
ตอนที่15 แจสเปอร์นายตัวซวย
[มินนี่ TALKS]
พวกคุณหลายคนคงเคยดูหนังประเภทที่พวกนักเลงยกพวกตีกันใช่ไหมคะ ตอนนี้สถานการณ์การรอบตัวของฉันกำลังเป็แบบนั้นเลย แต่… สิ่งที่มันต่างออกไปก็คือมันโคตรตื่นเต้นระทึกขวัญสุดๆ จนหัวใจของฉันเหมือนมันจะเต้นกระเด็นกระดอนออกมานอกอกซะให้ได้ ฉันต้องคอยหมอบหลบพวกแก้ว เก้าอี้ และเศษกระจกที่แตกกระจาย พร้อมกับส่งเสียงกรี้ดออกไป
ความวินาศสันตะโรมันเกินกว่าที่จะมีใครคาดคิดได้ถึง ฉันนั่งหมอบอยู่มุมหนึ่งหลังโต๊ะมองดูนายแจสเปอร์ะโชกต่อยผู้ชายคนนั้นทีคนโน้นที การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วและดูเหมือนเขาสนุกสนานกับการต่อสู้ชกต่อย ราวกับเล่นเกมต่อสู้
ผลั่ก! โอ้ย… เอื้อก… กรี้ดดด… เพล้ง! โครม! ตายๆ ข้าวของพังหมดแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงในที่สุด
ผู้ชายตัวโตๆ สามคนลงไปนอนร้องโอดโอย ใบหน้าบวมปูด ปากแตก ตาบวม สะบักสะบอมหมดสภาพไปตามๆ กัน ในขณะที่นายแจสเปอร์มีเพียงรอยแตกที่ปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาซัดผู้ชายสามคนราบคาบด้วยตัวคนเดียว มันเท่สุดๆ อ่ะ
“พวกมึงมีใครจะเอาอีกไหม ห๊ะ”
นายแจสเปอร์เดินปรี่เข้าไปหาพวกผู้ชายพวกนั้น แต่พวกเขาทั้งหมดก็กระเถิบตัวถอยหลังหนีพร้อมกับยกมือไหว้กันปลกๆ
“พอๆ กูยอมแล้ว”
“จำไว้นะพวกมึง ใจกากอย่าปากเก่ง… สัส!”
นายแจสเปอร์ยกแขนเสื้อเช็คคราบเืที่มุมปาก หลังจากพวกผู้ชายชกต่อยกันเสร็จฉันก็ออกจากที่ซ่อนตัว เดินตรงเข้าไปหาเขาแล้วหยิบผ้าเช็คหน้าของตัวเองยื่นไปให้เขา
“เอา ไว้ เช็ดปาก”
ฉันบอกเขา นายแจสเปอร์มองฉันแวบหนึ่งแล้วรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกับฉันสักคำเดียว
“คราวหน้าคราวหลังอย่าไปทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนอีก ขอโทษเธอซะด้วย”
เขาพยักหน้ามาทางฉัน
“ขอโทษครับ/ขอโทษนะ/ขอโทษด้วยครับน้องมินนี่”
พวกพี่ผู้ชายทั้งสามคนพากันยกมือขึ้นไหว้ฉันเป็การใหญ่ ฉันก็ยืนงงๆ ทำตัวไม่ถูก แพ็บเดียวพวกเขาก็รีบวิ่งแตกฮือออกไปจากร้านกาแฟคนละทางสองทาง
“ร้านพังหมดแล้ว โอ้ยฉันจะเป็ลม”
พี่บีออกมายืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อหันมาสบตากับฉันเขา
“เพราะเธอเป็ตัวต้นเหตุแท้ๆ มินนี่” พี่บีชี้หน้าฉัน และยัดเยียดข้อหาให้เสร็จสรรพ
“มินนี่เปล่านะคะพี่บี” ดูท่าว่าความซวยจะวิ่งชนฉันเข้าอย่างจังเบ้อเร่อซะแล้ว
“ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็เพราะเธอใช่ไหมวาวา
“เอ่อ… คือ”
วาวาก้มหน้าก้มหน้าโดยไม่ปริปากออกมาสักคำ ฉันเข้าใจนางดีวาวาเป็เด็กต่างจังหวัด นางเคยเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของนางค่อนข้างขัดสน นางจึงต้องช่วยเหลือตนเองด้วยการออกมาทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระจากทางบ้าน ฉันเข้าใจนางดี…
แต่ใครจะรู้บ้างไหมว่าฉันเองก็เหมือนกับถูกลอยแพไว้ที่เมืองไทยคนเดียว เมื่อวันก่อนฉันเพิ่งทราบข่าวชวนช็อกจากเ้าของห้องพักว่าพ่อของฉันไม่ได้ส่งเงินมาจ่ายค่าเช่าคอนโดสองเดือนแล้ว ถ้าหากเดือนนี้ฉันหาค่าเช่าที่ค้างอยู่ไปให้เขาไม่ได้ฉันก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอน
“เธอจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นมินนี่”
“พี่บีจะให้มินนี่รับผิดชอบทั้งหมดนี้ งั้นเหรอคะ?”
ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีอาการวิงเวียนหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็ลมขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อหันมองไปสำรวจความเสียหายรอบๆ ตัว ทั้งโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด ผนังด้านหนึ่งของร้านกาแฟที่ทำจากกระจกแตกเป็รูโหว่ คำนวณคร่าวๆ ด้วยสายตาแล้วต่อให้ฉันทำงานทั้งเดือนก็ไม่พอจ่ายค่าซ่อมร้านแน่ๆ
“ไร้สาระที่สุด”
เสียงของนายแจสเปอร์ดึงดูดสายตาของพวกเราทุกคนให้หันไปมองเขา
“เมื่อกี้ถ้าเธอสองคนออกมาช่วยยัยเฉิ่มนี่ พวกมันสามตัวก็คงลวนลามเธอไม่ได้แล้วเื่ทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น เห็นแก่ตัวแล้วยังจะให้คนอื่นรับผิดชอบอีกงั้นเหรอ”
นายแจสเปอร์ชี้หน้าพี่บีและวาวาจนสองคนทำหน้าเจื่อนๆ อ้าปากค้างไม่กล้าพูดอะไรออกมา คงเพราะเมื่อสักครู่พี่บีคงเห็นฝีมือการทำลายล้างของเขามาแล้ว
“พวกคนนิสัยแบบนี้นะเหรอที่เธอร่วมงานด้วย ไปลาออกซะยัยเฉิ่ม”
“ห๊ะ ว่าไงนะ ถ้าลาออกแล้วฉันจะไปทำอะไร”
“เื่ค่าซ่อมร้านฉันจะเป็คนจ่ายให้เองพอใจยัง ส่วนเธอก็ไปลาออก” นายแจสเปอร์เดินออกจากร้านกาแฟเมื่อเขาพูดจบพร้อมกับทิ้งะเิลูกใหญ่เอาไว้ให้ฉัน
“พรุ่งนี้เธอไม่ต้องมาทำงานอีกมินนี่ วาวาไปปิดร้านเดี๋ยวนี้”
พี่บีดึงสลักะเิออกทันที
ตูมมม!!! เสียงะเิดังสนั่นเล่นเอาฉันหูวิ้ง
“พี่บีคะ มินนี่…”
ฉันยังพูดไม่จบพี่บีก็เดินหายไปหลังร้าน
“นายแจสเปอร์!”
นี่ฉันไม่ใช่หน่วยกู้ะเินะว้อย ฉันทรุดลงนั่งกับพื้นเหมือนคนหมดแรง พี่บีพูดแบบนี้ก็ชัดแล้วว่าเขาไล่ฉันออกจากงานจริงๆ ฮือๆๆ