่านหมอก ทั้งยังมาวิ่งเล่นออกกำลังกายโดยให้เ้าหมูป่าพวกนั้นมันไล่เช่นนั้นหรือ” คนอย่างจินหลงคือผู้ใดกัน คิดว่าคนอย่างเขาจะเชื่อคำพูดของยัยเด็กนี้หรือไงกันนะ มันน่านักจริงๆ
“หากเ้ามิออกมา ข้าก็สามารถป้องกันตนเองได้” กะอิแค่งูั์มันจะยากกระไรกัน ข้าวิ่งหนีมันมาทั้งนาน หึ
“เ้ามั่นใจเชียวนะ” ว่าจบก็เอาพัดเคาะไปยังหัวของเป่ยจินเบาๆ เรียกให้อีกฝ่ายแสดงท่าทีแง่งอนกลับมา
“อูยยย เคาะมาทำไม ข้าเจ็บนะ แล้วอีกอย่างระดับข้าคนนี้นะ ไม่ลำบากให้ท่านจินหลงมาดูแลหรอก”
“หึ เก่งเสียจริง แล้วแต่เ้าเถิด” จินหลงที่ได้แต่ยยืนเบ้ปากใส่เป่ยจิน เอ่ยออกมาอย่างปลงในท่าทีของนาง
“ฮ่าๆ เช่นนั้นกลับได้หรือยังขอรับคุณหนูข้าน้อยเมื่อยและเหนื่อยไปหมดแล้ว” หยางคงที่กำลังยืนเงียบ ได้ทีจึงเอ่ยออกมาเพื่อหยุดาน้ำลายด้านหน้าทันที
“ยังสิ ไหนๆ ก็มาแล้ว อีกทั้งเ้าก็ออกมาจากการบำเพ็ญเลื่อนระดับ ก็ช่วยข้าหาสมุนไพรหน่อยสิ”
“ไม่”
“นะ”
“ไม่”
“อนุญาตให้เ้าแปลงร่างเป็กระต่ายเช่นที่เคยลวงข้าไว้เมื่อตอนเด็กๆ ออกมาอยู่ข้างกายข้าได้” จี้จุดขนาดนี้ ดูสิว่าเ้าจะว่าอย่างไร เ้าตัวดี
“โถ่ ข้ามิได้ลวง”
“ดิล” ดิลที่แปลว่าตกลงเท่านั้น
“คำพูดเ้ายังเพี้ยนเช่นเดิมสินะ” นางช่างกล้าเอาข้ออ้างนี้มาอ้างเสียจริง อ้างมาั้แ่เด็กจนโต แล้วทำไมข้าต้องยอมไปเสียทุกที เห้อออ
“เ้านะสิเพื้ยน”
“หึยยย”
หลังจากนั้นทั้งสาม ก็ได้ช่วยกันตามหาสมุนไพรหายากในป่าม่านหมอกอีกมายมาย โดยเรียกเ้างูพิษหวงฉีออกมาช่วยนำทาง มิว่าจะเป็กลีบดาราสมุทรที่ช่วยทำให้ธาตุในร่างกายสมดุล
ผลเหมันต์ปักษา ที่เกิดจากการดูแลคุ้มครองของปักษาหายากชนิดหนึ่งช่วยในการคงสภาพของร่างกายที่ไร้ลมหายใจ และอีกมากมาย เมื่อได้สมุนไพรจนเป็ที่พึงพอใจของเป่ยจินแล้ว ทั้งสามจึงได้เข้าไปพักผ่อนภายในมิติของเป่ยจิน
ด้านจินหลงนั้น แม้จะเลื่อนระดับแล้ว แต่ก็ยังคงต้องทำสมาธิเพื่อปรับสมดุลในร่างกายต่อไปอีก เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับระดับพลังของมัน
ส่วนจินเออร์และหยางคงนั้น ใช้พลังงานไปมากมาย เมื่อกลับเข้าสู่มิติจึงแยกย้ายเข้าเรือนพักของตนเองในทันที
เช้าวันถัดมา ยามซื่อ (เวลา 09.00-10.59 น.) ไป๋ฮวา หยางคงและจินหลงได้เดินทางมาพบกับไป๋ฮวาที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ ด้วยเพราะไป๋ฮวาโดนบิดากักบริเวณจากสาเหตุใดนางมิได้บอกมา
ถามว่าเหตุใดจินหลงจึงได้ไปด้วย นั้นเพราะว่าเ้าตัวบอกว่ามิอยากเข้าออกมิติบ่อยๆ คนอื่นจะพาลสงสัยเอาได้ จึงขอแปลงกายเป็มนุษย์ ในนามพี่ชายของทั้งสองคน เป็อันว่าในตอนนี้นั้นการเดินทางต่อจากนี้ของทั้งสามคนจะมี พี่ชายคนโตอย่างจินหลง น้องชายคนรองอย่างหยางคงและน้องสาวคนเล็กอย่างเป่ยจิน
เมื่่อมาถึง คนรับใช้เรือนไป๋ฮวาจึงได้เชิญทั้งสามไปยังเก๋งริมบัวคราก่อน และได้พูดคุยกันเื่ของที่มาของยาพิษ
“ว่าอย่างไรเ้าตัดสินใจได้แล้วหรือถึงได้เชิญพวกข้ามา”
“อืม ข้าต้องขอโทษทุกคนด้วยนะเ้าคะ ที่เสียมารยาทเชิญทุกคนมาที่นี่ แทนที่จะไปหาอย่างคนที่้าความช่วยเหลือ อีกทั้งข้าตัดสินใจได้แล้ว” ไป๋ฮวาเอ่ยออกมา
ไป่ฮวาพยายามคิดทบทวนไปทบทวนมา กลับไม่พบช่องโหว่ใดๆ ให้คนร้ายภายนอกเข้ามาเล่นงานน้องชายของนางได้นอกจากท่านหมอประจำตระกูลที่เป็คนให้เทียบยาลดไข้แก่น้องชายนางทุกมื้อหลังอาหาร
จนตอนนี้แม้ว่าร่างกายของน้องชายของตนจะหายจากอาการป่วยจากการตกน้ำแล้ว แต่กลับมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแรงและได้รับพิษมาแทน
ในตอนนี้นางยังไม่ได้ตัดสินใจบอกกับท่านพ่อของนาง ว่าเื่ราวที่นางรับรู้มาเป็เช่นใด นางรู้เพียงว่าเป่ยจินและและพี่น้องของเป่ยจิน คือที่พึ่งเดียวของนาง
มิใช่ว่านางจะเชื่อมั่นในตัวผู้อื่น หรือคนที่พึ่งเคยเจอกัน แต่นางััได้จากพลังปราณของนาง ธาตุแสงนอกจากจะช่วยรักษาแล้ว หากแต่คล้ายกับสิ่งที่ทำให้นางมีตาที่สาม ที่สามารถมองเห็นแสงรอบๆ กายของคนรอบตัวนางได้
ยกตัวอย่างเช่นเป่ยจิน รัศมีรอบตัวของนางเป็แสงสีทองซึ่งน่าแปลกใจมาก รัศมีแสงสีทองมักจะเกิดในตัวของราชวงศ์อันศักดิ์สิทธิมากเท่านั้น ซึ่งหลายราชวงศ์ในตอนนี้ช่างหาได้ยาก หากแต่เป่ยจินเป็แค่คนธรรมดาจริงๆ เช่นนั้นหรือ
แม้กระทั่งท่านพี่จินหลง รัศมีที่เปล่งออกมากลับมีสีม่วงประกายทองเคลือบ แน่นอนว่าคนที่ดูจะปกติที่สุดก็คือท่านพี่หยางคงที่มีรัศมีค่อนข้างไปทางด้านสว่างใส ถือว่าเป็คนที่ดีพอสมควร
หากเป็คนที่มีความคิดในด้านร้ายๆ เป็พื้นฐานอยู่แล้วนั้น จะเปล่งแสงไปตามความเข้มที่ดำมืดลงไปเรื่อยๆ เช่นท่านหมอและคนอื่นๆ ในตระกูลที่มีสีค่อนข้างเทาไปจนถึงมืดเป็ปกติ นางจึงมิใคร่จะใส่ใจมองแสงจากผู้ใดนัก คนบนโลกใบนี้จะมีคนดีๆ มาเดินเต็มท้องถนนได้อย่างไรเล่า
หากถามว่าเหตุใดนางมิใช้ธาตุแสงในการรักษาน้องชายของตนเองแล้วละก็…นางทำมิได้
“รบกวนพวกเ้าช่วยจัดการเื่ราวต่างๆ ภายในบ้านของข้า ข้าไม่มั่นใจว่าเหตุใดน้องชายของข้าถึงได้ต้องยาพิษได้ แต่หากเป็ดั่งที่เ้าว่าเกี่ยวกับเื่หมอประจำตระกูล เราก็คงต้องหาหลักฐานเพื่อไปยืนยันความผิดกับท่านพ่อให้จงได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่ข้าพูดคือความจริง”
“ได้เช่นนั้นเ้ามีแผนอย่างไร” เป่ยจินถามออกไป
“ฮ่าๆๆ ข้าไม่มีแผน” แน่นอนว่าไป๋ฮวาตอบกลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“เ้านี่นาฮวาเออร์” หยางคงที่นั่งฟังอยู่ถึงกับเอ่ยออกมาอย่างปลงตก ช่างมีนิสัยเช่นเดียวกับคุณหนูยิิ่งนัก คิดจะทำก็คือทำ มิได้มีแผนล่วงหน้าเสียตลอด
“ข้าถึงได้มาพึ่งเ้าอย่างไรเล่า” ว่าจบก็เข้าไปกอดก่ายแขนของเป่ยจินอย่างอ้อนๆ เรียกความเอ็นดูให้กับคนที่มองมาได้อย่างดี
“เช่นนั้นเราคงต้องมาสร้างแผนจับคนร้ายกันก่อน หลังจากนี้เ้าช่วยเก็บเศษยาที่ท่านหมอประจำตระกูลนำไปให้น้องของเ้ากินกลับมาให้ข้า แล้วข้าจะเข้าทดสอบดูว่ามีบางส่วนผิดปกติหรือไม่” เป่ยจินเอ่ยออกมา
“ได้เช่นนั้นฝากเ้าด้วยแล้วกัน” ไป๋ฮวาพยักหน้ารับอย่าง งึกๆ พร้อมทำตามคำสั่งในทันที
“นี่ นางหนู” จินหลงที่นั่งเงียบมาั้แ่ต้น เมื่อเห็ฯว่าเื่ราวต่างๆ ได้พูดคุยตกลงกันได้แล้วจึงเอ่ยเรียกไป๋ฮวาออกมา ทำให้คนทั้งหมดถึงกับหันมามอง
“….” ไป๋ฮวาที่ยังมิรู้ตัวก็ยังคงนั่งเฉยๆ ด้วยมิคิดว่าจินหลงที่เงียบและเ็าจะพูดคุยกับตนเอง
“อันใดจินหลง” เป่ยจินที่กำลังงงกับคุณชายจินหลงจึงถามออกมา
“ข้ากำลังคุยกับไป๋ฮวา” กล่าวจบก็หันไปมองไป๋ฮวาอย่างตาจ้องตา
“ขะ…ข้าหรือเ้าคะ ท่านพี่จินหลงมีอันใดหรือเ้าคะ”
“พลังธาตุของเ้านะ เหตุใดมิรักษา”
“… ”