ข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน

    57.กว่าเจ้าจะโตข้าก็คงจะหมดตัวแล้ว!

            เฟิ่งเทียนเข้าไปทำอาหารเช้าเมื่อออกมาจัดวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวก็แทบจะทำจานร่วงเพราะภาพที่เขาเห็นนั้นคือเจ้าไฉ่หงตัวน้อยกับน้องชายทั้งสองนั่งอยู่บนเมฆสีรุ้งที่คล้ายกับขนมสายไหมกำลังลอยไปมาอยู่ในห้องรับแขก โดยที่น้อง ๆ ทั้งสองของเขานั่งกอดกันบนก้อนเมฆนั้น แต่เจ้ามังกรน้อยกลับยืนบังคับก้อนเมฆให้ลอยอ้อยอิ่งวนเวียนรอบห้องรับแขก

            “พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วยขอรับ!” เฟิ่งหลง

            “แง๊ ! พี่ใหญ่ข้ากลัวความสูงขอรับ” เฟิ่งจิน

            “พวกท่านจะกลัวไปไย อยู่กับข้าไม่ตกแน่นอน”  ไฉ่หง

            “เฮ้อ ! น้องเล็ก เจ้าพาพี่รองกับพี่สามของเจ้าลงมาได้แล้ว พวกเขากลัวแล้วเจ้าเห็นหรือไม่”

            “บู้ ! ก็ได้ ๆ ลงก็ลง”

            เฟิ่งเทียนหัวจะปวดกับเจ้ามังกรน้อยตัวแสบ ยังดีที่มันพาน้องชายของเขาลอยอยู่แต่ในบ้านไม่ได้พาออกไปลอยเล่นข้างนอก ไม่เช่นนั้นทั้งเขาทั้งน้องชายฝาแฝดคงจะหัวใจวายเป็นแน่ สงสัยเขาต้องให้เสี่ยวเป่ากั้นอาณาเขตทางอากาศเสียแล้ว จะได้ป้องกันไม่ให้มันขี่เมฆลอยออกไปข้างนอกให้ผู้คนได้แตกตื่น เขาคงต้องวางกฎกติกากับเจ้ามังกรน้อยสักหน่อยแล้ว

            "เมื่อเมฆสีรุ้งลอยต่ำลงสู่พื้นบ้านก็สลายไป เฟิ่งหลงเฟิ่งจินรีบวิ่งลงมากอดเอวของเฟิ่งเทียนแน่นคล้ายจะหาที่พึ่งพิง ส่วนไฉ่หงตัวน้อยก็ลอยตัวไปมาวนเวียนรอบตัวของพวกเขาทั้งสาม

            “เอาหล่ะ เด็ก ๆ มากินข้าวกันเถอะพี่ใหญ่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทุกคนแล้ว ส่วนน้องเล็กเจ้าหยุดลอยตัวแล้วมานั่งกินข้าวดี ๆ หากเจ้าไม่เชื่อฟังข้าจะให้เฮยหู่มารับเจ้าไป”

            “ขอรับพี่ใหญ่”

            “งื้อ! ก็ได้ข้าไม่ใช้พลังแล้วก็ได้”

            เด็ก ๆ ทั้งสามเข้ามานั่งประจำที่ เฟิ่งเทียนจึงลงมือทานก่อนเป็นคนแรกเพื่อให้น้อง ๆ ได้เริ่มลงมือทาน เช้านี้เฟิ่งเทียนทำเกี๊ยวกุ้งตัวโตในน้ำซุปร้อน ๆ เพิ่มไข่ในชามคนละหนึ่งฟอง ตามด้วยนมร้อนเฉาเหม่ยคนละหนึ่งแก้ว สองฝาแฝดกับเฟิ่งเทียนกินกันอิ่มแล้ว แต่ทว่าเจ้าตัวน้อยไฉ่หงกินเข้าไปแล้วสี่ชามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มสักที

            “พี่ใหญ่ ข้าขออีกขอรับ!”

            “นี่เจ้ายังไม่อิ่มอีกหรือ”

            “ยังหรอกขอรับ ก็อาหารของท่านมันอร่อยมาก ๆ เลยนี่นา ตั้งแต่เกิดข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยและมีพลังปราณแบบนี้เลยขอรับ”

            “น้องเล็กพูดถูก พี่ใหญ่ของเราทำอาหารอะไรก็อร่อยสุด ๆ ไปเลย” เฟิ่งจินรีบพยักหน้าเห็นดีเห็นงามกับไฉ่หงไปด้วย

            “เจ้ากินได้เพียงอีกชามเดียวเท่านั้นเพราะเกี๊ยวกุ้งของข้าจะหมดหม้อแล้ว”

            “ขอรับ อีกชามก็อีกชาม” ไฉ่หงคิดในใจมันยังไม่อิ่มเลยสงสัยต้องฝากท่านลุงเฮยหู่ล่าสัตว์อสูรมาให้มันกินเพิ่มเสียแล้ว มันเป็นมังกรนะให้มันกินเท่ามนุษย์มันมิเป็นมังกรผอมโซหรอกหรือ

            หลังอาหารเช้า เฟิ่งเทียนจึงเดินนำน้อง ๆ ทั้งสามเข้ามาในไร่ฝั่งตะวันออกเพื่อมารดน้ำผักและถอนหญ้า เฟิ่งหลง เฟิ่งจินที่รู้หน้าที่ดีอยู่แล้วก็พากันเดินไปหยิบเอาตะกร้าสานใบเล็กเพื่อนำมาใส่หอยทากและวัชพืชที่ตนเองเด็ดทิ้ง ไฉ่หงตัวน้อยเดินตามไปด้วยมันอยากจะถอนหญ้าเล่นกับจับหอยตั้งแต่ตอนที่มันเป็นไข่ตั้งแต่ตอนพรางตัวดูพวกเขาในไร่มานานแล้ว มันอยากลงมือทำแบบพวกเขาบ้าง เฟิ่งหลงที่ตอนนี้มีน้องชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคนและเป็นหลานชายของท่านเทพที่พวกเขาต้องดูแล ดังนั้นเขาจึงพาน้องรองและน้องเล็กเดินไปตามแปลงผักเพื่อค้นหาวัชพืชกับหอยทากที่หลบอยู่ตามใต้ใบพืช เด็กน้อยทั้งสามคนสนุกสนานส่งเสียงหัวเราะดีใจยามค้นหาเจอหอยตัวน้อย

            ไม่นานนักแดดยามสายของฤดูร้อนก็สาดส่องลงมา เด็กน้อยทั้งสามคนที่กำลังแข่งขันเก็บหอยทากก็เหงื่อไหลไปตามกรอบใบหน้า แก้มสองข้างสุกปลั่งแต่ก็ยังส่งเสียงดีใจเมื่อตนเองหาหอยทากตัวใหม่เพิ่มได้ เฟิ่งเทียนที่เห็นน้อง ๆ เล่นตากแดดก็เริ่มเป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นลมแดดไปกันเสียก่อน

            “เด็ก ๆ แดดร้อนแล้วกลับเข้ามาพักในร่มใต้ต้นไม้กันก่อน”

            “พี่ใหญ่ขอรับ พวกเรายังเหลือแข่งเก็บหอยแปลงผักแปลงสุดท้ายแล้วขอรับ” เฟิ่งจิน

            “ใช่ขอรับ พวกข้าขอเวลาอีกสักครู่นะขอรับแล้วพวกเราจะรีบหลบร่มขอรับ” เฟิ่งหลง

            “จริงด้วย ท่านดูสิ พวกข้ากำลังแข่งเก็บหอยกันสนุกมากเลยขอรับ” ไฉ่หง

            “แต่แดดมันร้อน พี่ใหญ่กลัวว่าเจ้าจะเป็นลมแดดเอาได้ พวกเจ้าดูท้องฟ้าสิ เมฆไม่มีสักก้อนแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”

            “เรื่องแค่นี้เอง ข้าจัดการเองขอรับ” 

            ไม่รอช้าทันที่ที่พูด ไฉ่หงตัวน้อยทำท่าทางโบกมือไปมาในอากาศ ไม่นานนักก็มีกลุ่มเมฆปรากฏบนท้องฟ้าแล้วลอยตัวรวมกันมาปกคลุมเหนือไร่ตระกูลหวัง ปิดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา เมื่อมังกรน้อยเรียกเมฆมาได้มันก็หันไปยืดอกทำท่าภูมิใจพร้อมหันมาขอคำชมจากพี่น้องตระกูลหวัง

            “แค่นี้ก็เรียบร้อย พวกข้าไปแข่งเก็บหอยกันต่อได้แล้วหรือไม่ขอรับพี่ใหญ่” 

            “โอ้โห ! น้องเล็กเจ้าเก่งมากเลย สามารถเรียกก้อนเมฆมาได้ด้วย” สองฝาแฝดตื่นเต้นกันยกใหญ่กับพลังของน้องเล็กของตน

            “อือ..เจ้าเรียกเมฆมาซะขนาดนี้แล้วจะให้ข้าพูดอะไรได้อีก เอาหล่ะเด็ก ๆ พี่ใหญ่อนุญาตให้พวกเจ้าเก็บหอยแค่แปลงสุดท้ายนี้เท่านั้น ถ้าใครยังดื้อไม่เชื่อฟัง พี่ใหญ่จะไม่ทำขนมอร่อย ๆ ให้กินในยามบ่ายนี้อีก”

            “ขอรับพี่ใหญ่”

            การแข่งขันครั้งนี้ผู้ชนะคือเฟิ่งจินผู้แคล่วคล่องที่ได้หอยทากจำนวนเยอะที่สุด ส่วนเฟิ่งหลงและไฉ่หงนั้นได้หอยทากเท่ากันผลจึงเสมอกัน เมื่อพวกเขาแข่งเสร็จจึงนำหอยทากทั้งหมดไปให้เคนงานในไร่เพื่อนำมาหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ต่อไปเหมือนกับที่พี่ใหญ่ได้บอกไว้ว่า หอยทากเหล่านี้มันมากินพืชผักของพวกเขามันก็ต้องย่อมตอบแทนผักเหล่านี้บ้าง

            ใกล้เที่ยงเฟิ่งเทียนจึงพาเด็กน้อยทั้งสามคนไปทานข้าวที่โรงอาหารใหญ่ บรรดาคนงานและเหล่าเด็กน้อยในไร่ที่ช่วยงานในช่วงเช้าเสร็จเรียบร้อยก็กลับมารวมตัวกันที่โรงอาหารแห่งนี้เพื่อพักรับประทานอาหารกลางวัน เมนูอาหารวันนี้เป็นข้าวหมูแดง และข้าวหมูกรอบ พร้อมกับน้ำแกงหัวไชเท้ากระดูกหมู ซึ่งเฟิ่งเทียนได้นำหมูที่ไปล่ามาเมื่อเช้าให้แม่ครัวนำมาจัดการ  ทุกคนในไร่ไม่เว้นแม้แต่เฟิ่งเทียนกับน้อง ๆ ต่างก็เดินต่อแถวรับอาหารที่ตนเองอยากกิน ใครมาก่อนก็เข้าแถวก่อนใครมาทีหลังก็ต้องต่อแถวไม่มีการแทรกแถวโดยเด็ดขาด บ้างไปเลือกต่อแถวข้าวหมูแดง บ้างไปต่อแถวข้าวหมูกรอบ เมื่อได้อาหารที่ตนเองเลือกก็กลับมานั่งที่โต๊ะทานข้าวมีถ้วยน้ำแกงที่ถูกแม่ครัวจัดวางรอไว้ก่อนแล้ว

            “ทุกท่าน เด็กน้อยคนนี้ชื่อไฉ่หง เป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ให้พวกท่านเรียกเขาว่าคุณชายน้อย ส่วนเฟิ่งหลงยังเป็นคุณชายรองเช่นเดิม ส่วนเฟิ่งจินขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นคุณชายสาม และเย็นนี้เราจะมีงานเลี้ยงต้อนรับน้องชายคนใหม่ของข้ากัน เอาหล่ะทุกคนลงมือทานได้”

            “ขอรับนายท่าน ยินดีต้อนรับคุณชายน้อยขอรับ”

            บรรดาคนงานในไร่ทุกคนต่างอิ่มหนำสำราญกับเมนูอาหารเลิศรส หมูกรอบราดซอสชุ่มฉ่ำเมื่อกัดเข้าไปก็กรอบนอกนุ่มใน น้ำมันของมันหมูไหลฉ่ำซึมเข้าเนื้อ ข้าวหมูแดงก็มีรสชาติดีเนื้อชิ้นโตหั่นบางราดซอสน้ำแดงหรือเพิ่มซีอิ๊วหวานกินกับต้นหอมหรือแตงกวาแนมก็อร่อย ยิ่งซดน้ำแกงก็ยิ่งคล่องคอ คนงานคนไหนกินไม่อิ่มเหล่าแม่ครัวก็รอเติมให้บางคนกินเมนูเดิม บางคนก็เปลี่ยนเมนูใหม่ ในไร่แห่งนี้เฟิ่งเทียนไม่เคยตระหนี่กับคนงานของตนเพราะเรื่องกินถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเฟิ่งเทียนถือคติว่าหากคนงานในไร่กินอิ่มนอนอุ่น ก็ย่อมมีแรงกำลังในการทำงานไร่ และคนงานเหล่านี้ถึงแม้จะเป็นทาสแต่ก็จะภักดีกับเขาไม่มีวันที่จะคิดทรยศ

            เมื่อทุกคนกินอิมมก็แยกย้ายกันไปทำงาน เด็ก ๆ ก็ถึงเวลาที่จะไปศึกษาตำรากับอาจารย์เปาไม่เว้นแม้แต่เฟิ่งจินกับเฟิ่งหลง  ในโรงอาหารแห่งนี้จึงเหลือเหล่าแม่ครัวกับเฟิ่งเทียนที่นั่งเฝ้าไฉ่หงตัวน้อยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกินอิ่มเลยสักนิด

            “อ้าม…ง่ำ ๆ อร่อยสุด ๆ หมูกรอบอร่อยมาก หมูแดงนี่ก็อร่อย”

            “นี่ไฉ่หง เจ้ากินเข้าไปจานที่สิบแล้วนะ นี่เจ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มบ้างเลยหรือ”

            “ข้าเป็นเด็กกำลังโตนี่ขอรับ อาหารแค่นี้ข้ากินอย่างไรก็ไม่อิ่มหรอกขอรับนายท่าน”

            “เฮ้อ ! กว่าเจ้าจะโตข้าก็คงจะหมดตัวแล้วหล่ะ” 

            เฟิ่งเทียนได้แต่ส่ายหัว เงินที่เขาได้มาหนึ่งล้านตำลึงทองในการรักษาสามชีวิตของตระกูลเย่  ไม่แน่เขาอาจจะมาหมดตัวกับการหาซื้ออาหารมาเลี้ยงเจ้าตัวตะกละน้อยนี้จนหมดตัวเป็นแน่

            “ฮิ ฮิ ก็ข้าหิวนี่ขอรับ แต่ว่าข้าฝากท่านลุงเฮยหู่ล่าสัตว์อสูรมาให้ข้ากินด้วยขอรับ หรือว่ายามดึกข้าเข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่ากินเองก็ได้ แต่ถ้านายท่านไม่อนุญาตข้าก็จะเข้าไปล่าสัตว์อสูรในมิติของท่านลุงแทนขอรับ”

            “หึ ! ถ้าเจ้าเข้าไปล่าในมิติของเฮยหู่ เจ้าไปล่าแค่แมงป่องทะเลทราย กับค้างคาวแม่ไก่ก็พอ ส่วนสัตว์อสูรตัวอื่นเจ้าอย่าไปรังแกพวกมันรู้หรือไม่ พวกมันเป็นสหายของข้าเจ้าห้ามไปฆ่าหรือทำร้ายมันเด็ดขาด โดยเฉพาะเสี่ยวไป๋ของข้า เจ้าห้ามเข้าไปยุ่งรู้หรือไม่”

            “ขอรับ แต่เสี่ยวไปนี่ใช่ลูกจิ้งจอกหิมะใช่หรือไม่ขอรับ ข้าไปดวลกับมันมาหลายรอบสนุกมาก ๆ เลยขอรับ”

            “เฮ้อ ! เจ้าก็อย่าไปรังแกมันมากหล่ะ แล้วตอนนี้เจ้ากินอิ่มแล้วหรือไม่ เจ้าลองหันไปดูแม่ครัวสิตอนนี้อาหารในหม้อไม่มีให้เจ้ากินอีกแล้วหล่ะนะ”

            “งื้อ ! ก็ได้ ข้าอิ่มแล้วก็ได้”

            “เดี๋ยวยามบ่ายข้าก็จะทำขนมให้เด็ก ๆ กิน เจ้าก็อดใจรอสักหน่อยก็แล้วกัน แล้วตอนนี้เจ้าจะไปศึกษาตำรากับเด็ก ๆ เหล่านั้นได้แล้ว และจำไว้ว่าห้ามไปรังแกใคร ที่สำคัญเจ้าห้ามใช้พลังของเจ้าโดยเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”

            “ขอรับนายท่าน ถ้าอย่างนั้นข้าไปศึกษาตำรากับท่านอาจารย์ก่อนนะขอรับ”

            ไฉ่หงตัวน้อยรีบลงจากเก้าอี้นำจานข้าวไปคืนให้กับแม่ครัวพร้อมรอยยิ้มประจบเอาใจ หวังจะอ้อนขออาหารเพิ่มในมื้อต่อไป จากนั้นก็วิ่งแจ้นไปยังโรงเรือนที่สร้างสำหรับศึกษาตำราให้กับ เด็ก ๆ โดยเฉพาะมันอยากตอบคำถามยามเมื่อมันเป็นไข่ แต่ตอนนี้มันมีร่างเป็นมนุษย์แล้วมันจะได้ยกมือแข่งขันตอบคำถามเหมือนกับเด็ก ๆ เหล่านั้นบ้าง  เฟิ่งเทียนมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ขอมันก็ได้แต่ส่ายหัวกับความแสบซน นี่ขนาดออกจากมิติยังแสบซ่าได้ขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าต่อไปเจ้าตัวน้อยนี้จะทำเขาไมเกรนขึ้นหรือไม่

            “เสี่ยวเป่า เจ้ามีวิธีใดให้ไฉ่หงไม่หิวบ่อย ๆ บ้าง ข้าคงจะหมดตัวเป็นแน่ถ้าเจ้าตัวน้อยยังกินแบบนี้อีก”

            [นายท่านสามารถนำน้ำทิพย์วารีสวรรค์ให้มังกรน้อยดื่มในช่วงเช้าและก่อนนอนครั้งละหนึ่งแก้ว ก็จะสามารถบรรเทาความหิวให้กับมังกรน้อยได้ส่วนหนึ่ง]

            “อืม…ช่วยได้ส่วนหนึ่งก็ยังดี โชคดีที่บ่อน้ำทิพย์ของข้าเต็มบ่อเสมอ  อีกส่วนก็คงต้องพึ่งให้เสี่ยวเฮยกับเหล่าสัตว์เลี้ยงของข้าไปล่าสัตว์อสูรมาเพิ่มให้กับเจ้าตัวน้อยแล้วสินะ  เฮ้อ ! ข้าโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้เจ้าไข่น้อยมาเลี้ยงดูกันแน่เนี่ย!”

             ยามบ่าย เฟิ่งเทียนนำเด็ก ๆ กลับมาทานของว่างยามบ่าย และเด็ก ๆ ทุกคนก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมเสริมทักษะ เฟิ่งเทียนทำบัวลอยไข่หวานมะพร้าวอ่อน โดยให้เด็ก ๆ ไปเข้าแถวล้างมิือจนสะอาดดีแล้วก็มาช่วยกันปั้นแป้งที่ผสมเนื้อฟักทอง มันม่วง และน้ำใบเตย เด็ก ๆ สิบกว่าคนช่วยกันปั้นแป้งก้อนกลมเล็ก ๆ สามสีอย่างสนุกสนาน เมื่อปั้นเสร็จเฟิ่งเทียนจึงนำมาต้มให้แป้งสุกแล้วค่อยนำลงไปต้มรวมในหม้อน้ำกระทิใบเตยเติมน้ำตาลตัดเกลือเพื่อปรุงรส ตอกไข่ไก่ลงไปโรยมะพร้าวอ่อนเพิ่มความอร่อย กลิ่นหอมของน้ำกะทิใบเตยลอยกระจายไปทั่วไร่ เฟิ่งเทียนเก็บไว้หนึ่งหม้อใหญ่เพื่อเป็นของหวานกับทุกคนในตอนเย็น ส่วนหม้อเล็กเป็นของเด็ก ๆ ที่ได้มีส่วนร่วมลองชิมฝีมือการปั้นแป้งของตัวเอง เด็ก ๆ นำถ้วยใบเล็กที่เต็มไปด้วยบัวลอยสีสวยกับไข่หวานน่ากินไปนั่งกินรวมกันที่โต๊ะ ส่วนถ้วยของเขากับน้อง ๆ ทั้งสามเฟิ่งเทียนหยดน้ำทิพย์วารีสวรรค์เข้าไปในหม้อหนึ่งหยดเพื่อบำรุงร่างกาย และอีกเช่นเคยไฉ่หงตัวน้อยที่ไม่เคยหยุดได้ที่ถ้วยแรกก็ขอเติมจนเกลี้ยงหม้อแม้กระทั่งน้ำกะทิก็ไม่มีเหลือ เฟิ่งเทียนเห็นก็อยากจะถามเจ้าตัวน้อยนี่เสียจริงว่ากระเพาะของมันมีหลุมดำใช่หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเขาต้องเลี้ยงข้าวมันวันละกระสอบหรอกนะ !"

    **********************

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245