ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 14 เหอโส่วอูหายไป

            สะใภ้สามหูที่นั่งอยู่ข้างแม่เฒ่าค่อยๆ เอ่ยปากถาม "หลิงหลิงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เล่าให้ย่าฟังเร็วเข้า"

            จากนั้นหูหลิงหลิงก็เริ่มเล่าเ๹ื่๪๫ราวทั้งหมดที่ตนเองกับแม่มีปากเสียงกับหลันเยวี่ยเมื่อวานนี้บิดเบือนความจริงสารพัดให้ย่าและสะใภ้สามฟัง

            ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบหูเจี้ยนผิงก็เชิญหมอหวังมาถึงแล้ว

            หูฉางหมินก็ออกจากบ้านรองแล้วตรงกลับบ้าน

            เมื่อรู้ว่าแม่สามีและสะใภ้สามอยู่ที่บ้านรองจ้าวหงเหมยก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว "รีบมานั่งกินข้าวเถอะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ จู่ๆ สะใภ้รองจะเป็๲ลมไปได้ยังไง?"

            หูฉางหมินพูดอย่างไม่แยแส"อากาศมันร้อนขนาดนี้ บางทีอาจจะเป็๞ลมแดดก็ได้"

            ระหว่างที่พูดหูฉางหมินก็มองไปยังลูกสาวคนโตที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา"เยวี่ยเยวี่ยเมื่อวานลูกพูดว่าสะใภ้รองจะมีเคราะห์ในสองสามวันนี้ ลูกมั่วๆ เอาหรือว่าเห็นอะไรจริงๆ?"

            หลันเยวี่ยกลืนสิ่งที่อยู่ในปากลงไปก่อนตอบ"ถ้าพ่อคิดว่าหนูมั่ว หนูว่าหนูก็มั่วแต่ถ้าพ่อคิดว่าลูกสาวคนนี้เก่ง ก็ถือว่าพ่อมีลูกสาวที่เก่งก็แล้วกัน"

            เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทีเลี่ยงบาลีของหลันเยวี่ยอย่างนี้หูฉางหมินก็จนปัญญา

            จ้าวหงเหมยที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะตำหนิ "ลูกคนนี้นี่ยังไม่พูดความจริงกับพ่อแม่อีกเหรอ?"

            หลันเยวี่ยลูบมือไปมาอย่างจนใจ"พ่อคะ แม่คะ หนูไม่รู้จริงๆ ว่าจะอธิบายยังไง"

            เมื่อเห็นว่าลูกสาวลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดหูฉางหมินกับภรรยาก็ไม่คาดคั้นว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าสะใภ้รองจะมีเคราะห์ต่อ

            หนึ่งวันที่ผ่านมาหลังจากเกิดเ๱ื่๵๹ราวต่างๆ ขึ้นหูฉางหมินกับภรรยารวมถึงถิงถิงก็ได้รู้จักหลันเยวี่ย และเกิดความชื่นชมมากขึ้น

            การเป็๞ลมอย่างกะทันหันของสะใภ้รองหูเกี่ยวข้องกับอากาศร้อนจริงๆไม่ใช่ลมแดด แต่เป็๞ความดันโลหิตสูง

            เนื่องจากสะใภ้รองหูไม่รู้ว่าตัวเองความดันโลหิตสูงดังนั้นจึงไม่เคยกินยาลดความดัน

            เธอกินเค็มมากเกินไปบวกกับอากาศร้อนใน๰่๭๫นี้ ปัจจัยต่างๆ รวมกันจึงทำให้สะใภ้รองหูเป็๞ลมกะทันหัน

            ตอนที่หมอหวังมาถึงคนก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว แค่ยังรู้สึกเวียนหัว

            หลังจากวัดความดันแล้วหวังต้าฟางก็จ่ายยาลดความดันให้สะใภ้รองหูและกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เธอกินยาตรงเวลา กินอาหารรสจืด และลดอาหารมันเค็ม

            หลังจากกินยาลดความดันแล้วสักพักสะใภ้รองหูก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น

            "แม่คะ ก็เพราะยัยหมูตอนบ้านใหญ่นั่นแน่ ถ้ายัยนั่นไม่แช่งแม่แม่ก็คงไม่เป็๞ลมแบบนี้" หูหลิงหลิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            สะใภ้รองหูก็กัดฟันด้วยความแค้น"ก็ใช่น่ะสิ แต่ยัยหมูตอนนั่นเห็นได้ยังไงว่าแม่มีเคราะห์?หรือว่านังนั่นจะทำเหมือนย่าสามได้?"

            ย่าสามที่สะใภ้รองหูพูดถึงคือภรรยาน้องชายของแม่เฒ่าหู ซึ่งเป็๞หมอดูที่มีชื่อเสียงในละแวกนี้

            หูหลิงหลิงเบ้ปาก"แม่คะ แม่ยกย่องยัยหมูตอนนั่นเกินไปแล้วยัยนั่นจะมีฝีมือเหมือนย่าสามของหนูได้ยังไง?"

            หูหลิงหลิงก็เหมือนตบหน้าตัวเอง

            เมื่อกี้เธอยังบอกว่าแม่ป่วยเพราะคนอื่นแช่งอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับบอกว่าคนอื่นไม่มีฝีมือ

            ท้ายที่สุดหูหลิงหลิงก็ยังเป็๞เด็กอายุสิบกว่าปีการพิจารณาปัญหาและการพูดจาไม่รอบคอบก็เป็๞เ๹ื่๪๫ที่เข้าใจได้

            สะใภ้รองหูอดไม่ได้ที่จะขบคิดให้มากขึ้น

            "หลิงหลิง อีกเดี๋ยวไปเรียกสะใภ้สามมาหน่อย บอกว่าแม่มีเ๹ื่๪๫จะคุยด้วย"สะใภ้รองหูไม่ได้บอกว่าเ๹ื่๪๫อะไรแม้หลิงหลิงจะสงสัยก็ไม่ได้ถามอะไรมาก

            ในขณะนั้นถิงถิงก็มา

            จ้าวหงเหมยส่งถิงถิงมาไถ่ถามอาการป่วยของสะใภ้รองหู

            แม้ว่าถิงถิงไม่เต็มใจจะมาแต่เธอก็ไม่กล้าที่ขัดคำพูดของมารดา

            "อาสะใภ้รองคะ หมอหวังบอกว่ายังไงบ้างคะ? ร่างกายของอาไม่เป็๞อะไรแล้วใช่ไหม?แม่ของหนูได้ยินว่าอาเป็๞ลมก็เป็๞ห่วงมาก แล้วก็ให้หนูมาดู"

            ขณะที่ถิงถิงคุยกับสะใภ้รองหูไปดวงตากลมโตสวยของเธอก็กวาดมองไปทั่วใบหน้าของอีกฝ่าย

            เมื่ออยู่ต่อหน้าการแสดงความห่วงใยของถิงถิงสะใภ้รองหูกลับเย้ยหยันในใจ แต่บนใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้ม"แม่เธอคงเป็๞ห่วงมาก กลับไปบอกแม่เธอด้วยว่าฉันปกติดีหวังต้าฟางบอกว่าฉันแค่ความดันโลหิตสูง เขาว่ากันว่ามันเป็๞โรคคนรวยด้วยซ้ำ"

            "ค่ะ อาสะใภ้รองไม่เป็๲อะไรแล้วหนูก็สบายใจแล้วค่ะหนูขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ" พูดจบถิงถิงก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป

            เห็นถิงถิงจะไปแล้วสะใภ้รองหูก็รีบเรียกไว้ก่อน "ถิงถิงมานี่หน่อยสิอามีเ๹ื่๪๫จะคุยด้วย"

            "คุณอาจะคุยอะไรกับหนูคะ?" ถิงถิงถามแต่ศีรษะของเธอก็ไม่ได้หันกลับไปหาสะใภ้รองหู

            สะใภ้รองหูลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า"ถิงถิง เธอเป็๞เด็กดีและซื่อสัตย์อย่าไปเรียนรู้สิ่งไม่ดีจากคนอื่นจนเสียคน เธอลองดูสิ มีสาวๆคนไหนในหมู่บ้านเราที่ไม่ซื่อสัตย์ ว่านอนสอนง่ายบ้าง?"

            ถิงถิงเป็๲เด็กสาวที่ซื่อตรงแต่เธอไม่ได้โง่นะ

            พอได้ยินแบบนี้ถิงถิงก็รู้ทันทีว่าอาสะใภ้รองกำลังยุแยงตะแคงรั่วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพี่สาว

            ถิงถิงเกิดความไม่พอใจขึ้นมาในทันทีเธอหันกลับไปเบะปากใส่อาสะใภ้รองหูอย่างแรง จากนั้นก็หันหลังเดินออกไป

            ตอนที่ถิงถิงกลับมาถึงบ้านเธอก็ยังเบะปากอยู่

            จ้าวหงเหมยก็รีบร้อนถาม"สะใภ้รองเป็๲ยังไงบ้าง?"

            "บอกว่าเป็๞ความดันโลหิตสูง กินยาลดความดันหน่อยก็ไม่เป็๞อะไรแล้ว"ถิงถิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

            เมื่อรู้ว่าน้องสะใภ้เป็๲ความดันโลหิตสูงจ้าวหงเหมยก็รู้สึกเหลือเชื่อนิดหน่อย "ได้ยินมาว่าความดันโลหิตสูงมันเป็๲ตอนอายุห้าหกสิบไม่ใช่เหรอ?สะใภ้รองยังอายุไม่เท่าไหร่เลยนี่!"

            หลันเยวี่ยที่กำลังโบกพัดคลายร้อนก็รีบอธิบาย"แม่คะความดันโลหิตสูงเป็๞โรคที่คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุเป็๞กันง่ายค่ะอาสะใภ้รองเป็๞โรคนี้ในวัยนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ"

            จากนั้นก็ได้ยินถิงถิงบ่นพึมพำอยู่ตรงนั้น"อาสะใภ้รองยังป่วยอยู่แท้ๆ ปากยังขยับไม่หยุดเธอเอาแต่จะยุให้หนูกับพี่สาวผิดใจกัน น่ารำคาญจริงๆ!"

            หลันเยวี่ยยิ้มและบีบมือของถิงถิง"พวกเราเป็๞ครอบครัวเดียวกัน คนอื่นยุแยงยังไงก็เปล่าประโยชน์ถิงถิงว่าจริงไหม?"

            ถิงถิงพยักหน้าอย่างแรง

            หลังจากพักผ่อนสักครู่หลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ขึ้นไปบนเขาอีกครั้ง

            ครั้งนี้สองพี่น้องต่างก็หยิบถุงผ้ามาใส่เหลียนเฉียวคนละถุงและยังเอาจอบสำหรับขุดเหอโส่วอูมาด้วย

            การขึ้นไปบนเขาสองครั้งต่อวันสำหรับถิงถิงถือเป็๞เ๹ื่๪๫เล็กน้อยแต่สำหรับหลันเยวี่ยที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แถมยังอ้วนนั่นคือความท้าทายที่ต้องฝ่าฟัน

            แม้จะทนไม่ไหวไปบ้างแต่หลันเยวี่ยก็บอกกับตัวเองว่าต้องกัดฟันสู้

            เพื่อลดน้ำหนักในร่างกายให้เร็วที่สุดและเพื่อหาของป่าไปขายให้ได้เงินเยอะๆ จากนั้นก็จะได้ซื้อจักรเย็บผ้าเร็วๆ

            หลังจากขึ้นเขาแล้วพวกเธอก็รีบมุ่งหน้าไปยังเหอโส่วอูที่เจอเมื่อตอนเช้า

            แต่พอไปถึงที่นั่นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ความหวังของสองพี่น้องก็ปลิวหายไปทันที

            เหอโส่วอูต้นนั้นถูกขุดไปแล้วดูจากรอยเท้าที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุและดินที่ขุดออกมามันเพิ่งถูกขุดไปได้ไม่นานนัก

            "ใครกันนะที่เอาไป? ถ้ารู้ว่าใคร จะด่าไม่เลี้ยงเลย!"ถิงถิงพึมพำอย่างขุ่นเคือง

            "ดูจากรอยเท้าแล้ว น่าจะเป็๲ฝีมือของผู้ชาย" สายตาของหลันเยวี่ยละจากรอยเท้าบนพื้น"เหอโส่วอูถูกขุดไปแล้ว พี่ก็เสียใจแต่พวกเรายังมีเหลียนเฉียวให้เก็บอยู่นะ"

            "จริงด้วย เก็บเหลียนเฉียวก็ได้"

            ถิงถิงเป็๲คนงอนง่ายหายเร็วจริงๆเมื่อกี้ยังหงุดหงิดเพราะของถูกชิงขุดไปอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับหายเป็๲ปลิดทิ้งแล้ว

            สองพี่น้องพักผ่อนสักครู่จากนั้นก็หาเก็บเหลียนเฉียวกันต่อ