ลูกน้องของหลีเม่าพาทั้งสองคนมาที่ห้องแห่งหนึ่ง หม่าเจี๋ยถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"พวกนาย้าให้ฉันทำอะไร?"
"ใจเย็น ไม่ใช่เื่คอขาดบาดตาย หมอนั่นเป็ช่างกล มีพิมพ์เขียวปืนอยู่ในหัว บอสอยากจัดการมันมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่รู้ภูมิหลังเลยไม่อยากผลีผลาม ที่เรียกนายมาก็แค่จะตะล่อมถามข้อมูลนิดหน่อย"
สมองของหม่าเจี๋ยประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความตื่นเต้นก่อตัวขึ้นเงียบๆ การได้เจอบอสหลีเม่าตัวเป็ๆ ถือเป็โอกาสทองฝังเพชร ดีไม่ดีอาจจะได้ลืมตาอ้าปาก หลุดพ้นจากชีวิตเฮงซวยไร้ที่พึ่งนี่สักที เขาปรายตามองไอ้หัวทองผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าเด๋อด๋าแถมยังแผ่รังสีอิจฉาตาร้อนออกมาสุดๆ
ส่วนเื่หักหลังหานเซียวน่ะเหรอ ไม่เห็นต้องคิดให้ปวดหัว ญาติก็ไม่ใช่ คนสนิทก็ไม่เชิง จะไปแคร์อะไรล่ะ ปล่อยอีกฝ่ายไปตายสิ!
นั่งเกร็งกันอยู่ครึ่งชั่วโมง หลีเม่าถึงยอมก้าวเข้ามาในห้อง ไอ้หัวทองกับหม่าเจี๋ยรีบลุกพรวดโค้งทักทาย หม่าเจี๋ยลนลานจัดจนเผลอปัดเก้าอี้ล้มดังโครม
"แกรู้หัวนอนปลายเท้าของนายช่างหานงั้นสิ?"
สีหน้าเรียบเฉยของหลีเม่ายิ่งทำเอาหม่าเจี๋ยลนลานหนักกว่าเดิม เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก เขาตอบตะกุกตะกัก
"ข-เขาชื่อหานเซียวครับ เป็แค่ผู้พเนจร ลักลอบเข้าเมืองมาพร้อมกับผม เพิ่งเคยเหยียบเมืองซีตูเป็ครั้งแรก ตัวคนเดียวโดดๆ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยครับ"
แววตาหลีเม่าเป็ประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง
"แค่นี้?"
หม่าเจี๋ยเข้าใจว่าหลีเม่ายังไม่พอใจเลยเค้นสมองคิดอย่างหนักแล้วรีบเสริม
"อ่อ! ตอนเข้ามาในซีตู เขาไม่มีอะไรติดตัวมาเลยครับ แต่งตัวซอมซ่อ ดูยังไงก็ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียวแน่นอน!"
"ดีมาก"
หลีเม่าหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป
หม่าเจี๋ยตาไวและรู้เื่รู้ราวรีบก้มหัวประจบสอพลอ
"แค่บอสพอใจก็พอแล้วครับ"
หลีเม่าหยุดเดินกระตุกยิ้มมุมปาก
"แกหน่วยก้านใช้ได้ ต่อไปก็มาทำงานกับฉันแล้วละกัน"
หม่าเจี๋ยเบิกตากว้าง ดีใจจนแทบคลั่ง ฉันรวยแล้วโว้ย!
พอหลีเม่าเดินพ้นประตู ไอ้หัวทองก็รีบแจ้นเข้ามาตีหน้าประจบประแจงทันที
"หม่าเจี๋ย ต่อไปฉันคงต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
คราวนี้ถึงตาหม่าเจี๋ยได้กร่างบ้าง เขาปรายตามองไอ้หัวทองพร้อมกับวางมาดเข้ม
"เมื่อกี้แกเรียกฉันว่าไงนะ?"
"พ-พี่ชาย"
สถานะของไอ้หัวทองกับหม่าเจี๋ยสลับขั้วกันในพริบตาแถมทั้งคู่ยังตีหน้าเนียนกริบโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด
หม่าเจี๋ยอิ่มเอมกับอำนาจจอมปลอม เขาตบไหล่ไอ้หัวทองเบาๆพร้อมรอยยิ้มหน้าบาน อยู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้เลยหันไปถามลูกน้องของหลีเม่าที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ลูกพี่ ขอถามอะไรหน่อยเถอะ บอสจะจัดการหานเซียวยังไงเหรอ?"
"เื่แค่นี้ยังต้องถามอีกเหรอก็จับมาทรมาน บังคับให้คายพิมพ์เขียวปืนออกมาไง พอได้พิมพ์เขียว เราก็ปั้นช่างทำปืนของเราเองได้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยฆ่าปิดปากทิ้ง"
"งั้นก็ดีเลย"
หม่าเจี๋ยถอนหายใจอย่างโล่งอก
…
ผ่านไปไม่ถึงสามนาที หลีเม่าก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร เขาปรายตามองอาหารที่ยังไม่มีใครแตะต้อง ก่อนจะแสยะยิ้ม "หานเซียว ใช่มั้ย?"
"ดูเหมือนแกรู้ชื่อฉันแล้วสินะ"
หานเซียวััได้ถึงกลิ่นอายทะแม่งๆเหมือนพายุกำลังจะตั้งเค้า สีหน้าเขายังคงเรียบเฉยแต่แอบล้วงมือเข้าไปในเป้อย่างแเี เขาคลำหาช่องสวมแขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบา เสียงคลิกดังขึ้นเบาๆเป็สัญญาณว่าล็อกเข้าที่และพร้อมใช้งานทุกเมื่อเขาถึงค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อย
ถึงแม้เป้าหมายหลักในการมาร้านรับซื้อของเก่าเค่อลั่วคือการหลอกเงินหลีเม่าก็เถอะ แต่เขาติดนิสัยเพลย์เซฟเตรียมพร้อมไว้ก่อนเสมอ บทเรียนมันมีให้เห็นมาเยอะแล้ว สมัยที่เริ่มเล่นเกมสตาร์โอเชียนแรกๆนั้นหานเซียวก็เคยเป็พวกอวดเก่ง มอง NPC เป็แค่โปรแกรมรมรมรมรมรมทื่อๆเหมือนเกมอื่น ทำตัวกร่างไปทั่วจนตกม้าตายไปเป็สิบๆรอบ โดนรับน้องหนักขนาดนี้ ต่อให้เป็หมูก็ยังรู้จักระวังตัว!
ตกม้าตายยังไงน่ะเหรอ โดนผู้เล่นดักฆ่าหน้าจุดเกิดหานเซียวยังพอทน แต่โดน NPC ดักกระทืบอยู่สามวันติดนี่สิ… พอเลย! ใครกล้าขุดประวัติดำมืดนี้ขึ้นมาพูด พ่อจะลากตัวไปดีดไข่ให้เข็ด!
หลีเม่าเคาะนิ้วบนโต๊ะเป็จังหวะพร้อมกับพูดช้าๆ
"หึๆ ฉันพยายามคาดเดาหัวนอนปลายเท้าแกมาตั้งนาน ไม่นึกเลยนะว่าแกจะเป็แค่ผู้พเนจรที่เพิ่งซมซานมาถึงซีตูได้ไม่นาน ต้องยอมรับเลยว่าแกโคตรรอบคอบ ฉันเพิ่งจะมาล้วงไส้แกได้ก็วันนี้นี่แหละ"
"แล้วไง?"
สีหน้าหลีเม่าเปลี่ยนเป็เ็า พลิกจากหน้ามือเป็หลังมือเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้ากระดาษ
"ทำตัวให้ฉลาดหน่อย ส่งข้อมูลวิธีทำปืนทั้งหมดมาให้ฉันซะดีๆ"
พอรู้ว่าหานเซียวหัวเดียวกระเทียมลีบไม่มีแคนหนุนหลัง หลีเม่าก็ตัดสินใจลงมือทันที มันฉีกหน้ากากคนดีทิ้ง เผยให้เห็นเขี้ยวเล็บที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม หมดประโยชน์เมื่อไหร่ก็เตรียมเชือดทิ้งได้เลย
"ไม่คิดจะเหลือเยื่อใยกันหน่อยเหรอ?"
"ฉันไปมีเยื่อใยกับแกตอนไหน เราก็แค่ทำธุรกิจกัน"
"แล้วไม่กลัวฉันของขึ้นฆ่าแกทิ้งรึไง?"
หานเซียวเย้ยหยันออกมา
หลีเม่าทำหน้าเย้ยหยันดีดนิ้วดังเป๊าะ! ลูกน้องสี่คนที่ยืนประกบอยู่ก็ชักปืนขึ้นมาเล็งเป้าไปที่หานเซียวทันที
"แกคิดว่าฉันไม่ได้เตรียมตัวมารึไง ตลกชะมัด ปืนที่จ่อหัวแกอยู่ตอนนี้ก็ของที่แกสร้างมากับมือทั้งนั้นแหละ"
ลูกจ๊อกถือปืนมีทั้งหมดหกคน ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารคือหลีเม่ากับลูกน้องสี่คน ส่วนข้างหลังตรงประตูมีเฝ้าอยู่อีกสองคน ในห้องแคบๆแบบนี้ พื้นที่ให้หานเซียวหลบหลีกแทบจะกลายเป็ศูนย์
หานเซียวยังคงสงบนิ่งพลางพูดช้าๆว่า
"ต่อให้ฉันยอมให้ข้อมูลแกไป แกก็ต้องฆ่าฉันปิดปากอยู่ดี"
หลีเม่าส่งเสียงหัวเราะออกมาเพราะเขาคิดแบบนั้นอยู่แล้ว ของแบบนี้ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งมีค่า แถมมันยังท่องกฎฆ่าตัดรากถอนโคนจนขึ้นใจ
"ฉันหวังว่าแกจะให้ความร่วมมือนะ อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวฟรี"
"แล้วถ้าฉันไม่ร่วมมือล่ะ?"
"ลูกน้องฉันบางคนถนัดเื่เค้นความลับ เดี๋ยวแกก็ต้องคายออกมาเองอยู่ดี"
อยู่ๆหานเซียวก็สลัดมาดกวนโอ๊ยทิ้งไป สายตาคมกริบที่ตวัดมองมาทำเอาหลีเม่าถึงกับสะดุ้ง
"แกคิดว่าฉันหมดทางหนีแล้วสินะ?"
หลีเม่าสังเกตเห็นว่ามือซ้ายของหานเซียวล้วงอยู่ในเป้ตลอดเวลา เขาส่ายหน้าแล้วพูดว่า
"ในเป้แกอาจจะมีของดีซ่อนอยู่ แต่แค่แกขยับนิดเดียว ลูกน้องฉันก็สาดะุใส่แกจนไส้แตกแล้ว"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ในเป้นี้มีะเิแรงสูงล่ะ?"
ซิปเป้เปิดแง้มไว้แค่นิดเดียวทำให้ไม่มีใครมองเห็นว่าข้างในซุกซ่อนอะไรไว้กันแน่
หลีเม่าหัวเราะเยาะ เขาไม่เชื่อคำขู่โกหกพรรค์นี้หรอก การที่หม่าเจี๋ยโผล่มามันคือเื่บังเอิญล้วนๆ หานเซียวไม่มีทางเตรียมตัวรับมือทันแน่ๆ คิดจะหลอกใครกัน?
หานเซียวพูดขึ้นมาด้วยเสียงเนิบๆว่า
"ไม่รู้หรอกนะว่าใครเอาข้อมูลฉันมาขาย แต่เห็นชัดเลยว่าไอ้หมอนั่นรู้อะไรเกี่ยวกับฉันน้อยมาก แกลองเปิดคอมเข้าดาร์กเว็บแล้วหาประกาศจับล่าสุดดูสิ"
หลีเม่าขมวดคิ้ว ท่าทางมั่นหน้าของหานเซียวทำเอาเขาชักจะใจคอไม่ดี ถึงเขาจะมีอิทธิพลในซีตูอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับโลกมืดทั้งหมด มันก็แค่มาเฟียปลายแถว โลกแคบไม่คู่ควรจะเข้าไปยุ่งกับเครือข่ายดาร์กเว็บด้วยซ้ำ เขาเลยแทบไม่ได้ตามข่าวและไม่รู้เื่ประกาศจับขององค์กรเจอร์มินัลเลยสักนิด
แต่หลีเม่าก็ยังคิดว่านี่คือแผนถ่วงเวลาของหานเซียว อีกอย่าง... เขาเป็ถึงบอสใหญ่ จะให้ยอมทำตามคำสั่งคนอื่นง่ายๆได้ไง เสียหน้าแย่น่ะสิ
หานเซียวนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
"ไม่เชื่อฉันงั้นสิ งั้นมาพนันกันหน่อยมั้ย ชีวิตคนเรามันเต็มไปด้วยเื่เซอร์ไพรส์อยู่แล้ว ในพื้นที่แคบๆแบบนี้ ะเิจะทำดาเมจได้สูงสุด เริ่มจากแรงอัด สะเก็ดะเิจะพุ่งกระจายไปตามคลื่นกระแทก ทะลวงร่างพวกแกทุกซอกทุกมุม อานุภาพแรงกว่าะุปืนซะอีก ตามด้วยเปลวไฟความร้อนสูงที่จะเผาบ้านหลังนี้ ทุกคนในนี้จะโดนย่างสด... แต่ไม่ต้องห่วงนะ พวกแกไม่ทันโดนย่างสดหรอกเพราะร่างพวกแกคงขาดกระจุยเป็ชิ้นๆ ั้แ่โดนสะเก็ดะเิระลอกแรกไปแล้ว..."
ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังหลีเม่าทนรับแรงกดดันไม่ไหวถึงกับก้าวถอยกรูด หานเซียวบรรยายซะเห็นภาพทำเอาพวกมันเริ่มปอดแหก
หลีเม่าตะคอกลั่น
"พอได้แล้ว! ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นมุกกับแก ลุกขึ้นมาดีๆไม่งั้นฉันสั่งยิงแน่!"
หานเซียวไหวไหล่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"คุยกันดีๆไม่ได้เหรอ ฉันเอาพิมพ์เขียว..."
วินาทีนั้นเอง แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า ความมืดมิดเข้าครอบงำท้องฟ้าพอดี
พูดไม่ทันจบประโยค หานเซียวก็พุ่งพรวดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย! มือซ้ายกำหมัดแน่น แขนกลตื่นจากการหลับใหลราวกับสัตว์ร้าย มันฉีกกระชากเป้จนขาดวิ่นเป็เศษผ้า เขางัดโต๊ะอาหารตรงหน้าขึ้นมาสุดแรง หม้อ ไห จาน ชาม น้ำซุป และกับข้าว ลอยหวือสาดเข้าใส่หน้าหลีเม่ากับลูกน้องทั้งสี่เต็มเปา!
คุยกันดีๆเหรอ ตลกละ นี่แกเชื่อจริงๆงั้นหรอ!
ข้างหน้าสี่ ข้างหลังสอง... หานเซียวประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขางัดโต๊ะขึ้นมาบังวิถีะุด้านหน้า โต๊ะที่ตั้งฉากจึงกลายเป็โล่กำบังชั่วคราว วินาทีต่อมาเขาก็หมุนตัวพุ่งทะยานไปที่ประตู แขนกลถูกยกขึ้นตั้งการ์ด ดุดัน ทรงพลัง ท่าทางราวกับทหารม้าเกราะหนักที่เตรียมพุ่งทะลวงฟัน!
เพล้ง! โครมคราม! โต๊ะอาหารกระแทกลูกจ๊อกทั้งสี่คนจนล้มหงายเก๋งไม่เป็ท่า
หลีเม่าโดนจานกระแทกหน้าผากเข้าอย่างจังจนเือาบ เขาเอามือกุมแผลพลางะโสั่งการลั่น
"ยิงมัน!"
ตอนนี้มีแค่ลูกลูกที่เฝ้าอยู่ตรงประตูสองคนเท่านั้นที่สาดะุได้
ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว!