ให้ตายเถอะ ผมสามารถเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้… ซึ่งมันกำลังแสดงบทบาทนั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง พี่ป้องขับรถเข้ามาเจอผมในซอยเปลี่ยวที่มันได้เกิดขึ้นมาแล้ว ทุกการกระทำและคำพูดของผมกับพี่ป้องมันเป็คำพูดเดียวกับภวังค์ฝันของผมเมื่อสักครู่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน และเหตุการณ์ต่อไปที่ผมจะต้องเจอ!!!
ผมพยายามจะบังคับร่างกายและเท้าทั้งสองข้างให้เคลื่อนตัวกลับไปทางเดิมที่เดินผ่านมา แต่ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เหมือนกับว่าเหตุการณ์เ่าั้มันบังคับให้ผมต้องทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ให้ตายเถอะ…ผมคงต้องหัวใจวายตายแน่ๆ ถ้าต้องเผชิญกับผู้หญิงในชุดนอนสีขาวคนนั้นอีกครั้ง ไม่ใช่สิ…มันไม่ใช่คน แต่เป็ิญญาที่ถูกจองจำอยู่กับบ่วงเชือกบนต้นไม้ใหญ่!!!
ผู้หญิงชุดขาวะโลงมาห้อยโตงเตงกับกิ่งไม้ใหญ่ ผมสะดุ้งโหยงหันไปมองโดยอัตโนมัติ ผมตะเกียกตะกายวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต จนมาได้สักระยะหนึ่งผมก็หยุดวิ่งเพราะรู้สึกว่าเหนื่อยจนใจแทบขาด แต่จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางอย่างกะทันหัน ผมใจหายวาบ ทำไมผมซวยอะไรอย่างนี้ หนีผีได้แล้วยังต้องมาเจอกับผู้ร้ายยามค่ำคืนอีก ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะโดยอัตโนมัติ มันค่อยๆ เดินเข้ามา ในแสงจันทร์สลัวๆ ผมเห็นมันยกมือที่เหมือนจะมีวัตถุคล้ายปืนอยู่ในนั้นขึ้นชี้มาทางผม
“แก้าอะไรวะ ฉันไม่มีเงินนะโว้ย ขนาดรถยังส่งซ่อมอยู่ที่อู่อยู่เลย ถ้าจะเอาของมีค่าแกไม่ได้มันไปหรอก” ผมทำใจดีสู้เสือ ในยามคับขันอาจมีทางรอด ผมเคยดูในภาพยนตร์ พระเอกของเื่จะไม่มีวันตายง่ายๆ อย่างแน่นอน
ร่างนั้นเดินเข้ามาล็อกคอผมแล้วใช้ปืนจ่อขมับ ผมพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดชีวิตแต่กลับถูกมันเอาปืนฟาดใบหน้าจนล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
“แกชื่อนุใช่มั้ย…” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยชื่อผม น้ำเสียงประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด “รถมอเตอร์ไซค์ของแกข้าซ่อมให้เสร็จแล้วนะ แต่ว่าแกคงไม่มีโอกาสกลับไปเอามันอีกแล้วล่ะ” เขาเปิดเผยตัวเอง ทำให้ผมนึกถึงเ้าของร้านอู่ซ่อมรถที่ผมเอารถมอเตอร์ไซค์ไปซ่อมตอนเช้านี้เอง เขามองหน้าผมตาขวางตอนที่ผมมองไปที่เมียของเขา
“อะไรกันพี่ ผมก็แค่มองเฉยๆ ผู้ชายคนอื่นมันก็มองเหมือนกับผมนั่นแหละ แล้วทำไมพี่ต้องมาทำร้ายผมด้วย ขอร้องละครับพี่ อย่าทำอะไรผมเลย” ผมละล่ำละลักเอ่ยปากร้องขอชีวิตจากเขา
“ข้าจะไม่สงสัยเลยถ้าหลังจากที่แกกลับไปแล้ว เมียข้ามันจะชวนขึ้นไปทำอะไรในห้องตอนกลางวันแสกๆ และก็คงไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น ถ้าขณะที่เรากำลังทำอะไรกันอยู่มันเผลอพูดชื่อแกขึ้นมาก่อนที่จะถึงจุดสุดยอดอย่างเสียวกระสัน คงมีความสุขมาก…” น้ำเสียงของเขาเหมือนมัจจุราชกำลังขู่เข็ญทวงชีวิตของผม
“เมียข้ารู้จักชื่อแกได้ยังไง แถมเป็ชื่อเล่นเสียด้วย…” เขากระชากศีรษะของผมขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะซัดหมัดขวาลงบนแก้มซ้ายของผมอย่างหนักหน่วง
“ผม…ผม…ผมขอโทษพี่ ผมไม่รู้ว่าเป็เมียพี่ เธอบอกว่าเธอโสด ไม่มีแฟน…”
“แล้วไปนัดเจอกันตอนไหนวะ มันถึงได้อยากมีอะไรกับแกถึงขนาดนั้น” เขายังคงเดือดดาลไม่หยุด
“ผมไม่ได้นัดเจอนะครับ เมียพี่มาหาผมเอง” ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเหมือนผู้ร้ายทำผิดแล้วดันถูกจับได้
ผมเจอเธอหลังจากที่มาทำงานเป็พนักงานร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นได้เพียงสามวัน เธอเปิดประตูเข้ามาซื้อของตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ขณะนั้นไม่มีลูกค้าคนอื่นมาซื้อของในร้านเลย เธอเดินเข้ามาจ่ายเงินก่อนจะถามชื่อและชวนคุยเื่ถุงยางอนามัย และถามผมว่าใช้ขนาดเท่าไหร่ เธอจับมือผมลูบไล้เบาๆ โดยลืมนึกไปว่ามีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ภายในร้าน ก่อนจะรีบขอไลน์ (Line) ผมแล้วเดินจากไป ผมยังจำวันนั้นได้ดี ผมแอบเข้าไปช่วยตัวเองในห้องน้ำปั๊มน้ำมันอย่างหนักหน่วง ผมไม่อาจห้ามใจจากเธอได้เลย…
จนกระทั่งประจวบเหมาะตอนที่รถมอเตอร์ไซค์ผมเสีย จึงนำรถไปซ่อมที่อู่ข้างเซเว่น จึงได้รู้ว่าเธอเป็ภรรยาเ้าของอู่ซ่อมรถ ยิ่งทำให้ผมเกิดอารมณ์หนักขึ้น เพราะผู้หญิงที่มีสามีแล้วย่อมต้องช่ำชองและเชี่ยวชาญในเื่อย่างว่ากว่าผู้หญิงที่ยังโสด จึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าผู้หญิงโสดนั้นแทบจะไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหน ผมชอบมีอะไรกับผู้หญิงที่มีเ้าของแล้ว ผมเป็โรคจิตมั้ยครับ…
(เชิญอ่านต่อตอนที่ 4...ตอบจบ)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)