ตอนที่ 62 พบโอกาสงานอีกครั้ง
“นั่นแหละจุดประสงค์ของนายใช่ไหม? รู้อยู่แล้วว่านายต้องมีแผนอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ ”ผู้อำนวยการไช่ดุและหัวเราะอย่างเอ็นดู
“ผู้อำนวยการไช่ครับช่วงหลายปีมานี้ชุมชนถวนเจี๋ยของเราไม่ได้ด้อยไปกว่าชุมชนอื่นๆ เลยตามหลักเหตุผลแล้ว การที่เราจะได้รถไถมาสักคันชุมชนอื่นก็ไม่น่าจะมีข้อคัดค้านอะไร” กู้อวิ๋นฉีอธิบายอย่างร้อนใจ
ผู้อำนวยการไช่ค่อยๆพูดอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า “ก็ไม่ถึงกับไม่ได้หรอกชุมชนถวนเจี๋ยมีคุณสมบัติเพียงพออยู่แล้ว แต่ชุมชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนก็ไม่ได้มีแค่ชุมชนถวนเจี๋ยพวกนายที่เดียว”
เมื่อได้ยินผู้อำนวยการไช่พูดดังนั้นกู้อวิ๋นฉีก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้น่าจะพอมีหวัง แท้จริงแล้วเขาแค่ลองหยั่งเชิงดูชุมชนอื่นๆ ก็หมายตารถไถคันนี้อยู่ไม่น้อย
อย่างที่ผู้อำนวยการไช่พูดไว้ชุมชนถวนเจี๋ยถึงจะมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ก็ไม่ได้เหนือกว่าใคร
ดูเหมือนว่าครั้งนี้กู้อวิ๋นฉีจะทำถูกใจผู้อำนวยการไช่เข้าอย่างจังถ้าจัดการเรื่องนี้ได้ดี นี่จะเป็นโอกาสทองของชุมชนถวนเจี๋ย
หานชีเยวี่ยนั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองคนอย่างเงียบๆเธอเข้าใจดีว่าการที่ผู้นำชุมชนมาที่สหคามในวันนี้ ก็เพื่อมาเอาหน้าและไม่ใช่แค่เอาหน้าเท่านั้นผู้นำชุมชนคงหวังจะหามาซึ่งเครื่องจักรทางการเกษตรเพิ่มให้กับชุมชนด้วย
ในยุคที่เครื่องจักรทางการเกษตรยังไม่แพร่หลายไม่มีอะไรจะน่ายินดีไปกว่าการได้รถไถมาสักคัน
“ผู้อำนวยการไช่ บอกมาเลยครับว่าชุมชนถวนเจี๋ยของเราต้องทำยังไงถึงจะได้เปรียบ! ”กู้อวิ๋นฉีพูดออกไปอย่างตรงไปตรงมาปราศจากความลังเล
“นายฉลาดนี่นา พวกนายอยากได้รถไถก็ต้องหาทางดึงชุมชนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง”
“ดึงยังไงครับ? หัวหน้าอย่าบอกนะว่าให้ชุมชนของเราเสียผลประโยชน์!” กู้อวิ๋นฉีถามด้วยสีหน้าระแวดระวังทันที
ท่าทางราวกับว่าถ้าผู้อำนวยการไช่พูดอะไรอีกสักคำเขาก็จะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันทีแต่หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าผู้นำชุมชนแค่แสร้งทำเท่านั้น
ในเมื่อเขามาที่นี่ในวันนี้แสดงว่าต้องมีแผนการอยู่ในใจแล้วแน่ๆ
“อยากได้ผลประโยชน์ก็ต้องลงทุนบ้างไม่งั้นชุมชนอื่นๆ จะยอมได้ยังไงล่ะ? ”
“ไม่ได้หรอกครับเราเสียผลประโยชน์ของชุมชนถวนเจี๋ยไปไม่ได้หรอก กว่าจะได้ผลประโยชน์มานิดๆ หน่อยๆแบบนี้ได้มันลำบากนะครับ ผู้อำนวยการไช่ หากผมเอาผลประโยชน์ไปให้ชุมชนอื่นผมจะไปบอกกับสมาชิกชุมชนยังไงล่ะครับท่าน! ”
กู้อวิ๋นฉีคัดค้านเสียงดังส่ายหัวไปมาเหมือนกลอง
“พอได้แล้ว เลิกเสแสร้งสักทีเดี๋ยวจะเกินงาม” ผู้อำนวยการไช่พูดอย่างไม่สบอารมณ์
กู้อวิ๋นฉีคนนี้ แม้ภายนอกจะดูซื่อๆ บื้อๆแต่จริงๆ แล้วเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าใครถ้าเขาไม่ได้ทำงานที่สหคามมาหลายปีและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกู้อวิ๋นฉีเขาก็คงมองชายแก่คนนี้ไม่ออกเหมือนกัน
กู้อวิ๋นฉียิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า“ผู้อำนวยการไช่ครับ ผมเสแสร้งอะไรกัน กว่าชุมชนของเราจะทำเรื่องดีๆ แบบนี้ได้มันง่ายหรือยังไง? ถ้ามันง่ายจริงชุมชนถวนเจี๋ยก็คงไม่ได้รับโอกาสนี้หรอก! ”
“นายคิดว่าฉันคิดคำนวณไม่เป็นหรือ?”
“ผู้อำนวยการไช่ครับ คุณพูดแบบนี้ได้ยังไงคุณเก่งขนาดนี้ จะคิดเลขไม่เป็นได้ยังไง”
“ชุมชนของพวกนายรับคำสั่งซื้อที่มากขนาดนี้ไหวจริงๆเหรอ? อย่ามาบอกนะว่ารับไหวนี่ฉันไม่ได้เพิ่งมาทำงานวันแรกนะ”
หลังจากถูกผู้อำนวยการไช่จับได้กู้อวิ๋นฉีก็ยอมรับแต่โดยดี
“เก็บไว้ให้ชุมชนตัวเองบ้างส่วนที่เหลือก็แบ่งให้ชุมชนอื่นเถอะ พวกนายกินเนื้อก็ต้องแบ่งน้ำซุปให้ชุมชนอื่นกินบ้าง”
ผู้อำนวยการไช่เป็นกังวลนโยบายพัฒนาประเทศในปัจจุบันได้กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจแล้วแต่รากฐานเศรษฐกิจยังอ่อนแอแบบนี้ เศรษฐกิจจะพัฒนาได้ยังไง เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ
โรงงานบอกว่าจะสร้างแต่ไม่มีเงินก็สร้างขึ้นมาไม่ได้
แนวทางของชุมชนถวนเจี๋ยถือว่าไม่เลวทำในสิ่งที่ทำได้ก่อน
หานชีเยวี่ยนั่งฟังอย่างใจเย็นนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสกับสภาพเศรษฐกิจของยุคสมัยนี้จริงๆคำสั่งซื้อก้อนนี้นั้น พูดตามตรงก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ในสายตาของทุกคนกลับมองว่าเป็นก้อนเนื้อชิ้นงาม
ไม่นานนักกู้อวิ๋นฉีก็ตกลงเรื่องการกระจายผลประโยชน์กับผู้อำนวยการไช่เรียบร้อย
กู้อวิ๋นฉีได้สิทธิ์ในการตัดสินใจในการร่วมมือกับชุมชนอื่นๆทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาต้องการ
ผู้อำนวยการไช่เห็นด้วย
เรื่องนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวตั้งแต่แรกอยู่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนแต่ละชุมชนก็ไม่เหมือนกันเรื่องแบบนี้ต้องให้คนใต้บังคับบัญชามีอำนาจในการตัดสินใจ
ท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาของชุมชนแต่ละชุมชนก็ขึ้นอยู่กับชุมชนของตัวเอง
หานชีเยวี่ยฟังการเจรจาของทั้งสองจนจบรู้สึกว่าการที่เธอมาที่นี่ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงตอนที่เธอกำลังจะเตรียมตัวกลับไปพร้อมกับกู้อวิ๋นฉีเธอก็ได้ยินกู้อวิ๋นฉีพูดขึ้นอีกครั้ง
“ผู้อำนวยการไช่ครับสหายหานชีเยวี่ยคนนี้เป็นคนที่มีความดีความชอบมากที่สุด เธอไม่ธรรมดาเลยนะครับสองสามวันที่ผ่านมาเธอยังช่วยจับพ่อค้าแม่ค้ามนุษย์ ช่วยเหลือภรรยาทหารด้วย…”
กู้อวิ๋นฉีฉวยโอกาสนี้ ชมหานชีเยวี่ยยกใหญ่จนเธอรู้สึกเขิน
“เด็กคนนี้ไม่เลวเลยนี่นาพอดีมีตำแหน่งงานว่างที่สหคามเราพอดีเจ้าหน้าที่คนนึงเพิ่งย้ายไปทำงานที่ในตัวเมือง หนูสนใจมาทำงานที่สหคามไหม?”
หานชีเยวี่ยไม่คิดว่าโอกาสในการทำงานจะมาถึงตัวเธอแบบนี้เธอยังคงงุนงง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ไม่ใช่แค่หานชีเยวี่ยเท่านั้นแม้แต่กู้อวิ๋นฉีก็ไม่คิดว่าผู้อำนวยการไช่จะให้หานชีเยวี่ยมาทำงานที่สหคามง่ายๆเพียงนี้
ตำแหน่งงานนี้ไม่ได้เพิ่งว่างเจ้าหน้าที่หลี่ย้ายไปทำงานในเมืองสักพักแล้ว มีคนหมายตาในตำแหน่งนี้อยู่ไม่น้อย
รวมถึงลูกๆ ของกรรมการชุมชนต่างๆก็อยากจะเข้ามาทำงานที่นี่เหมือนกันทว่าผู้อำนวยการไช่ก็ไม่ได้เอ่ยปากชวนแต่อย่างใด นึกไม่ถึงว่าจู่ๆวันนี้กลับยื่นโอกาสให้หานชีเยวี่ย
เขามองหานชีเยวี่ยด้วยรอยยิ้มใจดีพร้อมกับขยิบตาให้เธอ ความหมายนั้นชัดเจนมาก เป็นการบอกให้เธอรีบตอบตกลง
ในสายตาของกู้อวิ๋นฉีนี่เป็นโอกาสทองที่หาไม่ได้ง่ายๆ! คนอื่นต่อให้จุดตะเกียงก็ยังหาไม่เจอ
หานชีเยวี่ยเงียบไปไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
กู้อวิ๋นฉีเห็นหานชีเยวี่ยไม่พูดอะไรก็ยังคงขยิบตาให้เธออย่างต่อเนื่อง
เด็กคนนี้อายุยังน้อยไม่รู้ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน เขาจะปล่อยให้เด็กน้อยพลาดโอกาสนี้ไปไม่ได้แต่ถึงกู้อวิ๋นฉีจะขยิบตาให้กี่ครั้ง หานชีเยวี่ยก็ไม่ได้รับรู้
สมองของเธอทำงานอย่างรวดเร็วคิดทบทวนเรื่องนี้อยู่ เรื่องดีๆ แบบนี้ มาถึงตัวเธอแบบไม่ทันตั้งตัวสวรรค์ส่งโชคส่งลาภให้จริงๆ ด้วย
งานที่สหคาม แม้จะไม่หอมหวานเท่างานในโรงงานแต่หานชีเยวี่ยที่เคยเห็นโลกในอนาคตมาแล้วรู้ดีว่าถ้าได้เข้าไปทำงานที่สหคามในตอนนี้ ชีวิตครึ่งหลังก็จะมีกินมีใช้แน่นอน
ตัวเธอเองไม่ได้สนใจตำแหน่งงานนี้มากนักอีกทั้ง เธอไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครสนใจตำแหน่งนี้
ถ้าเธอมารับตำแหน่งนี้จริงๆคงจะไปขัดขาใครหลายคน แต่จะให้เธอปฏิเสธ เธอก็รู้สึกเสียดาย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งหานชีเยวี่ยก็พูดว่า “ผู้อำนวยการไช่คะ ฉันขอปรึกษาครอบครัวก่อนได้ไหมคะแล้วค่อยให้คำตอบ”
เมื่อได้ยินคำตอบของหานชีเยวี่ยกู้อวิ๋นฉีแทบจะพูดว่าเด็กคนนี้ตัดสินใจเองไม่ได้ เขาจะตอบตกลงแทน
“ได้เรื่องใหญ่แบบนี้ก็ควรปรึกษาครอบครัวก่อน วันจันทร์หน้าหนูก็มาเริ่มงานได้เลย!”ผู้อำนวยการไช่พูดขึ้นก่อนที่กู้อวิ๋นฉีจะทันพูด
หานชีเยวี่ย “…”
ปากบอกว่าเรื่องใหญ่แบบนี้ควรปรึกษาครอบครัวก่อนแต่กลับบอกให้เธอมาเริ่มงานวันจันทร์หน้าเลย
เธอไม่รู้หรอกว่าผู้อำนวยการไช่คิดว่าถ้าครอบครัวของหานชีเยวี่ยไม่ใช่คนโง่ก็คงไม่มีทางปฏิเสธโอกาสแบบนี้