แผนการเื้ัสถานีวิเศษ
“เบื้องบนมีคำสั่งลงมาใช่ไหม พวกท่านบอกว่ายังไงบ้างเื่สถานีวิเศษของพวกมัน”
ปู่ของซินซินที่เห็นว่าลูกของตัวเองเพิ่งกลับเข้าบ้านมา ก็รีบถามไถ่เื่ที่เขาอยากรู้ออกไปทันที พร้อมกับเรียกลูกของตัวเองให้มานั่งที่โซฟาข้างๆตน
“พวกท่านบอกว่าจะจัดงานชุมนุมของอาดูลขึ้นใกล้ๆ กับพิธีเปิดสถานีวิเศษของพวกรัฐบาล เพื่อที่จะได้ส่งคนของเราเข้าไปสอดแนมว่าพวกมันมีแผนการเื้ัอะไร”
“แผนที่ว่ามาก็น่าสนใจอยู่ แต่ทำไมลูกต้องทำหน้าวิตกกังวลขนาดนั้นด้วย”
“พ่อครับ… พวกเขาบอกให้พาซินซินไปงานของอาดูลที่จะจัดขึ้นด้วย ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องทำแบบนั้น”
“ซินซินอย่างนั้นเหรอ?…ถ้าอย่างนั้นก็ดีซิจะวิตกกังวลไปทำไมล่ะนี่เป็เื่ดีไม่ใช่หรอที่เขาเห็นความสำคัญของซินซินแล้ว ไม่แน่พวกเขาอาจจะเริ่มคิดว่าซินซินเป็เด็กในคำทำนายเหมือนกันก็ได้”
“แล้วถ้าเกิดเหตุอันตรายละครับ”
“อันตรายอะไรกัน พวกเราแค่จัดงานชุมนุมขึ้นมา คิดว่าพวกนั้นจะใช้กำลังกับพวกเราหรือไง พวกมันเอาแต่พล่ามเื่สิทธิมนุษยชน พวกมันเองคงไม่กล้าลงมืออะไรกับพวกเราหรอก”
ปู่ของซินซินที่ยังเห็นว่าลูกของตัวเองยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ ก็ยืนมือไปตบที่บ่าของเขาเพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะพูดสนับสนุนขึ้นมาอีก
“เชื่อพ่อเถอะนะมันไม่เป็อะไรหรอก … บอกให้เมียของแกพาลูกไปชมงานเถอะ ซินซินจะได้เข้าสังคมกับเหล่าอาดูลคนอื่นด้วย”
“ลองลีฟรา ลองลีฟรา ลองลีฟรา”
กลุ่มคนจำนวนหนึ่งภายในอาคารได้ร่วมกันเปร่งเสียงออกมาเพื่อสรรเสริญให้แก่รูปของชายที่มีหนวดเคราดกดำ เหมือนที่บ้านของซินซิน ก่อนที่ซินซินและแม่ของเขาที่รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยจะถูกจัดให้ต่อแถว เพื่อรอหยอดเงินลงไปในตู้ที่ถูกจัดอยู่ด้านหน้าของรูปขนาดใหญ่นั้น
พร้อมกับข้อความที่เขียนว่า ”ร่วมบริจาคเพื่อมอบแด่อดุลท่าน ได้ทำความดีและพัฒนาประเทศของเรา” และรูปภาพผลงานต่างๆ ที่เกิดจากอดุล ทำให้เหรียญและแบงค์มากมายถูกหยอดลงในกล่องจนเต็มจากผู้ที่มาร่วมสรรเสริญอดุล จนคนที่ดูแลงานต้องไปเอาตู้ใบใหม่มาว่างแทนเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงคิวของซินซินก็ตาม
“ทำไมเขาไม่โอนผ่านสมาร์ทโฟนละครับแม่ จะได้ไม่ลำบากพก…”
ซินซินที่ยืนต่อคิวอยู่ก็นึกสงสัยขึ้นมาเลยหันไปถามแม่ของเขาแต่ก็โดนแม่ของเขาส่งสัญญานให้เงียบลงโดยที่ซินซินยังพูดไม่จบ ก่อนจะมีเสียงตอบขึ้นมาแทนจากด้านหลังของแม่ของเขาอีกที
“เพราะเขาเชื่อกันว่า ถ้าหยอดเงินผ่านตู้บริจาค จะมีโอกาสได้รับของวิเศษยังไงละจ๊ะ ซินซิน”
“ครูเอ็มม่า!”
ซินซินที่หันไปมองเสียงอธิบายที่ดังขึ้นข้างหลังแม่ของเขาก็เจอกับคุณครูประจำชั้นที่ยืนต่อคิวอยู่ และส่งยิ้มให้กับเขา
“ครูเอ็มม่ามาทำอะไรหรอครับ…ไม่สิๆ ของวิเศษที่พูดถึงคืออะไรหรอครับ”
“มันเป็ตำนานของดีอาดูแอลเราน่ะ เขาเล่าว่าผู้ที่บริจาคของให้กับตัวแทนของพระเ้าจะมีโอกาสได้รับของวิเศษจากพระเ้าท่านเอง”
“ขะ…ของวิเศษ”
ซินซินที่ได้ยินคำพูดของครูเอ็มม่าก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ก่อนที่จะหันไปมองที่ตู้บริจาคอย่างใจจดใจจ่อพร้อมกับแถวที่เข้าใกล้กล่องบริจาคเรื่อยๆ จนทำให้แม่ของซินซินที่เห็นความคาดหวังของลูก ก็ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มไปทางเขา
“ลูกของแม่ก็เด็กอยู่จริงๆ นี่น่า”
“แม่พูดอะไรหรือเปล่าครับ?”
ซินซินที่ได้ยินเหมือนแม่เขาพึมพำบางอย่างก็หันไปถามแม่ของตัวเอง ก่อนที่เธอจะส่ายหัวปฏิเสธออกไป ทำให้ซินซินหันมาใจจดใจจ่อกับกล่องบริจาคต่อ จนกระทั่งมาถึงคิวของเข้า
ซินซินค่อยๆ หย่อนเหรียญที่แม่ของเขาเตรียมไว้ให้ลงไปที่ละเหรียญ….ที่ละเหรียญ พร้อมกับคอยมองไปรอบๆ เพื่อหวังว่าจะได้รับของวิเศษ แต่เหรียญแล้วเหรียญเล่าผ่านไปก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนแม่ของเขาสะกิดให้ซินซินรีบๆ ใส่เหรียญลงไป เขาถึงแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ก่อนที่จะหย่อนเหรียญทั้งหมดลงไป
ทันทีที่เหรียญสุดท้ายผ่านขอบรูของตู้บริจาคก็มีควันปริศนาวิ่งสวนขึ้นมาและลอยตัวอยู่เหนือตู้ จนสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่กำลังต่อคิวอยู่ และรีบยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์ไว้
ซินซินจ้องควันที่ลอยขึ้นมาด้วยสายตาที่มีความหวังก่อนที่ควันนั้นจะจางลงเรื่อยๆ และปรากฏกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีอักขระประหลาดสลักอยู่ แต่ไม่ทันที่คนโดยรอบจะได้เข้ามาดูใกล้ๆ มันกลับลอยอ้อมไปด้านหลังของซินซิน และหายไปในตัวเขา จนสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนโดยรอบ ก่อนที่จะมีเสียงปรบมือดังขึ้นมาด้วยความยินดีและทำให้ผู้คนในอาคารที่เห็นภาพตรงหน้าช่วยกันปรบมือออกมาด้วย
ซินซินและแม่ของเขาที่เห็นเสียงปรบมือของคนโดยรอบก็รีบผงกหัวขอบคุณแก่คนในงานก่อนที่แม่ของซินซินจะพาลูกเดินออกมาจากอาคาร เพื่อให้คนที่รอเข้ามาทำการสรรเสริญรูปของอดุล ได้เข้ามาทำกิจกรรมต่อ
เมื่อทั่งคู่เดินออกมาจากอาคาร ที่ด้านนอกก็มีร้านค้ามากมาย ที่ขายของที่ระลึกที่มีรูปของอดุลในอิริยาบถต่างๆ รวมถึง ภาพที่อดุลกำลังทำความดีในการช่วยเหลือผู้คนในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งสองคนแม่ลูกต่างเดินดูของที่ระลึกเ่าั้ หลังจากที่เดินออกจากอาคารที่ทำพิธีเคารพอดุลมา โดยซินซินยังคงแสดงความตื่นเต้นที่ได้ของวิเศษบางอย่างมาตลอดทั่งทาง จนเขาทนไม่ไหวและถามแม่ของเขาออกไป
“แม่ครับของวิเศษที่ผมได้คืออะไรหรอครับ”
“แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เดี๋ยวเรากับบ้านแล้วไปถามพ่อกันนะ ปู่กับพ่อจะต้องดีใจแน่เลย”
ซินซินที่กำลังมีความสุขเพราะได้รับของวิเศษนั้น ก็พยักหน้าให้กับแม่ของเขา และเดินชมงานกับแม่ของเขาอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สะดุดกับหนังสือความดีของอดุลที่ถูกวางขายอยู่
“สนใจเล่มไหนสามารถสอบถามได้เลยนะครับผม”
เ้าของร้านหนังสือที่เห็นว่าลูกค้าแม่ลูก มายืนดูที่หน้าร้านของตนนั้นก็รีบเดินเข้าไปให้ความต้อนรับทันทีก่อนที่จะเห็นสายตาของพวกเขาจองไปที่หนังสือขายดีหน้าร้านของตนเอง พร้อมกับหยิบมันขึ้นมาพรีเซนต์ให้แม่ลูกฟัง
“สนใจหนังสือเล่มนี้อยู่หรือเปล่าครับหนังสือเล่มนี้เป็หนังสือที่ขายดีที่สุดของร้านเราเลยนะ มันเป็หนังสือที่รวมความดีของท่านอดุล และเหตุผลที่ควรจะรักท่านไว้ได้อย่างรวบรัดและเข้าใจง่าย ถ้าเอาไปให้เป็ของขวัญกับคนที่ไม่ได้ชื่นชอบท่านอดุลละก็ รับรองได้เลยว่าจะเปลี่ยนใจมารักท่านอย่างแน่นอนครับ”
,
ด้วยประโยคดังกล่าวที่เ้าของร้านหนังสือพูดมานั่นก็ทำให้ซินซินนึกไปถึง
เพื่อนร่วมชั้นสุดสวยของเขา ก่อนที่จะหันไปขอร้องแม่ของเขาให้ซื้อหนังสือเล่มนั้น
“แม่ครับซื้อให้ผมหน่อยนะผมขอร้องล่ะ”
“ได้แน่นอนอยู่แล้ว ซินซินอยากได้อะไรวันนี้แม่ซื้อให้หมดเลย”
คำพูดของแม่ซินซินนั้นทำให้เขาดีใจเป็อย่างมากจนเขาไปกอดแม่ของเขาอยู่นาน ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กที่วิ่งเล่นกันอยู่จนได้รับความสนใจของซินซิน
เมื่อเขาตั้งใจมองไปที่กลุ่มเด็กพวกนั้น ก็เห็นเด็กที่มีสีผมยาวสีขาวทองแต่งตัวเหมือนผู้ชายวิ่งเล่นอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ก่อนที่เด็กกลุ่มนั้นจะวิ่งออกจากงานชุมนุมของอาดูลไป ทำให้ซินซินเกิดอาการร้อนรน และรีบหันหลังไปะโหยิบหนังสือในมือของเ้าของร้าน พร้อมกับวิ่งตามเด็กกลุ่มนั้นไป
“พันสองร้อยบาทนะครับคุณแม่”
เ้าของร้านที่เห็นว่าซินซินหยิบหนังสือวิ่งไปแล้วนั้น ก็เลยเอ่ยราคาออกมา
กับแม่ของซินซินจนเธอแสดงอาการใออกมาเล็กน้อยกับราคาที่ได้ยิน ก่อนจะหยิบเงินในกระเป๋าเธอของเธอให้กับเ้าของร้านไป
“ฟินน์น์น์น์น์”
ซินซินพยายามวิ่งตาม เด็กกลุ่มนั้นพร้อมกับะโเรียกฟินน์ไป
ด้วย แต่ถึงแม้ซินซินจะวิ่งสุดกำลังของเขาแลัว แต่ก็ยังไม่สามารถลดระยะห่างของพวกเขาได้เลยจนกระทั่งซินซินวิ่งตามฟินน์มา ถึงสถานที่จัดงานสถานที่หนึ่ง ซึ่งซินซินไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาวิ่งหลุดออกมาจากงานชุมนุมของอาดูลมาไกลแล้ว จนโผล่ที่งานฉลองการเปิดสถานีวิเศษของรัฐบาลวาเรีย
ซินซินที่พึ่งรู้สึกตัวก็มองไปยังรอบๆ อย่างวิตกกังวล ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับฟินน์ที่ยืนรวมอยู่กับ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งข้างพิธีเปิดสถานีวิเศษ
“ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนและผู้ที่มาร่วมงานมากๆ เลยนะครับที่มาร่วมกันในพิธีเปิดสถานีวิเศษนี้ นี่จะเป็ก้าวแรกที่ทำให้ผู้ที่มีวิเศษน้อยได้เข้าถึง วิเศษและสามารถใช้เทคโนโลยีเครื่องใช้วิเศษต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียมกับคนอื่น เราหวังว่าสถานีวิเศษนี้จะเป็ตัวยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกท่านได้
และเื่ที่ผมจะขอร้องเป็เื่สุดท้ายก่อนที่จะเริ่มเปิดสถานีวิเศษ ผมอยากข้อความร่วมมือทุกท่านช่วยกันกระจายข่าว เพื่อให้ผู้ที่มีวิเศษน้อยและยังไม่ได้เข้าถึงข่าวการเปิดสถานีวิเศษได้รับรู้และมาใช้บริการกันด้วยนะครับ”
เมื่อชายหนุ่มอ้วนท้วมพูดจบเขาก็ได้ใช้กรรไกรในมือตัดกระดาษที่อยู่ข้างหน้าเขา เพื่อเป็การเปิดสถานีวิเศษ และพลุฉลองมากมายก็ถูกยิ่งขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือของผู้คนโดยรอบทางด้านชายหนุ่มพิธีกรที่ยืนถือไมค์ขยายเสียงอยู่เพื่อรอให้การเปิดงานเริ่มขึ้น ก็เดินได้ออกมาด้านหน้าและเริ่มทำหน้าที่ของเขา
“ขอเชิญตัวแทนจากสถานรับเลี้ยงเด็กด้วยครับ”
เมื่อได้ยินเสียงของพิธีกรกล่าวเชิญ ฟินน์และกลุ่มคนที่เขายืนอยู่ด้วย ก็ได้เดินไปตามคำเชิญของพิธีกร ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้น
“คุณอารี เ้าของสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้ช่วยเลี้ยงดูเด็กมากมายที่ได้รับผลกระทบจากาที่เกิดขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น
การที่ต้องเลี้ยงดูเด็กมากมายท่านจึงเป็หนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจาก
การที่ไม่มีพลังงานวิเศษเพื่อที่จะเป็พลังงานให้กับเครื่องใช้วิเศษต่างๆ ภายในสถานรับเลี้ยงเด็กได้และต้องขอความช่วยเหลือของผู้อื่น มาโดยตลอด คุณอารีจะเป็ผู้ให้เกียรติกับเราได้ทำการเปิดการทำงานของสถานีวิเศษแห่งนี้ครับ”
เมื่อพิธีก่อนแนะนำตัวอารีออกมา อารีชายวัยกลางคนใส่แว่นที่ยังไม่ได้ดูแก่มากนัก ก็เดินละจากกลุ่มคนของสถานรับเลี้ยงเด็ก แล้วไปหยุดอยู่ที หน้าปุ่มสีเขียวที่ถูกจัดไว้ให้ ก่อนที่เขาจะยืนรอสัญญาณจากพิธีกรและกดปุ่มสีเขียวนั้น จนทำให้อาคารด้านหลังของเขามีเสียงการทำงานบ้างอย่างเกิดขึ้น ก่อนที่ละอองวิเศษที่หนาแน่นจนทำให้เห็นได้ด้วยตาเปล่าวิ่งวนไปมาและกระจายกันออกไปจนปกคลุมน่านฟ้า พร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้คนในงานต่างเงยหน้ามองไปที่วิเศษที่มีสีสันต่างๆ ลอยอยู่บนท้องฟ้าเพื่อชมความสวยงามของมัน รวมถึงฟินน์ด้วย ก่อนที่เขาจะรู้สึกเมื่อยคอแล้วก้มลงมาเห็นซินซินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พอดี จึงได้เดินเข้าไปทักทายเขา
“นายมางานเปิดสถานีวิเศษด้วยหรอ”
“ฟินน์!”
ซินซินที่กำลังเงยหน้ามองวิเศษที่ลอยอยู่บนอากาศเหมือนกับคนอื่นอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียง ทักทายของฟินน์ดังขึ้นมา เขาถึงหันมามองฟินน์และดึงแขนของเขาให้ออกห่างจากงานไป ก่อนที่เสียงของฟินน์จะดังขึ้นเขาถึงหยุดเดิน
“นี้จะพาฉันไปไหนนะ”
“ฉันมีอะไรจะให้เธอ…เธอลองเอาไปอ่านดูสิ”
ซินซินได้ยืนหนังสือที่เขาถือมาโดยตลอดให้กับฟินน์ ทำให้ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นก็แสดงสีหน้างุนงงออกมาก ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรับหนังสือนั้นมาดู แต่ไม่ทันที่ฟินน์จะได้ยื่นมือไปหยิบหนังสือหนังสือนั้นดี ก็มีเท้าปริศนา เตะไปที่มือของซินซิน จนหนังสือนั้นกระเด็นขึ้นไปและตกมาที่มือของเ้าของเท้าที่เตะซินซิน
“คิดจะเผยแพร่นิทานลวงโลกให้คนอื่นอย่างนั้นหรอ”
“แกกกกก”
ซินซินที่โดนเตะที่มือนั้นก็กุมมือเขาด้วยความเ็ปก่อนที่จะเห็นว่าเ้าของ เท้าที่เตะมาคนนั้น คือเพื่อนสนิทของลีออนที่มักจะตัวติดอยู่กับลีออนตลอด ทำให้ซินซินนั้นแสดงความเดือดดาลออกมาผ่านวิเศษ ที่ปะทุออกมาจากมือของเขา จนฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นรับมาขวางเขาไว้ ก่อนจะมองไปที่เพื่อนของลีออนด้วยความไม่พอใจ