สาวใช้คนนั้นรีบบอก “บ่าวจะรีบไปดูเ้าค่ะ!”
พอนางเดินไปถึงหน้าประตูก็เห็นคนสองคนกำลังถือน้ำขิงร้อนควันฉุยถังใหญ่เข้ามา ด้านหลังตามมาด้วยสตรีผู้ดูแลคนหนึ่ง ในมือมีปิ่นโตหนึ่งเถา บรรจุน้ำขิงสำหรับดื่มแยกมาด้วย พอเข้ามาในเรือนก็เอ่ยปากขออภัยก่อน “ฮูหยินผู้เฒ่า น้ำขิงมาช้าไปเล็กน้อย เื่ราวเป็มาอย่างนี้เ้าค่ะ เมื่อครู่บ่าวต้มเสร็จแล้ว ไหว้วานให้คนนำมาส่ง คิดไม่ถึงว่าจะถูกคนชนหกระหว่างทาง ต้องต้มใหม่เลยมาช้าเ้าค่ะ”
ปานซื่อขมวดคิ้วแล้วบอกว่า “่นี้ฝนตก ระวังหน่อย”
ก่อนสั่งให้ิอิ๋นกับิเยี่ยเข้าไปล้างเท้าให้จั๋วเจาเจี๋ยในห้อง แล้วเรียกโหยวเซวียนเข้าไปด้วย จัดการหลานทั้งสองเรียบร้อยแล้วจึงหันหน้ามาถามโหยวรั่วหัง “ท่านก็ชื้นไปทั้งตัวเหมือนกัน จะแช่หน่อยไหม ข้าจะให้คนไปตระเตรียมให้ท่านที่ห้องด้านข้าง”
โหยวรั่วหังส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าใส่เสื้อฟางกันฝน ตาหนูเซวียนดื้อไม่ยอมใส่ เสื้อผ้าเลยเปียกหมด”
ปานซื่อไม่ได้เอาใจใส่เขาเหมือนกับหลานตัวน้อย เมื่อได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มน้ำขิงเพื่อขับความชื้น”
โหยวรั่วหังตอบ “อากาศหนาว่ใบไม้ผลิ มีความชื้นมาก เ้าก็ดื่มเสียหน่อย”
สองสามีภรรยาผู้สูงวัยค่อยๆ ดื่มน้ำขิงร้อนๆ จนหมดถ้วย จั๋วเจาเจี๋ยกับโหยวเซวียนเดินออกมาจากด้านในหลังจากแช่เท้าเสร็จแล้ว เสียงหัวเราะหยอกเย้าดังออกมา ปานซื่อวางถ้วยลง หัวเราะแล้วเรียกพวกเขาเข้ามา “มา รีบดื่มตอนยังร้อน”
โหยวเซวียนยังเด็ก ชอบกินของหวานแต่ไม่ชอบรสชาติของขิง เมื่อครู่ตอนแช่เท้ายังดีๆ อยู่ แต่พอถึงเวลาต้องดื่มก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ท่านย่า หลานเพิ่งแช่เท้าเสร็จ รู้สึกว่าร่างกายร้อนเหลือเกิน น้ำขิงนี่ข้าไม่จำเป็ต้องดื่มก็ได้กระมัง”
“ก็เพราะรู้ว่าเด็กๆ อย่างพวกเ้าไม่ชอบขิงจึงให้เติมน้ำตาลลงไปมากๆ ข้าดื่มยังรู้สึกเลี่ยนเกินไป” ปานซื่อตำหนิเบาๆ “เพียงถ้วยเดียวเท่านั้นเอง รีบดื่มเสีย ใกล้ได้เวลาอาหารแล้ว!”
ความจริงจั๋วเจาเจี๋ยอายุได้สิบสามปีแล้ว เมื่อได้ยินปานซื่อบอกว่าตนเองได้เหยียบน้ำฝนกลัวว่าจะได้ััความเย็น ซึ่งจะส่งผลเสียในภายหน้าได้ ในใจก็รู้สึกเป็กังวล เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยเป็มา ยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมดอย่างว่าง่าย
โหยวเซวียนเห็นพี่สาวดื่มเช่นกันจึงพยายามฝืนดื่มเข้าไป
ปานซื่อเห็นดังนั้นก็พอใจ เอ่ยปากถามโหยวรั่วหังแล้วจึงสั่งให้นำอาหารเข้ามา
ถึงแม้บ้านทั้งสี่ของสกุลโหยวจะรวมอยู่ด้วยกัน แต่นอกจากเทศกาลสำคัญแล้ว แต่ละบ้านจะมีครัวเล็กๆ ไว้เพื่อทำอาหารกินกันเอง ครัวใหญ่จะมีไว้สำหรับเรือนตวนอี๋ย่วน โหยวจือและจั๋วเจาเจี๋ย ตลอดจนคนรับใช้อีกมากมาย แน่นอนว่าบางครั้งโหยวรั่วหังกับปานซื่อก็เรียกเด็กๆ เข้ามากินข้าวเป็เพื่อน เช่นเดียวกับวันนี้ที่โหยวเซวียนก็อยู่ที่นี่ด้วย
โหยวรั่วหังเป็คนเงียบๆ ในเวลาอาหารได้ยินเพียงปานซื่ออบรมสั่งสอนเื่นิสัยแย่ๆ ของโหยวเซวียน และยังกำชับจั๋วเจาเจี๋ยหลายอย่างเช่นอาหารที่ต้องกินให้มากในตอนนี้ เขากินเสร็จอย่างเงียบๆ แล้วบอกสั้นๆ ว่า “ข้าจะไปที่ห้องหนังสือ”
จั๋วเจาเจี๋ยกับโหยวเซวียนรีบวางตะเกียบลงแล้วลุกขึ้นเอามือแนบลำตัวเพื่อทำความเคารพ
ปานซื่อสั่งให้คนเข้ามาเก็บกวาด แล้วพาพวกเขาทั้งสองกลับไปยังห้องหลัก พูดคุยสัพเพเหระไม่กี่ประโยค พอไม่มีเื่อะไรแล้วจึงให้คนส่งพวกเขากลับไป
สาวใช้ซานหูของเรือนตวนอี๋ย่วนถือโคมไฟส่องทาง ิอิ๋นกับิเยี่ยประคองจั๋วเจาเจี๋ยกลับมายังเรือนปินเว่ย ิจี๋กับิเหอกำลังชะเง้อมองอยู่บนระเบียงทางเดินกลับเรือน พอเห็นประตูเปิดออกก็ลงมาต้อนรับพร้อมกับรองเท้าไม้ ปากก็ร้องเรียก “คุณหนูกลับมาแล้ว”
จั๋วเจาเจี๋ยขอบคุณซานหู ิอิ๋นเดินไปส่งนางเพียงไม่กี่ก้าวก็กลับถึงเรือน จำได้ว่าปานซื่อกำชับว่าไม่ให้โดนความเย็นจึงพูดกับิเหอว่า “ไปหยิบผ้าห่มหนาๆ ออกมา ผืนนั้นมันบางไป”
ิเหอพูดอย่างแปลกใจ “ตอนนี้เป็่ต้นฤดูใบไม้ผลิ ไม่หนาวแล้วนะเ้าค่ะ!” ิเยี่ยเอาข้อศอกกระทุ้งเบาๆ แล้วกระซิบว่า “เ้าเอาไปเปลี่ยนเถอะน่า”
เมื่อได้ยินดังนั้นิเหอก็รู้ว่ามันมีความนัยจึงรีบเข้าไปหาในห้อง
จั๋วเจาเจี๋ยยังกำชับให้เปลี่ยนจากน้ำชาที่เคยดื่มปกติให้เป็น้ำขิง ิอิ๋นจดจำเอาไว้ จั๋วเจาเจี๋ยเรียกให้ิจี๋นำหีบเครื่องประดับของตนเองออกมา แล้วหยิบจี้สีทองขนาดเล็กอันวิจิตรงดงามจำนวนสี่คู่ออกมาจากข้างใต้แบ่งให้กับพวกของิจี้ทั้งสี่คน นี่ก็ไม่ได้เป็่เทศกาลและได้ข่าวเพียงว่าฮูหยินผู้เฒ่ายินดีที่ได้รับจดหมาย ิจี๋รับมันมาพร้อมใบหน้าฉายแววสงสัย พอจั๋วเจาเจี๋ยได้ฟังคำอธิบายจากปานซื่อแล้วนึกย้อนไปก็รู้สึกขบขันในความหวาดกลัวและเป็กังวลของตนเองตลอดสองวันที่ผ่านมา จึงพูดขึ้นอย่างกระดากอาย “หลายวันมานี้ข้าเข้าใจผิดไปหลายเื่จนทำให้พวกเ้าต้องเป็ห่วง วันนี้ยังทำให้ิอิ๋นกับิเยี่ยพลอยถูกป้ารองและท่านยายตำหนิไปด้วย นี่ถือเป็การขอโทษพวกเ้า”
ิจี๋และพวกรีบพูดว่า “พวกบ่าวจะกล้ารับการขอโทษจากคุณหนูได้อย่างไรละเ้าคะ”
ิเยี่ยพูดขึ้นอีกว่า “จะว่าไปก็เป็ความสะเพร่าของพวกบ่าวเอง รู้ว่าหลายวันมานี้คุณหนูมีเื่ไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้คิดถึงเื่นั้นเลย ความจริงคุณหนูก็อายุได้เท่านี้แล้ว ที่ฮูหยินรองกับฮูหยินผู้เฒ่าตำหนิมาก็ไม่ได้เกินเลยแม้แต่น้อย”
จั๋วเจาเจี๋ยมองพวกนางอย่างไม่ถือสาหาความอะไรแล้วพูดอย่างยิ้มแย้ม “ข้าไม่ได้บอกพวกเ้า แล้วพวกเ้าจะรู้ได้อย่างไร เพราะกลัวว่าจะมีพิรุธ เลยเปลี่ยนชุดชั้นใน...” นางหน้าแดงระเรื่อ “ข้าซ่อนเอาไว้ ชุดชั้นในของข้าก็เป็แบบเดียวกันหมด พวกเ้าเลยไม่ทันได้สังเกต”
พูดมาแบบนี้ ิจี๋ที่ไม่ได้ไปเฝ้าฮูหยินผู้เฒ่าเป็เพื่อนจั๋วเจาเจี๋ยก็พอเข้าใจแล้วว่าเกิดเื่อะไรขึ้น นางไม่รู้ว่าจั๋วเจาเจี๋ยได้ทำเื่ตลกขบขันต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่เข้าใจที่ิอิ๋นกับิเยี่ยแอบหัวเราะกัน
สาวใช้ทั้งสี่แบ่งจี้ทองคำกัน ิอิ๋นกับิเยี่ยต่างรู้สึกว่าความรู้สึกผิดภายในใจได้ผ่อนคลายลง
ิเหอออกมาบอกว่าเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเรียบร้อยแล้ว รอให้จั๋วเจาเจี๋ยล้างหน้าป้วนปากเสร็จ เตรียมตัวเข้านอน
จั๋วเจาเจี๋ยเพิ่งจะถอดเสื้อคลุมออก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนและโศกเศร้าดังมาจากที่ที่ไกลออกไป นางกลัวจนมือไม้สั่น ถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว “อะไรน่ะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad