บทนำ
“ขายยังไง?” เด็กหนุ่มท่าทางยียวนถามขึ้น ทั้งที่ป้ายราคาก็ติดไว้ตัวใหญ่เท่าหม้อแกง
เด็กขายหมูปิ้งเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาถามแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าคงจะมีเื่เป็แน่แล้ว แต่ก็ยังรวบรวมรอยยิ้ม ตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
“ชุดละยี่สิบห้าบาทครับหมูสองไม้ ข้าวเหนียวหนึ่งห่อครับ”
เด็กหนุ่มคนนั้นเลิกคิ้วข้างหนึ่งก่อนถามว่า “เอาข้าวเหนียวอย่างเดียว ห้าร้อยบาทมีไหม?”
“มีสิครับแต่ขอรับเงินก่อนนะครับ!” เด็กขายหมูปิ้งยื่นมือออกไป ทำท่าจะเก็บเงินก่อน
อีกฝ่ายเห็นดังนั้นจึงเปลี่ยนใจทันที“เฮ้ย! เปลี่ยนใจแล้วว่ะ อยากได้หมูปิ้งห้าร้อยบาท!”
เด็กขายหมูปิ้งตอบเสียงเรียบ“ไปคิดมาให้ดีก่อน ค่อยกลับมาสั่งก็ได้ครับ…คุณลูกค้า!”
เด็กหนุ่มท่าทางยียวนไม่พอใจจึงสั่งเสียงแข็ง “งั้นเอามาชิมสักชุด!”
พอได้หมูปิ้งมาเขาก็ยังไม่ไปไหน ยืนอยู่หน้าแผง กินกันสด ๆ ให้เด็กขายหมูปิ้งเห็นไปเลย
เขากัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วร้องะโออกมา
“เฮ้ย! อะไรวะรสชาติหมาไม่แดก นี่มึงใช้หมูเน่า หมูเขียวมาทำอาหารหรือเปล่าเนี่ย!?”
เขากัดข้าวเหนียวเข้าไปอีกคำ
“เฮ้ย! ข้าวเหนียวบูดไอ้เลว! ไอ้ชั่ว! มึงกล้าเอาของแบบนี้มาขายได้ยังไงวะ!?”
ก่อนจะคายเศษอาหารลงบนพื้นข้างแผงหมูปิ้ง
เด็กหนุ่มคิ้วหนาะโขึ้น “ทุกคนครับ อย่าไปซื้อของมันกิน! ของบูดของเสียทั้งนั้น...หน็อยแน่ไอ้พ่อค้าชั่ว!”
เด็กขายหมูปิ้งะโเสียงดังลั่น “ใจเย็น ๆ ครับคุณลูกค้า! ถ้าเช่นนั้นผมคืนเงินให้ดีไหมครับ!?” เขารีบควักเงินออกมายื่นให้
“แค่นี้มันไม่พอหรอกร้อยบาทถ้าเกิดกูท้องเสียขึ้นมา มึงจะทำยังไงฮะ?”
อีกฝ่ายชี้หน้าประณาม
“แต่ถ้ามึงจริงใจอย่างน้อยก็สักสี่พันถึงจะพอชดเชยได้!”
เด็กขายหมูปิ้งที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ก็เต็มไปด้วยความเบิกบานเมื่อได้ยินคำพูดนี้
ก่อนที่เขาจะถอนหายใจและพูดขึ้นว่า“...อ่อ ก็ได้ครับ สี่พันบาท!”
เขาแกล้งทำทีเป็กลัวจนตัวสั่นและค่อย ๆ ล้วงเงินในกระเป๋า หยิบแบงก์ห้าร้อยออกมาแปดใบ เพราะเมื่อเป็เช่นนี้เท่ากับว่ามันเป็แก๊งรีดไถ คนแถวนั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยาย
เด็กหนุ่มเ้าปัญหาหัวเราะร่า “ฉลาดมาก ไอ้ลูกแมว!”
เขาเอาเงินสะบัดๆ โบกไปมา พอได้เงินเสร็จก็ยิ้มกว้าง เดินเข้าโรงเรียนไปท่ามกลางสายตาของผู้คนที่กำลังรอรถเมล์อยู่
เด็กขายหมูปิ้งฝืนยิ้มพยายามเรียกลูกค้าด้วยเสียงอ่อน
“เชิญได้เลยครับหมูปิ้งชุดละยี่สิบห้าบาท ถ้าเสียหรือมีกลิ่น ยินดีคืนเงินนะครับ”
หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามารุมล้อมช่วยกันอุดหนุนทั้งนักเรียนและคนทำงานที่ยืนรออยู่บริเวณนั้น
ไม่นานเด็กรุ่นน้องใส่ชุดพละสีชมพูเดินเข้ามาหาถามเสียงดังจนคนแถว ๆ นั้นได้ยิน
“พี่…ทำไมต้องไปยอมมันด้วยอะ?”
เด็กขายหมูปิ้งยิ้มเชิงขอบใจเขาตอบด้วยน้ำเสียงจนใจ “บางครั้งก็จำเป็ต้องยอมจะทำไงได้...พ่อเขาใหญ่เป็ถึงท่าน สจ. ประจำจังหวัดแน่ะ”
พร้อมกันนั้นเขาก็ชี้ไปยังป้ายที่มีรูปพ่อของเด็กหนุ่มคนนั้น ให้คนที่อยู่รอบ ๆดูหน้าและชื่อให้ชัด
เขาหันไปมองรุ่นน้องพร้อมพูดขึ้นว่า “กระดูกมันคนละเบอร์เกินไปตัวพี่ไปสู้รบตบมือกับลูกคนใหญ่คนโตขนาดนั้นไม่ไหวหรอก เดี๋ยวท่าน สจ.พาทีจะพาลมาเล่นงานพี่เอา!”
เด็กขายหมูปิ้งพูดเสียงอ่อนพร้อมกับส่ายหน้า
ไม่นานคนที่อยู่โดยรอบก็เข้าใจว่าทำไมพ่อค้าหนุ่มน้อยรายนี้ถึงยินยอมให้อีกฝ่ายขู่อยู่ฝ่ายเดียว...
……
พ่อค้าหมูปิ้งคิดในใจ
“นี่กูไถเงินพ่อมึงมาได้เป็ล้านก็แค่แบ่งเศษให้มึงสี่พันก็ดีใจเสียแล้ว ในเมื่อมึงขว้างงูไม่พ้นคอกูก็จะจับงูตัวนี้ฟาดมึงให้ตาย!”