บทที่ 18: คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?
เยาหลาน
ว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของเผ่าัปีศาจแห่งเขตแดนอสูรโบราณ
ทายาทของจักรพรรดิโบราณัปีศาจ!
นางมีสายเืัอสูรโบราณอยู่ในกาย เป็อัจฉริยะเผ่าปีศาจที่มีศักยภาพสูงสุดในการบรรลุระดับราชันย์สูงสุดในรอบร้อยปีของเผ่าัปีศาจ
ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยชีวิตซูฉางเกอเอาไว้ในเขตแดนอสูรโบราณ
ต่อมาเพราะไม่้าชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล เพื่อที่จะสละฐานะนั้น นางจึงหนีมายังแดนเหนือร้างพร้อมกับซูฉางเกอ และหลบซ่อนตัวอยู่ในนิกายเซียนกระบี่เมฆา
ด้วยความสัมพันธ์ที่มีต่อซูฉางเกอ ประกอบกับนางจงใจปกปิดฐานะที่แท้จริง คนภายนอกจึงคิดว่านางเป็เพียงเพื่อนของซูฉางเกอในเขตแดนอสูรโบราณ อีกทั้งนางยังจงใจกดระดับพลังฝึกตนเอาไว้ ทำให้ดูบอบบางและไร้พิษสง จึงได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ที่นี่
ทว่าซูฉางเกอคนเดิมที่พานางกลับมานั้นไม่ได้มีเจตนาดีเลย เขาเฝ้าหมายปองสายเืัอสูรในร่างของนางมาโดยตลอด และในท้ายที่สุด ใน่เวลาสำคัญที่นางกำลังจะเลื่อนระดับเป็ราชันย์สูงสุด เขากลับลอบลงมือจากด้านหลังทำให้นางล้มเหลวในการเลื่อนระดับ ไม่เพียงแต่ชิงสายเืัอสูรของนางไปได้สำเร็จ แต่ยังขุดกระดูกัปีศาจของนางออกมาด้วย
ในหัวของเขาถึงกับปรากฏภาพใบหน้าของเยาหลานในยามที่ถูกขุดกระดูกั สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและจิตสังหารอันมหาศาล ท่ามกลางเสียงหัวเราะเ็าอันชั่วร้ายของซูฉางเกอ นางต้องตกอยู่ในความไม่ยินยอมและความสิ้นหวังจากการถูกคนที่เชื่อใจที่สุดทรยศอย่างสิ้นเชิง...
จินตนาการได้เลยว่า นางมองซูฉางเกอเป็คนที่นางเชื่อใจที่สุดมาตลอด แต่กลับถูกคนระยำผู้นี้ทำร้ายจนล้มเหลวในการเลื่อนระดับเป็ราชันย์สูงสุด ทั้งยังถูกขุดกระดูกัอย่างทารุณและตายอย่างทุกข์ทรมาน...
หากเป็ซูฉางเกอในตอนนี้ เขาก็อยากจะด่าตัวเองสักยก ช่างไม่ใช่คนเลยจริง ๆ !
เื่แบบนี้เขาไม่มีวันทำเด็ดขาด!
[ติ๊ง! ประกาศภารกิจรอง!]
[ภารกิจรองนี้แบ่งออกเป็สี่ขั้นตอน!]
[ขั้นตอนที่หนึ่ง : โปรดให้โฮสต์เพิ่มระดับความประทับใจของเยาหลานให้ถึง 80 ขึ้นไป]
[ขั้นตอนที่สอง : โปรดให้โฮสต์ช่วยเยาหลานบรรลุระดับราชันย์สูงสุด]
[ขั้นตอนที่สาม : โปรดให้โฮสต์ลงมือในขณะที่เยาหลานกำลังบรรลุระดับราชันย์สูงสุด เพื่อขัดขวางการเลื่อนระดับของนางอย่างรุนแรง]
[ขั้นตอนที่สี่ : ชิงสายเืัอสูรในกายของเยาหลาน และขุดกระดูกัของนางออกมา]
[รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ : 10,000 แต้มคนเลว, 10,000 ค่าโชคชะตา]
[บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว : หัก 10,000 แต้มคนเลว, 10,000 ค่าโชคชะตา]
[หมายเหตุ : ภารกิจนี้เป็ภารกิจที่รับโดยอัตโนมัติ โฮสต์ไม่สามารถปฏิเสธได้ เมื่อประกาศแล้วจะถือว่ารับภารกิจโดยอัตโนมัติ]
เสียงที่ดังขึ้นในหัวอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกระลอก
ซูฉางเกอ "..."
เขาถึงกับพูดไม่ออก นี่กลัวว่าเขาจะไม่เป็คนระยำใช่หรือไม่?
บัดซบ!
ระบบเฮงซวย เ้าช่วยทำตัวให้เหมือนมนุษย์หน่อยได้ไหม!
ลองนับดูสิว่าประกาศภารกิจมาเท่าไหร่แล้ว ภารกิจก่อนหน้านี้หลายอย่างเขายังทำไม่เสร็จเลย แล้วยังมามีภารกิจที่ไร้เหตุผลแบบนี้อีก นี่มันกวนประสาทกันชัด ๆ !
ภายในใจเขากำลังคำราม แต่ภายนอกกลับต้องแสร้งทำท่าทางเหมือนถูกหยอกล้อ และตอบกลับด้วยความขัดเขินเล็กน้อยว่า "พี่เยาหลานอย่าล้อข้าเล่นเลย วันนี้ที่มาหาท่านมีธุระสำคัญ เป็เื่จริงจังมากด้วย"
ดวงตาสีม่วงของเยาหลานทอประกาย นางจ้องมองซูฉางเกอพร้อมเม้มปากยิ้ม
"แล้วเื่ไม่จริงจังที่เ้าเคยทำกับข้าเมื่อก่อน จะนับอย่างไรดีเล่า?"
ซูฉางเกอ : ???
ด้วยรูปร่างเหมือนเด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบของเ้า แถมข้างล่างยังมีหางอีกเส้น ต่อให้ซูฉางเกอคนก่อนจะเป็คนต่ำช้าหน้าด้านเพียงใด ก็คงไม่สามารถทำเื่ไม่จริงจังอะไรกับเ้าได้หรอกมั้ง?!
ทว่าคำพูดประโยคนี้ส่งผลรุนแรงเกินคาด เฟิ่งหว่านชิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ นางมองไปยังซูฉางเกอด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
หรือว่าท่านอาจารย์จะชอบแบบนี้...
ใบหน้าของซูฉางเกอหมองลง หากมีเพียงสองคน การล้อเล่นกันก็พอทำได้ แต่ตอนนี้มีเฟิ่งหว่านชิงอยู่ด้วย หากนางเชื่อเป็จริง ภาพลักษณ์และบุคลิกอันสูงส่งในฐานะอาจารย์ของเขาคงพังทลายยับเยิน
"พี่เยาหลาน ต่อหน้าลูกศิษย์ของข้า ท่านช่วยไว้หน้าข้าหน่อยไม่ได้หรือ? ข้าขอชี้แจงว่า ระหว่างเราไม่เคยมีเื่ไม่จริงจังอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น"
เยาหลานยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ นางปรายตาไปทางเฟิ่งหว่านชิงแล้วจึ๊ปากถอนหายใจ
"สายตาในการรับลูกศิษย์ของเ้านี่ใช้ไม่ได้เลยนะ พร์ของแม่หนูนี่เ้ายังมองว่าดีงั้นหรือ? หรือว่าเ้าถูกใจในความงามของนางกันแน่?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ของเฟิ่งหว่านชิงก็ซีดลง
เื่ที่พร์ของนางด้อยกว่าคนอื่นนางย่อมรู้ดี แต่การถูกพูดออกมาต่อหน้าซูฉางเกอเช่นนี้ ทำให้ในใจของนางรู้สึกไม่ดีนัก
"เปล่า"
ซูฉางเกอยิ้มบาง ๆ จากนั้นจึงพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เลิกเล่นได้แล้ว วันนี้ที่มาหาท่าน เกี่ยวข้องกับลูกศิษย์คนนี้ของข้า"
เยาหลานเบะปาก
ใบหน้าจิ้มลิ้มแสดงความไม่พอใจ "มีธุระถึงค่อยมาหาข้า ลองบอกมาสิว่าเ้าไม่ได้มาหาข้านานแค่ไหนแล้ว? แถมเ้ายังกล้าหลอกข้า เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานข้าเห็นหมดทุกอย่างแล้ว"
"จึ๊ ๆ ยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุด องค์ชายจากตระกูลโบราณ ข้ารู้อยู่แล้วว่าฐานะของเ้าไม่ธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะไม่ธรรมดาขนาดนี้ ตอนนี้ข้ายิ่งอยากลักพาตัวเ้ากลับไปยังเผ่าัปีศาจเสียแล้ว"
ซูฉางเกอรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจเล็กน้อย
ศิษย์ตระกูลโบราณอะไรนั่น เขาแค่กุเื่ขึ้นมามั่ว ๆ แต่ฐานะนายน้อยตระกูลซูแห่งแดนเทพะนั้นเป็เื่จริง ทว่าเื่นี้บอกพวกนางไม่ได้
"ว่ามาเถอะ มาหาข้ามีเื่อะไร? ข้านึกว่าเ้าคิดได้แล้ว และอยากจะกลับไปเป็ลูกเขยของเผ่าัปีศาจกับข้าเสียอีก ช่างไม่รู้ความดีของพี่สาวคนนี้เลย!"
เยาหลานแค่นเสียงฮึ พลางพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาตัดพ้ออย่างยิ่งของเยาหลาน ใบหน้าของซูฉางเกอก็เต็มไปด้วยเส้นสีดำ เขาเป็คนปกติเข้าใจไหม ด้วยรูปลักษณ์เด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบของเ้า ข้าจะกล้าคิดเื่แบบนั้นกับเ้าได้อย่างไร?
ซูฉางเกอกดความรู้สึกแปลก ๆ ในใจลง แล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า
"พรุ่งนี้จะเป็การประลองใหญ่ของนิกาย ลูกศิษย์ของข้ามีระดับพลังต่ำเกินไป วิชาการต่อสู้และเคล็ดวิชาที่เพิ่งเรียนก็ยังไม่ชำนาญ พี่เยาหลาน ท่านมีเคล็ดวิชาหลอมกายของเผ่าัปีศาจไม่ใช่หรือ? ข้าจึงอยากให้ท่านช่วยสอนนางหน่อย"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งหว่านชิงเงยหน้ามองซูฉางเกอทันที ดวงตากลมโตเป็ประกายขึ้นมาในพริบตา
ที่แท้ท่านอาจารย์พานางมาที่นี่ก็เพื่อนางหรือ?
ระดับพลังของเฟิ่งหว่านชิงต่ำเกินไป ในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากนัก แต่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายได้ผ่านการหลอมรวมเืบริสุทธิ์ัปีศาจของเยาหลาน หาก้าให้ทัดเทียมกับเหล่าศิษย์สายตรงของนิกายภายในวันเดียว นี่คือหนทางที่ดีที่สุด
ซูฉางเกอเคยคิดจะมอบยาเม็ดทะลวงระดับที่เหลือให้นางโดยตรง แต่ระบบแจ้งว่าคนหนึ่งคนกินได้เพียงเม็ดเดียว และมีผลเฉพาะกับผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับิญญาก่อกำเนิดเท่านั้น
ช่วยไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ไม่มีเคล็ดวิชาหลอมกายดี ๆ และการจะเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายในเวลาอันสั้น จำเป็ต้องใช้เืบริสุทธิ์ของเผ่าปีศาจควบคู่ไปด้วย สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวจึงเป็เยาหลาน
ในตอนนี้ เยาหลานยังคงเชื่อใจซูฉางเกอเป็อย่างมาก
ส่วนเื่ในอนาคต พอคิดถึงภารกิจของระบบเฮงซวย ซูฉางเกอก็รู้สึกพูดไม่ออก
เมื่อได้ยินคำพูดของซูฉางเกอ
เยาหลานจึงพิจารณาเฟิ่งหว่านชิงอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าแม่หนูคนนี้มีท่าทางอ่อนหวานบอบบางน่ารังแก นางจึงพูดกับซูฉางเกอด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า
"ไม่นึกเลยว่าเ้าจะชอบประเภทนี้ รีบบอกพี่สาวให้เร็วกว่านี้สิ รอให้พี่สาวบรรลุระดับราชันย์สูงสุด ร่างกายก็จะเติบโตขึ้น ถึงตอนนั้นก็ไม่แพ้น้องสาวคนนี้หรอก เ้าอยากจะเล่นท่าไหนก็ได้ตามใจชอบเลยไม่ใช่หรือ?"
ซูฉางเกอ "..."
รู้สึกว่าคำพูดของนางมีบางอย่างผิดปกติ มีอะไรแปลก ๆ ปนเข้ามาหรือเปล่า?
ทำไมคุยไปคุยมาแล้วออกทะเลไปไกลขนาดนี้!
พี่สาวคนนี้มีใบหน้าเป็เด็กน้อย แต่บุคลิกช่างดุดันเหลือเกิน
เฟิ่งหว่านชิงใบหน้าแดงซ่าน นางไม่ใช่เด็กแล้ว ย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของเยาหลาน นางแอบเงยหน้ามองอาจารย์ของตน เมื่อเห็นว่าอาจารย์ยังมีท่าทางเป็สุภาพชนและไม่หวั่นไหว นางจึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางรู้อยู่แล้วว่าท่านอาจารย์ไม่มีทางชอบคนแบบนี้...
"พี่เยาหลาน ลูกศิษย์ของข้ายังเด็ก ท่านอย่าพูดเื่แบบนี้ต่อหน้านางเลย เดี๋ยวจะสอนเด็กให้เสียคน" ซูฉางเกอยิ้มอย่างจนใจ
ในใจเฟิ่งหว่านชิงไม่ยอมรับ นางไม่ได้เด็กแล้วนะ...
เยาหลานกลอกตา ร่างกายขยับเข้าไปแนบชิดซูฉางเกอ พร้อมเป่าลมหายใจหอมกรุ่นเอ่ยว่า "จะให้ข้าสอนเคล็ดวิชาหลอมกายให้นางก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่เ้าต้องตอบคำถามข้าสองสามข้อก่อน หากข้าพอใจ ข้าอาจจะแถมเืบริสุทธิ์ัปีศาจให้นางเปล่า ๆ หนึ่งหยดด้วย"
ซูฉางเกอพยักหน้า "ว่ามา"
"่นี้ทำไมไม่มาหาข้า?"
"เอ่อ ยุ่งกับการฝึกตน..."
"หลอกข้าหรือ?"
"ไม่มีทาง!"
"คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?"
ซูฉางเกอถึงกับพูดไม่ออก
นี่มันคือบทสนทนาของคนปกติสองคนหรืออย่างไร?
บทสนทนานี้มันจะ... เกินไปหน่อยไหม!
เมื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ ของเยาหลานที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันตอบไปว่า
"มี... คิดถึง..."