มนตรานอนพลิกตัวไปมาบนเตียงวุ่นวายเพราะนอนไม่หลับภาพปกป้องทำผ้าขาวม้าหลุดจนเห็นสิ่งที่ควรจะปกปิดไว้ใต้ร่มผ้าเอาแต่เด้งขึ้นมาในหัวของมนตราแต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอายที่สุดก็คือการจ้องมอง “สิ่งนั้น” ไม่วางตาน่ะสิจนเมื่อเธอรู้สึกตัวนั่นแหละถึงได้วิ่งพรวดพราดขึ้นมาที่ห้องนอน
“ไอ้บ้าๆๆ ลามก!”
มนตราร้องออกมาเบาๆเพราะกลัวปกป้องที่นอนอยู่ด้านล่างได้ยินโดยไม่รู้เลยว่าคนต้นเื่ก็นอนไม่หลับกระสับกระส่ายเพราะความอับอายเช่นกัน
............................................................
“ปี๊นๆๆ”
มนตรางัวเงียตื่นเพราะเสียงแตรรถยนต์ที่ดังหน้าบ้าน
“โอ๊ย! ใครมาบีบแตรหน้าบ้านคนอื่นแต่เช้าเนี่ย”
มนตราขยี้ตางัวเงียแล้วหยิบแว่นกับมือถือที่โต๊ะข้างเตียงก่อนเดินออกจากห้องไปพอลงมาข้างล่างเธอก็เห็นปกป้องในชุดเสื้อกล้ามตัวย้วยกับกางเกงบ็อกเซอร์ปอนๆของพ่อ กำลังยืนอยู่หน้าประตูรั้วที่แง้มพอประมาณ ดูด้านหลังไวๆเหมือนอาแปะวัยเจ็ดสิบ
มนตราหัวเราะคิกแล้วเดินไปหาจนเมื่อเข้าไปใกล้และเห็นว่าปกป้องกำลังคุยกับใคร มนตราก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
“เอ่อ...สวัสดีค่ะพี่บาส” มนตรายกมือไหว้ใ
มนตราลืมนึกไปเลยว่าตัวเองก็อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ที่ย้วยแล้วย้วยอีกจนสิ้นสภาพกับกางเกงบ็อกเซอร์สีน้ำตาลปอนๆที่ลายเหมือนกับปกป้องเป๊ะๆ จนอนุมานได้ว่าเป็กางเกงจากเซตเดียวกันทำให้ทั้งสองคนดูเหมือนใส่ชุดคู่แบบคู่รัก
“สวัสดีครับมนตร์” บาสดูอึ้งๆขณะรับไหว้เธอ แต่ก็รีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว “พอดีวันนี้พี่มาตรวจนอกสถานที่และเห็นว่าเ้าเหมียวอาการดูปกติดีแล้ว เลยถือวิสาสะพาเขามาส่งน่ะครับ”
บาสกุลีกุจอเปิดประตูรถด้านหลังแล้วหิ้วตะกร้าใส่แมวออกมา มนตราถลาจะออกไปรับแต่ปกป้องเอาแขนกันไว้แล้วยกตะกร้าเข้ามาแทนมนตราประหลาดใจที่เขาไม่แสดงท่าทีกลัวแมวให้เห็นเลย
“เอ่อ...พี่บาสเข้ามากินน้ำกินท่าก่อนไหมคะ”
“ครับ ยินดีครับ”
บาสเดินเข้ามาในบ้าน เช่นเดียวกับปกป้องเขากล่าวชมว่าบ้านเธอร่มรื่นและอบอุ่น มนตราเอ่ยขอบคุณ เธอพูดลอยๆว่าเ้าเหมียวของเธอไม่อ้อนคน ไม่วุ่นวายเป็เชิงบอกปกป้องว่าไม่ต้องกลัว แล้วเปิดตะกร้าเ้าเหมียวะโผลุงออกมาอย่างดีใจ ปกป้องสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามเก็บอาการจึงผละไปอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ส่วนบาสบอกว่าเขาให้เ้าเหมียวกินอาหารมาแล้วสุขภาพโดยรวมปกติดี เ้าเหมียวพันแข้งพันขามนตรา แล้วะโขึ้นไปนอนมองหนุ่มสาวทั้งสามจากบนโซฟา
“แล้วพี่รู้ได้ยังไงเหรอคะว่ามนตร์อยู่ที่นี่”มนตราถามขณะยกน้ำมาเสิร์ฟ
“พี่ดูที่อยู่ที่มนตร์กรอกไว้ในแฟ้มประวัติน่ะครับความจริงพี่โทรมาหลายสายแล้ว แต่ไม่มีใครรับ ขอโทษที่โผล่มากะทันหันด้วยนะครับ”
“อ๋อ! พอดีตอนนอนมนตร์ชอบปิดเสียงไว้ขอโทษนะคะ” มนตรารีบหยิบมือถือมาดู แล้วก็เห็นมิสคอล 5 สาย
“นี่ 10 โมงกว่าแล้วเหรอนึกว่ายังเช้าอยู่เลยนะเนี่ย” มนตราบ่นอุบ
“ก็เธอมันยัยคนขี้เซาอะ แล้วคุณบาสทาน’ไรมายังครับ พอดีผมจะทำบรันช์” ปกป้องหยิบส้มขนมปังโฮลวีต แฮม และไข่ออกมาจากตู้เย็น
“ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับ”
“ว้าว! บ้านฉันมีอะไรอย่างนั้นด้วยเหรอเมื่อวานเปิดตู้เย็นดูไม่เห็นเลย”มนตราอุทานอย่างดีใจ
“ก็เธอเก่งแต่กิน จะไปสังเกตเห็นอะไรเธอมาช่วยคั้นน้ำส้มเลย เร็วๆ” ปกป้องหัวเราะ
บาสมองดูสองคนหยอกเอินกันอย่างเป็ปกติธรรมชาติแม้เขาจะขันอาสาช่วยเตรียมอาหาร ทั้งสองคนก็พร้อมใจกันบอกให้เขานั่งเฉยๆจนเมื่อมนตราเสิร์ฟอาหารให้บาส เธอจึงเริ่มรู้สึกตัว
“เอ่อ...มนตร์ขอโทษนะคะที่แต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยแล้วก็นาย! ไม่มีเสื้อที่ดีกว่านี้ใส่แล้วเหรอ”มนตราหันไปแหวใส่ปกป้องที่กำลังก้มลงเลื่อนเก้าอี้นั่ง คอเสื้อจึงเปิดไปถึงไหนๆ
“เอ๊า! ก็นี่เสื้อพ่อเธออะแหม! แล้วตัวเองแต่งตัวดีตายละ”ปกป้องเถียง
“คือพอดีเมื่อวานปกป้องเขาไปทำธุระกับมนตร์ทั้งวันน่ะค่ะพอมาส่งก็เหนื่อยแล้ว เลยขอค้างที่นี่”มนตรารีบแก้ตัวขณะฉวยเสื้อแจ็กเกตตัวโปรดมาสวมทับเสื้อยืดตัวโคร่ง
“ทำธุระ?”บาสทวนคำเบาๆ อย่างสงสัย แต่มนตราไม่ได้สังเกตเลยเธอคะยั้นคะยอให้เขาดื่มน้ำส้มที่เธอคั้นขณะที่ปกป้องผู้เฝ้าสังเกตและอ่านสถานการณ์ออกแอบอมยิ้มเบาๆ
บ่ายวันนั้นแม้จะขับขี่รถคนละคันกันแต่สองหนุ่มก็กลับพร้อมกันเพราะต่างเกี่ยงกันไม่ยอมกลับก่อนมนตราจึงตัดปัญหาด้วยการไล่ทั้งคู่กลับพร้อมกันอย่างสุภาพ(แน่นอนว่าไม่สุภาพกับปกป้อง)
“เฮ้อ! เป็คนสวยนี่มันเหนื่อยเหมือนกันนะ”มนตรายืดตัวบิดี้เี
“เ้านี่ก็หลงตัวเองใช้ได้นะแต่ดูแล้วก็อารมณ์ดี ถึงว่าใครๆ ก็หลงเสน่ห์เ้า” เสียงเ้าเหมียวดังมาจากด้านหลัง
“คุณเหมียวละก็! อย่าเอาความจริงมาพูดสิคะ... หนูคิดถึงคุณจังเลยค่ะ”มนตราน้ำเสียงยินดีเหมือนได้เจอญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันนาน
“ข้าก็คิดถึงเ้าเหมือนกันคิดถึงบ้านหลังนี้ด้วย แปลกนะไม่ได้ค้างแค่คืนเดียวแต่กลับรู้สึกเหมือนห่างหายไปนาน”
มนตรารีบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเหตุใดเ้าเหมียวจึงหลับเป็ตายราวกับสลบไปและ่เวลาที่หลับนั้นเขาเห็นสิ่งใดบ้างเ้าเหมียวเล่าสิ่งที่เห็นให้เธอฟังทั้งหมด มนตราจดลงบนสมุดคู่ใจยิกๆ
“คุณบอกว่ากำลังชมจันทร์แล้วรู้ตัวอีกทีก็เข้าไปอยู่ในความฝันหรือความทรงจำอะไรทำนองนั้นใช่ไหมคะ”
“ใช่” เ้าเหมียวพยักหน้ารับ
“เอ...หรือว่ามันจะเกี่ยวกับคืนวันเพ็ญคะ”
“อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็แค่สมมติฐานเราคงทำได้แค่สันนิษฐานว่าสิ่งที่ทำให้ข้าระลึกความทรงจำหรือฝันได้อาจจะเป็ ‘พระจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญ’แล้วก็ ‘สิ่งที่ข้าน่าจะคุ้นเคย’ อย่างเช่นสุรา”
มนตราพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนเ้าเหมียวเมื่อพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาเลียขนตามเนื้อตัวตัวเองพอก้มลงเลียพุง ขาหลังก็ชี้ขึ้นฟ้า มนตราเห็นแล้วหัวเราะขบขันแต่แล้วก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“เอ๊ะ! ฉันไม่ยักเคยเห็นคุณเลียขนเหมือนแมวทั่วๆไปเลยนะคะ”
เ้าเหมียวชะงักกึก “จริงสิ!ข้าไม่เคยทำเช่นนี้จริงๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ”
“อีกอย่าง...พี่บาสบอกว่าคุณทานเอ่อ...อาหารเม็ดมาแล้วตอนนี้คุณทานได้แล้วเหรอคะ” มนตราพยายามเลือกใช้คำพูดให้กระทบใจน้อยที่สุด
“เื่นี้ข้าก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกันความจริงแล้วข้าจำรสชาติตอนกินไม่ได้เลยนะ แต่เดาว่าคงไม่แย่มากกระมังไม่อย่างนั้นข้าคงอาเจียนออกมาแล้ว แต่ถ้าเลือกได้ข้าคงต้องรบกวนขอเป็กุ้งหรือปลาต้มกับข้าวเหมือนเดิมจะดีกว่านะมนตรา”
“ได้สิคะ” มนตรารับคำแล้วเงียบไปอึดใจ “คุณเล่าให้ฉันฟังให้หมดเลยได้ไหมคะว่าตอนอยู่คลินิกคุณทำอะไรบ้างหรือรู้สึกยังไง เอาเท่าที่จำได้ก็ได้ค่ะ”
เ้าเหมียวพยายามนึกย้อนไปพร้อมๆกับเล่าให้เธอฟังไปด้วย
“อืม...เท่าที่สรุปได้ก็คือตอนนี้คุณกินอาหารเม็ดได้แล้ว ใช้กระบะทรายได้อย่างไม่เก้อเขิน เลียขนตัวเองสบายใจเมื่อได้นอนขดบนผ้าและกอดตุ๊กตาพอเห็นหมาที่คลินิกก็รู้สึกกลัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน จริงด้วย...แล้วคุณก็ยังมาพันแข้งพันขาหนูอีกทั้งที่ไม่เคยทำ”
“ใช่ และยังไม่ชอบหน้าไอ้แมวเป้ากรงข้างๆอีกด้วย หนกขู!” เ้าเหมียวเสริม
มนตราแอบขำแต่ก็จดลงไปแต่เมื่ออ่านทวนก็เริ่มหน้าเจื่อนลง
“ฉันว่ามันดูเหมือนกับ...”
“เหมือนแมวใช่ไหมมนตราข้าเองก็คิดเช่นนั้น...ข้ารู้สึกได้ว่าสัญชาตญาณของแมวในตัวข้ากำลังทวีความเข้มข้นขึ้นบางที...เ้าแมวที่เป็เ้าของร่างจริงอาจยังคงอยู่ และกำลังจะทวงร่างของมันคืนเวลาของข้าคงเหลือน้อยลงทุกที...มนตรา
“มันอาจจะไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้นก็ได้ค่ะ!เรามาค่อยๆ คิดกันเถอะนะคะ”
เ้าเหมียวเดินวนไปมาแล้วก็โพล่งขึ้น
“มีเื่หนึ่งที่ข้าอยากถามเ้า...เ้าหนุ่มคนนั้นที่เป็เพื่อนสนิทกับเ้าเขาคือใคร”
“อ๋อ...อีตานั่นน่ะเหรอคะเขาชื่อปกป้องค่ะ เป็เ้าของคาเฟ่ที่ฉันชอบไปนั่งทำงานประจำ แล้วก็เอ่อ...เป็เพื่อนสนิทของฉันค่ะว่าแต่คุณถามถึงเขาทำไมเหรอคะ”
“แล้วนิสัยใจคอของเขาล่ะเป็อย่างไร” เ้าเหมียวไม่ตอบ
“ก็กวนตี...อุ๊ย!ขอโทษค่ะ ก็กวนๆ แต่ก็เป็คนจิตใจดีค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ...อาจจะฟังดูแปลกสักนิดนะมนตราแต่ข้ารู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับเ้าหนุ่มคนนี้พิกล”
“เอ๊ะ!จะเป็ไปได้ไหมคะว่าตอนที่คุณเป็มนุษย์ คุณเคยเจอกับเขา”
“ข้ายังไม่เห็นภาพหรือความทรงจำใดๆเกี่ยวกับเขา แต่เ้าจำตอนที่ข้าฟื้นที่คลินิกได้ไหมมนตราก่อนที่ข้าจะฟื้นมันมีแสงสีขาววาบเข้ามา แล้วพอข้าลืมตามาก็เห็นปกป้องเป็คนแรกข้าก็รู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างน่าประหลาด”
“จริงด้วยค่ะ!วันนั้นจู่ๆ คุณก็ฟื้นขึ้นมาตอนที่ป้องบังเอิญจับโดนหางคุณ!”
“อืม...อาจจะบังเอิญหรือไม่ก็ได้แต่ถ้าจะให้รู้ชัดขึ้น ข้าคงต้องรบกวนเ้าอีกแล้วละ คงต้องวานเ้าหาโอกาสให้ข้ากับเขาได้พบกัน”
“ได้สิคะ ไม่มีปัญหาค่ะ” มนตรารีบรับคำทั้งที่รู้ว่าปกป้องกลัวแมวแต่เธอคิดว่าหาทางจัดการได้
“ข้าก็ว่าอย่างนั้นละคนรักใคร่ชอบพอกันก็น่าจะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ อยู่แล้ว”
“ค่ะ...เอ๊ะ! ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่ๆ” มนตราหน้าแดงก่ำรีบปฏิเสธพัลวัน
เ้าเหมียวยิ้มไม่พูดอะไรต่อมนตราทำท่าจะแก้ตัวอีก แต่โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นเสียก่อน
“ซวยแล้ว!”มนตราร้องตอนที่เห็นชื่อผู้ที่โทรเข้ามา
เ้าเหมียวเดินออกไปเพราะเกรงใจกลัวจะละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวของเธอ แต่หูของแมวนั้นดีกว่ามนุษย์หลายเท่านักเ้าเหมียวได้ยินมนตราชัดทุกคำทั้งคำขอโทษขอโพยและคำสัญญาเป็มั่นเป็เหมาะ
“ฉันซวยแล้วค่ะคุณเหมียวบก.โทรมาทวงงานฉันค่ะ” มนตราคร่ำครวญเดินมาหาเ้าเหมียว
“เ้าน่าจะเสียเวลาเื่ข้ามากเกินไปข้าขอโทษนะที่เป็ต้นเหตุ...”
“ไม่ค่ะไม่ใช่ๆ ฉันอยู่ใน่สมองตีบตัน ถึงไม่ยุ่งเื่คุณงานฉันก็ไม่คืบหน้าอยู่ดีค่ะ”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะเ้าไม่ต้องเป็ห่วงเื่ข้านะ ยังไงเื่งานก็สำคัญกว่า เอาเวลาไปทำงานก่อนเถอะ”
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจแต่ว่าใน่ไฟลนก้นแบบนี้ ฉันมักต้องไปเข้าถ้ำน่ะสิคะ”
“เข้าถ้ำ?”เ้าเหมียวฉงน
“หมายถึงฉันต้องไปเก็บตัวที่ไหนสักที่ที่ไม่ใช่บ้านเช่น โรงแรมแถวทะเลหรือูเาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ช่วยให้สมองแล่นค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง เ้าไปทำงานเถอะ”
“แต่คุณจะกินจะอยู่ยังไงล่ะคะถ้าฉันไม่อยู่”
“อย่าห่วงเลยน่าในเมื่อข้ากินไอ้เ้าอาหารเม็ดได้แล้ว ข้าก็...” เ้าเหมียวเสียงเศร้าลง
“อ๋อ!รู้แล้วค่ะ ปกป้องไง! ฉันจะฝากเขาดูแลคุณ” มนตราดีดนิ้วดีใจอย่างหมายมั่นปั้นมือ
จากผู้เขียน...
อะ...ยัยมนตร์จะเข้าถ้ำปั่นต้นฉบับหรือจะเข้ารกเข้าพงกันแน่น้อออ