ฉันรีบก้าวออกจากห้องเบรก ตั้งใจจะกลับไปที่โต๊ะทำงานตามที่พูดไว้ ระหว่างทางก็พึมพำกับตัวเองไม่หยุด
"บ้าจริง อยู่ ๆ ก็โผล่มา"
"แล้วทำไมต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้นด้วยนะ"
"พัช...รอด้วย" เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันชะงัก
พี่โจวรีบก้าวเข้ามาเมื่อเห็นฉันหยุดรออยู่ตรงนั้น รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้ากับท่าทางสบาย ๆทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูผ่อนคลายเสมอ
แม้จะเป็คนสบายๆ และอารมณ์ดีตลอดเวลา แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความจริงใจที่ทำให้ฉันเผลอยิ้มตอบทุกครั้ง
ทว่าวันนี้ แม้ฉันยังคงยิ้มให้เขาเหมือนเดิม แต่ในใจกลับรู้สึกสะท้อนวูบ เมื่อนึกถึงตัวเองที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
"วันนี้ไปกินข้าวร้านไหนดี" พี่โจวถามอย่างเอาใจ ปกติพวกเรามักจะออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกันสามคน- ฉัน, ยัยริน และพี่โจว
"ยังมีงานค้างอยู่ค่ะ พี่ออกไปกับยัยรินสองคนเถอะ วันนี้พัชกินที่โรงอาหารนี่แหละ"
ความรู้สึกผิดทำให้ฉันอยากเลี่ยงอยู่ใกล้เขา หวังเพียงว่าชายหนุ่มจะไม่ถามหาคำตอบในตอนนี้...เพราะฉันยังไม่พร้อมจริงๆ
ตลอดทั้งวันฉันพยายามเลี่ยงที่อยู่ใกล้คนสองคนหนึ่งคือพี่ภูมิ สองคือพี่โจว
แต่เป็ความรู้สึกอยากหลีกเลี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะหนึ่ง...ไม่อยากข้องเกี่ยว และสอง...คือความรู้สึกผิด
หลังมื้อเที่ยงฉันกลับเข้ามาที่โต๊ะทันที ไม่อยากไปไหนต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นดอกกุหลาบช่อใหญ่วางอยู่บนโต๊ะอย่างตั้งใจ
ฉันกวาดตามองรอบ ห้องที่ยังเงียบ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่ายังไม่มีใครกลับมา จึงหยิบดอกกุหลาบช่อใหญ่ขึ้นมาพลิกดู เผื่อจะมีการ์ดที่เขียนชื่อผู้รับบ้าง
และเป็ตามคาด มีการ์ดใบเล็กซ่อนอยู่ลึกด้านใน ราวกับไม่้าให้ใครเห็น
"ขอดูหน่อยน๊าา จะได้เอาไปให้เ้าของถูกคน" ฉันพึมพำเบา ๆ
เมื่อเปิดดูมีเพียงสองคำสั้น ๆ
'ขอโทษ'
ไม่มีชื่อผู้รับไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงสองคำที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ แต่กลับทำให้ฉันใจสั่นวูบเหมือนรู้ทันทีว่าเป็ของใคร
ฉันรีบเก็บการ์ดไว้ที่เดิมวางช่อดอกไม้ลงอีกครั้ง พอนึกได้ว่ามันเป็ของใคร ใจก็อยากโยนทิ้งทันที
แต่เพราะไม่มีชื่อ ฉันไม่กล้าแตะต้องมากไปกว่านี้ กลัวว่าจะเป็ของคนอื่น
"ชอบไหม...ที่รัก" เสียงทุ้มกระซิบจากด้านหลังทำให้ฉันชาวาบไปทั้งตัว
เขามาอยู่ข้างหลังฉันั้แ่เมื่อไหร่!
คำพูดนั้นยืนยันชัดเจนว่าดอกไม้ช่อนี้ถูกวางบนโต๊ะฉันอย่างจงใจ
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ผละออกไป
ขณะที่ฉันยืนค้าง…ยังไม่ทันคิดว่าจะทำอะไรกับดอกไม้ช่อนี้ต่อ
ไม่นานเสียงพูดคุยดังขึ้น หลายคนทยอยกับเข้ามากันแล้ว ฉันยังไม่ได้จัดการกับดอกไม้บนโต๊ะเลย
"โหววว...เห็นไหม สาวแผนกเอนจิเนียร์เราสวยจริง"เสียงแซวโผงผางดังขึ้น ก่อนตามด้วยคำถามที่ทำฉันชะงัก
"ใครส่งมาให้ล่ะพัช...โจวเหรอ"
"เอ่อ..." ฉันนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยต่อ
"คงไม่ใช่ของพัชหรอกค่ะ น่าจะส่งมาผิดโต๊ะหรือผิดแผนกมากกว่า"
ในแผนกที่เต็มไปด้วยผู้ชาย เื่แบบนี้จึงถูกแซวอย่างโผงผาง ไร้ความละเอียดอ่อน
"โอห์ม ลูกน้องนายได้ช่อดอกไม้อันเบ้อเริ่มเลย ใกล้จะมีน้องเขยแล้วนะ ฮ่าฮ่า"
"ก็บอกว่าไม่ใช่ของพัชไงคะ น่าจะของคนอื่น พวกพี่หยุดแซวแล้วไปนั่งที่กันได้แล้ว"
เสียงหัวเราะครึกครื้นดังอยู่พักหนึ่งก่อนทุกคนจะแยกย้ายออกไปทำงาน บางคนลงไปดูการผลิต บางคนตรวจเครื่องจักร หรือเช็คกราฟผลการทำงานบนหน้าจอ
เมื่อห้องกลับมาเงียบ ฉันจึงก้มลงไปสนใจเอกสารตรงหน้า ตรวจข้อมูลการผลิตพร้อมเช็คตัวเลขแรงดันและเปอร์เซ็นต์การผลิตที่ขึ้นลงแบบเรียลไทม์
แต่เพราะช่อดอกไม้ข้างตัวใหญ่เกินไป เกะกะสายตาทำให้สมาธิหลุดจากงานอยู่บ่อยครั้ง สายตาเหลือบไปหามันเรื่อยๆ พร้อมกับความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...
ฉันกวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง...เงียบ
ยังคงไม่มีใครกลับเข้ามา
ฉันหยิบกุหลาบช่อใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกสะดุดวูบเพียงชั่ววินาที ก่อนจะก้าวไปที่ถังขยะมุมห้อง...แล้วปล่อยมันลงอย่างเงียบงัน
เสียงประตูเปิดขึ้นพร้อมเสียงพูดคุย หลายคนทยอยกลับเข้ามาในห้อง บรรยากาศที่เงียบงันกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
ฉันก้มหน้าทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นานสายตาของใครบางคนเหลือบไปเห็นถังขยะมุมห้อง
"อ้าว...ช่อกุหลาบสวย ๆ ไปกองอยู่ในถังขยะซะแล้ว"
แน่ล่ะกุหลาบช่อใหญ่ขนาดนั้นวางอยู่ในถังขยะใบเล็กที่มีไว้ใส่แค่เศษกระดาษ ต้องโผล่เด่นสะดุดตาอยู่แล้ว
"โหวว...ใครกันนะ ใจร้ายจัง" อีกคนเอ่ยขึ้น พลางเหลือบมองมาที่ฉัน
"ผู้หญิงเวลาโหดนี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ"
แม้พวกเขายังไม่แน่ใจว่ากุหลาบช่อนี้เป็ของใครแต่เพราะมันถูกวางอยู่บนโต๊ะฉันก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงทำท่ามั่นใจว่าเป็ฝีมือฉันสินะ
"ใครกันทำให้ลูกน้องผมไม่พอใจนะ" เสียงพี่โอห์มดังขึ้นจริงจัง แต่ยังแฝงน้ำเสียงกึ่งหยอกกึ่งเอาจริง
สายตาเขาหันมาทางฉันเหมือนจะถามว่า...ใช่เธอหรือเปล่า
ถ้าฉันเผลอหลุดพยักหน้าไปก็เท่ากับยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็ฝีมือฉันเองน่ะสิ
ฉันเลือกก้มหน้ากับเอกสารตรงหน้าทำทีไม่สนใจ ทั้งที่รับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้อง
เสียงฝีเท้าจากประตูดังขึ้นก่อนหยุดอยู่ข้างโต๊ะฉัน ร่างสูงนั้นนิ่งไม่ไหวติงจนฉันััได้ เผลอเงยหน้าขึ้นเห็นเขามองไปทางถังขยะก่อนสายตานิ่งเงียบจะหันกลับมาสบตา ทำให้ฉันชะงักไปชั่วขณะ
รีบเบนสายตาลง พลิกเอกสารตรงหน้าไปมา ราวกับกำลังตรวจรายละเอียด ทั้งที่ใจยังสั่นไม่หยุด
ชายหนุ่มกำลังมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าดูเอกสารทั้งวันใบหน้าเล็ก ๆ ที่เคยยิ้มให้ทุกครั้งกลับว่างเปล่าจนทำให้ใจหาย
เขารู้ดีว่าผลลัพธ์หลังจากคืนนั้นจะเป็อย่างไรแต่ก็ยังเลือกทำลงไป เพราะมันคือทางเดียวที่จะรักษาสิ่งที่้าไว้ได้
แต่สิ่งหนึ่งกลับไม่เป็ไปตามที่เขาคิด...มันคือความเงียบ
เงียบ...จนผิดปกติ
ไม่ใช่ว่าวันนี้เธอจะต้องเดินมาโวยวาย ทุบตี หรือแม้กระทั่งร้องไห้ใส่เขาหรอกเหรอ
ทำไมถึงยังเลือกนิ่งเฉย...
เขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ััได้ว่าตัวเองกำลังถูกทำให้ไร้ตัวตน สายตาเล็ก ๆ มองผ่านเขาไปราวกับอากาศว่างเปล่า แม้บางครั้งจะเห็นอาการชะงักใอยู่บ้าง แต่ก็เพียงชั่ววินาที ก่อนใบหน้าเล็กๆ นั้นจะกลับมาเรียบเฉย แล้วก้มหน้าลงทำงานต่อ...ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนอย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้...
แต่ว่านะ'ต่อให้เธอทำเป็ไม่เห็น ฉันก็จะบังคับสายตาเธอให้กลับมาที่ฉันอยู่ดี'