17 (1/2)
ตอนที่19 อัครมหาเสนาบดี (1)
ร่างของคนๆ นั้นรวดเร็วยิ่งยวดและเป้าหมายก็คือถุงเครื่องหอมที่ห้อยอยู่ที่นิ้วของนางเซี่ยถงเองก็มีปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวเช่นกัน เหวี่ยงถุงเครื่องหอมหมุนติ๊วสองตลบพับเก็บเข้าในกำมือดังหมับ แม้คราวนี้นางจะสามารถเลี่ยงหลบการโจมตีไปได้แต่บริเวณท่อนแขนยังได้รับรอยขีดขวนถางๆ เป็แผลบาง
นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังมือกระบี่คนนั้นปรากฏว่าเป็ชายหนุ่มในชุดคลุมหรูหรา
“นี่เ้าเป็ใคร?”
เซี่ยถงเหล่มองอีกฝ่ายไปทีหนึ่งแววตามากคมเขี้ยวเฉียวแหลมประดุจวิหคเพลิงะเหลือบมองสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่ายที่แสนเ็านักจิตสังหารขุมหนึ่งพุ่งปะทะเข้าสู่หัวใจของนางโดยตรง
“ถงเอ๋อร์อย่าหยาบคายให้มากนัก ท่านผู้นี้คืออัครมหาเสนาบดีแห่งวังหลวง เย่หลีเทียน”
เซี่ยอี้เฉินเดินไปหาเซียถงพร้อมกล่าวแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จัก
“บุตรสาวของเสนาบดีเซี่ยนับว่าเป็สตรีมีความสามารถสามารถหลเลี่ยงเพลงกระบี่ข้าได้คราหนึ่ง นับว่าไม่ธรรมดา”
เย่หลีเทียนส่งยิ้มให้เซียถงอย่างเยือกเย็น
เซียถงมิได้เอ่ยกล่าวอันใดตอบทว่าพริบตาต่อมา คู่เท้าของนางพลันกระตุกวูบ ะโขึ้นจากจุดที่ยืนอยู่ร่ายกระบวนโจมตีพุ่งเข้าใส่เย่หลีเทียนด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด!
ทางด้านเย่หลีเทียนไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเซียถงจะกล้าทำอะไรเฉกเช่นนี้กับตัวเขา คล้อยหลังััได้ถึงการเคลื่อนไหวของนางเขาเองก็รีบตีฝีเท้าร่นถอยเพื่อหลบเลี่ยงด้วยความตื่นใทว่ากลับช้าไปครึ่งจังหวะ เพียงเซียถงสะบัดข้อมือเล็กน้อยดั่งเล่นกลจากมือไม้ที่ว่างเปล่าก็พลันปรากฏคมมีดสั้นโผล่ออกมาพร้อมฟันใส่แขนขวาของอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง ธารเืซิบไหลกระฉอกออกมา
“นี่สำหรับเ้า”
เท้าทั้งสองข้างกลับมายืนตั้งมั่นบนพื้นอีกคราเซียถงจ่อมีดสั้นใส่เบื้องหน้าเย่หลีเทียนด้วยสีหน้าท่าทีสุดแสนจะจองหอง
หากทำผิดต่อใคร ย่อมต้องชดใช้
เย่หลีเทียนก้มมองดูาแบริเวณแขนของตนเองดวงตาไร้ประกายมืดหม่น หญิงสาวนางนี้กลับเป็คนแรกที่กล้าประจันหน้ากับเขาผู้ซึ่งเป็ถึงอัครมหาเสนาบดี
ทันทีทันใดยอดฝีมือผู้ซึ่งทำหน้าที่อารักษ์ขาติดตามเย่หลีเทียนมาเร่งชักดาบชี้เข้าใส่หน้าของเซียถงด้วยสายตาดุร้าย ปราศจากความเป็มิตร
“ข้าคนนี้ช่างเลวทรามต่ำช้านักที่ไม่ยอมสั่งสอนบุตรสาวคนนี้ให้ดี! ท่านอัครมหาเสบาดีเย่ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!”
เซี่ยอี้เฉินรีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นทันทีสีหน้าในขณะนี้ซีดเซียวถึงขีดสุด การลอบสังหารอัครมหาเสนาบดีนับว่าเป็อาชญากรรมร้ายแรง โทษที่ได้รับมันหนักหนาเพียงพอแล้วสำหรับคำสั่งปะาตัดศีรษะประจานทั้งตระกูล
“เสนาบดีเซี่ยไม่จำต้องตื่นตระหนกไปเ้ากับข้ายังคงเป็สหายกันดี ไยต้องสนใจาแเล็กน้อยเช่นนี้ด้วย”
เย่หลีเทียนเร่งระงับความไม่พอใจเก็บลงสู่เบื้องลึกโบกมือปัดไปทางเซี่ยอี้เฉินพร้อมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ยอดฝีมือที่ติดตามคนนั้นเก็บดาบและถอยไปทั้งยังกล่าวกับเซียถงอีกว่า
“คุณหนูเซียข้ามิได้มีเจตนารน้ายอันใดต่อเ้าเพียงข้าสนใจเกี่ยวกับถุงเครื่องหอมในมือของเ้าเล็กน้อยเท่านั้น เกรงว่าคุณหนูเซี่ยพอใจเต็มใจมอบสิ่งนั้นให้ข้ายืมดูได้หรือไม่?”
เซียถงหาใช่คนโง่ไม่และเป็เื่ธรรมดาอย่างยิ่งที่ย่อมต้องมองผ่านอ่านจุดประสงค์ของเย่หลีเทียนคนนี้ออกที่ขอยืมดูถึงเครื่องหอม เพียงเพื่อป้องกันมิให้ตนเองติดรากแหโดนเรียกไปเข้าเฝ้าพร้อมเซี่ยอี้เฉินเท่านั้น
เหลือบหางตาพินิจมองอยู่สักครู่เซียถงคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะโยนถุงเครื่องหอมไปให้เย่หลีเทียน
“หากชอบเช่นนั้นก็เอาไปเถิด”
การตัดสินใจในครั้งนี้ของเซียถงค่อนข้างเหนือความคาดหมายของทุกคนก่อนหน้านี้ นางยังตั้งมั่นแน่วแน่อยู่เลยว่าจะนำเ้าของสิ่งนี้ไปที่วังหลวงเพื่อทูลแก่ฝ่าา แต่ไฉนในตอนนี้ นางกลับโยนถุงเครื่องหอมที่เป็หลักฐานสำคัญไปให้เย่หลีเทียนโดยง่ายปานนี้กัน? นี่หาใช่สิ่งที่ทุกคนมิอาจทำความเข้าใจได้เลย
คล้อยหลังโยนออกไปเสร็จเซียถงทอดสายตามองออกไปท้ายแถว ด้านหลังฝูงชนทั้งหมดปรากฏประตูบานหนึ่งที่อยู่ด้านหลังโถงใหญ่กำลังเปิดแง้มไว้เล็กน้อย เื้ัประตูบานนั้นนางพบเห็นสายตาคู่หนึ่งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่รินไหลและกำลังจับจ้องตนราวกับพยายามอ้อนวอนอยู่
สายตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยหลายหลากอารมณ์ที่ผสมเจือปนและสิ่งที่ดูจะชัดเจนที่สุดคือมันเสมือนกับว่ากำลังขอร้องให้เซียถงอย่าไปที่วังหลวงเด็ดขาด แน่นอนนี่คือ...สายตาของท่านแม่ของนางเอง
เหตุผลที่เซียถงตัดสินใจโยนถุงเครื่องหอมทิ้งไปแต่โดนดีนอกเหนือจากสายตาอ้อนวอนของท่านแม่แล้ว อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญก็คือ เย่หลีเทียน
ดูจากสถานการณ์ในขณะนี้จะเห็นได้ชัดว่า เย่หลีเทียนเป็พวกเดียวกับเซียอี้เฉินและเพื่อป้องกันมิให้ตัวนางเดินทางไปฟ้องเื่นี้แก่ฝ่าามันตัดสินใจที่จะโจมตีใส่นางต่อหน้าทุกคนโดยไม่มีลังเลใดๆพินิจวิเคราะห์จากการกระทำนี้ เซียถงมั่นใจร้อยทั้งร้อยเลยว่าหากตนเดินทางไปฟ้องฝ่าาได้สำเร็จ ในตอนที่ถูกเรียกตัวไปหลังจากนี้มันจะต้องโทษทุกอย่างให้เป็ความผิดของเซี่ยอี้เฉินต่อหน้าฝ่าาแน่นอนทั้งอาจรวมไปถึงเื่ที่เซียถงหลบทำร้ายตัวมันอีกด้วยการเป็ศัตรูกับทั้งจักรวรรดิในตอนนี้ หาใช่ความคิดที่ฉลาดเท่าไหร่สุดท้ายเซียถงจึงต้องยอมทำตามคำกล่าวของอีกฝ่ายไปเท่านั้น
อุตส่าห์มีชีวิตที่สองทั้งทีใครจะไปโง่ถูกฆ่าตายง่ายๆ ล่ะ?
เซียถงมองไปทางแม่ของนางที่ซ่อนตัวแอบมองอยู่หลังประตูบานนั้นมือทั้งสองข้างกระชับกำแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว สักวันหนึ่งนางจะพาท่านแม่ออกจากจวนบัดซบแห่งนี้ให้จงได้
เย่หลีเทียนหยิบถุงเครื่องหอมขึ้นมาทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เซียถงชนิดตาไม่กะพริบเบื้องลึกภายในใจเขาสังหรณ์ว่า ในอนามคตต่อไปหญิงสาวนางนี้จะต้องกลายมาเป็ศัตรูผู้น่าเกรงขามอย่างยิ่งของเขา
ต้องตัดไฟั้แ่ต้นลม!
ทันทีที่คิดได้เช่นนั้นเขาก็เคลื่อนไหวต่อทันที! เพียงโบกสะบัดนิ้วชี้ออกไปเบาๆพลันปรากฏคมเข็มเหล็กเล่มน้อยคมพวยพุ่งเข้าใส่เซียถงทุกอากัปกิริยาของเขาเงียบสงัดราวกับเคลื่อนไหวในเงามืดกระทั่งยอดฝีมือที่ติดตามอยู่ข้างกายเขายังไม่ทันมีปฏิกิริยาเลยด้วยซ้ำและปลายคมเข็มเล่มนี้อาบชโลมยาพิษร้ายแรง ยามที่พิษเข้าััเืที่ไหลเวียนในกายจนสิ้นใจในเสี้ยวพริบตา
เซียถงมัวแต่จับจ้องแม่ของนางอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นกระบวนลอบโจมตีของเย่หลีเทียน กว่าจะรู้สึกฟื้นตัวอีกทีคมเข็มเล่มน้อยก็ปราดพุ่งมาถึงตรงหน้านางแล้ว และสายเกินไปที่จะเลี่ยงหลบ!
แต่ทันใดนั้นเองก็มีชายชุดดำร่อนลงมา เข้าขัดขวางระหว่างคมเข็มกับตัวของเซียถง
“อัครมหาเสนาบดีเย่มิยักรู้เลยว่า ท่านจะมีงานอดิเรกชอบทะเลาะกับสตรีเพศ? ถึงขั้นที่ว่าลอบโจมตีด้วยอาวุธนักฆ่า!ช่างประเสริฐโดยแท้!”
บุคคลที่จู่ๆก็เหาะร่อนลงมาจากฟากฟ้ากลับมิใช่ใครอื่นนอกเสียจาก ไป๋หลี่ฮาน
เห็นเพียงประกายแสงสีดำทมิฬวูบหนึ่งโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าเขาผู้นี้สวมชุดสีดำ ส่งสายตาวูบหนึ่งหันมาจับจ้องเซียถงั์ตาสีเข้มของอีกฝ่ายเปล่งประกายท่อแสงระยิบระยับประดุจดวงดารา
แต่แรกเดิมทีไป๋หลี่ฮานวานให้ญาติคนสนิทของตนอย่างโม่ซวน ค่อยเฝ้าติดตามเซียถงอย่าให้ห่างอย่างลับๆเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลในด้านพัฒนาการของนางที่ก้าวะโขึ้นฉับพลันภายในเวลาแค่เดือนเดียวเป็ผลให้โม่ซวนรีบแจ้นกลับไปรายงานแก่ตัวเขาโดยทันทีที่เห็นเย่หลีเทียนเข้ามาในจวนเสนาบดีแห่งนี้
เย่หลีเทียนกับไป๋หลี่ฮานเปรียบเสมือนได้กับน้ำกับไฟที่ไม่กินเส้นกันเลยแม้แต่น้อยคล้อยหลังที่ไป๋หลี่ฮานได้รับรายงานจากโม่ซวนว่าอีกฝ่ายเดินทางมาที่จวนเสบาดีเซี่ย เขาเองก็รีบเร่งติดตามมาเช่นกัน แต่พอมาถึงใครจะไปคิดว่า เซียถงกับเย่หลีเทียนกำลังเปิดศึกสัประยุทธ์กันอยู่
พอเห็นว่า เย่หลีเทียนแอบเล่นทีเผลอลอบโจมตีเซียถงโดยนางไม่ทันรู้ตัวไป๋หลี่ฮานจึงรีบะโมาช่วยทันที
เซียถงตกตะลึงมิใช่น้อยยามพบเห็นการปรากฏตัวของชายชุดดำผู้นี้ชั่วครู่หนึ่งที่มิทันตอบสนองทั้งนี้เองบรรดาฝูงชนโดยรอบต่างก็ประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน
ไป๋หลี่ฮานหันมองมาที่นางพร้อมส่งยิ้มให้เล็กน้อยมือข้างหนึ่งโบกสะบัดขึ้นมาแสดงให้เห็นก็พบเป็คมเข็มเล่มน้อยที่ชโลมไปด้วยแสงสีเขียวจางอ่อนปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อหน้าเซียถง
เซียถงหรี่สายตาจ้องพินิจไปที่คมเข็มสีเขียวเล่มนั้นอยู่ปราดหนึ่งเพลิงพิโรธความเกรี้ยวโกรธที่สุมทรวงอยู่ในอกพลันปะทุคลั่งะเิออกมาในทันใด
คู่เท้ากระตุกวูบร่างของนางพลันอันตรธานหายวับไปอีกครั้งทิ้งทวนเหลือเพียงภาพซ้อนเป็เงาสีขาวสายหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางต้นไม้ด้านหลังคว้าเด็ดใบไม้สีเขียวขจีสองถึงสามใบทยอยลำเลียงใส่นิ้วทั้งสองคีบไว้และสะบัดข้อมือยิงออกไปด้วยความเร็วสุดขีด
ดาวกระจายใบไม้ทั้งหกอันแสนบางเฉียบประดุจปีกจั๊กจั่นบินเข้าหาเย่หลีเทียนโดยพร้อมเพรียง
ชั่วขณะอึดใจเย่หลีเทียนพลันรู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูก ทั้งการปรากฏตัวของไป๋หลี่ฮานก็ดีดาวกระจายใบไม้ของเซียถงก็ดี เขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงถึงแม้ปฏิกิริยาร่างกายของเขาจะตอบสนองเร็วมาก สามารถเลี่ยงหลบออกไปได้ทันทีทว่ากลับมีอยู่ใบหนึ่งที่เฉี่ยวหน้า ทำให้เกิดรอดแผลเป็ขึ้นมา
สีหน้าของเขามืดทมิฬลงทันใดเขาปาดเช็ดเืซิบบริเวณใบหน้า เย่หลีเทียนหันขวับจับจ้องไปที่ไป๋หลี่ฮานพลางกล่าวเยาะเย้ยขึ้นว่า
“ข้าเองก็เพิ่งรู้ว่าราชันหมาป่า์ผู้แสนสง่าจะเป็พวกชอบยุ่งเื่ชาวบ้านเช่นนี้?”